อัปเดตล่าสุด 2021-01-19 13:28:05

ตอนที่ 6 SUNDAY-ครรภ์อาฆาต : เคยเป็นไหม ? รู้ว่าไม่ดี...แต่ก็ทำ

       คำเธียรเดินเข้ามาในบ้านหลังจากเมื่อเช้าออกไปวิ่งจ๊อกกิ้งสำรวจบริเวณบ้านใหม่ น้ำเต้าหู้ใส่เครื่องหวานน้อยของเขากับน้ำเต้าหูงาดำหวานปกติของหญิงคนรักถูกหิ้วกลับเข้ามาด้วยเพื่อเป็นอาหารมื้อเช้า แรกทีเดียวจะซื้อปาท่องโก๋มาด้วยแต่แม่ค้าเพิ่งตั้งกระทะทอดซึ่งคงต้องรออีกสักพัก คำเธียรจึงไม่ได้รอซื้อกลับมาด้วยเพราะเดี๋ยวจะไปทำงานสาย เดี๋ยวเอาขนมปังมาปิ้งกินด้วยก็ได้

       เสียงอาบน้ำดังมาจากบนบ้าน มิวคงเพิ่งตื่นมาอาบน้ำอาบท่า เขาจึงรีบจัดแจงเตรียมแก้วสำหรับใส่น้ำเต้าหู้ ยัดขนมปังลงเครื่องปิ้งให้เรียบร้อย ก่อนจะขึ้นไปข้างบนเพื่อเรียกภรรยาให้ลงมากินอาหารเช้าซึ่งเป็นมื้อสำคัญของเธอกับลูกในท้อง

       เสียงข้อความในไลน์ดังขึ้นจนคนที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนต้องหันมอง มันเป็นเสียงไลน์ที่ดังถี่ ๆ ราวกับคนส่งมามีเรื่องร้อนใจเสียเหลือเกิน ปกติแล้วคำเธียรไม่ค่อยยุ่มย่ามโทรศัพท์มือถือของภรรยาเท่าไหร่พอ ๆ กับที่มิวไม่มายุ่งโทรศัพท์ของสามีเพราะต่างก็ให้เกียรติกัน แต่ช่วงนี้ชายหนุ่มสังเกตเห็นว่าเวลามิวแชทไลน์มักมีสีหน้าเครียดและบางทีก็ฉุนเฉียวเสียจนผิดปกติ บ่อยครั้งที่เธอชอบแอบไปคุยโทรศัพท์ให้ห่างจากเขา  จากที่เคยไว้ใจก็เริ่มเป็นความสงสัย และจากความสงสัยก็ค่อยเปลี่ยนเป็นความระแวง

       เคยเป็นไหม ?

       รู้ว่าไม่ดี...แต่ก็ทำ

       ชายหนุ่มมองไปที่ประตูห้องน้ำเพื่อให้แน่ใจว่ามิวจะยังไม่ออกมาในขณะที่เขาแอบอ่านไลน์...ไม่รอช้า คำเธียรคว้าโทรศัพท์ของภรรยาขึ้นมาอ่านไลน์ที่เด้งรัว ๆ สิ่งที่เขาอ่านเจอนั้นทำให้ชายหนุ่มยืนอึ้งเหมือนโดนต่อยฮุกซ้ายเข้าเบ้าตาเต็ม ๆ เหมือนถูกจุดไฟเผาร่างจนเลือดภายในกายเดือด เหมือนโดนสวมเขาอยู่บนหัวให้เป็นควายทั้ง ๆ ที่เป็นคน เพราะข้อความในไลน์นั้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่ามิวมีชู้ และที่สำคัญเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขา!

       เมื่อวาน...

       ชัยวัฒน์ - เมื่อไหร่จะบอกความจริงกับมันว่าลูกไม่ใช่ของมัน 12.09

       มิว - ก็บอกว่ายังไม่ถึงเวลา รอให้ฉันคลอดก่อน จะคลอดลูกแต่ละคนค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อย ที่สำคัญรอฉันแอบเอาเงินของมันเข้าบัญชีให้มากกว่านี้อีกหน่อย พอออกไปจะได้อยู่สบาย ไม่ต้องลำบาก 12.11

       ชัยวัฒน์ – รีบ ๆ เข้าเถอะ ผมไม่อยากเห็นมันอยู่กับคุณอีกแล้ว คุณเป็นเมียผมนะ 12.13

       มิว - อีกไม่นานหรอก ช่วงนี้ก็อย่าโทรมาบ่อย อย่าส่งไลน์มาถี่นัก ฉันรู้สึกว่ามันเริ่มจะสงสัยแล้วว่าฉันคุยกับใคร นี่ฉันต้องอ้างว่าคุยกับเพื่อน กลัวว่าถ้ามันจับได้เราจะซวย 12.15

       ชัยวัฒน์ - โอเค รีบจัดการเข้าแล้วกัน 12.16

       วันนี้...

       ชัยวัฒน์ - มิว โอนเงินมาให้สักห้าพันก่อนสิ ผมจะเอาไปเที่ยว 06.35

       ชัยวัฒน์ - มิว โอนเงินมาหน่อย 06.36

       ชัยวัฒน์ – เร็ว ๆ ผมรีบ 06.37

       ชัยวัฒน์ – ทำอะไรอยู่วะ ชักช้าจริง อย่าให้ผมต้องโมโหนะ 06.38

       ชัยวัฒน์ - อ่านแล้วทำไมไม่ตอบ ถ้าอย่างนั้นผมจะโทรไปนะ 06.40

       คนที่ถือโทรศัพท์อยู่มือสั่นด้วยความโกรธ จังหวะเดียวกับประตูห้องน้ำเปิดออก มิวที่นุ่งผ้าขนหนูอยู่เห็นว่าสามีถือโทรศัพท์มือถือของเธออยู่ก็โกรธที่เขามายุ่งกับของส่วนตัว ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น มันเป็นเสียงที่ตั้งไว้พิเศษสำหรับคนพิเศษ คนที่ทำให้มิวต้องรีบวิ่งตรงมาแย่งโทรศัพท์ในมือสามีไปแต่เขาไม่ยอม กลับเอื้อมมือไบบีบคอของอีกฝ่ายด้วยความเกรี้ยวโกรธราวกับผีร้ายเข้าสิง

       “มึงมีชู้! เด็กในท้องของมึงก็ไม่ใช่ลูกกู! อีแพศยา!”

       “โอ๊ย...ปล่อยนะ มิวหายใจไม่ออก ปล่อย! บอกให้ปล่อย!” หญิงสาวทุบตีร่างของสามีที่กำลังบีบคอเธอจนแทบหายใจไม่ออก ผ้าขนหนูที่นุ่งอยู่หล่นไปกองที่พื้นเผยให้เห็นหน้าท้องที่คำเธียรประคมประหงมราวกับเขาท้องเองมาตลอดหลายเดือน ยิ่งเห็นเหมือนยิ่งประจานความโง่ของตนและความชั่วช้าของหญิงที่เขารัก มือที่บีบคอของมิวนั้นออกแรงหนักขึ้น...หนักขึ้น ในขณะที่อีกฝ่ายเริ่มอ่อนแรงลง...อ่อนแรงลง จนสุดท้ายก็แน่นิ่ง!

       คำเธียรมีสีหน้านิ่งเฉยราวกับไม่รู้สึกอะไรแล้วในเวลานั้น เขาผลักร่างที่ท้องของมิวไปอีกทางหนึ่งของห้องราวกับอีกฝ่ายไม่มีชีวิต ใช่...ไม่มีชีวิต เพราะมิวตายแล้ว! มิวตายไปแล้ว!

       ชายหนุ่มหันไปที่หัวเตียง เห็นจานผลไม้ที่เมื่อคืนเขาปอกแอปเปิ้ลให้มิวกินก่อนนอนวางอยู่จึงเดินไปหยิบมีดปลายแหลมมาถือไว้ให้มั่น มองร่างหญิงคนเคยรักที่นอนเบิกตาโพลงอยู่บนพื้น นั่งคร่อมร่างของเธอก่อนจะแทงมีดเข้าไปที่หน้าท้องให้ลึกที่สุดด้วยสีหน้าเรียบเฉยจนเกิดเป็นแผลกว้าง มือข้างหนึ่งล้วงไปในรอยแยกของแผลแล้วล้วงเอาสิ่งที่อยู่ข้างในออกมา

       สิ่งที่ใดที่เขาไม่ได้สร้างมันขึ้นมา...มันก็ไร้ค่าที่จะเก็บไว้!

       กลิ่นผัดกะเพราหอมฟุ้งไปทั้งบ้านด้วยฝีมือการเข้าครัวของคำเธียรที่วันนี้มื้อเช้าเปลี่ยนใจไม่กินน้ำเต้าหู้ใส่เครื่องหวานน้อยกับขนมปังปิ้งที่เตรียมไว้ ข้าวหอมมะลิร้อน ๆ ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะ โดยมีผัดกะเพราเนื้อเด็กสับวางอยู่ข้างกัน ไม่ลืมถ้วยน้ำปลาพริกขี้หนูซอยเพื่อเพิ่มรสชาติ ชายหนุ่มค่อย ๆ ตักผัดกะเพราเนื้อเด็กลงบนข้าวสวยก่อนจะตักมันเข้าปากเคี้ยวแล้วยิ้ม รสชาติมันช่างอร่อยเสียจนเขาตั้งใจไว้ว่าจะกินผัดกะเพราเนื้อเด็กให้หมดทั้งจาน ส่วนเนื้อที่เหลือว่าจะเอามาทำผัดพริกไทยดำกินมื้อต่อไป กินให้หมดไม่เหลือ เนื้อที่แสนจะแพง เนื้อที่เขาเสียเงินไปไม่รู้จักเท่าไหร่กว่าจะโตมาถึงวันนี้ ที่จริงมันไม่คุ้มสักนิดกับผัดกะเพราจานนี้ แต่ก็นั่นแหละ ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลย อย่างน้อยกินมันเข้าไปเพื่อเพิ่มสารอาหารในร่างกาย จะได้ฉลาด ไม่โง่จนถูกใครสวมเขาอีก!

       . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

       เมื่อความจริงปรากฏ คำเธียรก็ได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธในความจริงที่เกิดขึ้น

       “ไม่จริง! กูไม่ได้ฆ่าใคร! มึงโกหก! มึงโกหก!” ชายหนุ่มร้องโวยวายพลางลุกขึ้นจากพื้น มองไปรอบ ๆ ห้องนอน เห็นร่างของมิวนอนตายอยู่ตรงที่เดิม กลิ่นเหม็นเน่าทวีความรุนแรงขึ้นจนชายหนุ่มต้องอาเจียนออกมาแล้ววิ่งล้มลุกคลุกคลานลงบันไดบ้านไปด้วยความสับสน ปวดหัวตุบ ๆ ราวกับมีคนเอาฆ้อนปอนด์มาทุบในกะโหลกทางด้านซ้ายที ขวาที บ้านหมุนเคว้งจนต้องอาเจียนออกมาอีกครั้งในขณะที่พยายามจะวิ่งออกไปนอกบ้าน

       จากที่ปวดหัวเริ่มลามมาปวดท้อง...

       ท้องของชายหนุ่มค่อย ๆ โตขึ้น....โตขึ้นราวกับมีเด็กอยู่ในนั้น รอยเท้าและมือของสิ่งที่อยู่ในท้องดันผิวหนังหน้าท้องออกมาราวกับกำลังต้องการแสดงตัวตนพร้อมเสียงคำรามต่ำ ๆ

       “ไอ้...ฆาต...กร...ไอ้...ฆาต...กร!”

       “ไม่จริง...กูไม่ได้ฆ่าใคร มึงโกหก! มึงโกหก!”

       คำเธียรพยายามทุบตีท้องของตัวเองที่บัดนี้มีบางอย่างดิ้นอยู่ในนั้น ก่อนจะวิ่งออกจากบ้านไปร้องขอความช่วยเหลือจากคนที่เดินผ่านไปมาที่ต่างก็พากันหนีเพราะตกใจคิดว่าชายหนุ่มสติไม่ดี

       “ช่วยด้วย...ช่วยผมด้วย มีเด็กอยู่ในท้องของผม เด็กผีอยู่ในท้อง! ช่วยผมด้วย!” ชายหนุ่มแหกปากร้องลั่น ขณะที่มือก็ทุบตีท้องของตัวเองไปมาซึ่งในสายตาของคนอื่นมันไม่มีอะไรนอกจากหน้าท้องที่แบนราบ แต่สำหรับเจ้าตัวเองกลับเห็นเป็นท้องที่โตราวกับเป็นสตรีมีครรภ์ใกล้คลอด ผิวหนังหน้าท้องมีเส้นเลือดสีม่วงแผ่กิ่งก้านเหมือนรากไม้กำลังโอบกอดท้องของเขาไว้ ชายหนุ่มวิ่งล้มลุกคลุกคลานไปตามท้องถนนอย่างน่าเวทนาโดยมีเสียงดังก้องในหูซ้ำไปซ้ำมา

       “ไอ้...ฆาต...กร...ไอ้...ฆาต...กร!”

       “ไม่จริง...กูไม่ได้ฆ่าใคร มึงโกหก! มึงโกหก!”

       คำเธียรหันไปมองทางด้านหลังอันเป็นที่มาของเสียง เห็นเป็นร่างของมิวยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ที่หน้าท้องเปิดอ้ามีอวัยวะห้อยโตงเตงชวนสยดสยอง ชายหนุ่มเบิกตาโพลง รีบประคองร่างตัวเองที่ท้องโย้ไปยังแสงสว่างด้านหน้าซึ่งเป็นร้านสะดวกซื้อ ในนั้นอาจมีคนช่วยเขาได้ เขาต้องการความช่วยเหลือ!

       ทันทีที่ประตูร้านสะดวกซื้อเปิดออก คำเธียรก็วิ่งกระเซอะกระเซิงเข้าไปทำเอาคนที่กำลังจับจ่ายแตกฮือกันไปคนละทิศคนละทาง ชายหนุ่มตรงไปที่หน้าเคาน์เตอร์แล้วละล่ำละลักบอกพนักงานที่ต่างก็วิ่งหนีด้วยความตกใจ คงจะมีแต่พนักงานผู้หญิงคนหนึ่งที่หนีไม่ทัน เธอถูกคำเธียรดึงแขนไว้อย่างแรงพลางร้องขอความช่วยเหลือ

       “น้อง...ช่วยพี่ด้วย มีอะไรก็ไม่รู้อยู่ในท้องของพี่ ช่วยด้วย...ช่วยเอามันออกไปที!”

       “ปล่อย! บอกให้ปล่อย” หญิงสาวคว้าขวดเบียร์ที่ลูกค้าคนก่อนหน้าซื้อฟาดไปที่ศีรษะของคำเธียรอย่างแรง อีกฝ่ายจึงคลายมือที่จับแขนของพนักงานสาวไว้ เมื่อเป็นอิสระเธอจึงรีบวิ่งเข้าไปทางด้านหลังร้านทันที ทิ้งไว้เพียงร่างของคำเธียรที่ยืนโซซัดโซเซอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ชายหนุ่มหันไปมองทางกระจกหน้าร้าน บัดนี้นอกจากเงาของเขายังมีร่างของหญิงท้องแก่ที่นั่งแกว่งขาไปมาอยู่บนชั้นวางของ สายตาแดงก่ำจ้องมองมายังร่างคำเธียรที่ท้องโตเหมือนพร้อมจะระเบิดออกได้ทุกนาที เส้นเลือดสีม่วงขยับไปมาราวกับมันมีชีวิต

       ชายหนุ่มพยายามทุบตีท้องของตัวเองแล้วร้องอย่างเป็นบ้าเป็นหลังแต่ก็ไม่มีใครคิดจะช่วย

       พลันสายตามองไปเห็นที่ข้างเคาน์เตอร์มีเขียงสีขาววางไว้พร้อมกับไส้กรอกชีสที่ถูกหั่นยังไม่เสร็จดี ชายหนุ่มไม่รอช้า ปีนเคาน์เตอร์เข้าไปหยิบมีดด้ามคมมาชูขึ้นแล้วยิ้มพลางตะโกนอย่างคนเสียสติ

       “กูไม่ให้มึงอยู่ในท้องกู! มึงไม่ใช่ลูกกู! ไอ้เลือดชั่ว!”

       ทันใดนั้นคำเธียรก็ทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาเอาปลายแหลมของมีดหั่นไส้กรอกชีสแทงเข้าไปที่หน้าท้องของตัวเองจนมิดด้าม ก่อนจะคว้านท้องของตัวเองออกเป็นแผลกว้างเพื่อจะเอาสิ่งแปลกปลอมที่อยู่ข้างในออกมา...มีจริง ๆ มันมีเด็กที่กำลังแหกปากร้องอยู่ในท้องของคำเธียร!

       ชายหนุ่มคว้ามันออกมาชูขึ้นแล้วหัวเราะลั่นอย่างผู้ชนะ

       “กูบอกแล้วว่าในท้องของกูมีเด็ก! นี่ไง พวกมึงเห็นหรือยัง กูไม่ได้บ้า ไอ้เด็กเวร! มึงทำอะไรกูไม่ได้หรอก กูจะเอามึงไปทอดกระเทียมกิน! ไอ้มารหัวขน!”

       คำเธียรพูดเพียงแค่นั้นก่อนจะค่อย ๆ เข่าอ่อนลงบนพื้น ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของคนที่มุงดูเหตุการณ์ด้วยความตกใจและสยดสยอง

       สิ่งที่ชายหนุ่มล้วงออกมานั้นไม่ใช่เด็ก...แต่เป็นอวัยวะของตัวเอง!

 

       ชัยวัฒน์พยายามโทรหามิวหลายวันแล้วแต่หญิงสาวปิดเครื่อง ชายหนุ่มทั้งเป็นห่วงและโมโหเพราะปกติมิวจะโอนเงินให้เขาใช้อาทิตย์ละห้าพันบาท แต่นี่กลับเงียบหายไปเสียเฉย ๆ เมื่ออดรนทนไม่ไหวจึงต้องแอบมาหาที่บ้าน อันที่จริงเขาไม่ได้พิศวาสทั้งตัวของมิวและเด็กในท้องหรอก แต่ที่ต้องยอมทำดีด้วย ทำตัวเป็นพ่อที่รักลูกคอยเร่งวันเร่งคืนให้ออกมาจากบ้านหลังนี้ก็เพื่อจะหลอกเอาเงินก็เท่านั้นแหละ คิดเหรอว่าถ้ามิวหนีตามมากับเขาแล้วเขาจะเลี้ยงดูได้ แค่ตัวเองยังเอาไม่รอด อย่าไปหวังเรื่องเป็นพ่อคงพ่อคนเลย เพ้อเจ้อ!

       ชายหนุ่มกำลังจะกดกริ่งแต่เห็นว่าบ้านเปิดประตูทิ้งไว้จึงลองตะโกนเรียกคู่ขา ถ้าโชคร้ายผัวมันออกมา ก็แค่แกล้งบอกว่าเป็นเพื่อนมาเยี่ยมเพราะเห็นว่าท้อง เชื่อว่าผัวโง่ ๆ อย่างไอ้คำเธียรคงไม่รู้ห่าเหวอะไรหรอก ขนาดเมียท้องกับคนอื่นยังหลงเชื่อว่าเป็นลูกของตัวเองมานานจนเมียจะคลอดอยู่รอมร่อ

       “มิว...มิวอยู่ไหม ?”

       ไม่มีเสียงตอบ มีแต่เงาของมิวที่เห็นชัดว่าท้องแก่เดินผ่านทางหน้าต่างชั้นสองของบ้าน ชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นก็ร้องเรียกอีกครั้ง คราวนี้หญิงท้องแก่หยุดยืนที่ริมหน้าต่าง หันมากวักมือเรียกให้เขาขึ้นไปข้างบน ชัยวัฒน์ยิ้ม...แบบนี้แปลว่าทุกอย่างทางสะดวก อย่างน้อยวันนี้ต้องได้เงินกลับไปสักสี่ซ้าห้าพัน จะได้ไปเที่ยวคาราโอเกะสักหน่อย

       ชายหนุ่มไม่รอช้า รีบวิ่งเข้าในบ้าน สิ่งที่สัมผัสได้อย่างแรกคือกลิ่นเหม็นเน่า มันเหม็นเสียจนเขาต้องยกเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์ที่ใส่อยู่ขึ้นมาปิดจมูกแล้วร้องหาหญิงคนรักที่ไม่ได้คิดจะรักจริง ๆ

       “มิว...คุณอยู่ข้างบนใช่ไหม แล้วนี่มันเหม็นอะไรขนาดนี้ ที่บ้านมีหนูตายหรือเปล่า ?” เขาเอ่ยถามขณะที่ก้าวเท้าขึ้นบันไดบ้านอย่างรวดเร็ว แสงไฟจากห้องนอนเล็ดลอดออกมาจากบานประตูที่แง้มอยู่ ชัยวัฒน์เดินไปหยุดที่หน้าประตูด้วยหัวใจระส่ำ รู้สึกเหม็นเสียจนแทบจะอาเจียนออกมา

       “มิว...ผัวคุณยังไม่กลับมาเหรอ แล้วคุณอยู่ไปได้ยังไงเนี่ยบ้านเหม็นอย่างกับซากศพขนาดนี้!”

       ใช่...เหม็นเหมือนซากศพ เพราะกลิ่นมันมาจากศพ!

       ชัยวัฒน์เปิดประตูเข้าไป พบร่างของมิวนอนอืดตายอยู่บนเตียงนอน อวัยวะภายในไหลออกมากองข้างนอกอย่างน่าสังเวช ผิวที่เคยขาวนวลกลับดำคล้ำบวมอืด มีหนอนเป็นร้อยเป็นพันตัวกำลังไต่ยั๊วเยี๊ยะ ชายหนุ่มเบิกตาโพลงและแหกปากร้องด้วยความตกใจก่อนจะหงายหลังล้มลงพื้น ถอยกรูดไปจนติดฝาผนัง

       “เฮ้ย! มีคนตาย...มีคนตาย!”

       ร่างของมิวที่นอนอืดอยู่บนเตียงค่อย ๆ ขยับอย่างช้า ๆ แล้วประคองตัวเองให้ลุกขึ้นจากเตียงนอน ก่อนจะเดินมาหาชู้รักที่ตอนนี้นั่งเบิกตาโพลงอ้าปากค้างอยู่ มืออันบวมอืดค่อย ๆ ยื่นไปปิดปากของชัยวัฒน์ที่กำลังจะส่งเสียงร้อง

       ไฟในห้องนอนดับพรึ่บ!

       ประตูห้องนอนปิดลงอย่างช้า ๆ กระทบวงกบอย่างแผ่วเบา

       ปิดโดยที่ชัยวัฒน์ไม่มีทางได้ออกไปข้างนอกอีก...ตลอดกาล!

 

- จบบริบูรณ์ -

 

 

       ผมยกกาแฟขึ้นจิบเบา ๆ หลังจากอ่านเรื่องสั้นเรื่องแรกจบ ยังรู้สึกขนลุกเวลาจินตนาการถึงศพของผู้หญิงท้องที่ชื่อมิวซึ่งถูกผ่าท้องล้วงเอาลูกออกมา ตายทั้งกลมธรรมดาก็ว่าน่ากลัวแล้ว นี่ตายแบบทรมานถูกล้วงเด็กออกมายิ่งน่ากลัวมากขึ้นไปอีก หนำซ้ำศพยังเน่าอืดอยู่ในห้องนอนหลายวัน สภาพคงไม่ต้องจิตนาการไปมากกว่านี้ ที่สำคัญฆาตกรก็โรคจิตเสียจนขนลุก การที่คนคนหนึ่งจะฆ่าคนแล้วผ่าเอาเด็กออกมาสับเป็นเนื้อทำผัดกะเพรา จิตใจคงต้องเหี้ยมโหดผิดมนุษย์มนา

       “ข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาวได้แล้วค่ะ”

       เสียงของพนักงานหญิงดังขึ้นพร้อมทั้งวางจานข้าวผัดกะเพราหมูสับไข่ดาวลงบนโต๊ะข้าง ๆ ของผมที่เพิ่งมานั่งใหม่เมื่อสักครู่ ผมอดที่จะหันไปมองไม่ได้ ถึงแม้มันจะส่งกลิ่นหอมและเป็นเมนูโปรดของผมสักเท่าไหร่ แต่พอคิดถึงฉากที่คำเธียรกินข้าวผัดกะเพราเนื้อเด็กแล้วก็ทำให้ผมพะอืดพะอมขึ้นมาจนต้องยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอีกครั้งแก้คลื่นไส้ ก่อนจะเบนสายตากลับมาที่หนังสือเรื่อง 7 วันจองเมรุ เพื่ออ่านเรื่องต่อไปแทน  

       เรื่องสั้นเรื่องที่สองเป็นเรื่องของคนเกิดวันจันทร์ ที่ว่ากันว่าจะมีจิตสื่อสารกับกระจก อ่านแล้วจะกลัวการส่องกระจกไหมนะ ?

       เรื่องสั้นเรื่องที่สองมีชื่อว่า...

       กระจกลวงตาย


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น