อัปเดตล่าสุด 2021-01-19 13:18:24

ตอนที่ 4 SUNDAY-ครรภ์อาฆาต : ไอ้ฆาตกร!

       คำเธียรเพิ่งวางสายจากภรรยาเมื่อสักครู่หลังโทรเตือนให้เธออย่าลืมกินข้าวกินปลาซึ่งก็กินได้ไม่มากนัก อาศัยกินนมกับวิตามินเสริมเอา บางครั้งพอเขาไม่บังคับหรือไม่เตือน หญิงสาวก็ละเลยที่จะกินข้าวกินยาจนร่างกายซูบผอม จนน่ากลัวว่าจะส่งผลต่อน้ำหนักลูกชายในท้อง ยิ่งตั้งแต่ย้ายบ้านใหม่มา คำเธียรทั้งกังวลเรื่องเมียท้องแก่กับเรื่องฝันพิลึกพิลั่นที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องฝันแบบนั้นจนพลอยกินข้าวกินปลาไม่ลงไปอีกคน

       “ไอ้เธียรไปกินข้าวกัน” เพื่อนร่วมแผนกเอ่ยชวนพลางตบบ่าชายหนุ่มที่นั่งเหม่ออยู่หน้าคอมพิวเตอร์เบา ๆ คำเธียรหันไปพยักหน้าให้เพื่อน อันที่จริงเขายังไม่ค่อยหิวสักเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่กินตอนพักเที่ยงเดี๋ยวตกบ่ายหิวขึ้นมาก็จะต้องลงไปหาอะไรกินลำบากอีก ดังนั้นลงไปกินตอนนี้เสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราวจะดีกว่า

       “เออ...มึงลงไปก่อนเลย เดี๋ยวกูเซฟงานแล้วรอปิดคอมฯ แป๊บนึง แล้วจะตามลงไป”

       “ร้านข้าวมันไก่เฮียอ้วนนะ” อีกฝ่ายบอกพิกัดก่อนจะเดินออกไป คนที่นั่งทำงานอยู่จัดการเซฟงานเพื่อความมั่นใจ เคยเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้แล้วลงไปกินข้าว ปรากฏว่าไฟตก กลับมาพบว่างานที่ทำไว้หายเกลี้ยงเพราะไม่ทันได้เซฟไว้ ให้แผนกไอทีมากู้ให้ก็ใช้ไม่ได้ ต้องเสียเวลามานั่งทำใหม่อีก หลังจากนั้นคำเธียรจึงไม่เคยประมาท เขาจะเซฟงานไว้เสมอทั้งในคอมพิวเตอร์และฮาร์ดดิสก์สำรอง

       เมื่อหน้าจอขึ้นข้อความแจ้งว่าเซฟงานเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มจึงจัดการปิดคอมพิวเตอร์ คว้าโทรศัพท์กับกระเป๋าสตางค์ขึ้นมา กำลังจะเดินออกจากคอกของตัวเองแต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อรู้สึกปวดท้องขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มันปวดราวกับจะขาดใจตายเสียให้ได้ ที่น่าตกใจกว่านั้นคือมีน้ำคาว ๆ ไหลออกมาจากหว่างขาซึ่งไม่อาจรู้ได้ว่ามันเป็นน้ำอะไร น้ำปริศนาไหลลงนองพื้นตรงหน้า คำเธียรยืนนิ่งด้วยความตกใจ

       ทันใดนั้นจากน้ำใส ๆ กลับแปรเปลี่ยนเป็นเลือดสีข้นทะลักออกมาจากหว่างขาของเขา คราวนี้ชายหนุ่มแหกปากร้องลั่น หันมองไปรอบแผนกที่ว่างเปล่าไม่มีใครสักคน ครั้นเมื่อเอามือจับที่ท้องก็พบว่าหน้าท้องของตนเองนั้นค่อย ๆ โตขึ้นเรื่อย ๆ โตจนแทบจะระเบิดออกมาได้เพียงแค่ใช้เล็บจิก ภาพที่เห็นทำเอาชายหนุ่มอ้าปากร้องลั่นไม่เป็นภาษา

       “ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วย! มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกับกูวะ!”

       “ไอ้เธียร ยืนทำอะไร ?” เสียงของเพื่อนปลุกให้คำเธียรตื่นจากภวังค์ อีกฝ่ายมองเพื่อนที่ยืนหน้าซีดเหงื่อไหลเต็มหน้าทั้ง ๆ ที่แอร์ในออฟฟิศตอนนี้เย็นฉ่ำ คนถูกทักรีบเอามือจับท้องของตัวเองที่แบนราบเป็นปกติก่อนจะก้มมองพื้นกระเบื้องที่ขาวสะอาดไม่มีของเหลวอื่นใดแบบที่เขาเห็นเมื่อสักครู่

       คำเธียรกลืนน้ำลายดังเอื้อก...นี่มันไม่ใช่ความฝัน แต่มันเป็น ‘อะไรบางสิ่ง’ ที่ต้องการให้เขาเห็นและรู้สึกแบบนี้

       คนเป็นเพื่อนเปิดลิ้นชักโต๊ะ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาชูแล้วบอก “กูลืมเอาโทรศัพท์ลงไปเลยขึ้นมาเอา แล้วนี่มึงจัดการงานของมึงเรียบร้อยแล้วใช่ไหม จะได้ลงไปพร้อมกัน”

       คำเธียรไม่ตอบอะไร เพียงแค่พยักหน้ารับก่อนจะเดินตามเพื่อนออกไปจากแผนก ใจยังเต้นแรงกับสิ่งที่พบเจอเมื่อครู่จนถึงขั้นมือไม้สั่นกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์แทบหลุดจากมือ

       ชายหนุ่มไม่เคยรู้เลยว่า....บัดนี้เงาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ปิดลงไปแล้วนั้น มันสะท้อนให้เห็นว่าที่เก้าอี้ทำงานของเขาเวลานี้มีเงาสีดำของสตรีมีครรภ์นั่งอยู่ เจ้าหล่อนหมุนเก้าอี้ไปมาก่อนจะเอามือลูบท้องของตัวเองเบา ๆ แล้วหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่น่าสะพรึงอย่างยิ่งยวด เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นอย่างแสนสาหัส!

 

       รถเก๋งของคำเธียรแล่นมาจอดที่โรงจอดรถเมื่อเวลาเกือบจะสองทุ่มแล้ว น่าแปลกเสียเหลือเกินที่บ้านทั้งหลังปิดไฟมืดแบบนี้ ปกติถ้ามิวอยู่จะต้องเปิดไฟไว้รอบบ้านเพราะเธอไม่ชอบอยู่มืด ๆ ใจคอของชายที่เพิ่งมาถึงบ้านพลันไม่สู้ดีขึ้นมา หรือว่าภรรยาของเขาจะเป็นลมหน้ามืดหมดสติไป หรือเลวร้ายกว่านั้นคือเธออาจจะลื่นล้มในห้องน้ำ หรืออาจจะก้าวบันไดพลาดจนพลัดตกลงมา นึกได้เช่นนั้นชายหนุ่มก็รีบลงจากรถ ตรงไปที่หน้าประตูบ้าน กำลังจะไขกุญแจพลันมองเข้าไปข้างในผ่านกระจกบานเกล็ดเห็นร่างของผู้หญิงท้องยืนอยู่ คำเธียรรีบเอ่ยเรียกทันที

       “มิว...คุณโอเคใช่ไหม ทำไมถึงอยู่มืด ๆ แบบนี้  ?”

       ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้อยากตอบคำถามของคำเธียร เงาร่างของเธอเดินหายไปทางด้านหนึ่งของบ้านอย่างช้า ๆ คำเธียรเห็นเช่นนั้นก็รีบไขกุญแจเปิดประตูบ้านแล้วเอื้อมมือไปเปิดไฟเป็นอย่างแรก เมื่อบ้านทั้งหลังสว่างจ้าเขาจึงร้องเรียกหาภรรยาด้วยความเป็นห่วง

       “มิว...คุณอยู่ไหน ? มิว...มิว ?” ไม่เรียกเปล่า ชายหนุ่มเดินกึ่งวิ่งไปดูที่บันไดบ้านซึ่งว่างเปล่า ก่อนจะเดินไปทางห้องน้ำด้านล่าง รีบเปิดประตูออกดูแต่ก็ไม่มีร่างของมิวอยู่ตรงนั้น ในครัวก็ไม่มี หลังบ้านก็ไม่มี แล้วมิวหายไปไหน หรือเธอจะเดินขึ้นไปข้างบนแล้ว แต่ถ้าขึ้นข้างบนก็ไม่น่าจะเร็วขนาดนั้นตามประสาคนท้อง ไม่รอให้คาใจ ชายหนุ่มกำลังจะวิ่งขึ้นบันไดไปข้างบนแต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นร่างของมิวยืนอยู่ตรงบริเวณหัวบันได เธอค่อย ๆ เดินลงมาแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

       “อ้าว...เธียรกลับมาแล้วเหรอ วันนี้มิวแพ้ท้องทั้งวันเลยขึ้นมานอนพักตั้งแต่เมื่อเย็น งีบนานไปหน่อย นี่กี่โมงแล้วล่ะ ?” หญิงสาวเอ่ยถามขณะประคองร่างของตัวเองให้เดินลงมาอย่างระมัดระวัง คนเป็นสามีรีบวิ่งไปช่วยประคองทั้ง ๆ ที่ในใจยังวุ่นวนกับคำถามที่ว่าถ้ามิวนอนอยู่ข้างบน แล้วเงาของผู้หญิงท้องที่เขาเห็นจากหน้าต่างบานเกล็ดตอนกำลังจะไขกุญแจประตูบ้านคือใครกัน ?

       “จะสองทุ่มแล้ว แล้วตอนนี้มิวโอเคหรือยัง ไปหาหมอไหม ?”

       “ไม่เป็นไร โอเคแล้ว แค่เพลียเฉย ๆ แล้วนี่หิวข้าวหรือยัง มิวไม่ได้ทำอะไรไว้เลยนะ วันนี้โทรสั่งมากินก็แล้วกัน” หญิงสาวบอก แม้ปากจะว่าโอเคแล้วแต่ท่าทางดูยังอ่อนระโหยโรยแรงเสียเหลือเกิน

       “ไม่เป็นไร เดี๋ยวสั่งเอาก็ได้ แล้วมิวอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม ?” สามีเอ่ยถามพลางประคองร่างภรรยาท้องแก่ให้ไปนั่งที่โซฟา หญิงสาวทำหน้าคิดก่อนจะตอบอย่างกว้าง ๆ เพราะไม่ได้นึกอยากกินอะไรเป็นพิเศษ 

       “ได้อะไรร้อน ๆ ก็คงดีนะ”

       “งั้นสั่งข้าวต้มปลามากินไหม เหมือนผมจะเคยเห็นที่หน้าปากซอยหมู่บ้านมีร้านข้าวต้มปลาเก๋า” ชายหนุ่มเอ่ยถาม ตอนนี้ยังแปลกที่แปลกทางเพราะเพิ่งย้ายมาอยู่ ยังไม่รู้จักร้านอาหารแถวนี้มากนัก มิวก็ไม่เรื่องมาก หญิงสาวพยักหน้ารับ อันที่จริงเธอไม่หิว ไม่กินอะไรเลยก็ยังได้ แต่ก็เป็นห่วงกลัวว่าลูกจะหิว

       “ถ้าอย่างนั้นมิวนั่งพักก่อนนะ เดี๋ยวผมโทรสั่งเอง” ชายหนุ่มกุลีกุจอเดินออกไปอีกทางหนึ่งก่อนจะล้วงโทรศัพท์ออกมาเปิดแอปพลิเคชันสั่งอาหาร ลองหาดูร้านข้าวต้มที่ว่าเพื่อสั่งอาหารเย็นมาให้ภรรยาและตัวเอง ทันใดนั้นเขาก็เสียวสันหลังวาบเพราะรู้สึกเหมือนมี ‘อะไร’ วิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มรีบหันไปมองทางด้านหลัง เห็นแต่ร่างของมิวนั่งเอนหลังอยู่ ไม่มีใครอยู่ร่วมชายคานอกจากเขากับภรรยา

       แต่น่าแปลกเหลือเกิน...ทำไมเขาถึงรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ อดคิดไม่ได้ว่าหรือบ้านหลังนี้จะมีอะไรไม่ชอบมาพากลก่อนที่เขาจะย้ายมาอยู่ที่นี่ เขาเป็นคนเกิดวันอาทิตย์ ว่ากันว่าถ้าอยู่ใกล้สตรีมีครรภ์อาจทำให้เห็นวิญญาณรอบตัวได้ง่ายขึ้น...ได้แต่ภาวนาขออย่าให้เป็นอย่างนั้น แค่นี้ชีวิตก็ยุ่งมากพอแล้ว อย่ามีเรื่องให้ปวดหัวอีกเลย...สาธุ

 

       ข้าวต้มปลาเก๋าสองถ้วยที่ยังร้อน ๆ ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะอาหารที่มีมิวนั่งรออยู่แล้ว หญิงสาวยังนั่งหน้าซีดดูท่าทางไม่ค่อยดีนัก คำเธียรจึงรีบบอกให้เธอรีบกินข้าวเสียให้เรียบร้อยจะได้ไปพักผ่อน ซึ่งมิวเองพยักหน้า จากนั้นก็ตักข้าวต้มปลาเข้าปากอย่างเสียมิได้ รสชาติเท่าที่ชายหนุ่มลองกินไปสองสามคำมันก็อร่อยดี โดยเฉพาะน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวที่ทำให้รสชาติยิ่งดีมากขึ้นไปอีกเมื่อใส่ลงในข้าวต้มปลา

       “รีบกินซะสิ เดี๋ยวก็หายร้อนกันพอดี หรือว่ามิวคลื่นไส้อีก ?” เขาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง อีกฝ่ายวางช้อนลงในถ้วยข้าวต้มเสียงดังเคร้ง ก่อนจะเงยหน้าจ้องสามีของตัวเองแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลอย่างที่คนฟังรู้สึกได้

       “เธียร...มิวรู้สึกว่าลูกไม่ดิ้น”

       คำพูดของภรรยาเหมือนมีเสียงฟ้าผ่าลงบนศีรษะ คนเป็นสามีเบิกตาโพลง ทิ้งช้อนที่อยู่ในมือแล้วพุ่งตรงไปหามิวทันที ชายหนุ่มนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าภรรยาก่อนจะเอามือสัมผัสท้องของอีกฝ่ายด้วยความตกใจ ก่อนจะเอาหน้าแนบที่ครรภ์ของภรรยาเพื่อฟังเสียงลูกดิ้นอย่างที่เคยฟังบ่อย ๆ จริงอย่างที่มิวบอก...คราวนี้มันเงียบราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ในท้อง แต่เขาไม่ยอมแพ้ พยายามตะแคงหน้าฟังเสียงลูกในท้องจากมุมอื่น ๆ แต่ปรากฏว่ามันเงียบเหมือนเดิม ใจคนเป็นพ่อตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ตัดสินใจจะรีบพาตัวมิวไปโรงพยาบาล แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงดังแว่วมาจากในครรภ์ของภรรยา เสียงที่เขาต้องเอาหูแนบไปฟังให้ชัดว่ามันเป็นเสียงอะไร

       “ไอ้...ฆาต...กร...ไอ้...ฆาต...กร!”

       ชายหนุ่มเบิกตาโพลงเมื่อได้ยินเสียงนั้น และอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวก็พลันมีมือลึกลับโผล่มาจากหน้าท้องของภรรยาแล้วกระชากเอาศีรษะของคำเธียรเข้าไปในท้องของหญิงสาวอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงหัวเราะอันเยือกเย็น

       “ไอ้...ฆาต...กร...ไอ้...ฆาต...กร!”

       . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

       คำเธียรสะดุ้งเฮือกเหมือนคนที่กำลังจะขาดอากาศหายใจ ภายในห้องนอนเงียบเชียบ ได้ยินเพียงเสียงแอร์ดังหึ่ง ๆ ชายหนุ่มรู้สึกใจเต้นแรงจนเหมือนมันกำลังจะทะลุออกมาจากหน้าอก หันไปมองมิวที่นอนนิ่งอยู่ข้าง ๆ ถามตัวเองว่าทำไมความฝันมันช่างเหมือนจริงเสียเหลือเกิน แล้วตอนนี้ลูกในท้องของมิวยังอยู่สุขสบายดีเหมือนเดิมใช่ไหม ? ด้วยความเป็นกังวลชายหนุ่มรีบขยับร่างไปประชิดตัวภรรยาก่อนจะเอาหูแนบท้องของเธอเพื่อฟังเสียงลูกดิ้น เดชะบุญที่เขาได้ยินเสียงลูกชายดิ้นตามปกติ ชายหนุ่มถอนหายใจโล่งอก กำลังจะพลิกตัวกลับมานอนแต่แล้วก็ต้องสะดุ้งโหยง เมื่อเห็นร่างของผู้หญิงท้องที่เน่าเฟะนอนอยู่ข้าง ๆ พร้อมทั้งตะคอกใส่อย่างเกรี้ยวโกรธ

       “ไอ้...ฆาต...กร...ไอ้...ฆาต...กร!”

           

       เสียงเคาะกระจกรถหนัก ๆ ดังเป็นจังหวะจนคนที่นั่งอยู่ด้านในสะดุ้งเฮือก มองไปที่กระจกด้านข้างเห็นตำรวจจราจรยืนอยู่ตรงนั้น คำเธียรรีบกดกระจกรถลงโดยอัตโนมัติทั้งที่ยังตกใจและสับสนว่าตัวเองมาอยู่ในรถได้อย่างไร เบื้องหน้าเป็นแยกไฟแดงที่ตอนนี้เพิ่งเปลี่ยนเป็นไฟสีเขียว

       “คุณครับ...เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ? ผมเห็นรถคุณจอดติดไฟแดงมาสองรอบแล้วแต่ไม่ยอมออกรถไปเสียที” นายตำรวจจราจรเอ่ยถาม อีกฝ่ายได้ยินเช่นนั้นก็เลิ่กลั่กไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร เพราะเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่ ทำได้แค่เอ่ยขอโทษแล้วเหยียบคันเร่งออกไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางหัวใจที่เต้นระส่ำพร้อมคำถามมากมาย

       มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกับกูวะเนี่ย ?

       หรือว่าผู้หญิงท้องที่เขาเห็นในความฝันหลายต่อหลายครั้งจะเป็น...

       ลูกปัด!

 

       รถเก๋งของคำเธียรจอดแอบอยู่ทางด้านหนึ่งของทาวน์เฮ้าส์สองชั้น เขาเคยมาที่นี่เมื่อสามปีก่อน และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่มาและไม่เคยคิดว่าจะได้กลับมาอีก ชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัยรถ สายตามองตรงไปยังทาวน์เฮ้าส์หลังที่เจ็ดซึ่งอยู่ริมสุดของซอยซึ่งบัดนี้ปิดเงียบ ภาพความทรงจำครั้งสุดท้ายปรากฏขึ้นมาในความคิดอีกครั้ง มันชัดเจนเสียจนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานทั้งที่ก็ผ่านมาเนิ่นนานแล้ว

       “อะไรนะ! ท้อง ?”

       สิ่งที่ลูกปัดบอกทำเอาคำเธียรเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ หญิงสาวเป็นสาวคาราโอเกะที่ชายหนุ่มไปติดพันหลังจากไปงานเลี้ยงปีใหม่กับเพื่อนในบริษัท ความสัมพันธ์เลยเถิดจนถึงขั้นคบหากันอย่างลับ ๆ ตอนนั้นเขาแต่งงานกับมิวแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่าติดใจในรสรักของลูกปัดที่มากประสบการณ์จนมัดใจชายหนุ่มจนแทบโงหัวไม่ขึ้น แต่เขามั่นใจว่าทุกครั้งที่มีอะไรกัน เขาจะสั่งให้ลูกปัดกินยาคุมและตัวเขาเองก็สวมถุงยางทุกครั้ง ด้วยความกลัวว่าจะเกิดเรื่องให้ต้องมาตามล้างตามเช็ดทีหลังอีก

       ซึ่งมันก็เกิดขึ้นจริง ๆ แล้ว

       “ใช่ ปัดไปตรวจมา หมอบอกว่าปัดท้องได้สองเดือนกว่าแล้ว” หญิงสาวบอกเสียงสั่น กลัวอีกฝ่ายจะต่อว่า เธอเองก็ไม่รู้ว่าตั้งท้องได้อย่างไร ตัวเธอเองตั้งแต่มาเป็นบ้านเล็กของคำเธียรก็ไม่เคยไปนอนกับใครอีก

       “ทำไมถึงท้องได้ ?” จากอารมณ์ตกใจเริ่มเปลี่ยนเป็นความโมโห เรื่องต้องบานปลายแน่ถ้ามิวรู้ หญิงสาวเป็นคนเกลียดผู้ชายเจ้าชู้มาแต่ไหนแต่ไร ซึ่งคำเธียรก็เลิกนิสัยนั้นมาได้นานแล้ว จนมาเจอกับลูกปัดนี่แหละ สันดานความอยากมีอยากได้ก็แผลงฤทธิ์ขึ้นมาอีก

       “ไม่รู้เหมือนกัน แต่ปัดก็กินยาคุมทุกครั้งนะ” หญิงสาวยืนยันความบริสุทธิ์ใจของตัวเอง ก่อนจะเดินไปจับแขนของอีกฝ่ายไว้ราวกับกลัวว่าเขาจะทิ้งเธอไป ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ

       “มีอะไรกับคนอื่นหรือเปล่า...ระหว่างที่คบกับผม” ชายหนุ่มถามอย่างไม่มั่นใจ แต่จะเรียกว่าไม่มั่นใจได้ไหม ต้องเรียกว่าที่จริงคือต้องการปัดสวะให้พ้นตัวเสียมากกว่า และเมื่อได้ยินคำถามแบบนั้นลูกปัดก็สะอื้นขึ้นมาทันที ไม่คิดว่าเขาจะพูดแบบนั้นออกมา

       “ไม่...ปัดไม่เคยนอนกับใครตั้งแต่คบกับเธียร เด็กในท้องคือลูกของเธียร ลูกของเรา!” หญิงสาวยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ในขณะที่อีกฝ่ายยืนนิ่งอย่างใช้ความคิดก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเย็นชาราวกับคนไร้ซึ่งหัวใจ

       “ปัด...คุณก็รู้ว่าผมมีเมียแล้ว และคนที่ผมอยากมีลูกด้วยคือเมียของผม ไม่ใช่คุณ เราตกลงกันแล้วว่าเราคบกันจะคบกันแบบเงียบ ๆ ไม่ได้ตกลงว่าจะมีลูกเพื่อเป็นพันธะผูกพันกันจนตาย อย่าหาว่าผมใจร้ายเลย ท้องแค่สองเดือน...คุณไปเอาออกเถอะ เราทั้งสองคนจะได้มีชีวิตของเราเอง ไม่ต้องมีอะไรมาเป็นบ่วงผูกกันไป ผมรู้ว่าคุณเองก็คงไม่อยากท้องโย้ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้แต่งงาน ซึ่งถ้าคุณจะหวังให้ผมรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับคุณ คุณก็รู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ ผมรักเมียผมคนเดียว ส่วนคุณ...เราแค่เป็นคู่นอน” คำเธียรยืนยันเจตนารมณ์ของตัวเองอย่างชัดเจน ทำเอาลูกปัดยืนนิ่ง เธอรู้ว่าถึงจะพูดอ้อนวอนอย่างไรเขาก็คงมาอยู่กับเธอและรับผิดชอบเธอไม่ได้ เรื่องนี้เธอจะไม่ฟูมฟายหรือไปอาละวาดบ้านเมียหลวงเพื่อช่วงชิงเขาแบบในละครหรอก มันเหนื่อยเปล่า ถ้าผู้ชายมันไม่รับผิดชอบก็คือไม่รับผิดชอบ และเรื่องนี้ที่เกิดขึ้นก็ทำคนเดียวไม่ได้ถ้าเธอไม่สมยอม ถ้าจะผิดก็ผิดด้วยกันทั้งคู่

       “คุณคิดดีแล้วใช่ไหมที่จะให้ปัดไปเอาเด็กออก มันจะเป็นบาปกรรมซึ่งอาจจะตกไปยังลูกของคุณก็ได้นะ” หญิงสาวเอาเรื่องบาปกรรมมาขู่เพราะคิดว่าจะทำให้เขาเปลี่ยนใจได้ ที่สำคัญการทำแท้งยังไม่มีกฎหมายรองรับ และเธอก็ไม่เคยมีความคิดแบบนั้นอยู่ในหัว

       “มันเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว แต่ไม่ต้องห่วง เรื่องค่าใช้จ่ายเดี๋ยวผมจัดการให้เอง แล้วหลังจากนั้นเราต่างคนก็ต่างไปมีชีวิตของตัวเอง ผมเชื่อว่าคุณเองก็คงไม่ได้อยากอยู่กับผมแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไปตลอดชีวิตหรอก คุณเองก็คงอยากมีครอบครัวที่อบอุ่น มีคนที่รักคุณคนเดียว มีลูก...ลูกกับคนที่คุณรักและจะใช้ชีวิตไปด้วยกันจนแก่เฒ่า”

       มันเป็นคำพูดที่ดูเหมือนพยายามประดิษฐ์มากกว่าพูดด้วยความจริงใจ หญิงสาวอยากจะถามกลับเสียเหลือเกินว่า แล้วก่อนนี้ที่เคยบอกว่ารักนักรักหนาก่อนเอากันมันคืออะไร ? แต่ป่วยการจะยื้อ เธอทำได้แค่เพียงพยักหน้ารับ

       “ค่ะ ถ้าคุณต้องการให้ปัดไปเอาเด็กออก ปัดก็จะทำ” หญิงสาวยิ้มให้ชายคนที่เธอรักแต่ไม่รักเธอ อยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าถึงเธอจะเป็นสาวคาราโอเกะที่เคยนอนกับผู้ชายมานับไม่ถ้วน แต่ก็มีหัวใจไม่ต่างจากผู้หญิงทั่วไป และถ้าลองรักใครแล้วก็รักจริง รักที่ไม่ใช่เพียงแค่พูดคำว่ารักจากปากตอนจะเอากัน แต่รักตลอดมาไม่ว่าจะอยู่ในฐานะอะไรก็ตาม แต่ก็นั่นแหละ พูดไปก็เท่านั้น คนมันจะไม่รัก คนมันจะไป คนมันจะปัดสวะออกจากตัว ต่อให้ก้มลงกราบก็ไร้ประโยชน์

       หลังจากวันนั้นคำเธียรก็ไม่เคยมาเหยียบที่นี่อีก

       จนถึงวันนี้...


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น