อัปเดตล่าสุด 2021-01-21 15:44:35

ตอนที่ 25 FRIDAY-ลอยกระทง...จงเป็นศพ : คำอธิษฐานเขาห้ามบอกกัน

       “ลอยกระทงอาจจะหลงทาง แต่ถ้ามายืนข้าง ๆ อาจจะหลงพี่นะครับ” เสียงของ ป๋อมแป๋ม เอ่ยแซวนักศึกษาสาวสองคนที่เดินคุยกันผ่านมา ทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วปรายตามองป๋อมแป๋มตั้งแต่หัวจรดเท้าแทนคำพูดว่า “กรุณาเจียมบอดี้ด้วยค่ะ!” แต่ยังพอมีมารยาทไม่เอ่ยออกมาเป็นคำพูด

       “มาลอยกระทงคนเดียวมันเปลี่ยวเปล่า ถ้าอยากเฟี้ยวฟ้าวให้มาลอยกับพี่” คนที่มาด้วยกันไม่ยอมแพ้หันไปส่งมุกใส่หญิงสาวคนหนึ่งที่เดินถือกระทงขนมปังผ่านมา

       หญิงสาวหันมายิ้มให้ ฮิน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนจนแทบจะตะโกนว่า

       “มีผัวแล้วค่ะ อยากเฟี้ยวฟ้าวกับผัวหนูไหมคะ ?” หญิงสาวทำท่าจะหันไปเรียกผัวมาจริง ๆ ป๋อมแป๋มจึงรีบดึงแขนเพื่อนไปอีกทางหนึ่งเพราะเกรงว่าการมาลอยกระทงวันนี้จะได้ไปลอยอังคารแทน

       “ไอ้ฮิน เดี๋ยวก็ได้ตายคาตีนหรอก!” คนเป็นเพื่อนบอกพลางมองรอบข้างอย่างหวาดระแวง เพราะบางครั้ง ‘ตีน’ ก็มาถึงเนื้อถึง ‘ตัว’ อย่างไม่ทันได้ตั้งหลัก

       “กูจะไปรู้ได้ยังไงล่ะว่าคนไหนมีผัวไม่มีผัว ไม่ได้เขียนป้ายแขวนไว้นี่หว่า” ทำปากดีไปอย่างนั้นทั้งที่ในใจก็ยังหวั่นไม่น้อย ยังไม่อยากตายทั้งที่เพิ่งผ่านร้อนผ่านหนาวมาได้แค่ยี่สิบปี ยังใช้ชีวิตไม่คุ้มเลย

       “ไว้คราวหลังกูจะสอนวิธีดูหญิงให้ คนไหนมีผัวไม่มีผัว รับรองผลเก้าสิบเปอร์เซ็นต์” ป๋อมแป๋มยืดอกทำท่าเหมือนคนมีประสบการณ์โชกโชนจนฮินต้องหันมาเหล่ตาใส่

       “แหม...ไอ้แป๋ม ถ้ามึงดูหญิงเก่งจริง มึงจะแห้วและโสดจนป่านนี้เหรอ”

       “กูแค่ยังหวงความโสดโว้ย คนอย่างกูจะมีแฟนเมื่อไหร่ก็ได้” ปากพูดแก้เก้อไปแบบนั้นเอง ทั้ง ๆ ที่ความจริงตัวเองก็ไม่มีใครเอาเหมือนกัน ฮินขี้เกียต่อล้อต่อเถียงจึงเปลี่ยนเรื่องคุย

       “เออ...เรื่องของมึง รีบไปลอยกระทงกันเถอะ กูหิวข้าวแล้ว” ฮินบอกแล้วเดินนำไปที่ริมคลอง ตอนนี้มีผู้คนมากหน้าหลายตามาลอยกระทงเพื่อขอขมาเจ้าแม่คงคา หรือบางคนก็อาจจะแค่มาเที่ยวเล่นเฉย ๆ การมาลอยกระทงเพื่อขอขมานั้นเป็นเรื่องรอง แต่เรื่องหลักคืออยากได้รูปถ่ายไปอัปลงอินสตาแกรมเก๋ ๆ ก็แค่นั้น มีร้านรวงที่ทำกระทงมาขายเรียงรายอยู่เต็มสองข้างทาง เห็นแล้วยังนึกสงสัยว่าถ้าขายไม่หมด กระทงพวกนั้นจะเพิ่มขยะให้โลกมากแค่ไหน

       กระทงขนมปังตามสมัยนิยมราคาสามสิบบาทจำนวนสองกระทงถูกชายหนุ่มสองคนเดินถือไปที่ริมตลิ่งทางด้านหนึ่งของงาน ซึ่งทางผู้จัดงานสร้างท่าน้ำเล็ก ๆ ขึ้นมาเพื่อไว้ให้ผู้มาร่วมงานเดินออกไปลอยกระทงได้อย่างสะดวก ที่ท่าน้ำเวลานี่มีคนไม่พลุกพล่านนัก ชายหนุ่มทั้งสองคนจุดธูปเทียนจากคบเพลิงไม้ไผ่ที่จุดไว้ริมตลิ่งแล้วเดินลงไปที่ท่าน้ำ มองดูที่ผืนน้ำที่บัดนี้มีกระทงมากมายลอยเกลื่อนกลาด แสงจากเทียนธูปเปล่งแสงระยิบระยับเหมือนดวงดาวในยามราตรี ป๋อมแป๋มเป็นคนแรกที่นั่งย่อตัวลงแล้วยกกระทงขนมปังขึ้นอธิษฐาน ก่อนจะปล่อยกระทงลงน้ำพลางกวักน้ำไล่ให้กระทงไปไกล ๆ ตามความเชื่อของตัวเองว่าถ้ากระทงไปได้ไกลเท่าไหร่สิ่งที่อธิษฐานะก็จะยิ่งเป็นจริง แต่แค่เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา กระทงก็ถูกปลาในคลองฮุบอย่างแรงจนกระทงคว่ำไปต่อหน้าต่อตาเจ้าของที่อธิษฐานว่าขอให้ปีนี้มีแฟนกับเค้าสักที...เฮ้อ แบบนี้มีหวังแห้วแน่

       “เอ้า...กระทงมึงเป็นอาหารปลาไปแล้ว อธิษฐานว่าอะไรวะ ?” ฮินเอ่ยถามแล้วหัวเราะ อีกฝ่ายที่กำลังกัดฟันกรอด ๆ อยากกระโดดน้ำลงไปจับปลาตัวที่ฮุบกระทงของเขามาทำแป๊ะซะกินเสียให้รู้แล้วรู้รอด เขาหันมาหาเพื่อนแล้วตอบ

       “ไม่บอกโว้ย คำอธิษฐานเค้าห้ามบอกกัน เดี๋ยวมันจะไม่เป็นจริง”

       “โอ๊ย...ปลาฮุบกระทงซะขนาดนั้น คำอธิษฐานมึงแห้วแล้วล่ะ” คนเป็นเพื่อนหัวเราะร่วนจนป๋อมแป๋มทำท่าจะถีบฮินให้ตกลงไปในน้ำ ดีที่อีกฝ่ายเดินหนีทันพลางหัวเราะชอบใจ ชายหนุ่มย่อตัวลงที่ท่าน้ำคนละด้านกับตำแหน่งที่ป๋อมแป๋มลอยกระทงเมื่อสักครู่ กลัวว่าปลาจะมาฮุบกระทงขนมปังของตัวเองซ้ำรอยเพื่อน

       ฮินยกกระทงขนมปังขึ้นแล้วอธิษฐานในใจ

       ‘เจ้าพระคุ๊ณ ผมไม่ขออะไรมาก ขอให้คิดเงินได้เงิน คิดทองได้ทองด้วยเถอะครับ...สาธุ’

       สำหรับฮินแล้วเรื่องเรียนเขาเอาตัวรอดได้ ส่วนเรื่องความรักนี่ไม่ค่อยขวนขวาย เรื่องสุขภาพก็แข็งแรงดี  ตอนนี้ที่อยากได้ที่สุดคือเงิน เงินที่ทางบ้านส่งมาให้ใกล้จะหมดแล้ว นี่ยังไม่รู้จะอยู่ถึงสิ้นเดือนไหม ถ้าคำอธิษฐานจะเป็นจริงได้ ขอเงินขอทองดีที่สุด!

       ชายหนุ่มค่อย ๆ วางกระทงขนมปังลงบนผืนน้ำ ภาวนาขออย่าให้ปลาตะกละมาฮุบกระทงเขาแบบที่ทำกับกระทงไอ้ป๋อมแป๋ม ซึ่งก็ดูเหมือนคำภาวนาจะได้ผล กระทงของฮินลอยไปอย่างเอื่อยเฉื่อยตามแต่กระแสน้ำและลมจะพัดพา ในระหว่างที่กำลังจะลุกขึ้นจากท่าน้ำ พลันสายตาเหลือบไปเห็นกระทงหนึ่งลอยมาติดที่ท่าน้ำ มันจะไม่น่าสนใจเลยถ้าในกระทงนั้นจะไม่มีแบงก์ห้าร้อยเสียบอยู่ ฮินเพงมองให้แน่ชัดเพราะทีแรกก็คิดว่าคงตาฝาดเพราะบรรยากาศรอบข้างค่อนข้างสลัว เพื่อความมั่นใจชายหนุ่มจึงย่อตัวคุกเข่าลงกับท่าน้ำอีกครั้งแล้วเอื้อมมือไปหยิบกระทงนั้นขึ้นมา มันเป็นกระทงที่ทำจากดอกบัวสีขาวและดอกไม้สีขาวแลดูประณีตบรรจง ท่าทางคนที่เอามาลอยคงตั้งใจทำมาจากบ้านด้วยตัวเอง เพราะเขาไม่เห็นกระทงแบบนี้มีขายในงานเลย นั่นยังไม่น่าสนใจเท่าแบงก์ห้าร้อยสีม่วงที่พับเป็นรูปดอกไม้เสียบไว้ตรงกลาง ฮินดึงมันออกมาคลี่ออกดูให้แน่ใจว่าของจริงไม่ใช่แบงก์กาโม่ แล้วเท่าที่เห็นด้วยตามันก็คือของจริง!

       “ทำอะไรอยู่วะ ชักช้าจริงเลย กูหิวจะแย่แล้ว” ป๋อมแป๋มเดินมาข้างหลังเพื่อนด้วยอารมณ์หงุดหงิดในทีที่กระทงของตัวเองถูกปลาฮุบไปจนกระทงล่ม ครั้นเมื่อเห็นว่าในมือของเพื่อนมีแบงก์ห้าร้อยถืออยู่ก็ตาโต “...เฮ้ย! มึงเอาแบงก์ห้าร้อยมาจากไหน ? อย่าบอกนะว่าเก็บได้”

       “เปล่า กูก็แค่เห็นมันอยู่ในกระทง มึงมาช่วยกูดูหน่อยสิว่าของจริงหรือเปล่า” ฮินส่งแบงก์สีม่วงในมือให้คนเป็นเพื่อนดู อีกฝ่ายรีบรับไปส่องกับแสงไฟที่สลัวแต่ก็ยังมองเห็นไม่ชัด จึงรีบล้วงโทรศัพท์มาเปิดไฟฉายส่อง ดูแล้วดูอีกก่อนจะบอกกับเพื่อนที่รอฟังคำตอบอยู่

       “ไม่แน่ใจว่ะ เอาอย่างนี้ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว เอาไปใช้ดีกว่า จะได้รู้ว่าแบงก์จริงหรือแบงก์ปลอม”

       “แต่ถ้าทำแบบนั้นแล้วเสือกเป็นแบงก์ปลอม มึงกับกูนี่คุกเลยนะ” คนเจอแบงก์ห้าร้อยในกระทงบอกอย่างลังเล ผิดกับป๋อมแป๋มที่ไม่ได้มีทีท่าหนักใจอะไร

       “จะไปยากอะไรวะ ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ ก็บอกเขาไปว่าเราได้มาจากไหนก็ไม่รู้ วัน ๆ นึงหยิบเงินเข้าออกวันละกี่สิบกี่ร้อยครั้ง จะมีเวลามาส่องดูทุกแบงก์ได้ยังไง แต่เท่าที่กูดูน่าจะเป็นแบงก์จริงนะ” ป๋อมแป๋มยังพยายามส่องไฟดูแบงก์ในมืออีกครั้ง ฮินได้ยินเพื่อนแนะนำเช่นนั้นจึงพยักหน้ารับแล้วเอ่ยขึ้น

       “หรือคำอธิษฐานของกูจะเป็นจริงวะ ?”

       “มึงอธิษฐานว่ายังไง ?” ป๋อมแป๋มเอ่ยถามอย่างสอดรู้

       “ก็ขอว่า ‘ขอให้คิดเงินได้เงิน คิดทองได้ทอง’ พออธิษฐานเสร็จก็หันไปเจอแบงก์ห้าร้อยในกระทงเลย นี่ถ้าเป็นของจริง กูกินได้หลายวันเลยนะ” คนที่เจอแบงก์ภาวนาขอให้มันเป็นของจริง อย่างที่บอกว่าเดือนนี้ช็อตถึงขั้นสุด ถ้าได้เงินห้าร้อยมาต่อชีวิตสักหน่อยก็คงดี

       “งั้นจะรออะไร ถ้ามันเป็นแบงก์จริงมึงก็เลี้ยงข้าวกูด้วยแล้วกัน แต่ถ้ามันเป็นของปลอมเดี๋ยวกูเลี้ยงมึงเอง โอเคไหม ?”

       เป็นข้อเสนอที่เข้าท่า ฮินพยักหน้ารับ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว เขาจึงกอดคออีกฝ่ายเดินออกจากท่าน้ำเข้าไปในตัวงานลอยกระทงประจำปี

       โดยไม่ทันสังเกตเลยว่ากระทงของฮินในเวลานี้จมหายลงไปในผืนน้ำที่มืดสนิท

       ...จมหายลงไปทั้งที่ไม่มีปลามาฮุบสักตัว!

 

       ชายหนุ่มทั้งสองคนเดินไปเลือกร้านอาหาร คนนึงชวนกินส้มตำแต่อีกคนบอกว่าท้องไส้ไม่ค่อยดี อีกคนชวนกินก๋วยเตี๋ยวเรือแต่อีกฝ่ายบอกว่าเพิ่งกินไปเมื่อเที่ยง พอตกลงจะกินหมูกระทะที่ร้านก็ต้องรอคิวยาว สุดท้ายจึงตกลงกันว่าเดินไปเจอร้านไหนมีที่ว่างก็กินมันร้านนั้นนั่นแหละ เสียเวลามามากแล้ว สุดท้ายร้านข้าวต้มกุ้ยจึงเป็นที่ที่ทั้งคู่จะฝากท้องไว้

       “มึงจะกินอะไร ?” ป๋อมแป๋มคว้ากระดาษกับปากกาที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเตรียมจดเมนูที่เพื่อนต้องการ  อีกฝ่ายเปิดเมนูทำท่าเลือกราวกับเป็นข้อสอบที่ถ้าไม่คิดคำตอบให้ดีอาจสอบตกได้

       “ไอ้ฮิน มึงอย่าลีลา แค่เลือกกับข้าวไม่ได้ให้มึงเลือกถอดสลักระเบิดที่จะต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายขนาดนั้น หรือมึงไม่อยากเลี้ยงข้าวกู ?” ป๋อมแป๋มบ่น ก่อนจะจดเมนูที่ตัวเองอยากกินลงไปโดยไม่รอเพื่อน ข้าวต้มกุ้ยต้องยำไข่เค็มยืนหนึ่ง ต้มแซ่บดงตีนไก่ก็ขาดไม่ได้ กุ้งแช่น้ำปลานี่ก็เปรี้ยวปาก สงสัยว่าห้าร้อยบาทของไอ้ฮินนี่น่าจะหมดเสียภายในมื้อเดียวกระมัง

       “เดี๋ยวสิ กูกำลังเลือก อืม...เอาผัด...” ยังพูดไม่ทันจบผักบุ้งไฟแดงก็ลอยละละลิ่วลงมาตรงหน้าของฮินชายหนุ่มทั้งคู่สะดุ้งโหยงกระโดดออกจากโต๊ะทันทีพลางร้องลั่นด้วยความตกใจ ขณะที่คนในร้านก็หันมองด้วยความตกใจไม่ต่างกัน

       “เหี้ย!”

       “เฮ้ย!”

       เพียงพริบตา ชายหนุ่มคนหนึ่งก็วิ่งถือตะหลิวหน้าเจื่อนมาที่โต๊ะพลางยกมือไหว้ปะหลก ๆ พร้อมทั้งกล่าวขอโทษด้วยภาษาไทยที่ไม่ชัดนัก ถ้าเดาไม่ผิดน่าจะเป็นพวกคนต่างด้าวมาทำงานที่เมืองไทย ชายร่างอ้วนที่เดาว่าน่าจะเป็นเจ้าของร้านวิ่งหน้าตื่นตามมา เมื่อเห็นว่ามีผัดผักบุ้งไฟแดงกองอยู่กลางโต๊ะอาหารก็เดาออกได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เขาหันไปเขกกะโหลกคนงานหนึ่งทีแล้วด่าเสียงดังลั่น

       “อั๊วบอกลื้อแล้วใช่ไหมว่าถ้ามีคนสั่งผัดผักบุ้งลอยฟ้าให้รออั๊วมาทำเอง ทะลึ่งอยากลองฝีมืออีกแล้ว ถ้ามันไปหล่นลงบนหัวลูกค้าจะเป็นยังไง!” พูดแล้วก็ตบกบาลลูกน้องอีกหนก่อนจะเอ่ยปากไล่ให้ไปทำอย่างอื่น  “...ลื้อจะไปไหนก็ไป เห็นแล้วรำคาญลูกกะตาอั๊ว!”

       เมื่อเห็นลูกน้องวิ่งแจ้นไปแล้วจึงรีบปรับเสียงและสีหน้าหันมาที่ชายหนุ่มทั้งสองคน

       “อั๊วขอโทษพ่อหนุ่มสองคนด้วยนะ พอดีอั๊วไปเข้าห้องน้ำมา ไม่คิดว่ามันจะอยากลองมือทำผัดผักบุ้งลอยฟ้า ปกติอั๊วให้มันทำแค่อะไรง่าย ๆ พวกยำ พวกทอด แต่ไอ้นี่มันดื้อด้านอยากข้ามขั้น ยังไงอั๊วก็ต้องขอโทษพวกลื้อสองคนด้วย เดี๋ยวอั๊วทำผัดผักบุ้งไฟแดงลอยฟ้าเมนูขึ้นชื่อของร้านอั๊วให้ชิมฟรี ๆ เมนูนี้ไม่คิดเงิน แล้วนี่ได้สั่งอาหารกันหรือยัง ?”

       “ได้แล้วเฮีย” ป๋อมแป๋มส่งกระดาษที่จดรายชื่ออาหารให้อีกฝ่ายทั้งที่ยังไม่ได้จดเมนูที่เพื่อนอยากจะสั่งเลยสักรายการ เห็นสีหน้าของฮินยังอกสั่นขวัญแขวนกับผักบุ้งลอยฟ้าที่เกือบจะลอยลงมาบนหัวก็เดาว่ามันคงไม่มีอารมณ์สั่งอะไรหรอก นึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าผัดผักบุ้งไฟแดง ๆ ร้อนราดลงบนหัวของเพื่อนเขาจะเป็นยังไง

       เฮียเจ้าของร้านกุลีกุจอรับใบสั่งอาหารมาแล้วหันไปทางลูกค้าคนอื่นที่ต่างก็กำลังจับจ้องมายังโต๊ะเกิดเหตุ ก้มหัวเล็ก ๆ เป็นเชิงบอกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนจะร้องโวยวายขึ้นมาอีกครั้ง

       “เอ้า...ไอ้เตี้ย! ทำไมมึงไม่มาเก็บโต๊ะให้เรียบร้อย ไอ้เตี้ย...ไอ้เตี้ย!”

       เจ้าของร้านเดินหัวเสียไปอีกทาง ทิ้งให้สองหนุ่มมองหน้ากัน โดยเฉพาะฮินที่เอามือลูบศีรษะของตัวเองอย่างเสียว ๆ ยิ่งมองผัดผักบุ้งที่อยู่กลางโต๊ะยังส่งควันฉุยยิ่งขนลุก เขายังไม่อยากหัวล้านตั้งแต่ยังวัยรุ่นนะเว้ยเฮ้ย!

 

       แบงก์ห้าร้อยใช้ได้ตามปกติไม่ใช่แบงก์ปลอมแต่อย่างใด ค่าอาหารมื้อพิเศษถูกจ่ายไปแค่ร้อยห้าสิบบาทเพราะเฮียเจ้าของร้านทั้งลดและแถมเพื่อเอาใจ พร้อมกำชับว่าอย่าเอาเรื่องนี้ไปโพสลงเฟซบุ๊กเพราะกลัวว่าคนจะไม่มากินที่ร้าน ซึ่งฮินก็รับปาก เขารู้ว่ามันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่ได้ตั้งใจอยากให้เกิด ที่สำคัญวันนี้วันดีเขาได้เงินมาฟรีตั้งห้าร้อยบาท ถึงแม้ตอนนี้จะเลี้ยงข้าวไอ้ป๋อมแป๋มจนเหลือแค่สามร้อยห้าสิบแล้วก็ตาม

       “จะไปไหนต่อ ? ไปเล่นรถบั๊มพ์ไหม กูเห็นมีอยู่ตรงนั้น เดี๋ยวนี้หาเล่นยากแล้วนะโว้ย” คนเป็นเพื่อนเอ่ยชวนฮินที่กำลังเก็บเงินที่เหลือใส่ลงในกระเป๋าสตางค์ อีกฝ่ายได้ยินเช่นนั้นก็ส่ายหน้าปฏิเสธ

       “ไม่เอาโว้ย โตเป็นควายแล้ว รถบั๊มพ์เค้าเอาไว้ให้เด็กมัธยมเล่นกัน”

       “แล้วมึงจะทำอะไรที่สมกับคนอายุยี่สิบอย่างมึงกับกู เล่นยิงปืนงี้ ? เข้าบ้านบอลงี้ ? หรือมึงอยากเล่นม้าหมุน ?” เป็นการถามเพื่อประชด เพราะถึงฮินบอกว่าจะเล่นจริง ๆ ป๋อมแป๋มก็คงไม่เอาด้วยหรอก

       ฮินยิ้ม ไม่ตอบอะไร หากแต่สายตานั้นบ่งบอกได้ว่ามีจุดมุ่งหมายแล้ว และไอ้ป๋อมแป๋มต้องไปเล่นกับเขาเพราะเขาเลี้ยงข้าวมันไปแล้ว!


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น