อัปเดตล่าสุด 2021-05-01 20:28:36

ตอนที่ 5 บทที่ 5 : รักออนไลน์

บทที่ 5 : รักออนไลน์

 

               “สวัสดีค่ะพี่พิเชษฐ์ขา”

               เสียงหวานดังผ่านลำโพง ชุบหัวใจที่แห้งเหี่ยวเพราะถูกเจ้านายก่นด่าตลอดทั้งวัน ให้แช่มชื่นขึ้นมาราวได้น้ำทิพย์ชโลมรด

               “นึกว่าจะไม่มาหาหนูแล้ว กำลังจะปิดไลฟ์แล้วเนี่ย”

               ชายหนุ่มจรดนิ้วลงบนแป้นพิมพ์ ก่อนรัวข้อความด้วยกลัวอีกฝ่ายเสียใจ

               Pichet.L : ไม่มาได้ยังไงล่ะคะ คิดถึงใจจะขาด

               “แหม ปากหวาน แต่หวานจริงหรือเปล่าไม่รู้ เอาปากมาให้หนูชิมทีซิ”

               ออดอ้อนราวคนรัก ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันเสียด้วยซ้ำ

               หญิงสาวในชุดเสื้อกล้ามอวดอกนูน คล้ายมีลูกบอลยัดอยู่ในเสื้อสองลูก ซ้ำยังตัวสั้นปิดแค่เต้าลงมาไม่ถึงคืบ เผยหน้าท้องขาวนวลแบนราบเหมือนนางแบบ กับกางเกงรัดรูปสั้นแค่คืบสีชมพู ด้วยเสื้อผ้าที่สวม ทำให้ผู้ที่นั่งจ้องหน้าจอนับร้อยนับพัน อดวาบหวามในจิตใจไม่ได้

               พิเชษฐ์เองก็เป็นหนึ่งในแมลง ที่เดินมาติดใยเหนียวหนึบของหญิงสาว ที่แม้อวดเรือนร่างอะร้าอร่ามตา แต่ปกปิดใบหน้าด้วยหน้ากากอนามัยสกรีนลายตัวอักษรคำว่า ‘Bitch’ สีแดงสด เอาไว้เด่นชัด

               เห็นเพียงดวงตาเรียวรี ที่สีตาดำไม่ซ้ำกันสักวันด้วยคอนแทคเลนส์หลากสี เช่นเดียวกับทรงผมที่เปลี่ยนทรงตามเสื้อผ้าที่ใส่ด้วยวิกมากมาย ต่างทั้งรูปทรงและสีสัน

               ดั่งมีเวทมนตร์ ไม่ว่าจะอยู่ในชุดอะไร เธอก็สวมบทบาทเป็นตัวละครในจินตนาการได้อย่างถึงอกถึงใจผู้ชายที่เปิดแอปพลิเคชัน ‘บีโบ้’ เพื่อมาเสพเรือนกายที่ย้ายยัก ตามจังหวะเพลงของหญิงสาวผู้ใช้ชื่อบนโลกออนไลน์ว่า ‘ลิลลี่’

               ด้วยยุคสมัยแห่งเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต การสนองตอบต่อตัณหาของผู้คนทำได้มากมายหลายวิธี

               แอปพลิเคชันบีโบ้ก็เช่นกัน

               จุดประสงค์ของการสร้างแอปนี้ขึ้นมา เพื่อให้ ‘ผู้หญิง’ สมัครเป็นเมมเบอร์ เพื่อได้รับรหัสสามารถเปิดช่องของตนเอง ให้ผู้ชายเข้ามาดูพวกเธอถ่ายทอดสดภาพกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำ ซึ่งโดยมากมักเป็นการอวดเนื้อหนังมังสา ด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้น และท่าทางยวนยั่วกระตุ้นอารมณ์

               รายได้ของเมมเบอร์มาจาก 2 ทาง คือ

               1. การมอบของขวัญ : ผู้เข้าชมสามารถเลือกคำสั่ง มอบของขวัญ ที่แสดงบนหน้าจอ โดยของแต่ละชนิดจะมีการแสดงเอฟเฟกต์ที่แตกต่างกัน ยิ่งราคาสูง ภาพที่ปรากฏก็ยิ่งแสดงผลขนาดใหญ่จนเต็มหน้าจอ ทั้งช่อดอกไม้ รถซูเปอร์คาร์ หรือดอกไม้ไฟระยิบระยับ

               2. การออกคำสั่ง : เหนือกว่าการมอบของขวัญ ซึ่งต้องแลกด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงมากกว่าด้วยเช่นกัน คือการออกคำสั่งให้เมมเบอร์ทำท่าทางตามที่ผู้ชมต้องการ โดยคำสั่งมีกำหนดเอาไว้โดยเฉพาะให้เลือก ตั้งแต่ ตบก้น เขย่านม อมไอติม และที่เพิ่มเข้ามาล่าสุด คือ ‘รูดบัตร’ ซึ่งต้องจ่ายเงินถึง 5,000 บาท ในการสั่งให้หญิงสาวทำท่าเหล่านี้

               ผู้พัฒนาแอปพลิเคชันและเมมเบอร์จะได้รับรายได้ในอัตรา 50 : 50 ซึ่งนับว่ายุติธรรมต่อเมมเบอร์ ที่ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัว อวดร่างกายให้ผู้ชายเชยชม ซ้ำยังอาจถูกบันทึกภาพหน้าจอหรือบันทึกวีดีโอ แชร์ไปในโลกออนไลน์ให้ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงอีกด้วย

               แต่ไม่เห็นต้องแคร์! เมื่อรายได้ที่สูงถึงเดือนละหลายหมื่นบาท เมมเบอร์บางรายที่มีผู้ชมนิยมเป็นจำนวนมาก อาจได้เกินกว่าหนึ่งแสนบาทต่อเดือนเสียด้วยซ้ำ เงินจำนวนมากที่หามาได้โดยไม่ต้องเหนื่อยแรงทำงานงก ๆ เหมือนคนอื่น เป็นสิ่งดึงดูดใจให้มีสาว ๆ มากมาย พร้อมใจพร้อมกายสมัครเป็นเมมเบอร์ของแอปพลิเคชันบีโบ้นี้โดยมิได้คำนึงถึงผลกระทบด้านลบที่จะตามมา

               ลิลลี่ก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกกิเลสครอบงำ ด้วยรูปร่างสะโอดสะอง ผิวกายขาวดุจสำลี ส่วนที่ดึงดูดสายตาก็ใหญ่โตกว่าหญิงสาววัยเดียวกัน เธอจึงเป็นเมมเบอร์ที่ได้รับความนิยมติดท็อปของแอปพลิเคชันในการจัดอันดับประจำเดือนมาโดยตอลด

               ยิ่งปิดบังใบหน้า ยิ่งมีผู้อยากค้นหาว่าเธอเป็นใคร

               และเพราะความเป็นปริศนานี้ ทำให้พิเชษฐ์ตกหลุมรักเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น

               พนักงานในบริษัทเอกชนขนาดเล็ก เงินเดือนเพียงหมื่นต้น ๆ แม้ทำงานมากว่า 5 ปี ยังไม่มีเงินเก็บมากพอต่อเหตุฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้น

               พิเชษฐ์ยอมอด เขากินข้าวเพียงวันละ 2 มื้อ เพื่อนำเงินที่ควรใช้จ่ายเป็นค่าอาหาร มาเก็บหอมรอมริบไว้ ใช้เป็นค่าซื้อของขวัญในแอปให้ลิลลี่

               ยามได้ยินเธอเรียกชื่อ ขอบคุณด้วยถ้อยคำหวานหู เซอร์วิสให้นิดหน่อยด้วยการเผลอทำนู่นหลุดโน่นหล่น ชายหนุ่มผู้ไม่ประสาเรื่องรักก็แทบหัวใจวายตาคาโทรศัพท์ เขาเพ้อกระทั่งเก็บเอาไปฝัน ว่าได้นั่งอยู่ในห้องนอนของหญิงสาว และทำทุกอย่างกับเธอตามใจปรารถนา

               สิ่งเดียวที่ติดค้างในใจ ไม่ยอมลบเลือนคล้ายคราบสกปรกที่ติดอยู่ด้านนอกของกระจกอาคาร ไม่อาจขัดถูให้หลุดออกไปได้ นั่นคือ ลิลลี่มิได้เรียกชื่อเขาเพียงผู้เดียว

               รู้อยู่แก่ใจ ว่าแอปพลิเคชันนี้มีผู้ชมมากมายจากหลายหลายมุมประเทศ ยิ่งลิลลี่เป็นเมมเบอร์ยอดนิยม ก็ยิ่งมีคนเข้ามาเสพความเซ็กซี่ของเธอ

               คนที่รวยกว่าเขามีมากมายดุจแสงดาวในคืนเดือนมืด พิเชษฐ์เจ็บแปลบทุกครั้งยามลิลลี่เรียกชื่อและออดอ้อนชายคนอื่น เพื่อให้เขาทุ่มเงินซื้อของขวัญแพง ๆ หรือออกคำสั่งกับเธอ

               คำสั่ง... ที่เขาควรเป็นผู้สั่งได้ผู้เดียว!

               พิเชษฐ์กำหมัดแน่น เมื่อเห็นลิลลี่นั่งคร่อมตุ๊กตาหมี ก่อนโยกกายเป็นจังหวะตามเสียงเพลงเร้าใจ

 

 

               อานนท์หัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง

               ก่อนเริ่มคาบเรียน นักเรียนใน G Class หากไม่นั่งอยู่กับที่เพื่อเตรียมตัวเรียนในวิชาแรก ก็ลุกเดินไปจับกลุ่มคุยกับเพื่อน

               และประเด็นร้อนที่กลายเป็นหัวข้อสนทนาให้นักเรียนทุกคนรวมถึงครูของเวทธ์พิทยา ก็คือการเสียชีวิตของปลาย

               ต้อมและเพลง ที่หลายคนเข้าใจว่า รายหนึ่งคือการฆ่าตัวตาย อีกรายเพราะอุบัติเหตุ แต่กับปลาย นี่คือการฆาตกรรมอย่างชัดเจน

               แม้ไม่รู้ว่าฆาตกรเป็นใคร แต่เมื่อผู้ตายคือเพื่อนร่วมโรงเรียน บรรยากาศในเวทธ์พิทยาวันนี้ก็หดหู่ราวกับถูกสีเทาทาฉาบเอาไว้ทั่วบริเวณ

               และถึงแม้ทุกคนจะตกอยู่ในความหวาดผวา บางคนเศร้าหม่นด้วยสูญเสียเพื่อนไป กลับมีเพียงคนหนึ่งที่ใบหน้าแต้มด้วยรอยยิ้ม ราวกับการตายของปลาย คือเรื่องน่าหฤหรรษ์

               “เสือกดีนัก ตายห่าไปซะได้ก็ดี”

               หนึ่งในประโยคสนทนา ที่จงใจพูดเสียงดังจนคนทั้งห้องหันมอง

               ถึงเจ็บแค้น แต่ไม่มีใครกล้าทำอะไร ด้วยรู้ว่าการวุ่นวายกับอานนท์ คือการหาเรื่องเดือดร้อนให้ชีวิตนักเรียนที่เหลืออีกเพียงไม่กี่เดือนก็จะสำเร็จการศึกษา

               ข่าวลือเรื่องคนที่มีปัญหากับเขา กลายเป็นศพทีละคน ตั้งแต่ต้อมที่ถูกทำร้าย เพลงที่เคยคบหาในฐานะแฟน และปลายที่ตามติดเพื่อขุดคุ้ยเรื่องไม่ดีที่ทำ ก็ตอกย้ำซ้ำลงในสมองของเพื่อนร่วมห้อง G Class ว่าอานนท์คือตัวอันตรายอย่างสุดขั้ว

               “อีนี่แม่งปากไม่มีหูรูด ชอบเอาเรื่องคนอื่นมานินทา กูหวิดจะตบปากแม่งให้ฉีกหลายรอบแล้ว”

               ยังคงคะนองปาก พูดพล่ามไม่หยุด ทั้งที่อีกฝ่ายกลายเป็นศพไปแล้ว

               “แล้วที่ตลกที่สุดคืออะไรรู้ไหม กูรำคาญที่อีปลายชอบเสือก เลยจะให้พวกเด็กเทคนิคเพื่อนกูลากแม่งไปข่มขืน แต่พอเห็นหน้า เพื่อนกูบอกว่าปล่อยให้แม่งแก่ตายเหอะ ต่อให้เมาเหมือนหมา ก็ทำอะไรอีหมูดำนี่ไม่ลงจริง ๆ ฮ่า ๆ ๆ”

               ‘ปัง!’

               หันมองเป็นตาเดียว เสียงตบโต๊ะดังจากหน้าห้อง หยุดปากไม่มีหูรูดของอานนท์ ให้ไม่อาจพูดคำใดต่อไปได้

               ยิ่งเห็นสีหน้าเดือดดาลของคิว ที่ปกติจะวางท่าเยือกเย็นเสมอ นักกรีฑาโรงเรียนก็อดหวาดหวั่นใจไม่ได้ ทั้งที่ตนไม่เคยกลัวใครหน้าไหนแท้ ๆ

               แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้น อานนท์ไม่อาจแสดงให้อีกฝ่ายรู้ว่าตนหวั่นเกรงในท่าทาง จึงปลุกความห้าวหาญ ลุกเดินผ่าช่องว่างระหว่างโต๊ะ หมายเดินไปหาเรื่องอัจฉริยะคณิตศาสตร์

               แต่หนทางถูกกั้นขวางด้วยไทม์ แวน มิว และออยที่ลุกเป็นคนสุดท้ายอย่างหวั่น ๆ

               “พวกมึงอย่าเสือก” กระโชกขู่ แต่ไม่อาจก้าวเท้าเดินต่อไปได้ ด้วยไม่คาดว่าเพื่อนร่วมห้องอีก 4 คน จะหาญกล้าเผชิญหน้ากับเขาตรง ๆ เช่นนี้

               “ในฐานะหัวหน้าห้อง ฉันปล่อยให้มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นในห้องไม่ได้ และถ้าใครคิดฝ่าฝืนกฎของโรงเรียน อยากโดนไล่ออกก็ลองดูนะ”

               มิวไม่เคยกลัวอานนท์ เด็กหนุ่มรังเกียจอีกฝ่ายจนไม่อยากยุ่งด้วยมากกว่า จึงไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับเขาแม้เพียงคำพูดสักประโยค

               แต่เมื่อรับรู้ถึงความเลวร้ายที่ยากเกินเยียวยา คนที่ทำตัวเป็นแกะดำของห้องเช่นนี้ เขาซึ่งเป็นผู้ดูแลกฎระเบียบแทนครูประจำชั้น ไม่อาจยอมให้อานนท์ทำผิดเช่นนี้ต่อไปได้

               ได้ยินเช่นนี้ ไทม์และแวนจึงยิ้มมุมปาก หนึ่งคือนักกีฬาฟุตบอลที่รูปร่างและพละกำลังไม่เป็นสองรองใคร กับอีกหนึ่งที่ฉลาดแกมโกง คิดหาหนทางเล่นงานอานนท์ด้วยวิธีแสบสันต์เอาไว้แล้ว สองคู่หูจำเป็นก้าวเท้าเข้าหา ขณะที่คนหาเรื่อง เป็นฝ่ายถอยกรูด

               และครูวิชาภาษาไทยที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง ก็เป็นผู้ยุติเรื่องรุนแรงที่กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อเห็นผู้สอน ทั้งหมดก็กลับไปนั่งที่ ด้วยอารมณ์ที่ยังคุกรุ่นราวระเบิดที่ถูกจุดชนวนไปแล้ว

               คิวระบายลมหายใจเพื่อระงับความโกรธ แม้จะรับรู้ถึงนิสัยใจคอว่าปลายมีพฤติกรรมอย่างไร แต่การเอาคนตายมาพูดในทางเสียหาย เป็นเรื่องที่เลวร้ายเกินกว่าคนปกติจะทำได้

               ละความสนใจที่มีต่ออานนท์ไป คงกลับมาใช้สมาธิและสมอง รวบรวมเบาะแสทั้งหมด เพื่อวิเคราะห์เป็นหนทาง อันนำไปสู่การแกะรอยหาคนร้าย

               เด็กหนุ่มไม่อาจปล่อยให้มีคนตายมากกว่านี้อีกแล้ว

 

 

               หากไม่มีกิจกรรมชมรม ไผ่หลิวจะตัวติดกับฝุ่นเป็นตังเม

               เพราะรับรู้ว่าไม่มีใครคบเธอด้วยมิตรภาพอย่างแท้จริง เด็กสาวที่ถูกยกให้เป็นดาวจนมีคนหมั่นไส้ เพราะทำตัวสูงส่ง ทั้งที่จริงแล้วไผ่หลิวมิใช่คนแบบนั้นเลยเสียด้วยซ้ำ

               ด่วนตัดสินจากคำคนอื่น โดยมิได้ทำความรู้จักให้รู้ถึงนิสัยใจคอที่แท้จริง นี่อาจเป็นพฤติกรรมของมนุษย์ในยุคที่ความคิดและการกระทำรวดเร็วระดับ 4G

               แต่แม้จะมีสาวเนิร์ดเป็นเพื่อนสนิท ช่วงนี้ไผ่หลิวกลับปล่อยให้ฝุ่นกินข้าวคนเดียว เพราะเกรงใจเพื่อนที่ต้องมาติดตามตน ที่ลอบติดตามคิวอีกทีเช่นนี้

               หากเป็นคนอื่นคงไม่สังเกต แต่แฟนพันธุ์แท้คิว ย่อมมองเห็นถึงความแปลกในพฤติกรรมของสิ่งที่ชายหนุ่มที่ตนแอบปลื้มกำลังกระทำอยู่

               คิวตั้งใจทำอะไรกันแน่...
               เริ่มจากการตระเวนไปยังที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตทั้งสองรายในโรงเรียน ทั้งที่คนตายสองคนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับเขา รวมถึงการจับกลุ่มไปไหนมาไหนด้วยกันของสมาชิก G Class ทั้งที่ก่อนหน้า แทบไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ

               หากใครรู้ว่าดาวโรงเรียน กำลังติดตามผู้ชายเพราะอยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาให้มากที่สุด คงหาว่าไผ่หลิวเป็นพวกโรคจิตหรือสตอล์คเกอร์เป็นแน่ แต่เด็กสาวรู้ตัวดีว่าเธอมิได้ทำเรื่องผิดบาปหรือสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใด

               ที่เดือดร้อนใจ คงมีเพียงตัวเองที่ไม่อาจรวบรวมความกล้าขอทำความรู้จักเขาให้มากกว่านี้เท่านั้น

               เธอสาวเท้าก้าวตามไปห่าง ๆ เมื่อเห็นว่าคิวกับเพื่อนอีก 4 คน กำลังเดินออกจากโรงเรียนทางประตูหลัง ก็หมายเดินตามไปให้รู้ว่าพวกเขากำลังไปไหน ไปทำอะไรกันแน่

               ทว่าเส้นทางกลับถูกกั้นขวาง

               “รีบเดินแบบนี้ เดี๋ยวก็หกล้มหรอกค่ะ”

               หางเสียงคะขาทั้งที่มิใช่ผู้หญิง และมิได้มีจิตใจเป็นหญิง หากทว่าแสดงทีท่าให้เหมือนเป็นคนอ่อนโยน ขัดกับรูปลักษณ์ภายนอกอย่างสิ้นเชิง

               อานนท์ที่เปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดนักเรียนเป็นชุดกีฬา เสื้อและกางเกงกีฬาสีส้มสลับดำยี่ห้อ Nike รุ่น Zonal Cooling เผยให้เห็นมัดกล้ามที่ปูดโปนออกมาทั้งจากท่อนแขนและขาแน่นหนั่น เครื่องหน้าที่ดึงดูดเพศตรงข้ามจน ‘ตก’ ผู้หญิงมาได้หลายต่อหลายราย ทำให้เด็กหนุ่มมั่นใจในเสน่ห์ของตนมากพอ จึงกล้าเดินมาขวางหน้าดาวโรงเรียนอย่างไผ่หลิวเช่นนี้

               “ไม่หรอก เราระวังตัวเองอยู่นะ”

               ไม่ตำหนิติเตียน ทั้งที่ใจร้อนรุ่มด้วยคิวและเพื่อนเดินห่างออกไปทุกที ด้วยตำแหน่งที่เปรียบดั่งหัวโขน ทำให้เธอไม่อาจแสดงกิริยาไม่ดีอะไรออกไปได้

               แม้อยากถีบยอดหน้าอานนท์ให้คว่ำก็ตาม

               “ทำไมวันนี้รีบกลับบ้านล่ะคะ ไม่อยู่ซ้อมเชียร์เหรอ” ยังคงต่อบทสนทนา โดยไม่สังเกตสีหน้าเบื่อหน่ายและไม่อยากเจรจาพาทีของอีกฝ่ายเลยสักนิด

               “วันนี้มีธุระ เรารีบกลับบ้านน่ะ”

               เน้นเสียงคำว่า ‘รีบ’ เพื่อหวังให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่าควรหลีกทางไปเสียที

               แต่ไม่สน จะรู้หรือไม่รู้ คนอย่างอานนท์ก็ไม่ยอมปล่อยให้เป้าหมายหลุดมือไปอยู่ดี นักกีฬาหนุ่มก้าวเข้าหาจนไผ่หลิวที่ทำเข้มแข็ง ยังอดหวาดหวั่นในใจไม่ได้

               มือยื่นมาจับปอยผม ก่อนหยิบบางสิ่งออกมา “ใบไม้ติดผมค่ะ”

               โล่งใจ มิได้รุ่มร่าม แต่เพียงแค่หยิบใบไม้ออกให้เท่านั้น

               “เดินใต้ต้นไม้ระวังหน่อยนะคะ ช่วงนี้ใบไม้ร่วงเยอะด้วย” ทิ้งใบไม้ไปแล้ว แต่มือกลับยื่นจับผมเธออีกครา คล้ายปรารถนาลูบศีรษะ

               ไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป ไผ่หลิวตั้งใจฟาดฝ่ามือตบหน้าคนฉวยโอกาส

               แต่เสียงประกาศดังขึ้นขัดจังหวะเอาไว้

               “นายอานนท์ เรืองเดชสกุลชัย นักเรียนชั้น ม.6 ห้อง G มาพบครูรุ่งทิพย์ที่ห้องฝ่ายปกครองด้วยค่ะ”

               เสียงจากลำโพงสร้างความหงุดหงิดให้อานนท์จนเขาตีหน้าถมึงทึง ด้วยโอกาสใกล้ชิดกับไผ่หลิวแบบตัวต่อตัวช่างยากเย็น เมื่อถูกทำลายโอกาสนี้ ก็ยิ่งแค้นเคืองจนต้องสบถออกมาอย่างไม่อาจควบคุม

               เด็กสาวเป่าปากอย่างโล่งอก เกือบพลั้งมือทำเรื่องไม่ดีไปแล้ว แม้มิได้อยากได้ใคร่ดีกับตำแหน่งดาวโรงเรียนเท่าใดนัก แต่ก็ไม่อยากให้ภาพลักษณ์ของตนเสียหาย จนเขา... เข้าใจในตัวเธอผิด

               เหลียวมองที่ลำโพง อุปกรณ์ขยายเสียงที่ติดเอาไว้ตรงเสาไฟฟ้า ส่งเสียงออกมาช่วยเธอไว้ได้ ใจนึกขอบคุณครูรุ่งทิพย์ ที่เรียกนักเลงคนนั้นไปถูกจังหวะพอดิบพอดี

               แต่คิ้วพลันขมวดมุ่น เมื่อเห็นร่างคุ้นตาเดินออกมาจากหลังเสาไฟฟ้า

               “ฝุ่น...” เธอครางอย่างประหลาดใจ เมื่อคนที่คิดว่ากลับบ้านไปแล้ว กลับโผล่มาพร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยเห็นบนใบหน้าเพื่อนสนิทมาก่อน

               “ทันเวลาใช่ไหมล่ะ”

               “ทันเวลา... อะไรของแก”

               เด็กสาวสวมแว่นหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโชว์หน้าจอให้เพื่อนสนิทดู เห็นเป็นภาพลำโพง ด้านบนมีตัวอักษรภาษาอังกฤษไม่คุ้นตา

               “แอป Super Amplifier น่ะ เอาไว้ขยายเสียงให้ดังได้สูงสุด 5 เท่าของลำโพงโทรศัพท์ตามปกติ แกจำไม่ได้เหรอว่าเสียงเมื่อกี๊คือเสียงใคร”

               เสียง... ได้ยินเช่นนี้ก็ถึงบางอ้อ

               “ก็ว่าอยู่ว่าทำไมเสียงคุ้น ๆ ขอบใจนะที่รัก” พูดพลางเดินเข้าไปกอด

               คนถูกกอดเอามือลูบศีรษะคล้ายแม่ปลอบใจลูก

               “ทีหลังอย่าเดินไปไหนมาไหนคนเดียว แถวนี้หมาบ้ามันเยอะ อย่าลืมสิว่าเรื่องคิว ฉันซัพพอร์ตแกอยู่นะ ไม่เห็นต้องมีความลับกับฉันเลย”

               หากไม่ได้ฝุ่นที่เห็นเหตุการณ์ และอัดเสียงตัวเองเอาไว้ ก่อนเอาโทรศัพท์ไปวางไว้หลังเสาไฟฟ้าที่มีลำโพงติดตั้ง เพื่อลวงให้อานนท์เข้าใจว่าเสียงที่ดังจากแอปพลิเคชันขยายความดังนั้นดังจากลำโพงจนทำให้คนหยาบช้ารามือจากเพื่อนรักไปได้ ไผ่หลิวคงไม่วายได้ตบหน้าอานนท์จนคนที่อยู่แถวนั้นเห็นกันถ้วนทั่ว

               อย่างน้อย ฝุ่นก็รักษาภาพลักษณ์ของเพื่อนได้ครั้งหนึ่ง และอาจไม่มีครั้งที่สองหากไผ่หลิวมีความลับกับเธอ

               “สัญญาจ้ะ ว่ามีอะไรจะบอกหมดเลยนะ อย่างอนเค้านะที่รัก”

               พูดพลางเอามือดึงแก้ม จนคนที่ตีหน้าเฉยชาตลอดเวลา อดยิ้มอีกคราไม่ได้

               “ตามไม่ทันแล้วมั้ง ป่านนี้ไปไหนกันแล้วก็ไม่รู้”

               ฝุ่นมองประตูทางออกหลังโรงเรียน เห็นนักเรียนที่ทยอยเดินกลับบ้าน แต่ไม่เห็นแม้เงาของพวกคิว จึงบอกให้เพื่อล้มเลิกความตั้งใจ

               “อื้อ ไม่เป็นไร ยังเรียนด้วยกันอีกตั้งเกือบปี”

               เมื่อตัดใจ ไผ่หลิวจึงเดินออกจากโรงเรียนพร้อมกับฝุ่น โดยไม่รู้เลยว่า ทุกการกระทำของเธอ ล้วนตกอยู่ในสายตาครูพละหนุ่ม ผู้มองตามร่างอวบอัดไปอย่างมีนัย...

 

 

               สมุดบันทึกปกหนัง สภาพเก่าคร่ำคร่าจนเนื้อกระดาษเป็นสีเหลืองซีด ถูกเปิดอ้าเอาไว้ที่หน้ากลาง เผยรายชื่อนักเรียนของโรงเรียนเวทธ์พิทยา ที่ถูก ‘บันทึก’ เอาไว้ โดยสามรายชื่อแรกของหน้านี้ คือชื่อของต้อม เพลง และปลาย ที่ถูกขีดกากบาทเอาไว้

               เรียงรายลงมา ยังมีชื่อเด็กอีกหลายคน หลากชั้นปี หมึกเส้นหนักจนแทบทะลุหน้ากระดาษ ด้วยเพราะยามเขียน ถ่ายทอดอารมณ์โกรธเกลียดลงไปแบบไม่ปิดบัง

               ในสลัวรางและเงียบงัน ยินเพียงเสียงหายใจฟืดฟาดของคนที่นั่งเพ่งจ้องรายชื่อไม่กะพริบ รอยยิ้มเหี้ยมจุดที่ใบหน้า ส่งให้ผู้ที่นั่งตัวตรงแน่วบนเก้าอี้บุนวม แลดูคล้ายผีห่าซาตานจากขุมนรก

               บนโต๊ะที่วางสมุดบันทึก มีกรอบรูปตั้งวางเอาไว้ เด็กน้อยในรูปยิ้มร่าส่งมาให้ แม้เสื้อขาวในชุดเอี๊ยมยีนส์จะเปื้อนเปรอะไปด้วยไอศกรีมจนน่ากลัวจะซักไม่ออกก็ตาม

               เป็นรอยยิ้มที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสา จนคนที่เหลือบสายตามาสบ พลันเปลี่ยนสีหน้าเป็นโหยหา และหวนไห้

               รอประเดี๋ยวเถอะ พวกมันทุกคน ต้องได้รับผลกรรมในสิ่งที่ก่อเอาไว้

               อย่างสาสม!

 

 

               เหตุที่คิวมุ่งมั่นในการสืบหาความจริง มิใช่เพราะเขาเก่งกล้าอวดดี หรืออยากอวดภูมิให้ผู้ใหญ่รับรู้ หากทว่า อุปนิสัยรักความถูกต้องและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ถูกถ่ายทอดมาจากครอบครัว

               บิดาเป็นนายตำรวจยศพันตำรวจตรี ด้วยตำแหน่งสารวัตรสืบสวน ทำให้ชายหัวหน้าครอบครัวมีตารางเวลาไม่ตรงกับคนอื่นในบ้าน ส่วนมารดาเป็นนางฟ้าในชุดขาว แม้ล่วงเลยเข้าวัยกลางคน แต่ยังคงสวยสะพรั่งไม่ต่างจากสมัยสาว ๆ เท่าใดนัก

               ฝ่ายหนึ่งป้องกันปราบปรามรักษาความสงบ อีกฝ่ายช่วยเหลือผู้ป่วยไข้ด้วยใจเมตตา สองความต่างทว่าลงตัว ถ่ายทอดส่วนดีมาถึงคิวจนหล่อหลอมให้เด็กหนุ่มมีนิสัยเช่นนี้

               เมื่อเดินเข้าบ้าน เป็นบิดาในชุดเสื้อยืดคอวีสีขาวกางเกงขาสั้น นั่งง่วนกับเอกสารบนโต๊ะทำงาน ก็เดินเข้าไปแอบดูจากด้านหลังอย่างใคร่รู้

               “มาช่วยพ่อดูนี่หน่อยสิ”

               ราวกับมีตาหลัง หรืออาจเพราะสัญชาตญาณนักสืบ ทำให้ล่วงรู้ถึงความเคลื่อนไหวรอบตัว ไม่เว้นกระทั่งจากด้านหลัง

               คิวเกาศีรษะแก้เก้อ ก่อนนั่งลงที่เก้าอี้ข้างบิดา สายตาจับจ้องที่กองเอกสารซึ่งมีทั้งข้อความและภาพถ่าย

               “ภาพถ่ายนี้พ่อได้จากโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต เป็นภาพตอนที่เขาถ่ายกับแฟนในห้องนอนของตัวเอง เวลาที่ระบุในรายละเอียดของภาพถ่าย ระบุว่าเป็นเวลาเก้าโมงเช้า แต่เขาถูกพบเป็นศพถูกมีดแทงที่หน้าอก ตอนเก้าโมงสิบห้า ตอนนี้แฟนของเขาถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวนอยู่ เพราะเป็นผู้อยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้าย แต่เธอยังปฏิเสธ”

               คล้ายกล่าวรายงานผลการสืบสวน ทั้งที่อีกฝ่ายเป็นเพียงเด็กมัธยมปลาย มิใช่ผู้บังคับบัญชาของตน

               อย่างคาดหวัง...

               หลายครั้งที่ สารวัตรสังกาศ คลี่คลายคดีได้ เพราะได้รับคำแนะนำจากลูกชายที่เพียงรู้ข้อมูลหรือเบาะแสเพียงเล็กน้อย กลับเชื่อมโยงรายละเอียดต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ราวกับเห็นภาพทั้งหมดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ครั้งนี้คนเป็นพ่อจึงอธิบายรายละเอียดทั้งหมดที่สืบสวนมาได้ ด้วยหวังว่าคิวอาจมองเห็นในสิ่งที่ลอดหูลอดตาตนเองไป

               สายตาคมกริบของเด็กหนุ่ม มองสองภาพเพื่อเปรียบเทียบ

               ภาพหนึ่ง เป็นชายวัยรุ่นที่ข้อมูลระบุว่าอายุ 22 ปี สวมเสื้อผ้าชุดนอนผ้าแพรสีกรมท่า ผมยุ่งคล้ายเพิ่งลุกจากที่นอน นาฬิกาดิจิตัลที่ตั้งบนหัวเตียงระบุเวลา 09.00 น. เขากอดคอหญิงสาววัยเดียวกัน ที่อยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาว กางเกงขาสั้นจุด ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กล้องที่ดูองค์ประกอบภาพทราบว่าฝ่ายชายเป็นผู้ถ่าย รายละเอียดประกอบภาพเขียนเอาไว้ว่า ภาพนี้อยู่ในอัลบัม ‘ภาพถ่าย’ จากโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย เวลาถ่ายคือ 09.00 น. ในวันเกิดเหตุ

               อีกภาพ เป็นผู้ชายคนเดียวกัน นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ในสภาพมีมีดปักอยู่ที่หน้าอก เสื้อผ้ายังอยู่ในชุดเดิม เครื่องเรือนทุกชิ้นยังคงตั้งอยู่ในสภาพเดิม ตัวเลขบนนาฬิกาเปลี่ยนเป็น 09.31 น. ภาพนี้ถูกถ่ายโดยตำรวจที่ได้รับการแจ้งว่ามีเหตุฆาตกรรม

               ด้านล่างของภาพเป็นข้อความระบุเหตุการณ์เบื้องต้น จากการตรวจพิสูจน์สาเหตุการณ์เสียชีวิตของแพทย์ว่าผู้เสียชีวิตตายเพราะถูกอาวุธมีดแทงตัดขั้วหัวใจ เวลาตายประมาณ 09.15 น. บนมีดมีลายนิ้วมือของผู้ตายและหญิงสาวที่ถูกจับกุมตัว

               หลักฐานชัดเจนเช่นนี้ ต่อให้ปฏิเสธอย่างไร ก็คงไม่มีวันหลุดรอดการลงโทษทางกฎหมายไปได้

               เว้นเสียแต่ มีคนสังเกตเห็นว่ามีความผิดปกติในภาพถ่ายทั้งสองนี้ และคนคนนั้น คือคิว

               “ผู้หญิงปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่กับผู้ตายในวันนี้ใช่ไหมครับ”

               มิได้ถามว่าปฏิเสธไม่ได้เป็นคนฆ่า หากแต่ถามเช่นนี้ จึงเรียกรอยยิ้มให้คนเป็นพ่อ ด้วยรู้ว่าลูกชายสังเกตเห็นอะไรบางอย่างแล้ว

               “ใช่ เธอบอกว่าอยู่ที่ห้องเช่าตลอดตั้งแต่เมื่อวาน หลังจากแยกกับผู้ตายเมื่อวานก็ไม่ได้ไปหาเขาที่บ้านอีก แต่เพราะอาศัยอยู่คนเดียว จึงไม่มีพยานยืนยันที่อยู่”

               “อาจเป็นการฆ่าตัวตายครับ และเป็นการฆ่าตัวตายที่ผู้ตายพยายามป้ายให้เป็นความผิดของแฟนตัวเอง”

               “ทำไมลูกคิดแบบนี้”

               “รูปเซลฟีคู่ไม่น่าจะถ่ายวันนี้ครับ พ่อดูที่ข้อมือคนตายสิครับ ข้อมือที่โอบคอผู้หญิงอยู่สีผิวเสมอกับเนื้อแขนและมือ แต่ภาพตอนตาย สีตรงนั้นขาวกว่าส่วนอื่น เหมือนคนใส่นาฬิกาเอาไว้ตลอดและออกแดด จนทำให้สีผิวไม่เสมอกัน รูปคู่ที่อาจใช้แอปแต่งรูป ทำให้ผิวขาวกว่าความเป็นจริง จึงเปรียบเทียบไม่ได้ แต่รอยที่ข้อมือ อย่าว่าแต่ชั่วโมงเลย ใช้เวลาเป็นเดือนก็น่าจะยังไม่คลาย”

               นายตำรวจอึ้ง เพ่งพิศตามคำบอกของลูก ก็พบว่าตนมองข้ามจุดนี้ไป

               “แล้วเวลาในรายละเอียดรูปถ่ายล่ะ รูปถูกระบุว่าถ่ายวันเดียวกันนี่นา”

               “ถ้าผมเป็นคนตาย แล้วมีเรื่องโกรธเคืองกับแฟนจนอยากตายและทำให้เขากลายเป็นฆาตกร ผมจะจัดฉากการฆ่าตัวตาย โดยจัดห้อง และใส่เสื้อผ้าให้เหมือนกับวันที่มีรูปถ่ายคู่กัน โดยรูปคู่นั้นต้องไม่เคยเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียลอื่น แล้วใช้วิธีการ ‘แคป’ หน้าจอรูปนั้น ก่อนย้ายรูปที่แคปเข้าไปในอัลบัมรูปถ่าย เท่านี้รายละเอียดของภาพก็จะแสดงวันเวลาที่ถูกแคป ก็คือวันเวลาก่อนหน้าจะเสียชีวิต แล้วใช้มีดที่อาจวางแผนเอาไว้ว่าให้แฟนของตัวเองจับจนมีรอยนิ้วมืออยู่ด้วย แทงตนเองจนตาย”

               กระจ่างแจ้งแล้ว แม้เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน แต่สามารถตอบคำถามในช่องโหว่ต่าง ๆ ที่ตำรวจคาดไม่ถึงได้อย่างครบถ้วน สารวัตรรีบโทรศัพท์แจ้งข้อมูลกับลูกน้อง เพื่อให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้เคียงกับบ้านของผู้ตายและหอพักของแฟนสาว เพื่อหาหลักฐานยืนยันว่าเธอมิได้มายังบ้านของแฟนตนเองตามคำให้การจริง

               “ลูกนี่... น่ากลัวแฮะ”

               กล่าวเย้าอย่างอารมณ์ดีที่ปิดคดีได้ คิวยิ้มกว้างอย่างโล่งใจ มิได้ภาคภูมิที่ตนสันนิษฐานได้อย่างแม่นยำ แต่โล่งใจที่ผู้บริสุทธิ์มิต้องถูกจับกุมด้วยการใส่ความของผู้ตาย

               จากนั้นทั้งคู่จึงเดินมานั่งที่โซฟาที่จัดวางเป็นรูปตัวแอล ในห้องรับแขกบริเวณส่วนหน้าของบ้าน โทรทัศน์ที่เปิดเอาไว้นำเสนอข่าวความคืบหน้าการสืบสวนกรณีพบศพนักเรียนเวทธ์พิทยาถูกฝังเอาไว้ท้ายโครงการหมู่บ้านจัดสรร คิวเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งเครียดขณะตั้งใจฟังข่าว

               ตำรวจยังไม่สามารถหาหลักฐานเพิ่มเติมและรู้ตัวผู้ต้องสงสัย เพราะคนร้ายฉลาดที่ไม่ทิ้งร่องรอยเบาะแสอันใดไว้เลย ได้ยินเช่นนี้ คิวจึงนิ่งไปอย่างใช้ความคิด

               “เพื่อนลูกใช่ไหม”

               สังกาศถามลูกชาย เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้า ก็เข้าอกเข้าใจในอารมณ์ ด้วยรู้ว่าลูกรักความยุติธรรมและเป็นคนจิตใจดีแค่ไหน

               “เดี๋ยวพ่อคุยกับคนที่ทำคดีนี้ให้ เผื่อมีอะไรมาให้ลูกวิเคราะห์”

               ประโยคนี้เรียกรอยยิ้มเด็กหนุ่มขึ้นมาได้

              

 

               เสียงลูกสนุกเกอร์กระทบกันดังระรัว ผู้ถือไม้คิวยกยิ้มเมื่อเห็นลูกสีแดงและดำพุ่งลงหลุมทั้งคู่ เงินพนันขันต่อที่วางเอาไว้บนโต๊ะด้านข้าง ถูกรวบเข้ากระเป๋าผู้มีชัยในเกม

               ไร้ซึ่งความสนใจ อานนท์มิได้ใส่ใจต่อเสียงและความคึกครื้นที่เกิดขึ้น คงหงายหน้าสูดปากอย่างเสียวซ่าน เมื่อเด็กสาวที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าตน ขยับเคลื่อนริมฝีปากอย่างแคล่วคล่อง

               สมการแต่งตัว ทั้งเสื้อกล้ามตัวจิ๋วเผยหน้าท้องนวลเนียน สะดือเจาะเอาไว้ด้วยสเตนเลสประดับเพชรปลอม กางเกงสั้นแค่คืบไม่อาจปิดสะโพกกลมกลึงได้มิด เพียงพบอานนท์ไม่กี่วัน ก็ติดตามเขามายังแหล่งมั่วสุม ที่เต็มไปด้วยนักเรียนนักเลงมากมายนับสิบคนอย่างใจง่าย

               “อา...”

               ครางดังอย่างไม่อาย มือที่ขยุ้มจนผมยาวย้อมเป็นสีแดง ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง เด็กสาวแลบลิ้นเลียรอบริมฝีปาก ก่อนเงยหน้ามองชายคนรัก อย่างภาคภูมิในฝีไม้ลายมือของตน

               โดยไม่รู้เลยว่า สายตาเหี้ยมของอานนท์ที่มองสบเพื่อนนับสิบที่หันมาอย่างพร้อมเพรียง จะหมายถึงคำสั่งให้ ‘จัดการ’ เธอตามใจชอบ

               ไอ้คนที่อยู่ใกล้ที่สุด กระชากร่างเล็กจนลอยหวือ ไม่ทันกรีดร้อง ปากหนาของมันก็ประกบปากกระจับของเธอ จนเสียงที่เปล่งดังฟังเพียงอู้อี้ ร่างบางถูกกดให้นอนลงบนโต๊ะสนุกเกอร์ ขณะที่คนที่เหลือรุมล้อมเข้ามาดั่งฝูงปลาสวายแหวกว่ายมารุมกินขนมปัง

               คนชั่วช้าอย่างอานนท์มองภาพนั้นด้วยหฤหรรษ์ มันรูดซิปกางเกงและหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดภาพของไผ่หลิว ที่สั่งให้รุ่นน้องที่ปวารณาตัวเป็นสมุน แอบถ่ายเธอในอิริยาบถต่าง ๆ

               อยากได้อะไรก็ต้องได้ เด็กหนุ่มหัวเราะร่าในใจ ด้วยมุ่งหมายต่อเรือนร่างงามงดของหญิงที่ตนปรารถนา พลางคิดไปถึงภาพอนาคตยามได้เธอคนนี้มาครอบครอง

               โดยมิได้สนใจเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ ของของเล่นที่ตนเบื่อ จนโยนทิ้งให้เพื่อนพ้องได้เสพสุขสมใจอยาก

 

 

               “สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้อยู่กับลิลลี่ถึงเช้าเลยนะคะ”

               เสียงหวานดังผ่านลำโพง เรียกความสนใจให้ชายฉกรรจ์นับร้อยพัน ที่นั่งเฝ้าอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อรอดูเมมเบอร์ที่ตนโปรดปราน

               วันนี้เธอมาในชุดนักศึกษา ที่ติดกระดุมไม่ครบเม็ด เผยช่องว่างร่องอกที่เปิดอ้าทุกคราที่ขยับกาย กระโปรงก็ร่นขึ้นมาจนเป็นไปถึงสิ่งพึงสงวนด้วยรู้ว่าสามารถกระตุกกระตุ้นอารมณ์ชายทุกผู้ ให้ ‘จ่าย’ ค่าจ้างกับเธออย่างคุ้มค่า

               หญิงสาวนั่งคร่อมหมอนข้าง และโยกกายช้า ๆ ตามจังหวะเพลง ภาพนั้นทำให้ทุกคนที่ดูการถ่ายทอดสด ต้องเบิกตาอย่างหื่นกระหาย

               “ขอบคุณช่อดอกไม้จากพี่พิเชษฐ์ด้วยนะคะ จัดให้หนูหลายดอกเลย ถ้ามีโอกาสจะจัดให้พี่สักดอกสองดอก”

               คนถูกเรียกชื่อหัวใจพองโต เงินที่กู้ยืมมา ถูกนำมาละลายกับการใช้จ่ายเพื่อสนองตอบกิเลส โดยไม่มีสิ่งใดได้มาเป็นรูปธรรม

               มีเพียงความฝันอย่างเลื่อนลอยเท่านั้น

               “ว้าว! ขอบคุณพี่โดโด้สำหรับรถสปอร์ตด้วยนะคะ ร้ากกกก” พูดพลางส่งจูบ หลังหน้าจอแสดงภาพกราฟิกรถสปอร์ตสีแดงสดขับผ่านไป

               ราคาสูงกว่าถึงสามเท่า เพียงช่อดอกไม้ ไหนเลยจะเทียบรถหรู แม้เป็นเพียงกราฟิก แต่ราคาค่างวดก็ไม่อาจเปรียบ พิเชษฐ์ที่ยิ้มได้เพียงชั่วครู่ พลันต้องถูกกระชากห้วงยินดีนี้ให้หลุดลอย

               และลอยหายไปไกลมากขึ้น เมื่อชื่อชายอีกมากมายนับสิบคน ถูกเรียกขานด้วยน้ำเสียงหวานใส เสียงครวญครางอย่างยวนยั่ว ผสานเสียงชายเหล่านั้น ยิ่งทำให้พิเชษฐ์กำหมัดกัดฟันกรอด

               “อีร่าน!”

               ตะโกนก้องราวปรารถนาให้คนในจอได้ยิน

               แต่เสียงนั้นไม่อาจดังไปถึง ลิลลี่ยังคงโปรยเสน่ห์และบอกรักผู้ชายทุกคนที่จ่ายผลประโยชน์ให้เธอ ยิ่งดึก คำขอบคุณนั้นยิ่งวาบหวาม ปากกาเมจิกถูกเขียนชื่อ ‘ลูกค้า’ ลงบนเนื้อหนัง ทั้งหน้าท้องนวลเนียน ท่อนแขนขาวเรียว และ... เนินอกอวบอิ่ม

               ราวหัวใจถูกกรีดเฉือน แม้ทุ่มเทมากเท่าไหร่ ค่าของเขากลับมีเพียงคำขอบคุณเท่านั้น

               ไร้ค่า ไร้ราคา ไร้ตัวตนในสายตาของเธอ

               ดวงตาหวานฉ่ำ มองสบหน้าจอราวจ้องมองมา พิเชษฐ์กัดฟัน หยิบมีดที่วางอยู่บนโต๊ะมาถือมั่น ก่อนกล่าวกับเธอด้วยประโยคสั่งลา

               “จงรู้ไว้ซะ ว่าผู้ชายคนนี้รักเธอมาก มาก... จนยอมตายเพราะทนไม่ได้ที่เธอจะมีผู้ชายคนอื่นแบบนี้”

               คมมีดปักเข้ากลางอก เลือดแดงฉานไหลอาบร่างที่กระตุกเกร็งเพียงไม่กี่ครั้ง ก่อนแน่นิ่งไป

               ความรักฝ่ายเดียวนั้นรุนแรงหนักหนา ยิ่งเมื่อเกิดกับคนที่ไร้ประสบการณ์รักดังเช่นพิเชษฐ์ ก็ยิ่งฉุดกระชากลากห้วงอารมณ์ความรู้สึกของเขาให้จมดิ่ง ความผิดหวังแม้ไร้สาระในสายตาและความคิดคนอื่น แต่สำหรับเขา การถูกทรยศซึ่งความทุ่มเท นั้นมีอิทธิพลมากพอให้ชายหนุ่มตัดสินใจทำเรื่องสิ้นคิดเช่นนี้

               ดวงตาของลิลลี่ยังคงมองมา แม้ร่างของคนตรงหน้าจอ จะล้มลงจากเก้าอี้ไปกองกับพื้นแล้วก็ตาม

               หญิงสาวโยกย้ายเรือนร่าง ท่ามกลางเสียงเพลงคึกคัก ดังเพลงสวดนำดวงวิญญาณพิเชษฐ์

               ไปสู่สังสารวัฏ

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น