อัปเดตล่าสุด 2021-06-02 12:06:55

ตอนที่ 10 ตอนที่ 11 อาหารฝีมือคน (ที่เรา) รักอร่อยกว่าร้านไหน ๆ

พี่เต้ เย็นนี้ผมไปบ้านพี่ได้ไหม

 

ทศพลอ่านข้อความจากไนท์มาตั้งแต่หน้าลิฟต์ชั้น G ยันหน้าประตูเข้าสำนักงานของสำนักประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เขาเพิ่งไปบ้านอีกฝ่ายมาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ดี อีกฝ่ายคิดอย่างไรถึงได้อยากมาบ้านเขา

“หรือว่า...” ใบหน้าของทศพลร้อนผ่าว ใจเต้นตึกตักกับความคิดอกุศล

“พี่เต้” 

“ครับ!”

เสียงทักของจันจิราทำเอาชายหนุ่มสะดุ้งโหยง ขานรับเสียงดังจนรู้สึกอาย

“อะไรคะพี่ ตกใจหมดเลย” จันจิราถึงกับถอนหายใจ เธอวางกระเป๋าบนโต๊ะทำงานตัวเองก่อนจะนั่งลง “นี่พี่มีแพลนอะไรไว้แล้วหรือยังคะ”

“แพลนอะไร” ทศพลเฉไฉ อีกฝ่ายรู้ได้อย่างไรว่าไนท์จะมาที่บ้านของเขา เธอไม่น่าเห็นจอโทรศัพท์ของเขาได้

“วันวาเลนไทน์ไงคะ วันอาทิตย์นี้แล้วนะ” เธอตอบกลับเสียงใส

“อ้อ งั้นเหรอ” ชายหนุ่มหันมองปฏิทินตั้งโต๊ะที่จดบันทึกอะไรต่อมิอะไรมากมายบนนั้น เขาไม่เคยฉลองวาเลนไทน์อะไรกับใครทั้งสิ้น คนโสดแบบเขาไม่ได้ตั้งตารอวันแห่งความรักแบบนั้น สิ่งเดียวที่นึกออกเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์คือ การไล่ติดสติ๊กเกอร์บนเสื้อนักเรียนของเพื่อนร่วมห้องตอนเรียนอยู่ชั้นมัธยมฯ

“งั้นเหรออะไรกันคะพี่เต้ วันแบบนี้มันต้องสารภาพรัก ชวนกันไปดินเนอร์ แล้วก็ไปต่อกันที่บ้าน จากนั้นก็...” จันจิรานั่งบิดตัวไปมาอยู่ในจินตนาการของตัวเอง

 ทศพลหน้าร้อนผ่าว ทำเป็นเบี่ยงประเด็น

“แจนล่ะ ไม่มีแพลนเหรอ”

หญิงสาวถอนหายใจ

“นั่นสินะคะ” อยู่ ๆ เธอก็เซื่องซึมขึ้นมา “แจนว่าแจนคงต้องเตรียมใจเอาไว้ระดับหนึ่ง”

“ทำไมล่ะ”

“ก็...เวลาจะสารภาพรักกับใครสักคน มันจะมีความรู้สึกบางอย่างบอกว่า โอ้ นี่แหละ โอกาส บอกเลย ต้องผ่านไปได้ด้วยดีแน่ ๆ แต่ขณะเดียวกันก็จะมีช่วงเวลาที่รู้สึกว่า อา...แล้วถ้าคิดไปเองฝ่ายเดียวขึ้นมาล่ะ หน้าแตกยับเลยนะ”

ทศพลเข้าใจความหมายของเธอได้ทันที จันจิราพูดต่อด้วยท่าทางมุ่งมั่น

“แต่ถ้าเราไม่บอกก่อนก็อาจจะมีคนอื่นมาตัดหน้าก็ได้ พี่เต้คะ” เธอหันหน้ามาทางเขา “พี่ต้องสารภาพรักให้ได้เลยนะคะ ขืนชักช้ามีคนมาแย่งไปแล้วจะเสียใจนะคะ”

“เอ่อ...” ทศพลอ้ำอึ้งที่จู่ ๆ อีกฝ่ายกลับมาพูดถึงเขาอีกครั้ง

“แจนเองก็จะพยายามเหมือนกัน” เธอกำมือทั้งสองข้างขึ้นอก “ถ้าแห้วก็จะได้หาคนใหม่ ไม่ต้องมากังวลให้เสียเวลา”

เขาส่ายหน้าให้กับความมุ่งมั่นของเธอที่เขาคงไม่มีวันทัดเทียมได้ พอนึกภาพตัวเองสารภาพรักกับไนท์แล้ว ทศพลก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

 

“ที่บอกว่าจะมาที่บ้านเพราะแบบนี้นี่เอง”

ทศพลนัดเจอไนท์หลังเลิกงานที่หน้าจุดแสกนบัตรพนักงาน วันนี้เขาเลิกงานหกโมงเย็น อีกฝ่ายเลยไม่ได้รอนานจนเกินไป ที่น่าตกใจคือลังกระดาษหนึ่งลังในมือของไนท์ต่างหาก

“ครับ แม่ส่งทั้งมะขามเทศกับมะขามป้อมมาเยอะมาก ผมกินไม่หมดเลยแบ่งมาให้พี่ด้วย พี่กินได้ใช่ไหม”

“กินได้ ไม่ได้กินมะขามเทศนานแล้วด้วย หนักไหม ให้ผมถือเถอะ”

“ที่จะไปบ้านเพราะจะถือไปส่งให้ไงครับ ถ้าพี่ถือเองแล้วผมก็ไม่มีข้ออ้างไปน่ะสิ” ไนท์ขยิบตาพร้อมฉีกยิ้มกว้าง ทำเอาทศพลเขินจนพูดไม่ออก

“ถ้าหนักก็เปลี่ยนให้ผมถือได้นะ ต่อให้ไม่มีข้ออ้างก็ไปที่ห้องผมได้”

ใจกล้า หน้าด้านสุด ๆ ไปเลย โปเต้!

พวกเขาตัดสินใจนั่งแท็กซี่แทนที่จะขึ้นรถไฟฟ้า สภาพการจราจรค่อนข้างติดขัดเนื่องจากเป็นช่วงเลิกงาน ทั้งคู่ได้แต่นั่งเงียบไปตลอดทาง ทศพลอดคิดถึงเรื่องวันวาเลนไทน์ไม่ได้ ถ้าเขาสารภาพรักวันนั้น มันจะเป็นอย่างไร

“จอดข้างหน้านี้เลยครับ” ทศพลพูดกับคนขับรถที่กำลังเลี้ยวเข้าไปในคอนโด หยิบเงินสดส่งให้พร้อมกล่าวขอบคุณ

“โห พี่อยู่คอนโดหรูขนาดนี้เลยเหรอ” ไนท์แหงนหน้ามองความสูงของตึก

“ผมอยู่ห้องขนาดเล็กสุดเลยต่างหาก” เขาบอกก่อนจะเดินนำอีกฝ่ายเข้าไปด้านใน “ผมอยู่คนเดียวเลยไม่รู้สึกว่าต้องมีพื้นที่กว้างอะไรขนาดนั้น ต...แต่ไนท์เลือกซื้อบ้านที่มีพื้นที่ขนาดนั้นคงคิดถึงตอนที่พ่อแม่มาค้างด้วยไว้แล้วสินะ ผมไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลย ที่บ้านบ่นใหญ่เพราะมาค้างไม่ได้”

“ที่จริงก็ไม่ได้ขนาดนั้น” เขาเลี่ยงที่จะตอบตามตรง เพราะเหตุผลที่อยากได้บ้านคือความเป็นส่วนตัว เหตุผลที่อยากให้มีหลายห้องเพราะต้องการหนึ่งห้องไว้สำหรับความสุขส่วนตัว

“ห้องผมรกหน่อยนะ” ทศพลเปิดประตูให้อีกฝ่ายเข้าไปในห้อง “วางลังไว้ตรงเคาน์เตอร์ได้เลยครับ”

“ขอรบกวนหน่อยนะครับ” ไนท์พูดพลางถอดรองเท้า อุ้มลังผลไม้ไปวางไว้ตรงเคาน์เตอร์ครัว “ห้องสวยดีนะครับ วิวดีด้วย”

เขาเดินตรงไปยังระเบียงห้อง มองถนนเบื้องล่างเต็มไปด้วยแสงไฟจากรถยนต์

“มีแต่ตึกเต็มไปหมด” ทศพลตามมาสมทบ เขาไม่ได้ยืนมองวิวพวกนี้มานานแล้ว

ช่องว่างระหว่างเขากับไนท์ห่างกันไม่ถึงนิ้ว กลิ่นกุหลาบลอยเข้าจมูกชวนให้ร่างกายของเขาร้อนวูบวาบไปหมด ทศพลกังวลว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงหัวใจเต้นของเขาเลยพยายามหาเรื่องคุย

“เอ่อ...”

โครก~ก

ทศพลหน้าแดงก่ำ ยกมือกุมท้อง ด่ากระเพาะอาหารที่ส่งเสียงเรียกร้องความสนใจผิดเวล่ำเวลาอยู่ในใจ

“เรายังไม่ได้กินข้าวเย็นกันเลยนี่ครับ” ไนท์พูดขึ้น “ห้องพี่มีของสดไหม”

ทศพลไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตู้เย็นของตัวเองมีอะไรบ้าง

“ขอผมดูครัวพี่ได้ไหมครับ” ไนท์ถามต่อ

“อืม” เขาเดินตามอีกฝ่ายไปที่ครัวราวกับตัวเองเป็นคนมาเยี่ยม ไม่ใช่เจ้าของบ้าน

ไนท์เห็นของในตู้เย็นก็ถึงกับกระตุกยิ้ม ทศพลชะเง้อหน้าดูด้วยความสงสัย

“ตู้เย็นสะอาดดีจังเลยนะครับ” ไนท์ยิ้มกว้าง แต่เจ้าของตู้เย็นยิ้มแห้ง “ปกติพี่ไม่ทำอาหารนี่นะ”

ไนท์หันไปดูเครื่องครัว เห็นหม้อขนาดเล็กกับห่อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในตู้ก็พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายทำอะไรกิน

“ขอโทษทีนะ ห้องผมไม่มีอะไรให้กินเลย เราสั่งเข้ามาก็ได้”

“ไม่ต้องหรอกครับ ข้างล่างมีร้านสะดวกซื้ออยู่ เดี๋ยวผมลงไปซื้อของสดนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ใช้ได้แล้ว”

“ไนท์จะทำอาหารเหรอ” ทศพลไม่อาจปิดซ่อนความตื่นเต้นไว้ได้

“หวังว่าจะถูกปากพี่นะครับ”

“แต่ผมไม่มีข้าวสารนะ” เจ้าของห้องพูด

“ไม่เป็นไรครับ ไม่ได้ใช้ข้าวอยู่แล้ว ผมลงไปซื้อของข้างล่างแป๊บนึงนะครับ ตอนขึ้นมาต้องแลกบัตรอะไรไหม”

“ไม่ต้อง ๆ มากดกริ่งหน้าห้องผมได้เลย” ทศพลตอบก่อนจะเปลี่ยนใจ “ผมลงไปด้วย มีของที่อยากซื้อพอดี”

พวกเขาลงลิฟต์มายังร้านสะดวกซื้อที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของอาคาร ข้างในมีทั้งของสด อาหารแห้ง เครื่องใช้ในบ้าน ถึงจะไม่ได้มีขนาดกว้างข้างและตัวเลือกไม่มากแต่ก็อำนวยความสะดวกให้กับคนในคอนโดได้

“ไนท์จะซื้ออะไรบ้างเหรอ” ทศพลเดินตามอีกฝ่ายที่ถือตะกร้าไปทางชั้นของสด

“ผักแล้วก็เนื้อสัตว์นิดหน่อย ที่ห้องพี่มีกระทะไหมครับ” ไนท์พูดไปเลือกกะหล่ำปลีไป

“มี ๆ ซื้อไว้ตั้งแต่ตอนย้ายมาที่นี่เพราะคิดว่าจะได้ทำอาหาร” เขาไม่จำเป็นต้องพูดต่อ ต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจดีว่ากระทะของทศพลยังอยู่ในสภาพเหมือนตอนซื้ออย่างแน่นอน “ใส่มะเขือเทศด้วยเหรอ”

“พี่ไม่กินเหรอครับ”

“ก็พอกินได้”

ถึงปากจะตอบแบบนั้นแต่สีหน้าของทศพลก็สารภาพมาหมดเปลือก ไนท์วางมะเขือเทศไว้ที่เดิมแล้วเดินไปเลือกเนื้อสัตว์แทน ทศพลเดินตามอีกฝ่ายไปด้วยความสนอกสนใจ สีหน้าตั้งใจเลือกของไนท์ทำเอาเขายิ้มน้อย ยิ้มใหญ่ ถ้าหากได้เห็นภาพแบบนี้ทุกวันคงดี พวกเขาเหมือนข้าวใหม่ปลามันที่กำลังเลือกซื้อของเข้าบ้านด้วยกัน

ทศพลพยายามสงบสติตัวเองไม่ให้คิดเตลิดเปิดเปิงไปไกลกว่านี้

“พี่เต้จะซื้อของไม่ใช่เหรอครับ” ไนท์หันมาถามหลังเลือกของสดเสร็จแล้ว

“อ้อ ใช่” ทศพลเดินไปทางตู้แช่ หยิบนมจืดขนาด 2 ลิตรจากชั้นก่อนจะเดินไปทางชั้นวางขนมคบเคี้ยว

ไนท์มองอีกฝ่ายมีสมาธิกับการเลือกขนมก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างยุบยิบอยู่ในใจจนเกือบเผลอยิ้มไปหลายครั้ง ทศพลวัยสามสิบปี เลือกซื้อขนมเหมือนเด็กเล็กไม่มีผิด

“โอเค พร้อม ไนท์เอาอะไรอีกไหม”

“ไม่ครับ เท่านี้แหละ”

ทั้งคู่เดินไปชำระสินค้าโดยที่ทศพลเป็นฝ่ายออกเงินในฐานะที่เป็นเจ้าถิ่น

“ว่าแต่ไนท์จะทำอะไรเหรอ” เขาถามตอนที่เปิดประตูให้อีกฝ่ายเข้าห้อง

“ผัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป”

“มีอะไรให้ผมช่วยไหม”

“พี่นั่งรอเถอะครับ”

ทศพลถึงกับชะงัก แต่เขาทำอาหารไม่เป็น ขืนอยู่ในครัวก็มีแต่จะเกะกะเปล่า ๆ เลยตัดสินใจมาเปิดลังผลไม้ที่ไนท์ให้แทน ข้างในมีทั้งถุงมะขามเทศและถุงมะขามป้อม ดูแล้วน่าจะถุงละ 1 – 2 โลได้ เขาคนเดียวกินไม่หมดแน่ พรุ่งนี้คงต้องเอาไปแบ่งให้จันจิรากับแม่บ้านกิน

“เอ่อ ไนท์” พอนึกถึงจันจิรา เขาก็นึกถึงวันวาเลนไทน์ขึ้นมา ปากเลยเรียกอีกฝ่ายก่อนที่สมองจะคิดได้ทัน

โชคดีทีที่อีกฝ่ายไม่ได้ยินและกำลังขะมักเขม้นกับการทำอาหาร แผ่นหลังของผู้ชายตรงหน้ามีเสน่ห์มากขึ้นหลายเท่า ท่อนแขนที่โผล่มาจากชายแขนเสื้อที่พับขึ้นดึงดูดสายตาของเขาจนไม่อาจหยุดมอง

ทศพลเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจของเขาเต้นรัว อยากจะลองสัมผัสแผ่นหลังนั่นสักครั้ง อยากจะแนบใบหน้าลงบนแผ่นหลังกำยำ ดื่มด่ำไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายและจมดิ่งไปกับกลิ่นกุหลาบหอมละมุน ชายหนุ่มสะท้านวาบเมื่อรับรู้ถึงปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย เขารีบจัดผลไม้เข้าที่แล้วเดินไปนั่งรอที่โซฟา ก่นด่าตัวเองในใจให้เลิกคิดอะไรไม่เข้าท่า

ลง ลงไปเดี๋ยวนี้นะ นี่ไม่ใช่เวลานะ

“พี่เต้”

“ฮะ ครับ?” ทศพลหน้าแดง ยังเกลี่ยกล่อมตรงนั้นได้ไม่สมบูรณ์

“ใกล้เสร็จแล้วครับ”

ยังไม่เสร็จเลย

แวบแรกความของเขาดันเป็นเรื่องแบบนั้นเสียได้ ดีที่สมองยังทำงานได้ดีอยู่เลยตอบกลับไปได้ทัน

“มากินตรงนี้ก็ได้ครับ” ตรงนั้นของเขาดันมีปฏิกิริยาเสียได้ ทั้งที่คำพูดของเขาไม่ได้หมายถึงเรื่องแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย

ทำไมอ่อนแอแบบนี้นะ โปเต้

“ไนท์ยกมาวางบนโต๊ะรับแขกได้เลยนะ ผมขอเข้าห้องน้ำหน่อย”

“ครับพี่” อีกฝ่ายตอบรับจากบริเวณครัว

ทศพลตรงดิ่งเข้าห้องน้ำ เปิดก๊อกสุดแรงแล้วสาดน้ำใส่หน้าตัวเอง บอกตัวเองให้สงบสติอารมณ์ ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่นาทีแล้วแต่น้ำเย็นก็ใช้ได้ผล เขาหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดหน้า เดินกลับออกไปที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้ง ไนท์นั่งรอบนพื้นพร้อมอาหารสองชุดและน้ำเปล่าสองแก้ว

กลิ่นพริกเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี

“พี่เต้เป็นอะไรไหมครับ” ไนท์เงยหน้าถามด้วยสีหน้ากังวล เขาเลยคิดว่าคงหายไปนานพอควร

“อ้อ เปล่า ไม่มีอะไร กินเถอะ” ชายหนุ่มนั่งลงบนพื้น ใช้ส้อมม้วนเส้นแล้วเอาเข้าปาก ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาทันที “อร่อย!”

“ดีใจที่พี่ชอบครับ กินเยอะ ๆ นะ”

ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ทศพลถึงได้รู้สึกอยากร้องไห้ออกมา เป็นเพราะได้กินอาหารฝีมือของคนที่ชอบ เป็นเพราะคนที่ชอบนั่งกินอาหารอยู่ในห้องของเขา คุยกับเขา มองเขา หัวเราะไปกับเขา ทศพลอธิบายความรู้สึกที่เอ่อล้นในตอนนี้ไม่ได้ เขารู้แค่ว่า เขา...รัก...ผู้ชายคนนี้ 

 

---------------------------------------

สวัสดีค่า

ช่วงนี้กำลังจัดรูปเล่ม พรูฟต้นฉบับ ก็พบว่าช่วงหลัง ๆ ตัวเองเขียนชื่อปัถย์ผิด ???? ด้วยความที่อ่านว่า ปัด เลยพิมพ์ ปัตย์ไปด้วยความเคยชิน ความจริงชื่อเขาเขียนว่า ปัถย์ นะคะ กรี๊ดดด นั่งแก้ในต้นฉบับอย่างสนุกสนานเชียวค่ะ

บางท่านอาจจะเห็นการแจ้งเตือนเมื่อวันเสาร์ไปแล้ว ใช่แล้วค่ะ เปิดจองรูปเล่มเรื่องนี้แล้วนะคะ เย้ ????

เรื่องนี้จำกัดอายุคนซื้อ 18 ปีขึ้นไป 

ใครที่ยืนยันอายุด้วยบัตรประชาชนกับ readAwrite แล้ว สั่งผ่านทางนี้เลยนะคะ สะดวกเหลือเกิน

LINK: https://bit.ly/3yMrgHX

ส่วนใครที่อ่านทางช่องทางอื่นแล้วไม่มี raw สามารถสั่งผ่านร้านค้าของนักเขียน โดยแนบบัตรประชาชน (เห็นชื่อ นามสกุล วัน เดือน ปี เกิด) มาในช่องแนบหลักฐานการโอนตอนแจ้งโอนเงินได้เลยค่ะ

LINK: http://aki-kaze.lnwshop.com/p/23

รอบพรีลด 10% นะคะ เหลือ 395 บาท (+ค่าส่งลทบ 40/ EMS 60) ถึง 30 มิย 64 ค่า

ฝากด้วยนะคะ

Aki_Kaze


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น