อัปเดตล่าสุด 2021-01-22 14:02:10

ตอนที่ 27 FRIDAY-ลอยกระทง...จงเป็นศพ : ซวยซ้ำ ซวยซ้อน ซวยซ่อนเงื่อน!

       รถแท็กซี่แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านสองชั้นในซอยที่เงียบกริบ เวลานั้นล่วงเลยมาจนเกือบจะตีหนึ่งแล้ว  สุดท้ายแทนที่ฮินจะเสียค่าแท็กซี่จากที่งานกลับบ้านร้อยกว่าบาท กลับต้องเสียเงินสองร้อยกว่าบาทจากจุดที่วินมอเตอร์ไซค์นักเลงเอาเขาไปปล่อยทิ้งไว้ แต่ก็คิดในแง่ดีว่ามีชีวิตกลับมาบ้านได้ก็บุญเท่าไหร่แล้ว

       บ้านกึ่งไม้กึ่งปูนตั้งทะมึนอยู่ในความมืดราวกับไม่มีคนอยู่ มีเพียงแสงไฟจากเสาประตูรั้วส่องแสงสว่างพอจะทำให้เห็นว่าอะไรเป็นอะไรบ้างก็เท่านั้น ซึ่งฮินไม่กล้าพูดเต็มปากว่ามันสว่างพอที่จะช่วยให้ล้วงหากุญแจบ้านในกระเป๋าสะพายข้างของตนได้ ชายหนุ่มที่ใจคอยังไม่หายกลัวจากเหตุการณ์เมื่อสักครู่พยายามหากุญแจบ้านที่เขามั่นใจว่าเอาใส่ไว้ในกระเป๋าอย่างที่เคยทำ แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ จะเรียกพี่สาวก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้พี่สาวเข้ากะดึก บ้านทั้งหลังจึงมืดเช่นนี้

       “กุญแจหายไปไหนวะ ?” ช่ายหนุ่มบ่นพึมพำขณะที่พยายามหากุญแจบ้านอย่างเอาเป็นเอาตาย เมื่อหาไม่เจอจึงตัดสินใจเทข้าวของลงพื้น เผื่อว่ามันจะแอบไปหลบไปซ่อนอยู่ตรงซอกหลืบไหน แต่สุดท้ายก็หาไม่เจอ ลองคิดทบทวนดู ไม่แน่ว่าตอนที่เขาล้วงนั่นล้วงนี่อาจเผลอทำกุญแจบ้านหล่นที่ไหนสักแห่งก็เป็นไปได้ ไอ้ครั้นจะไปเอากุญแจบ้านจากพี่สาวที่ที่ทำงานก็คิดว่าคงต้องเสียเงินอีกหลายร้อยเพราะที่ทำงานของพี่สาวก็อยู่ไกลจากบ้านพอตัว หรือว่าคืนนี้จะไปขอนอนที่บ้านของไอ้ป๋อมแป๋มเพราะมันคงนอนคนเดียว เห็นว่าแม่จะไปเล่นไพ่ แต่ถึงยังไงตอนเช้าก็ต้องกลับมาอาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนชุดนักศึกษาที่บ้านอยู่ดี เสียค่ารถหลายต่ออีก ทางที่ดีหาทางเข้าบ้านให้ได้ดีกว่า

       พลันฮินนึกขึ้นมาได้ว่าที่บ้านของเขานั้นมีกุญแจสำรองซ่อนไว้อยู่ตรงประตูครัวหลังบ้าน ซึ่งใช้กุญแจนั้นไขเข้าบ้านได้จากทางด้านหลัง แต่ปัญหาตอนนี้คือจะเข้าไปในบ้านยังไงเพราะประตูรั้วก็ล็อก ชายหนุ่มแหงนมองกำแพงบ้านที่สูงท่วมหัวอย่างชั่งใจ ถ้าปีนข้ามไปได้เรื่องที่จะเข้าบ้านก็ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาตอนนี้คือจะปีนขึ้นไปได้ยังไง เขาไม่ได้เก่งกล้าสามารถเหมือนซูเปอร์ฮีโร่ที่จะชำนาญการปีนป่ายขนาดนั้น

       ชายหนุ่มเกือบจะถอดใจยอมเสียเงินนั่งแท็กซี่ไปหาพี่สาวที่ทำงานเพื่อเอากุญแจบ้านเสียแล้ว พลันสายตาเหลือบไปเห็นถังขยะที่วางไว้หน้าบ้าน ชายหนุ่มฉุกคิด ถ้าเอาถังขยะเลื่อนมาวางริมรั้วแล้วปีนถังขยะขึ้นไปก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นค่อยปีนขึ้นไปบนรั้ว กระโดดลงไปที่สนาม...แบบนั้นมันก็พอมีทางเป็นไปได้ จะรอช้าอยู่ไยเล่า คิดแล้วก็ลงมือทำสิวะ!

       ไม่รอช้า ฮินลากถังขยะของทางเทศบาลเลื่อนไปทางด้านหนึ่งของรั้ว ดันให้ชิดกับรั้วบ้านมากที่สุด เขย่ามันเล็กน้อยเพื่อดูว่ามันแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักของคนที่หนักเจ็ดสิบกิโลกรัมได้ไหม เขาไม่อยากตกลงไปในถังขยะที่ส่งกลิ่นคลุ้งขนาดนี้ เมื่อเห็นว่ามันน่าจะรับน้ำหนักของเขาไหว ฮินจึงค่อย ๆ ปีนขึ้นไปบนถังขยะก่อนที่จะเตรียมเขย่งปีนขึ้นรั้วบ้านอีกที ทันใดนั้นชายหนุ่มก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อมีเสียงหมาเห่าดังมาจากทางด้านล่าง ตามสัญชาตญาณของสุนัขเมื่อเห็นใครทำลับ ๆ ล่อ ๆ ปีนรั้วแบบนั้นมันย่อมคิดว่าเป็นขโมย ชายหนุ่มที่กำลังจะปีนรั้วชะงัก หันมาไล่หมาเพราะกลัวว่าเสียงเห่าของมันจะปลุกชาวบ้านชาวช่องจนแตกตื่นคิดว่าเป็นโจรผู้ร้ายเพราะสถานการณ์คล้ายกันเต็มที

       “ไป๊! นี่บ้านกูเอง กูไม่ใช่ขโมยโว้ย!” ไม่รู้ว่าสื่อสารกับหมาจะเข้าใจไหมแต่สุดท้ายหมาตัวนั้นก็วิ่งหนีไปอีกทาง ฮินถอนหายใจโล่งอก กำลังตั้งท่าจะกระโดดลงไปในเขตบ้านของตัวเอง แต่แล้วก็ต้องเบิกตาโพลงด้วยความตกใจเมื่อเห็นตุ๊กแกที่เกาะอยู่ริมรั้ว มันอ้าปากกว้างราวกับจะกระโดดกัดชายหนุ่มที่อยู่บนกำแพงบ้าน ฮินแหกปากร้องลั่นด้วยความตกใจกลัวจนสุดท้ายมือที่จับกำแพงอยู่ก็ปล่อยออกอย่างลืมตัว ร่างสูงใหญ่ลอยละลิ่วตกมากระแทกพื้นดังตุ้บ!

       “โอ๊ย...โอ๊ย! เจ็บขา...เจ็บขา!”

       หมาตัวเดิมวิ่งกลับมาพร้อมพวกอีกสี่ตัว พวกมันตรงเข้ามาหาฮินที่นอนร้องโอดครวญอยู่บนพื้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นราวกับหมาตัวนั้นไปเรียกพรรคพวกกลับมาจัดการกับชายหนุ่มที่ทำท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ ในหมู่บ้าน พวกหมาต่างมารุมล้อมฮินพลางส่งเสียงขู่ เขี้ยวโง้งชวนขวัญผวา ถ้าโดนรุมกัดไม่อยากนึกถึงสภาพของตัวเองที่ตอนนี้ก็คงดูไม่ได้อยู่แล้ว

       “ไป๊! ไปนะโว้ย! ช่วยด้วย...ใครก็ได้ช่วยด้วย!” จากที่กลัวว่าข้างบ้านจะมาเห็น ตอนนี้ฮินอยากให้ใครก็ได้มาเห็นก่อนที่เขาจะโดนหมาหมู่รุม โชคดีคงยังพอหลงเหลือเมื่อมีเสียงกริ่งจักรยานดังขึ้นพร้อมเสียงอันดุดันของยามประจำหมู่บ้านที่ผ่านมาพอดี

       “ไป ๆ ไอ้หมาพวกนี้นี่!” ดูเหมือนหมาในหมู่บ้านจะกลัวยามเสียเหลือเกิน พวกมันวิ่งหนีกันไปคนละทิศคนละทาง แต่ทว่าไอ้หมาตัวแรกยังหันมาทางฮินและมองเขาราวกับตัวร้ายในละครที่บอกว่า ‘ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ!’ ก่อนจะวิ่งตามตัวอื่นไปอีกทางหนึ่ง

       นี่กูต้องมาทะเลาะกับหมาแล้วเหรอเนี่ย จะบ้าตาย!

       ยามประจำหมู่บ้านจอดจักรยานลงแล้วเดินมานั่งยอง ๆ เอ่ยถาม

       “คุณเป็นอะไรไหม ? ให้เรียกรถพยาบาลไหมครับ ?”

       ฮินทำได้แค่พยักหน้ารับก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดไปราวกับละครตัดฉากตอนพระนางจะได้กัน

       แต่นี่กูกำลังจะตายโว้ย....ไม่ต้องดับไฟมืด!

 

       “อยู่ดีไม่ว่าดี แกกลัวฉันว่างมากหรือยังไงไอ้ฮิน!”

       เสียงของ ฮารุ พี่สาวของฮินที่อายุมากกว่ากว่าร่วมสิบปีบ่นกระปอดกระแปดในขณะที่เข็นรถเข็นของน้องชายออกมาจากห้องเข้าเฝือก

       ฮินนั่งหน้านิ่ว การที่อยู่ดี ๆ มีเฝือกสวมอยู่ที่ขาขวาไม่ใช่เรื่องสนุก อิสระทางร่างกายต้องหายไปอีกพักใหญ่ ๆ นึกโกรธตัวเองที่ทะลึ่งปีนรั้วบ้าน โกรธไอ้ตุ๊กแกตัวนั้นที่ทำให้เขาตกใจกลัวจนพลาดตกลงมาขาหัก คอยดูนะ กลับไปจะจับย่างกินเสียให้หายแค้น! โมโหไอ้พวกหมาหมู่ด้วย เดี๋ยวจะกลับไปเอาหนังสติ๊กยิงเสียให้เข็ด!

       “อย่าเพิ่งบ่นน่าพี่รุ แค่นี้ก็เซ็งจะแย่แล้ว ก็เพราะไม่รู้ว่ากุญแจบ้านมันร่วงหายที่ไหน เข้าบ้านไม่ได้ก็ต้องปีนสิ” คนน้องทำหน้าเซ็ง มองเฝือกของตัวเองแล้วนึกภาพไม่ออกเลยจะใช้ชีวิตกับมันยังไงตั้งสามเดือน คนเป็นพี่ได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะหึหึในลำคอ ก่อนจะเอานิ้วยันศีรษะน้องชายจนหน้าแทบคว่ำ

       “แล้วไอ้ที่คล้องไว้ตรงหูกางเกงมันคือกระติกน้ำหรือยังไงไอ้ฮิน!”

       ได้ยินเช่นนั้นฮินจึงก้มมองที่หูกางเกงยีนส์ของตัวเอง เห็นกุญแจบ้านคล้องอยู่ที่หูเข็มขัดกางเกงจริง ๆ  แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อตอนเย็นเอากุญแจบ้านคล้องไว้ตรงนั้น ทั้งที่ปกติจะยัดใส่ในกระเป๋าเพราะคล้องกับกางเกงนักศึกษาแล้วมันดูตลก แต่เมื่อเย็นวานพอกลับมาอาบน้ำอาบท่าแล้วเปลี่ยนเป็นกางเกงยีนส์เลยคล้องกุญแจบ้านไว้กับหูเข็มขัดกางเกงแล้วก็ลืม ทำไมตอนจะไขประตูบ้านไม่หาดูให้ดีวะ แม่งเอ้ย!

       “เดี๋ยวแกรออยู่ตรงนี้ก่อน ฉันจะไปจัดการเรื่องค่ารักษา นี่ดีนะมีประกัน ไม่งั้นหมดอีกหลาย เงินยิ่งไม่ค่อยจะมี หวยก็ไม่ถูก วุ้ย!” ฮารุยังบ่นไม่เลิกก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในโรงพยาบาล ทิ้งให้น้องชายนั่งอยู่บนรถเข็นตรงหน้าประตูเพียงลำพัง คนน้องรีบล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาดูว่าหน้าจอแตกร้าวหรือไม่ โชคดีที่มันไม่เป็นอะไรเพราะถ้าเป็นอะไรเขาคงไม่มีปัญญาเปลี่ยนเครื่องใหม่ อย่าว่าแต่เปลี่ยนเครื่องใหม่เลย แค่เคสดี ๆ สักอันยังไม่อยากจะซื้อตอนนี้ด้วยซ้ำ

       ความซวยยังไม่สิ้นสุด!

       อยู่ดี ๆ ตัวล็อกรถเข็นก็นึกจะมาเสียอะไรเอาตอนนี้ก็ไม่รู้ รถเข็นของฮินค่อย ๆ ไหลลงไปตามทางลาดอย่างรวดเร็วโดยที่คนกำลังจะอัปสเตตัสว่าขาหักลงเฟซบุ๊กไม่ทันได้ตั้งตัว กว่าจะตั้งสติได้ก็ตอนที่รถเข็นไหลไปกลางถนน แสงไฟจากรถแท็กซี่ตบสูงใส่พลางบีบแตรลั่น ต่างคนต่างตกใจ คนหนึ่งกลัวจะเป็นฆาตกรโดยไม่ตั้งใจ อีกคนกลัวจะเป็นคนตายโดยไม่ทันได้ตั้งตัว เดชะบุญรถแท็กซี่เบรกได้ทันและคนแถวนั้นช่วยดึงรถเข็นของฮินเข้ามาข้างทางได้อย่างทันท่วงที

       ฮินนั่งหน้าซีด ได้แต่นึกถามตัวเองว่าวันนี้มันวันอะไร ทำไมเขาถึงซวยขนาดนี้ เหมือนเป็นวันที่รวบรวมความซวยมาไว้ในชีวิตเสียจนน่าใจหาย จะเกี่ยวกับการที่เขาเอาเงินห้าร้อยบาทในกระทงมาหรือเปล่า ยังเป็นข้อกังขา

 

       ‘ด้วยรักและสมน้ำหน้า’

       นั่นคือประโยคที่ป๋อมแป๋มบรรจงประเดิมเขียนลงบนเฝือกของเพื่อน ฮินอยากจะยกขาข้างที่ใส่เฝือกกระแทกหน้าเพื่อนสักทีแต่ตอนนี้ไม่มีอารมณ์ เขานอนครุ่นคิดมาทั้งคืนเกี่ยวกับความโชคร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อวาน สุดท้ายจึงขอความเห็นจากเพื่อนที่ดูท่าจะยังสนุกกับการวาดภาพจิตกรรมบนเฝือกอย่างเมามัน ล่าสุดวาดรูปผู้หญิงนมโตกำลังยืนแอ่นอกโดยไม่แคร์เลยว่าถ้าเขาต้องแบกเฝือกไปมหาวิทยาลัยคนอื่นจะมองเขาเป็นคนยังไง ไอ้เวร!

       “กูว่ามันแปลก ๆ” ฮินเอ่ย คนที่กำลังวาดเฝือกอยู่ได้ยินเช่นนั้นก็ถามกลับโดยไม่ได้มองหน้าของเพื่อนแต่อย่างใด

       “อะไรที่มึงว่าแปลก ? เออ...มึงมันแปลกจริง ๆ นั่นแหละ อยู่ดี ๆ ไม่ชอบ เสือกอยากใส่เฝือกให้ชีวิตลำบาก หรือว่าจะเรียกความสงสารจากน้องเค้ก ?”

       “ส้นตีนแน่ะ!” คราวนี้มีอารมณ์แล้ว ฮินกระดกเท้าที่เข้าเฝือกขึ้นจะกระแทกหน้าเพื่อน แต่ป๋อมแป๋มรู้ทันจึงเอียงหน้าหลบแล้วหัวเราะชอบใจ เรื่องกวนประสาทนี่เป็นที่หนึ่งนะมึง!

       “เอ้า...ไอ้นี่ แล้วไอ้ที่มึงว่าแปลกน่ะคืออะไรแปลก ?”

       “ก็ตั้งแต่เมื่อคืนหลังจากที่กูเอาเงินในกระทงมา แม่งเจอแต่เรื่องซวย ๆ ซวยซ้ำ ซวยซ้อน ซวยซ่อนเงื่อนซวยจนอยู่ในสภาพอย่างที่มึงเห็น มึงว่ามันเกี่ยวไหมวะ ?”

       ป๋อมแป๋มที่กำลังจะวาดผู้ชายแก้ผ้าอีกคนบนเฝือกชะงัก ก่อนจะหันไปพูดกับเพื่อนด้วยน้ำเสียงจริงจัง

       “ไอ้ฮิน อันนี้กูพูดจริงจังนะ มึงเคยได้ยินคำที่เค้าบอกว่า ‘ลอยกระทงคือการลอยทุกข์ลอยโศก’ ไหม ? นอกจากลอยกระทงเราจะอธิษฐานขอแต่สิ่งดี ๆ บางคนยังลอยความทุกข์ไปกับกระทงด้วย แล้วมึงคิดดู คนปกติที่ไหนจะใส่แบงก์ห้าร้อยในกระทง คนปกติใส่อย่างมากก็สิบบาทยี่สิบบาท อะ...กูให้อย่างมากก็ร้อยนึง แต่นี่แบงก์ห้าร้อยนะโว้ย แปลว่าคนที่มาลอยกระทงเนี่ยแม่งต้องทุกข์หนักมาก เลยใส่แบงก์ห้าร้อยหมายจะลอยทุกข์ของตัวเองไปกับกระทง มีข่าวคนไปงมเงินในกระทงแล้วจมน้ำตายทุกปี ไม่แน่นะ...กูว่ามันคงเกี่ยวกับการที่มึงไปเอาเงินที่เค้าลอยความทุกข์มาใช้ เลยต้องรับทุกข์ไปแทน แล้วนี่มึงเอาเงินเค้ามาห้าร้อย กูว่าทุกข์แม่งต้องใหญ่มากแน่ ๆ ที่สำคัญกูจำได้ว่ามึงเกิดวันศุกร์ เค้าว่ากันว่าคนเกิดวันศุกร์มักมีจิตสื่อสารกับสิ่งเร้นลับเกี่ยวกับน้ำ แล้วนี่มึงไปเอาเงินในกระทงที่ลอยมากับสายน้ำ บางทีสิ่งไม่ดีเกี่ยวกับน้ำอาจจะตามมึงมา สรุปคือมึงอาจกำลังจะเจอเคราะห์หนัก” วิญญาณหมอลักษณ์ฟันทิ้งเข้าสิงป๋อมแป๋มทันที ชายหนุ่มบอกอย่างมีความรู้...ที่ไปอ่านมาจากอินเทอร์เน็ต

       คนฟังฉุกคิด...หรือจะจริงอย่างที่ไอ้ป๋อมแป๋มบอก การเอาเงินของคนอื่นที่ลอยทุกข์ลอยโศกมาใช้ก็เหมือนรับทุกข์โศกของคนลอยมาเสียเอง แทนที่ความทุกข์จะจมหายไปกับสายน้ำ ส่วนไอ้เรื่องที่บอกว่าคนเกิดวันศุกร์มักมีจิตสื่อสารกับสายน้ำนั้นเขาก็เคยได้ยิน และที่ผ่านมาหลาย ๆ ครั้งตอนไปเที่ยวทะเลหรือแม่น้ำเขาจะขนลุกทุกครั้งอย่างไม่มีเหตุผล หรือนี่จะเป็นสัญญาณสื่อว่าเขาไม่ควรเข้าใกล้ทุกที่ที่เป็นน้ำ ?

       “มึงก็ไม่รู้จักเตือนกู ยุให้กูไปเลี้ยงข้าวอีก ไอ้ห่า!” ขาเจ็บแต่มือยังดี ฮินตบกบาลเพื่อนไปหนึ่งทีอย่างหมั่นไส้

       “เอ้า! กูก็เพิ่งอ่านเจอในเน็ตเมื่อคืนเอง คือเอาจริง ๆ กูก็สงสัยนะว่ามีคนเคยใส่เงินในกระทงเยอะ ๆ ไหม แล้วจะใส่ทำไม พอกูรู้เรื่องลอยทุกข์ลอยโศกก็เอะใจแต่ยังไม่มั่นใจ ไอ้ครั้นจะไปเตือนมึงก็จะหาว่างมงาย จนมาเห็นมึงในสภาพนี้นี่แหละเลยกล้าบอก” ป๋อมแป๋มลูบหัวตัวเองเบา ๆ ยังกังวลใจเล็ก ๆ ว่าที่ไปกินข้าวจากเงินในกระทงเขาจะได้รับความซวยมาด้วยไหม ไม่น่าตะกละเลยกู

       “แล้วแบบนี้จะทำยังไงดีวะ เราเอาแบงก์ห้าร้อยกลับไปลอยน้ำที่เดิมไหม ?” คนเป็นเพื่อนถามเพราะกลัวว่าจะเจออะไรที่ซวยกว่านี้ แค่นี้เขาก็แย่พอแล้ว

       “กูว่าไม่น่าได้ มึงต้องเอาเงินไปคืนเจ้าของกระทง ให้เจ้าของไปลอยทุกข์ลอยโศกของตัวเองใหม่”

       “พูดเหมือนง่ายนะมึง กระทงมีเป็นร้อยเป็นพัน จะไปตามหาเจอได้ยังไงว่าใครเป็นเจ้าของกระทงที่กูไปเอาเงินมา” ฮินแทบกุมขมับ ป๋อมแป๋มนิ่งแล้วคิดก่อนจะนึกหาวิธีช่วยเพื่อนได้

       “กูว่ามันพอมีวิธีนะ”

       “ยังไงวะ ?”

       อีกฝ่ายยิ้มกริ่ม เรื่องแบบนี้เขาถนัด!

 

       แบงก์ร้อยสองใบถูกยัดใส่มือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน้าสถานที่จัดงานลอยกระทงเมื่อคืนเพื่อแลกกับการขอดูกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ตรงทางเข้างาน แรกทีเดียวยามหนุ่มดูท่าทางจะไม่ยอมให้ดูกล้องวงจรปิดเพราะมันผิดกฎของสถานที่จัดงาน แต่ด้วยความเจ้าเล่ห์ของป๋อมแป๋มทำให้ลวงหลอกยามหนุ่มได้ในที่สุด

       “พี่คิดดู ถ้าพี่ถูกผู้หญิงที่พี่รักสุดหัวใจสวมเขาพี่จะรู้สึกยังไง นี่ผมอยากมาหาหลักฐานมัดตัวมันให้แน่นหนาว่ามันแอบมาลอยกระทงกับผู้ชายอื่นอย่างที่มีคนอื่นมาบอกผม ผมจะได้ขอเลิกกับมัน พี่...เราลูกผู้ชายเหมือนกัน น่าจะเข้าใจกัน ผมไม่ใช่มิจฉาชีพอะไร ที่สำคัญแค่ดูกล้องวงจรปิด ไม่ได้ไปปล้นไปจี้ใครสักหน่อย...นะพี่ ถือว่าสงสารผมเถอะ ผมทนทุกข์ทรมานกับผู้หญิงคนนี้มามากแล้ว” ป๋อมแป๋มทำเป็นบีบน้ำตา ในขณะที่ฮินซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ เกือบหลุดขำเพราะไม่เคยเห็นเพื่อนอยู่ในโหมดนี้ ถ้าเป็นผู้หญิงคงต้องใช้คำว่า ‘ตอแหล’ โคตร ๆ

       “ไม่ได้!” ยามหนุ่มเสียงแข็งก่อนจะลุกผึงขึ้นจากเก้าอี้ ทำเอาสองหนุ่มสะดุ้ง ยิ่งตอนที่ยามหนุ่มร่างกำยำเอื้อมมือมาจับที่ไหล่ของป๋อมแป๋มด้วยแล้วยิ่งน่ากลัว...กลัวจะโดนเล่นงานก่อนที่จะหาเจ้าของกระทงเจอ 

       แต่แล้วทุกอย่างกลับตาลปัตรอย่างคาดไม่ถึง...

       “ไม่ได้! น้องจะยอมไม่ได้นะ ผู้หญิงมาสวมเขาแบบนี้เสียศักดิ์ศรีความเป็นชายหมด ได้เลย น้องจะดูกล้องช่วงงานลอยกระทงเมื่อคืนใช่ไหม ตั้งแต่กี่โมงล่ะ เดี๋ยวพี่เปิดให้ดู ส่วนเงินสองร้อยนี่ไม่ต้องให้พี่หรอก น้องเอาเก็บไว้เถอะ พี่ไม่ใช่คนเห็นแก่เงินจนเห็นความทุกข์ของคนอื่นไม่มีความหมาย รอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวพี่เปิดให้” ว่าแล้วยามหนุ่มก็กุลีกุจอไปหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อกดวิดีโอที่บันทึกภาพคนเข้าออกงานลอยกระทงเมื่อคืนให้ชายหนุ่มทั้งสองคนตามหาหลักฐานมัดตัวหญิงแพศยาคนนั้น ที่เขาดูอินเหลือเกินไม่ใช่อะไร เพราะเพิ่งจับได้ว่าเมียสวมเขาเหมือนกัน ไอ้เราก็มาทำงานเข้ากะกลางคืนหาเงินไปเลี้ยงมัน แต่มันกลับเอาเงินที่ให้ไปเลี้ยงเด็กมัธยมปลาย อีแพศยา!

       การหาเจ้าของกระทงไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะมีคนนับร้อยเดินผ่านประตูเข้างาน ทั้งฮินและป๋อมแป๋มนั่งหาตั้งแต่บ่ายยันมืดก็ยังหาไม่เจอจนทั้งคู่เริ่มจะถอดใจ ทันใดนั้นก็มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งมาจอดที่หน้าป้อมยาม ยามหนุ่มลุกขึ้นต้อนรับชายร่างท้วมในชุดข้าราชการซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของพื้นที่ที่จัดงานนั่นเอง ทั้งฮินและป๋อมแป๋มรีบก้มลงใต้โต๊ะทันทีเพราะกลัวจะถูกถามว่ามาทำอะไรในป้อมยามในเวลาวิกาลเช่นนี้

       “ยาม ผมเอาโปสเตอร์ประมวลภาพในงานมาให้ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเอาไปแปะที่บอร์ดประชาสัมพันธ์หน่อยนะ” อีกฝ่ายสั่งแล้วยื่นม้วนโปสเตอร์ให้ยามหนุ่ม คนรับมาทำท่าตะเบ๊ะใส่

       “ได้ครับ” ยามหนุ่มตอบรับอย่างแข็งขัน มองจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่แล่นผ่านไปจนแน่ใจว่าไปไกลพอที่จะไม่เห็นคนอื่นอยู่ในป้อมยาม จึงค่อยหันมามองชายหนุ่มทั้งสองคนที่หลบอยู่แล้วบอกให้ลุกขึ้นมา

       “ออกมาได้แล้ว คุณเค้าไปแล้ว นี่ถ้าคุณเค้ารู้ว่าพี่ให้น้องสองคนมาดูกล้องวงจรปิดมีหวังโดนไล่ออกแน่ น้องอย่าบอกใครเด็ดขาดนะ” ยามหนุ่มกำชับ ทั้งฮินและป๋อมแป๋มพยักหน้ารับ ในเมื่ออีกฝ่ายมีน้ำใจช่วย พวกเขาก็จะไม่ทำให้ยามหนุ่มต้องลำบาก

       “สัญญาครับพี่”

       อีกฝ่ายพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะคลี่โปสเตอร์ที่ทางเจ้าหน้าที่ไหว้วานให้ไปช่วยติดที่บอร์ดในตอนเช้าออก ทั้งฮินและป๋อมแป๋มรีบชะเง้อหน้าไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น มันเป็นภาพที่รวมหลาย ๆ ภาพในงานไว้ด้วยกัน ภาพผู้หลักผู้ใหญ่เปิดงาน ภาพกิจกรรมบนเวทีการแสดง ภาพผู้คนที่มาในงาน ซึ่งก็ดูเหมือนไม่มีอะไรจะน่าสนใจถ้าสายตาของฮินไม่เหลือบไปเห็นทางด้านหนึ่งของโปสเตอร์เป็นรูปนางนพมาศสาวสวยยืนถือกระทงอยู่บนเวทีพร้อมกับรองทั้งสี่ นางพนมาศคนนั้นถือกระทงกลีบบัวสีขาวสะอาดซึ่งเป็นกระทงแบบเดียวกับที่มีแบงก์ห้าร้อยเสียบอยู่ ฮินรีบแย่งโปสเตอร์มาดูในขณะที่คนถูกแย่งสะดุ้งแล้วร้องบอก

       “น้อง ค่อย ๆ ดึงไปสิ ถ้ามันขาดขึ้นมาพี่โดนเล่นงานเลยนะ”

       “ขอโทษครับพี่” ฮินรีบกล่าวแล้วหันไปชี้ให้ป๋อมแป๋มดูนางนพมาศคนนั้น ตอนแรกป๋อมแป๋มก็ไม่เข้าใจว่าเพื่อนจะชี้ให้ดูทำไม แต่พอเห็นกระทงในมือนั้นเขาก็เบิกตาโพลงแล้วพยักหน้าอย่างรู้กัน

       ฮินรีบม้วนโปสเตอร์คืนยามหนุ่มแล้วกล่าวขอบคุณ

       “ขอบคุณมากครับพี่ พี่ช่วยชีวิตผมแล้ว”

       “ถ้าอย่างนั้นพวกผมไปก่อนนะพี่” ป๋อมแป๋มกอดยามหนุ่มแรง ๆ หนึ่งทีก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากป้อมยามโดยลืมว่ามีฮินมาด้วย เมื่อนึกขึ้นได้ก็รีบเดินมาประคองเพื่อนที่เข้าเฝือกยังใช้ไม้ค้ำไม่คล่องให้ออกมาด้วยกัน  ทิ้งให้ยามหนุ่มงงเป็นไก่ตาแตกว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

       “อะไรวะ ? หรือว่าจะเจอภาพแฟนตัวเองแล้ว” คนที่อยู่ในป้อมยามเกาหัวแกรก ๆ ก่อนจะหันกลับไปดมิวสิกวิดีโอเพลงใหม่ของพี่ไมค์ ภิรมย์พร นักร้องขวัญใจ

        คนสู้ชีวิตต้องมีพี่ไมค์เป็นไอดอล!


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น