อัปเดตล่าสุด 2021-01-19 13:22:39

ตอนที่ 5 SUNDAY-ครรภ์อาฆาต : ถ้ามึงจำไม่ได้...กูจะเล่าให้ฟัง!

       มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมายืนกดกริ่งหน้าประตูบ้านของผู้หญิงที่เขาเคยสั่งให้ไปทำแท้ง ชายหนุ่มไม่เคยโทรถามสารทุกข์สุขดิบหญิงสาวว่าหลังจากทำแท้งแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ลูกปัดเองก็ไม่เคยติดต่อมาให้วุ่นวายเช่นกัน เงินหนึ่งแสนบาทสำหรับทำแท้งและตั้งตัวคือเงินที่ใช้ซื้อการตัดความสัมพันธ์ได้อย่างง่ายดาย ลูกปัดเหมือนตายไปจากโลกใบนี้ เธอไม่เคยติดต่อมาแม้แต่ครั้งเดียว

       ชายหนุ่มกดกริ่งหลายครั้งก็ไม่มีใครออกมาเปิดประตูให้ กำลังจะหันหลังกลับเพราะคิดว่าบางทีลูกปัดอาจไม่อยู่ที่บ้านหรือย้ายออกไปแล้ว เอาไว้เขาจะหาโอกาสไปที่ร้านคาราโอเกะเพื่อเจอเธออีกครั้ง แต่แล้วชายหนุ่มก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นชายแก่คนหนึ่งยืนอยู่หน้าบ้านพร้อมทั้งจองมองเขาอย่างไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย

       “มาหาใคร ?” เป็นการถามด้วยน้ำเสียงที่ห้วนเสียจนเหมือนชวนหาเรื่อง

       “เอ่อ...ผมมาหาผู้หญิงชื่อลูกปัดที่อยู่บ้านหลังนี้ แต่สงสัยเธอจะไม่อยู่ครับ” ชายหนุ่มพูดเองเออเอง กำลังจะเดินเลี่ยงไปอีกทางแต่มืออันผอมแห้งจนเหมือนมีแค่หนังหุ้มกระดูกกลับคว้าหมับเข้าที่แขนของคำเธียรพร้อมทั้งบอก

       “มาหาลูกปัดเหรอ ? อยู่นะ ลูกปัดไม่เคยไปไหน”

       “อยู่เหรอครับ แต่ผมกดกริ่งตั้งสองรอบแล้ว รออยู่นานก็ไม่มีคนออกมาเลย” ชายหนุ่มบอกพลางชะเง้อมองเข้าไปในบ้านซึ่งก็ยังปิดเงียบ อีกฝ่ายหัวเราะในลำคอแล้วพูดต่อ

       “ลูกปัดคงออกมาเปิดประตูให้ไม่ได้หรอก แต่ขอยืนยันว่าลูกปัดยังอยู่ ไม่เชื่อถามคนแถวนี้ได้ ตั้งแต่วันที่ลูกปัดไปทำแท้งแล้วตกเลือดตาย วิญญาณของลูกปัดก็ไม่เคยไปไหน มีคนเห็นเธอเดินวนเวียนอุ้มลูกอยู่ในบ้าน จนไม่มีใครมาอยู่บ้านหลังนี้ต่อได้อีกเลย เพราะอย่างที่บอกนั่นแหละ ลูกปัดยังอยู่...อยู่กับลูกของเธอ”

       สิ่งที่ชายชราบอกทำเอาคำเธียรหูอื้อตาลายแทบไม่เชื่อว่ามันคือเรื่องจริง เขามองเข้าไปในบ้านที่ปิดเงียบแล้วกลืนน้ำลายลงคออันแห้งผาก ยืนอยู่แบบนั้นนิ่งนานจนไม่รู้ตัวเลยว่าชายชราไปตอนไหน นี่เขาทั้งฆ่าลูกของตัวเองและฆ่าลูกปัดด้วยหรือนี่ ? นี่กระมังคงเป็นสาเหตุที่ช่วงนี้เขาเห็นผู้หญิงท้องมาเข้าฝันและตามหลอกหลอนจนแทบจะเป็นบ้า แล้วนี่เขาจะทำอย่างไรดี วิญญาณของลูกปัดกำลังมาก่อนกวนเขา นั่นยังไม่น่ากลัวเท่าถ้าวิญญาณของหญิงสาวไปวุ่นวายกับมิวและลูกในท้องเพื่อแก้แค้นจะเป็นยังไง ถ้าเป็นแบบนั้นเขาคงยอมไม่ได้แน่

       “คุณคิดดีแล้วใช่ไหมที่จะให้ปัดไปเอาเด็กออก มันจะเป็นบาปกรรมซึ่งอาจจะตกไปยังลูกของคุณก็ได้นะ”          

       ประโยคที่ไม่เคยคิดจะจำ ไม่เคยคิดจะนึกถึงตลอดสามปี อยู่ดี ๆ ก็ได้ยินชัดเจนอยู่ในหัวราวกับวิญญาณของลูกปัดต้องการมาเอ่ยเตือนว่าถึงเวลาที่เธอจะเอาคืนแล้ว...เอาคืนคนที่ทำให้เธอกับลูกต้องตาย!

 

       คำเธียรนอนเบิกตาโพลงท่ามกลางความมืดอยู่ในห้องนอนที่เงียบสนิท ได้ยินเพียงแต่เสียงเครื่องปรับอากาศดังหึ่ง ๆ ชวนน่ารำคาญ เขานึกทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยความรู้สึกผิดเต็มหัวใจ ไม่เคยคิดว่าเรื่องมันจะจบลงเช่นนี้ เขาเหมือนฆาตกรที่ฆ่าคนตายสองคนแต่ยังลอยนวลอยู่ในสังคมได้อย่างไม่รับรู้อะไร ไม่รู้ว่าจะแก้บาปกรรมที่เคยทำไว้อย่างไร ไม่อยากให้ดวงวิญญาณของลูกปัดมารบกวนมิวที่กำลังท้องแก่ และถ้าลูกปัดแค้นเขามากจนถึงขั้นทำร้ายลูกและเมียของเขาขึ้นมาล่ะ ? ไม่ได้ พรุ่งนี้เขาจะไปทำสังฆทานชุดใหญ่ให้ลูกปัด เผื่อว่าเธอจะหายโกรธแค้น ไม่มาจองเวรกับเขาและครอบครัวอีก

        อยู่ดี ๆ ผ้าม่านที่หน้าต่างก็ปลิวไสวทั้งที่ไม่มีสายลมโชยพัด คนที่นอนอยู่สะดุ้งเฮือกลุกขึ้นจากที่นอนแล้วมองไปยังผ้าม่านที่ยังปลิวไสวอยู่ด้วยความแปลกใจ ที่น่าแปลกใจและตกใจยิ่งกว่าคือที่นอกระเบียงบ้านตอนนี้นั้นมีร่างของผู้หญิงท้องแก่ยืนอยู่ ชายหนุ่มพยายามเพ่งมองแต่เห็นไม่ชัดเจน แรกทีเดียวคิดว่าเป็นภรรยาของตัวเอง แต่พอหันไปข้าง ๆ ก็พบว่ามิวยังนอนหลับอยู่ ครั้นเมื่อหันไปมองที่หน้าระเบียงอีกครั้งก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน ร่างของสตรีมีครรภ์คนนั้นกระโดดลงจากระเบียงบ้านไปอย่างรวดเร็ว

       “เฮ้ย!”    

       คำเธียรร้องลั่นด้วยความตกใจก่อนจะรีบลุกลงจากเตียง เขาเปิดประตูระเบียงบ้านแล้วออกไปชะโงกหน้าลงมองทางด้านล่างของระเบียง มันว่างเปล่า ไม่มีใคร ไม่มีอะไรลย!

       “เธียร...เป็นอะไรไป ?” เสียงงัวเงียของมิวเอ่ยถามขณะที่พยายามชันตัวลุกขึ้นนั่ง คำเธียรที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความตกใจและกลัวรีบตั้งสติ ไม่ว่าสิ่งนั้นคืออะไรเขาจะบอกมิวไม่ได้เด็ดขาด ด้วยหนึ่งคือกลัวว่าหญิงสาวจะไม่สบายใจจนส่งผลต่อเด็กในท้อง สองคือถ้ามิวรู้ว่าเขาเคยนอกใจและทำอะไรไว้กับลูกปัด เรื่องมันต้องจบลงไม่ดีแน่นอน

       “เปล่า ๆ พอดีผมฝันร้ายน่ะ เลยออกมาสูดอากาศหน่อย” ชายหนุ่มพูดปดก่อนจะเดินกลับเข้ามาในห้องแล้วทิ้งตัวลงนอน หัวใจยังเต้นระส่ำราวกับเพิ่งออกกำลังกายหนัก ๆ เสร็จ เรื่องของลูกปัดยังวนเวียนอยู่ในความคิด กระทั่งความเหนื่อยค่อย ๆ พรากเอาความคิดทั้งหมดไปทิ้งให้คำเธียรจมดิ่งสู่นิทราในวันที่ได้รู้ว่าตัวเองเป็นฆาตกรฆ่าคนตาย

       คนหนึ่งถูกฆ่าโดยจงใจให้ตาย อีกคนไม่ได้อยากฆ่าแต่ก็กลับต้องตาย!

 

       ปกติแล้วคำเธียรไม่ค่อยได้มาจับจ่ายซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตบ่อยนัก เพิ่งมีแค่ช่วงหลัง ๆ ที่ต้องมาซื้อของเข้าบ้านแทนมิวที่กำลังท้องแก่เพราะไม่อยากให้เธอเดินหรือออกแรงมากจนเกินไป วันนี้เขามาเลือกซื้อของ ซึ่งไม่ใช่การเลือกซื้อของเข้าบ้านแต่เป็นการเลือกซื้อของเพื่อไปจัดชุดสังฆทานเอง เขาเคยซื้อแบบสำเร็จรูปไปถวายพระตอนวันเกิด ปรากฏว่าข้าวของส่วนใหญ่ใกล้หมดอายุหรือบางอย่างก็ไม่มีคุณภาพเอาเสียเลย ไม่แน่ใจว่าที่เอาไปถวายสังฆทานวันนั้นจะได้บุญหรือได้บาปกันแน่

       “ธูป อย่าซนสิลูก เดี๋ยวแม่ไม่พาไปเล่นบ้านบอลนะ”

       เสียงของใครบางคนดังขึ้นขณะที่คำเธียรกำลังเดินเข็นรถเข็นไปเลือกซื้อข้าวของ มันคงไม่มีเหตุผลอะไรให้เขาต้องสนใจเสียงนั้นเลย ถ้ามันไม่ใช่เสียงที่คุ้นเหมือนเคยได้ยินบ่อย ๆ เมื่อนานมาแล้ว ชายหนุ่มตัดสินใจหันไปมองดูเจ้าของเสียงก่อนจะอ้าปากค้าง เพราะเสียงที่ได้ยินนั้นคือเสียงของลูกปัด ลูกปัดคนที่ชายชราซึ่งเขาได้เจอหน้าบ้านเธอวันนั้นบอกว่าตกเลือดตายไปแล้ว!

       “ลูกปัด!” ชายหนุ่มอดที่จะเรียกออกไปไม่ได้ อีกฝ่ายที่กำลังสาละวนกับการไล่จับลูกชายที่กำลังซนถึงกับชะงักแล้วหันมองเจ้าของเสียงเรียก เมื่อเห็นว่าเป็นคำเธียรก็ตกใจ ทิ้งรถเข็นไว้ตรงนั้นก่อนจะรีบอุ้มลูกชายวิ่งหนีไปอีกทาง

       “ลูกปัด! ลูกปัด! เดี๋ยวสิ! ลูกปัด!”

       ชายหนุ่มไม่รอช้า ทิ้งรถเข็นของตัวเองที่มีข้าวของซึ่งเขาเลือกซื้อเพื่อนำไปถวายสังฆทานไว้ตรงนั้น คิดว่าคงไม่ต้องใช้มันแล้ว เพราะคนที่เขาหวังว่าจะไปถวายสังฆทานให้ยังไม่ตาย ลูกปัดยังอยู่...ลูกปัดยังอยู่!

       ลูกปัดรีบอุ้มลูกชายออกไปทางด้านาหน้าห้างสรรพสินค้า ตรงดิ่งไปยังจุดจอดรถแท็กซี่หมายจะหนีไปให้ไกลจากคำเธียร เธอไม่ต้องการให้เขารู้ว่าลูกยังอยู่ ไม่ต้องการให้เขาแย่งเอาสุดรักสุดดวงใจจากไป เธอเลี้ยงลูกคนเดียวมาตลอดด้วยความยากลำบากและไม่ต้องการให้ลูกรู้ว่ามีพ่อ พ่อที่เคยสั่งฆ่าเขาตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก!

       ในขณะที่เธอกำลังเอื้อมมือไปจะเปิดประตูรถแท็กซี่นั้น มือของคำเธียรก็คว้าหมับเข้ากับมือของหญิงสาว อีกฝ่ายหันมองแล้วพูดไม่ออก คนที่เธอไม่อยากเจอบัดนี้มาประชิดตัวแล้ว

       “ลูกปัด เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

 

       เสียงหัวเราะชอบใจของเด็กชายอายุสองขวบนามว่า ธูป ดังเอิ้กอ้ากอย่างต่อเนื่องระหว่างที่กำลังเล่นในบ้านบอลโดยมีสายตาของผู้เป็นแม่เฝ้ามองอยู่ไม่ห่าง คำเธียรที่นั่งอยู่ข้างลูกปัดมองเด็กคนนั้นด้วยความเอ็นดู จะไม่ให้เอ็นดูได้อย่างไรเพราะเขาเป็นพ่อของธูป ลูกชายที่เขาเองเกือบเป็นฆาตกรที่สั่งฆ่าไปแล้ว

       “ทำไม...” เพียงแค่พูดเกริ่นขึ้นมา ลูกปัดก็รู้ทันทีถึงสิ่งที่อยู่ในใจของอีกฝ่าย ถามว่าตอนนี้ยังโกรธคำเธียรไหม ก็ตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าไม่ได้โกรธเขาแล้ว อันที่จริงก็ไม่ได้โกรธเขาตั้งแต่วันนั้น เพราะเข้าใจดีว่าเขาก็คงอยากมีทางเลือกที่ดีให้ตัวเอง นึกขอบคุณเสียด้วยซ้ำที่วันนั้นเธอเลือกเดินออกมาแล้วหายไปจากชีวิตเขา เพราะมันทำให้ชีวิตของเธอวันนี้มีความสุขในแบบที่พอดีและพอใจ  ถ้าวันนั้นยังเลือกที่จะรั้งเขาไว้ วันนี้อาจไม่มีความสุขก็เป็นไปได้

       สิ่งใดที่เลือกแล้ว...สิ่งนั้นย่อมดีเสมอ

       “ใช่ค่ะ ปัดไม่ได้เอาลูกออก ปัดไม่ได้ตกเลือดตายแบบที่พ่อปัดบอก”

       “พ่อ ?” คนฟังย่นคิ้วด้วยความสงสัย อีกฝ่ายพยักหน้ารับ

       “คนที่ไปบอกกับคุณว่าปัดตกเลือดแท้งตายไปแล้ว...คนนั้นคือพ่อของปัดเอง ตั้งแต่ปัดท้อง พ่อก็มาอยู่เป็นเพื่อน ช่วยปัดเลี้ยงลูก วันที่เห็นว่าคุณมาหาปัดที่หน้าบ้านตอนนั้นปัดตกใจมาก ปัดกลัวว่าถ้าคุณมาเห็นว่าลูกยังอยู่ คุณจะเอาตาธูปไปจากปัด ซึ่งปัดคงยอมไม่ได้...” หญิงสาวเล่าด้วยความเป็นกังวลใจอยู่ในที ก่อนจะเล่าย้อนไปในตอนที่เธียรไปหาเธอที่บ้าน

       . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

       มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมายืนกดกริ่งหน้าประตูบ้านของผู้หญิงที่เขาเคยสั่งให้ไปทำแท้ง ชายหนุ่มไม่เคยโทรถามสารทุกข์สุขดิบหญิงสาวว่าหลังจากทำแท้งแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ลูกปัดเองก็ไม่เคยติดต่อมาให้วุ่นวายเช่นกัน เงินหนึ่งแสนบาทสำหรับทำแท้งและตั้งตัวคือเงินที่ใช้ซื้อการตัดความสัมพันธ์ได้อย่างง่ายดาย ลูกปัดเหมือนตายไปจากโลกใบนี้ เธอไม่เคยติดต่อมาแม้แต่ครั้งเดียว

       ลูกปัดที่กำลังเตรียมอาหารอยู่นั้นพอได้ยินเสียงกริ่งก็ออกไปแอบมองดูตรงหน้าต่างว่าใครมาหา เมื่อเห็นว่าเป็นคำเธียรก็ตกใจแทบสิ้นสติ เขามาทำไม ? หรือเขาจะรู้ว่าลูกยังไม่ตาย ? แล้วถ้าเขาจะเอาตัวตาธูปไปเธอจะทำยังไง ? ตอนนั้นลูกปัดนึกอะไรไม่ออก เธอรีบโทรหาพ่อที่คงเดินตัดต้นไม้ใบหญ้าอยู่หน้าบ้านตามประสาเพื่อให้เขาช่วยหาทางออกให้

       “พ่อ...พ่อเห็นผู้ชายที่ยืนอยู่หน้าบ้านไหม ?” หญิงสาวเอ่ยถามเสียงสั่น โชคดีที่ธูปนอนหลับอยู่ ถ้าลูกเกิดส่งเสียงร้องขึ้นมาคงหลบได้ยากกว่านี้

       “เห็น มีอะไร ?”

       “ผู้ชายคนนี้แหละที่เป็นพ่อของตาธูป ปัดกลัวว่าเขาจะมาเอาลูกคืน พ่อแกล้งบอกกับเขาทีนะว่าปัดตกเลือดตายไปแล้ว ปัดไม่อยากเจอเขา ปัดไม่อยากเสียตาธูปไป และพ่อก็อาจต้องเสียหลานไปถ้าเขารู้ว่าลูกยังอยู่ พ่อต้องช่วยปัดนะ...พ่อต้องช่วยปัดนะ” หญิงสาวอ้อนวอน สายตายังแอบมองผ่านผ้าม่านตรงกระจกไปยังร่างสูงใหญ่ที่ยืนชะเง้ออยู่นอกรั้วด้วยความไม่สบายใจ

       “ได้ เดี๋ยวพ่อจัดการให้ แกพาเจ้าธูปไปหลบก่อนเถอะ ทางนี้ไม่ต้องเป็นห่วง ถ้ามันกล้าเอาตัวตาธูปไป พ่อจะเอากรรไกรตัดหญ้าตัดหัวมันให้ตายตรงนี้แหละ!” ชายชราบอกอย่างมุ่งมั่น อยากเห็นหน้าคนที่ทำลูกสาวท้องมานานแล้ว ที่แท้ก็ไอ้หนุ่มคนนี้นี่เอง

       ชายหนุ่มกดกริ่งหลายครั้งก็ไม่มีใครออกมาเปิดประตูให้ กำลังจะหันหลังกลับเพราะคิดว่าบางทีลูกปัดอาจไม่อยู่ที่บ้านหรือย้ายออกไปแล้ว เอาไว้เขาจะหาโอกาสไปที่ร้านคาราโอเกะเพื่อเจอเธออีกครั้ง แต่แล้วชายหนุ่มก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นชายแก่คนหนึ่งยืนอยู่หน้าบ้านพร้อมทั้งจองมองเขาอย่างไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย

       “มาหาใคร ?” เป็นการถามด้วยน้ำเสียงที่ห้วนเสียจนเหมือนชวนหาเรื่อง

       “เอ่อ...ผมมาหาผู้หญิงชื่อลูกปัดที่อยู่บ้านหลังนี้ แต่สงสัยเธอจะไม่อยู่ครับ” ชายหนุ่มพูดเองเออเอง กำลังจะเดินเลี่ยงไปอีกทางแต่มืออันผอมแห้งจนเหมือนมีแค่หนังหุ้มกระดูกกลับคว้าหมับเข้าที่แขนของคำเธียรพร้อมทั้งบอก

       “มาหาลูกปัดเหรอ ? อยู่นะ ลูกปัดไม่เคยไปไหน”

       “อยู่เหรอครับ แต่ผมกดกริ่งตั้งสองรอบแล้ว รออยู่นานก็ไม่มีคนออกมาเลย” ชายหนุ่มบอกพลางชะเง้อมองเข้าไปในบ้านซึ่งก็ยังปิดเงียบ อีกฝ่ายหัวเราะในลำคอแล้วพูดต่อ

       “ลูกปัดคงออกมาเปิดประตูให้ไม่ได้หรอก แต่ขอยืนยันว่าลูกปัดยังอยู่ ไม่เชื่อถามคนแถวนี้ได้ ตั้งแต่วันที่ลูกปัดไปทำแท้งแล้วตกเลือดตาย วิญญาณของลูกปัดก็ไม่เคยไปไหน มีคนเห็นเธอเดินวนเวียนอุ้มลูกอยู่ในบ้าน จนไม่มีใครมาอยู่บ้านหลังนี้ต่อได้อีกเลย เพราะอย่างที่บอกนั่นแหละ ลูกปัดยังอยู่...อยู่กับลูกของเธอ”

       . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

       สิ่งที่ลูกปัดเล่าทำเอาคำเธียรต้องฝืนกลืนน้ำลายลงคออันแห้งผาก...เปล่าเลย เขาไม่ได้ตกใจเรื่องที่ลูกปัดยังไม่ตายหรือลูกยังมีชีวิตอยู่ ทุกอย่างมันมีที่มาที่ไปซึ่งสมเหตุผสมผล แต่ที่เขาตกใจคือถ้าลูกปัดยังไม่ตาย แล้ววิญญาณผู้หญิงท้องที่ตามมาเข้าฝันเขา มาปรากฏกายให้เห็นทุกวี่วันคือใคร เขาไม่เคยทำใครท้องอีกนอกจากลูกปัดกับมิว

       หรือว่าที่บ้านหลังนั้นจะเคยมีคนท้องตาย!

       ในระหว่างที่กำลังขับรถกลับบ้านด้วยความว้าวุ่นใจนั้น คำเธียรตัดสินใจโทรศัพท์หานายหน้าที่เขาติดต่อเช่าบ้านเพื่อคาดคั้นเอาความจริง แน่นอนว่านายหน้าหนุ่มปฏิเสธว่าบ้านหลังนั้นไม่เคยมีคนตาย เจ้าของเก่าย้ายไปอยู่ต่างประเทศเลยปล่อยเช่า แต่โดยสัญชาตญาณของคนเช่าแล้ว แค่ฟังจากน้ำเสียงก็รู้ว่านายหน้าหนุ่มกำลังโกหก

       “คุณบอกผมมาตามความจริงเถอะ อย่าให้ผมต้องหาความจริงเองแล้วเอาเรื่องที่คุณโกหกไปโพสต์ลงเน็ตให้บริษัทของคุณทำมาหากินไม่ได้เลย” มันเป็นการขู่ที่พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ อีกฝ่ายได้ยินเช่นนั้นก็อึกอัก ดูท่าจะคิดหนักหากต้องบอกความจริงกับผู้เช่ารายใหม่ แต่สุดท้ายก็ยอมจำนน

       “ยอมแล้วครับ...ผมยอมบอกแล้ว ที่บ้านหลังนั้นเคยมีคนตายครับ เธอกินยาฆ่าตัวตาย ผมรู้แค่นี้ครับ รู้มาแค่นี้จริง ๆ”

       เมื่อได้ยินคำสารภาพจากนายหน้าหนุ่มคำเธียรก็ถึงกับหน้าถอดสี รีบเหยียบคันเร่งกลับบ้านด้วยความร้อนใจ เป็นห่วงภรรยาอย่างที่สุด ในขณะขับรถมืออีกข้างก็ยังกดโทรศัพท์มือถือเข้าอินเทอร์เน็ตเสิร์ชหาข่าวเกี่ยวกับบ้านเช่าของเขาโดยการลองใส่เลขที่บ้านและพิกัดลงไป จริงอย่างที่นายหน้าหนุ่มบอก มีข่าวหญิงสาวเสียชีวิตที่บ้านของเขาจริง ๆ เมื่อสองปีก่อน

       บ้านหลังนั้นมีผี...บ้านที่เขากับภรรยาอยู่มีผี!

       ‘หนุ่มโรงงานโร่แจ้งตำรวจ ได้กลิ่นเหม็นเน่าจากบ้านเช่าข้างเคียงเลขที่ 99/86 เขตหนองจอก จนท.รุดตรวจสอบเจอศพคนขับแท็กซี่อายุ 23 ปี ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นายกฤษณ์ดนัย ข้างกายมีขวดยาฆ่าหญ้าล้มอยู่ เวลา 03.40 น. วันที่ 13 พ.ค. ร.ต.อ.ฤทธิ์ ชาลี รองสารวัตร (สอบสวน) สน.หนองจอก รับแจ้งเหตุมีชายกินยาฆ่าตัวตายเสียชีวิต ภายในบ้านพักหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยผักสวนครัว16  เขตหนองจอก กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนญาติผู้เสียชีวิตอย่างละเอียด ส่วนศพได้มอบให้ทางมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งไปผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ก่อนจะส่งมอบให้ญาติไปบำเพ็ญกุศลต่อไป’

       รถของคำเธียรเบรกเสียงดังที่หน้าบ้านซึ่งปิดเงียบ ไม่มีไฟเปิดทิ้งไว้สักดวง เขาก้มลงอ่านข่าวใหม่อีกครั้งอย่างช้า ๆ 

       จนท.รุดตรวจสอบ เจอศพคนขับแท็กซี่อายุ 23 ปี ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นายกฤษณ์ดนัย

       คนตายเป็นผู้ชาย แต่ที่เขาเจอนั้นคือคนท้อง มันหมายความว่ายังไง!

       คำเธียรรีบลงจากรถ ล้วงกุญแจออกมาไขประตูบ้านพลางร้องเรียกหาภรรยาด้วยความเป็นห่วง ไม่ว่าผีในบ้านจะเป็นใคร แต่ที่นี่มีผี เขาจะไม่ยอมให้ลูกและเมียอยู่ในบ้านเช่าที่มีผี คืนนี้เขาจะต้องย้าย เขาจะย้ายออกจากที่นี่!

       “มิว...มิวอยู่ไหน เราไปจากที่นี่กันเถอะ ที่นี่มีผี ที่นี่เคยมีคนตาย!” ชายหนุ่มแหกปากร้องลั่นก่อนจะวิ่งขึ้นไปบนบ้าน เปิดประตูห้องนอนออกแล้วเปิดไฟ คว้ากระเป๋าเดินทางออกมาเตรียมใส่ข้าวของที่จำเป็นเพื่อย้ายออกไปจากบ้านหลังนี้…บ้านผีสิง!

       ทันใดนั้นชายหนุ่มก็ต้องชะงักเมื่อรู้สึกว่าเท้าของตัวเองสัมผัสกับของเหลวที่ไหลนองพื้น ส่งกลิ่นเหม็ชวนอาเจียน เมื่อหันไปมองบนเตียงคำเธียรก็พบร่างของมิวนอนตายอยู่บนเตียงนอน อวัยวะภายในไหลออกมากองข้างนอกอย่างน่าสังเวช ผิวที่เคยขาวนวลกลับดำคล้ำบวมอืดมีหนอนเป็นร้อยเป็นพันตัวกำลังไต่ยั๊วเยี๊ยะ ชายหนุ่มเบิกตาโพลงและแหกปากร้องด้วยความตกใจก่อนจะหงายหลังล้มลงพื้น ถอยกรูดไปจนติดฝาผนัง

       “นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ มันเกิดเรื่องบ้าอะไรวะ!”

       ดูเหมือนคำตอบจะมาเร็วกว่าที่คิด เมื่ออยู่ ๆ ร่างที่นอนอืดอยู่บนเตียงนอนก็ค่อย ๆ ขยับแล้วก้าวเท้าลงมาจากเตียงนอน ก่อนจะเดินอย่างช้า ๆ ทีละก้าว...ทีละก้าว ตรงมาหาเจ้าของบ้านที่กำลังตกตะลึงกับภาพที่เห็น ไม่มีสติพอที่จะให้ตั้งสติ แม้แต่แรงที่จะทรงตัวยังทำไม่ได้ จะประคองตัวเองให้ลุกขึ้นหนีแต่ก็ทำไม่ได้ ร่างกายคล้ายถูกเชือกปริศนามามัดไว้ พลันนั้นตัวมิวที่ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งก็ยื่นหน้ามาใกล้ชายคนรัก ใกล้เสียจนเหมือนต้องการจะกลืนกินเขาอย่างไรอย่างนั้น

       “มึงฆ่ากูกับลูก มึงจำไม่ได้เหรอ ถ้าจำไม่ได้...กูจะเล่าให้ฟัง!”


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น