อัปเดตล่าสุด 2021-01-21 14:10:33

ตอนที่ 23 THURSDAY-บันไดหลอนซ่อนฆาตกรรม : เจอกับตัว!

       แม้การตักบาตรเช้านี้จะทำให้ย้งสบายใจขึ้นมาบ้าง แต่ถามว่าวางใจได้หรือยังก็คงตอบได้ว่า ‘ไม่’ เพราะเขารู้เหตุผลจริง ๆ ที่พอมีมาหลอกหลอนว่าเป็นเพราะอะไร ชายหนุ่มนั่งเหม่ออยู่ที่ร้านต้มเลือดหมู ขณะที่พอใจกำลังรีบกินต้มเลือดหมูตรงหน้าแข่งกับเวลา ตอนนี้เธอสายแล้ว กว่าจะไปถึงโรงพยาบาลอีกน่าจะเฉียดฉิวเวลาเข้างานพอดี

       “ทำไมไม่รีบกินล่ะย้ง เดี๋ยวต้มเลือดหมูก็เย็นพอดี ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวใจรีบไปก่อนนะ อ้อ...วันนี้หลังเลิกงานเดี๋ยวใจจะตรงไปเข้าเวรเลย ไม่ได้แวะกลับมาบ้านก่อนนะ” หญิงสาวบอกแล้วรีบตักต้มเลือดหมูเข้าปาก ในขณะที่คนฟังเบิกตาโพลงแล้วร้องเสียงหลง

       “อะไรนะ! คืนนี้ใจจะไม่กลับบ้านเหรอ แล้วย้งจะอยู่ได้ยังไง!” ใจของชายหนุ่มหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม แค่คิดว่าต้องอยู่คนเดียวในบ้านที่มีดวงวิญญาณของพอมีอยู่ด้วยก็ยิ่งกว่าตกนรกแล้ว

       “เอ้า...ก็อยู่เหมือนทุกทีไง มันไม่มีอะไรหรอกน่าย้ง เราทำบุญไปให้เจ้ามีแล้ว เจ้ามีไม่มาให้เห็นหรอก ย้งทำใจสบาย ๆ  เถอะ นี่ก็สายแล้ว ใจไปก่อนนะ” ว่าแล้วเธอก็ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มก่อนจะคว้ากระเป๋ามาสะพายแล้วรีบลุกออกไป ทิ้งให้คนเป็นสามีนั่งนิ่ง กลืนข้าวไม่ลงคอ เขาจะไม่ยอมนอนที่บ้านคนเดียวแน่ คืนนี้จะให้ไอ้บาสมานอนเป็นเพื่อนไม่ว่าจะยังไงก็ตาม

       แต่ความหวังก็พังลงเมื่อไอ้บาสต้องไปเฝ้าแม่ที่ป่วยกะทันหันจนต้องเข้าโรงพยาบาล และเหตุผลนั้นก็ทำให้เขาไม่อาจเห็นแก่ตัวยื้อให้เพื่อนมานอนที่บ้านของตนได้ สุดท้ายตนก็เป็นที่พึ่งแห่งตน ย้งหอบกระป๋องเบียร์มาครึ่งโหลหมายจะดื่มให้เมาจนหลับจะได้ไม่ต้องรับรู้อะไรทั้งนั้นในคืนนี้ เขาขึ้นไปอยู่บนห้องนอน ล็อกประตูแน่นหนา เปิดไฟสว่างทิ้งไว้ทั้งบ้านอย่างน้อยก็อุ่นใจกว่าปิดไฟมืด แม้บนห้องนอนจะไม่มีโทรทัศน์แต่ก็เปิดข่าวดูจากโน้ตบุ๊กที่ยกขึ้นมา ถั่วพิตาชิโอของโปรดถูกเทใส่ถ้วยวางไว้บนพื้นห้อง ขณะที่เจ้าของบ้านกำลังยกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่มเป็นกระป๋องที่สามแล้วแต่กลับไม่รู้สึกเมาหรือง่วงเอาเสียเลย ทั้ง ๆ ที่ปกติดื่มแค่สองกระป๋องก็เริ่มจะหนังตาปิดแล้ว แต่วันนี้ทำไมมันคอแข็งจัง ให้มันได้อย่างนี้สิ!

       ย้งหันไปดูนาฬิกาที่บัดนี้บอกเวลาจะเที่ยงคืนอยู่แล้ว อยากเร่งวันเวลาให้ถึงเช้าไว ๆ พอใจจะได้กลับมาเสียที เขาไม่อยากอยู่คนเดียว มันรู้สึกได้ว่ามีใครยืนอยู่หน้าประตูห้องนอนทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เปิดออกไปดู บางสิ่งไม่เห็นด้วยตาแต่สัมผัสได้ด้วยความรู้สึก

       ตุบ...ตุบ...ตุบ

       เสียงเหมือนอะไรกลิ้งตกบันไดทำเอาย้งที่กำลังกระดกเบียร์ถึงกับชะงัก รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นที่หลังบานประตูห้องนอน เขาพยายามไม่สนใจแล้วกระดกเบียร์ในกระป๋องให้หมดพลางเร่งเสียงจากโน้ตบุ๊กให้ดัง ชายหนุ่มไม่อยากรับรู้ ไม่อยากได้ยิน ไม่อยากสนใจอะไรทั้งนั้น เขาจะต้องผ่านคืนนี้ไปให้ได้!

       แกรก...แกรก...แกรก

       คราวนี้ไม่ใช่เสียงตกจากบันไดแล้ว แต่เป็นเสียงเหมือนคนที่ไว้เล็บยาว ๆ แล้วใช้เล็บขูดประตูห้องนอนจากบนลงล่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า น่าแปลกที่แม้จะเปิดเสียงจากโน้ตบุ๊กดังจนสุดแล้วแต่ดูเหมือนเสียงด้านนอกนั้นจะดังกว่าเพื่อให้คนที่อยู่ในห้องสนใจ ย้งนั่งนิ่ง ขนลุกชันไปทั่วร่าง พยายามบอกตัวเองว่าอย่าสนใจ อย่าหลงติดกับเรื่องของไอ้มี มันอยากหลอกอะไรก็หลอกไป อยากทำเสียงอะไรก็ให้มันทำไป แต่เขาจะไม่มีทางออกไปจากห้องนอนเด็ดขาดจนกว่าพอใจจะกลับมา

       เบียร์อีกกระป๋องถูกเปิดออก ยังไม่ทันจะได้ยกมันขึ้นดื่ม ไฟในห้องนอนก็ดับพรึ่บขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ย้งสะดุ้งโหยงหันมองไปที่ประตู น่าแปลกที่ไฟในห้องนั้นดับแต่ทแสงไฟจากภายนอกนั้นยังสว่างลอดผ่านมาทางช่องว่างระหว่างประตูกับพื้น ที่สำคัญเขาเห็นเงาของ ‘บางสิ่ง’ เดินผ่านไปมาทั้งที่ในบ้านมีเขาอยู่คนเดียว

       ใช่...มีเขาอยู่ ‘คน’ เดียว เพราะสิ่งที่อยู่ด้วยตอนนี้นั้น ‘ไม่ใช่คน’!

       เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะความกลัว ทำเอาชายหนุ่มใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่ ย้งพยายามตั้งสติ เมื่อเห็นเป็นเบอร์ของพอใจก็รีบกดรับทันที

       “ย้ง ใจลืมเอากุญแจบ้านมา ถ้าใจไปถึงเดี๋ยวจะกดกริ่งเรียกให้ลงมาเปิดประตูนะ” ฝ่ายภรรยาพูดเข้าเรื่องทันที

       “ใจ...ใจจะกลับมากี่โมง ย้งจะทนอยู่ไม่ไหวแล้วนะ ไอ้มีมันมาหลอกย้งจนย้งแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ใจกลับมาตอนนี้เลยได้ไหม” ชายหนุ่มวอนขอขณะที่สายตายังมองตรงไปตรงช่องว่างระหว่างประตูที่บัดนี้ไม่มีเงาวูบไหวไปมาแล้ว แต่กลับยืนนิ่งอยู่หน้าประตูราวกับต้องการจะเข้ามาข้างในห้องนอนของเขาเสียให้ได้!

       “ใจเย็นก่อนนะย้ง ใจยังกลับตอนนี้ไม่ได้ รออีกสักสองชั่วโมงนะ ทำใจดี ๆ มันไม่มีอะไรหรอก แค่นี้ก่อนนะย้ง มีเคสด่วนเข้ามาแล้ว” หญิงสาววางสายไปเสียเฉย ๆ โดยไม่ฟังเสียงร้องเรียกของสามีที่ตอนนนี้สติแตกเลยสักนิด คนไม่เชื่อถ้าไม่เจอกับตัวก็คงไม่เชื่อหรอก

       “ใจ...เดี๋ยวสิใจ โธ่เอ้ย!” ชายหนุ่มหัวเสีย ขว้างโทรศัพท์ทิ้งไปอีกทาง ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรต่อเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ย้งคิดว่าพอใจอาจจะโทรกลับมาจึงรีบลุกไปหยิบขึ้นมากดรับ แต่กลับไม่มีเสียงพูดจากอีกฝ่าย ครั้นเมื่อยกโทรศัพท์ออกมาดูเบอร์คนโทรเข้ากลับเป็นเบอร์ของพอมีที่เขาเคยบันทึกเอาไว้ ทั้งที่พอมีไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือมานานมากตั้งแต่ป่วย และพอใจก็เอาใส่ลงไปในโลงศพของน้องชายด้วยก่อนที่จะเข้าตาเผา!

       ย้งเห็นเช่นนั้นจึงรีบขว้างโทรศัพท์ทิ้งทันที ขณะที่โทรศัพท์ยังคงส่งเสียงร้องในความมืดประสานกับเสียง ตุบ...ตุบ...ตุบ ตรงบันไดบ้าน และเสียง แกรก...แกรก...แกรก ที่บานประตู เท่านั้นยังหลอนประสาทของฆาตกรใจโหดไม่พอเสียกระมัง เพราะคราวนี้มีเสียงคนคลานอยู่บนฝ้าเพดานห้องนอนเพิ่มขึ้นมาอีก ชายหนุ่มเอามือปิดหูแล้วถอยกรูดไปนั่งกอดเข่าอยู่ที่มุมห้อง พยายามบอกตัวเองว่าไม่จริง เขาไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น!

       ไม่รู้นานแค่ไหน รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ย้งสะดุ้งตื่นขึ้นมา มองรอบกายอย่างพยายามตั้งสติและคิดทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง เสียงโทรศัพท์ยังคงดังอย่างต่อเนื่องจนเจ้าของบ้านต้องเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่ส่องแสงสว่างจ้าในความมืดด้วยความสะพรั่นพรึง ค่อย ๆ ยกมันขึ้นดูด้วยความหวาดระแวง กลัวว่าจะเป็นสายจากวิญญาณของพอมี แต่ครั้นเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของพอใจก็โล่งอกเหมือนสวรรค์ส่งคนมาช่วยแล้ว ชายหนุ่มรีบกดรับสายทันที

       “ใจ...ใจกลับมาแล้วใช่ไหม ?”

       “ใช่ ใจอยู่หน้าบ้าน ย้งมาเปิดประตูให้ใจหน่อย” ปลายสายบอก

       “ได้ ๆ รอแป๊บนึงนะ” ว่าแล้วชายหนุ่มก็รีบเปิดประตูห้องนอนออก แต่เพียงก้าวเท้าลงไปที่บันไดขั้นแรกเขาก็หน้าคะมำจนกลิ้งลงไปนอนตรงบันไดขั้นล่างสุดอย่างแรงและเร็วแบบไม่ทันได้ตั้งตัวในสภาพตัวงอ รู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งร่าง พยายามจะร้องขอความช่วยเหลือแต่ก็ไม่มีเสียงหลุดลอดออกมาจากปากแม้แต่น้อย ที่สำคัญร่างทั้งร่างกลับไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด สิ่งที่ขยับได้ตอนนี้คือดวงตาทั้งสองข้างเท่านั้น!

       เสียงคนเดินลงบันไดมาอย่างช้า ๆ ก่อนจะปรากฏร่างของพอใจในชุดนางพยาบาลสีขาว เธอไม่ได้มีสีหน้าตกใจอะไรนักที่เห็นสามีตกลงมานอนอยู่ตรงบันไดขั้นล่างสุด ย้งพยายามจะขอความช่วยเหลือจากหญิงคนรักแต่ทว่าตอนนี้สีหน้าเธอช่างเย็นชาราวกับไม่ใช่พอใจคนเดิม

       “เจ็บไหมย้ง ? ย้งจะได้รู้ว่าสิ่งที่ย้งทำกับน้องชายของใจมันเป็นยังไง รู้ไหมว่าเจ้ามีมันทรมานแค่ไหนกับสิ่งที่ย้งทำกับมัน” พอใจพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาแล้วเดินไปนั่งไขว่ห้างที่โซฟาตัวนุ่มก่อนจะพูดต่อ “...สิ่งที่ย้งบอกกับใจว่าคนเกิดวันพฤหัสฯ จะมีจิตสื่อสารกับบันไดที่เคยมีคนตาย อันที่จริงใจเชื่อนะ เชื่อมากด้วย เพราะใจเจอกับตัวเอง เจอกับวิญญาณของเจ้ามีที่มาบอกความจริงกับใจว่าที่เจ้ามีตายไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุ แต่เป็นเพราะฆาตกรใจชั่ว ซึ่งฆาตกรคนนั้นก็คือย้ง!” จากน้ำเสียงที่เย็นเยียบกลับกลายเป็นดุดันขึ้นมาอย่างคนที่เก็บความแค้นไว้ในใจจนล้นเอ่อ เธอจ้องเขม็งไปทางชายคนรักแล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองให้เขาฟัง

       เรื่องที่ทำให้เธอเชื่อว่าคนเกิดวันพฤหัสบดีจะมีจิตสื่อสารกับบันไดที่มีวิญญาณสิงสถิต!

       . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

       ตั้งแต่พอมีเสียชีวิตไป พอใจฝันเห็นน้องชายมานั่งร้องไห้อยู่ตรงบันไดบ้านอยู่บ่อยครั้งราวกับน้องชายต้องการจะมาบอกอะไรบางอย่างกับพี่สาว เธอพยายามถามน้องชายในฝันว่าต้องการอะไร แต่พอมีก็ไม่ตอบ ได้แต่ร่ำไห้แล้วบอกว่า “เจ็บเหลือเกิน” ซ้ำไปซ้ำมา

       “บางทีคนตายอาจยังมีเรื่องค้างคาใจแต่มีบุญไม่มากพอที่จะสื่อสารกับคุณก็ได้ คุณต้องช่วยอีกแรงด้วยการหาวิธีสื่อสารกับคนตาย คุณบอกว่าน้องคุณตกบันไดลงมาเสียชีวิตใช่ไหม ?” หมอดูที่ตอนแรกพอใจตั้งใจจะไปดูดวงเรื่องการงาน กลับทักเรื่องมีดวงวิญญาณต้องการจะสื่อสารกับเธอ เขาเอ่ยถามเรื่องน้องชายเสียชีวิตราวกับตาเห็น พอใจจึงเล่าเรื่องในฝันให้แม่หมอฟัง

       “แล้วฉันต้องทำยังไงคะ ฉันก็ไม่สบายใจที่เห็นน้องยังไม่ไปสู่สุคติ”

       “คุณเกิดวันอะไรนะ ?” แม่หมอที่ยังอายุไม่มากแต่ดูเชี่ยวชาญเรื่องที่ไม่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์อธิบายเอ่ยถาม

       “วันพฤหัสบดีค่ะ”

       “ดีเลย คนวันพฤหัสบดีจะมีจิตสื่อสารกับสิ่งเร้นลับที่อยู่ตรงบันไดที่เคยมีประวัติ ในเมื่อน้องของคุณมีบุญไม่มากพอจะสื่อสารกับคุณ คุณก็ต้องช่วยหาหนทางในการสื่อสารกับเขา เอาอย่างนี้นะ ในเวลาหลังเที่ยงคืน ให้คุณตั้งจิตนึกถึงน้องของคุณแล้วเดินถอยหลังลงจากบันไดขั้นบนสุดลงมาสามขั้น จากนั้นมองลอดช่องว่างระหว่างบันไดบ้าน แล้วคุณจะสื่อสารกับน้องชายของคุณได้...ลองดู” แม่หมอแนะนำวิธีการสื่อสารกับดวงวิญญาณของน้องชายให้กับพี่สาวที่กำลังไม่สบายใจ พอใจไม่รู้หรอกว่ามันจริงไหม แต่ถ้ามันจะช่วยน้องชายเธอให้ไปผุดไปเกิดได้เธอก็พร้อมจะลองทำ 

 

       พอใจรอจนแน่ใจว่าย้งหลับไปแล้ว เธอจึงค่อย ๆ เอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่บนหัวเตียงขึ้นมาดูเวลา...ตีหนึ่งสิบสองนาทีแล้ว หญิงสาวก้าวลงจากเตียงอย่างแผ่วเบา เปิดประตูห้องนอนแล้วเดินไปหยุดที่หน้าบันไดบ้านที่เปิดไฟสีส้มทิ้งไว้แลดูมืดสลัวน่าขนลุก หญิงสาวยืนตั้งสติอยู่ตรงนั้นอึดใจใหญ่ เสียงที่แม่หมอบอกยังคงชัดเจนเสียจนเหมือนอีกฝ่ายมาพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ข้างหู เมื่อคิดว่าพร้อมแล้วเธอจึงหันหลังแล้วค่อย ๆ ก้าวลงจากบันไดขั้นบันสุด

       ขั้นที่หนึ่ง...ขั้นที่สอง...ขั้นที่สาม

       พอใจก้มลงมองตรงช่องว่างช่องบันไดด้วยหัวใจเต้นระส่ำ ภาวนาขอให้เจอกับพอมีเพื่อที่จะได้รู้ว่าน้องชายมีอะไรค้างคาใจถึงยังไม่ไปผุดไปเกิดเสียที

       ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะตอนนี้พอใจเห็นร่างของพอมียืนจังก้าอยู่กลางห้องรับแขก ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกลียดเสียจนดุดัน คนเป็นน้องเงยหน้าขึ้นมาหาพี่แล้วบอกสิ่งที่ตัวเองค้างคา

       “พี่ใจ มีไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ มีตายเพราะไอ้ย้งสารเลว มันฆ่ามี...มันฆ่ามี!”

       . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

       “ไอ้มี ไปดูแข่งรถไหม ?”

       ดั่งเสียงสวรรค์...คนที่กำลังนอนอยู่สะดุ้งตื่นทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘แข่งรถ’ พอมีหันมาพยักหน้ารับแล้วตอบอย่างไม่ต้องคิดมาก การแข่งรถคือสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวชายสติไม่ดีให้อยู่ในโลกใบนี้ 

       “ไป! ไปดูแข่งรถกัน” พอมีบอกอย่างดีใจ อีกฝ่ายตบบ่าเบา ๆ แล้วบอก

       “ถ้าอย่างนั้นรอที่นี่ก่อน เดี๋ยวพี่ลงไปเตรียมข้าวของแป๊บนึง ถ้าเรียกแล้วก็รีบลงไปนะ” ย้งกล่าวก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินลงบันไดไปด้านล่าง แผนการทุกอย่างกำลังจะเป็นไปได้ด้วยดีแบบที่คิดไว้

       “ลงมาได้แล้วไอ้มี” เจ้าของบ้านตะโกนเรียกอีกฝ่าย ได้ยินเสียงวิ่งของพอมีดังออกมาจากห้องนอน ไม่ต้องเห็นหน้าก็รู้ว่าดีใจแค่ไหนที่จะได้ไปดูการแข่งรถ ทั้งที่จริงแล้วไม่ใช่...พอมีกำลังถูกลวงไปตาย!

       ทันใดนั้นเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่ออยู่ดี ๆ ชายหนุ่มสติไม่สมประกอบก็พลาดสะดุดจนตกบันไดบ้านจากชั้นบนลงมาข้างล่างอย่างแรง ร่างของชายหนุ่มนอนแน่นิ่ง หายใจรวยริน ขณะที่ย้งซึ่งยืนอยู่ตรงบันไดขั้นบนสุดยืนปรายตามองลงมาแล้วแสยะยิ้ม

       ที่พอมีตกบันได เพราะย้งที่ยืนแอบอยู่ก่อนหน้าเข้ามากระโดดผลักร่างของตัวปัญหาจนตกลงไป

       มันไม่ใช่อุบัติเหตุ!

       ย้งล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กระแอมเสียงเล็กน้อยก่อนจะกดโทรหาหญิงคนรัก เพียงอึดใจพอใจก็รับสาย การแสดงละครบทใหญ่จึงเริ่มขึ้น

       “ใจ...ทำใจดี ๆ ก่อนนะ ไอ้มีตกบันได ไม่รู้ตกได้ยังไง ย้งไปเข้าห้องน้ำแป๊บเดียวออกมาก็เห็นไอ้มีนอนนิ่งแล้ว ตอนนี้ย้งไม่รู้จะทำยังไง...โอเค ๆ ย้งจะไม่แตะต้องตัวไอ้มี ใจรีบให้รถพยาบาลมารับตัวเลยนะ” ย้งทำเป็นละล่ำละลักบอกก่อนจะวางสาย มองตัวปัญหาที่ตอนนี้นอนนิ่งอยู่ทางด้านล่าง เดินลงมานั่งยอง ๆ ข้างร่างของพอมีที่ยังมีลมหายใจรวยริน

       ย้งยิ้ม...เป็นรอยยิ้มที่แสนจะน่ากลัวเสียเหลือเกิน ชายหนุ่มค่อย ๆ เอาผ้าขนหนูผืนเล็กปิดที่จมูกของอีกฝ่ายแล้วกดลงอย่างแรงจนพอมีตาเหลือก ร่างที่ขยับไม่ได้พยายามที่จะดิ้นรนเอาชีวิตรอดไขว่คว้าอากาศหายใจ แต่แล้วสุดท้ายดวงตาของชายสติไม่ดีก็เบิกโพลง จ้องเขม็งตรงมายังใบหน้าของย้งฆาตกรใจโหดก่อนที่จะค่อย ๆ แน่นิ่งไปในที่สุด เมื่อย้งแน่ใจว่าพอมีไม่มีลมหายใจแล้ว เขาจึงรีบเอาผ้าผืนนั้นออกจากจมูกของคนตาย ยืนมองตัวภาระที่บัดนี้จะไม่ใช่ตัวภาระอีกแล้ว!

       ฆาตกรใจทรามคือพี่เขยสารเลวนั่นเอง!

       . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

       มันเป็นความเจ็บใจและเสียใจจนเกินจะบรรยายเป็นคำพูด...

       น้ำตาของคนเป็นพี่สาวไหลอาบแก้มขณะมองร่างของน้องชายซึ่งได้จากโลกนี้ไปแล้ว มือทั้งสองข้างกำแน่นเข้าหากัน อยากจะวิ่งไปในครัวหยิบเอามีดด้ามคมแล้วเข้าไปแทงสามีที่นอนอยู่ให้ตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด เธอรู้ว่าสามีระอาน้องชายของเธอที่สติไม่ดี แต่ไม่คิดว่าจิตใจจะต่ำช้าจนถึงขั้นฆ่าคนที่ไม่มีทางสู้ได้ลงคอ เธอจะทนอยู่กับฆาตกรที่ฆ่าน้องชายตัวเองแต่ยังทำหน้าใสซื่อเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวได้ยังไง เธอทำไม่ได้หรอก...เธอทำไม่ได้!

       “พี่ใจ พี่ต้องแก้แค้นให้มี พี่ต้องเอาคืนให้มี ให้ไอ้สารเลวนั้นมันทรมานที่สุด” วิญญาณของน้องชายวอนขอพี่สาวของตัวองที่กำลังยืนโกรธจนตัวสั่น หญิงสาวพยักหน้ารับ พยายามควบคุมอารมณ์ที่ตอนนี้เหมือนมีกองไฟสุมอยู่ในทรวงอก

       “ได้ พี่จะเอาคืนไอ้สารเลวที่ฆ่ามีให้สาสม!”

       พอใจให้สัญญากับน้องชายก่อนจะกลับไปนอนข้างฆาตกรใจชั่ว ในหัวคิดแผนการที่จะเอาคืนคนที่ฆ่าน้องชายเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนรุ่งสาง วิธีจัดการชายชั่วข้างกายจึงบังเกิด

       ทำอย่างไร...ก็ต้องเจอแบบนั้น!

 

       หญิงสาวกลับมาถึงบ้านก่อนเวลาที่บอกกับสามี เธอไขประตูเข้าบ้านมาอย่างเงียบเชียบก่อนจะเดินตรงขึ้นไปบนบ้านแล้วหยุดอยู่ที่มุมมืดตรงหัวบันได ยกโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาชายคนรัก รอเพียงอึดใจเดียวเขาก็รับสาย

       “ใจ...ใจกลับมาแล้วใช่ไหม ?”

       “ใช่ ใจอยู่หน้าบ้าน ย้งมาเปิดประตูให้ใจหน่อย” ปลายสายบอก

       “ได้ ๆ รอแป๊บนึงนะ” ว่าแล้วชายหนุ่มก็รีบเปิดประตูห้องนอนออก แต่เพียงก้าวเท้าลงไปที่บันไดขั้นแรกเขาก็หน้าคะมำจนกลิ้งลงไปนอนตรงบันไดขั้นล่างสุดอย่างแรงและเร็วแบบไม่ทันได้ตั้งตัวในสภาพตัวงอ รู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งร่าง พยายามจะร้องขอความช่วยเหลือแต่ก็ไม่มีเสียงหลุดลอดออกมาจากปากแม้แต่น้อย ที่สำคัญร่างทั้งร่างกลับไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด สิ่งที่ขยับได้ตอนนี้คือดวงตาทั้งสองข้างเท่านั้น!

       มันไม่ใช่อุบัติเหตุ ไม่ใช่เพราะวิญญาณของพอมี แต่เป็นพอใจเองที่เป็นคนผลักร่างของสามีลงมา

       เธอทำกับเขา...แบบที่เขาทำกับน้องชายเธอ!

       พอใจที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวนุ่มค่อย ๆ ลุกขึ้นอย่างใจเย็น ก่อนจะเดินมานั่งยอง ๆ ข้างชายคนรักที่นอนกลอกตาไปมาด้วยความหวาดกลัว นอกจากกลัวภรรยาของตัวเองแล้ว ยังกลัวพอมีที่นั่งห้อยขาอยู่ตรงบันไดบ้านแล้วแกว่งขาไปมาด้วย วิญญาณของพอมีมองตรงมายังร่างของฆาตกรอย่างสาแก่ใจที่วันนี้มีคนแก้แค้นให้แล้ว!

       “อย่าเพิ่งรีบตายนะย้ง ความตายมันสบายเกินไปสำหรับคนจิตใจชั่วอย่างย้งที่ฆ่าคนทั้งคนได้อย่างไร้ซึ่งความปรานี เรื่องบางเรื่องถ้าจะรอให้กรรมตามทันมันคงช้าไป สำหรับย้งควรได้รับบทเรียนด้วยมือของคนด้วยกันนี่แหละ และคนคนนั้นก็ก็คือใจเอง” หญิงสาวบอกแล้วหัวเราะในลำคอพลางใช้มือลูบหน้าลูบตาชายคนรักอย่างต้องการไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย “...แต่ไม่ต้องกลัวนะ ใจไม่ชั่วถึงขนาดจะเอาผ้าขนหนูปิดปากปิดจมูกให้ย้งตายแบบทรมานหรอก...ใช่ ใจไม่ได้ชั่วแบบนั้น แต่ชั่วมากกว่านั้น!”

       พอใจปรายตามองชายคนรักราวกับเขาเป็นตัวเชื้อโรคน่ารังเกียจ ใช้มือแตะร่างของอีกฝ่ายที่ไร้ซึ่งความรู้สึกแล้วยิ้ม

       “ดูท่าจะไม่ตายก็คงเลี้ยงไม่โตแล้วล่ะ ดีเลย...ย้งเคยบอกว่าเป็นห่วงใจ กลัวว่าจะลำบากที่ต้องคอยดูแลเจ้ามีที่พิการ ตอนนี้ใจอยากยอมรับความเป็นห่วงที่ย้งมอบให้แล้วล่ะ ชีวิตใจลำบากมามาก ใจควรสบายเสียที เดี๋ยวใจจะส่งย้งไปอยู่บ้านพักคนพิการก็แล้วกันนะ ใจจะได้สบาย ไม่ต้องเหนื่อย...อ้อ แต่ย้งไม่ต้องเป็นห่วงนะเดี๋ยวใจจะหาที่ที่มีคนดูแลย้งดี ๆ เลย เอาแบบที่ตีเช้าตีเย็น! ดีไหม ? แบบนั้นถึงจะเหมาะกับคนเลว ๆ แบบย้ง จะได้อยู่อย่างทรมานไปอีกนานแสนาน!”

       พอใจหัวเราะในลำคอเบา ๆ อีกครั้ง ก่อนจะล้วงโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากดเบอร์ฉุกเฉิน กระแอมเสียงเล็กน้อย รอเพียงอึดใจเจ้าหน้าที่ก็รับสาย การแสดงละครบทใหญ่จึงเริ่มขึ้น...

       “ช่วยด้วยค่ะ! มีคนตกบันไดค่ะ! ค่ะ ๆ จะไม่แตะตัวคนเจ็บค่ะ รีบมาเลยนะคะ”

       พอใจวางสายก่อนจะลุกขึ้นมองชายคนรักด้วยสายตาเย็นชา เธอยิ้มมุมปากเล็ก ๆ ใช้เท้าเตะไปที่ร่างของอีกฝ่ายไปมาอย่างที่ต้องการจะให้เขาเป็นอัมพาตอย่างเต็มตัว ไม่ให้มีโอกาสรอดกลับไปเป็นปกติได้อีก

       ย้งน้ำตาไหลอาบแก้ม อยากจะตะโกนบอกหญิงคนรักเสียเหลือเกิน...

       ฆ่ากูเถอะ! ได้โปรด...ได้โปรด!

 

จบบริบูรณ์

 

 

       ผมอยากจะลุกขึ้นปรบมือให้กับนางพยาบาลพอใจเสียเหลือเกินครับ ถ้าไม่กลัวว่าคนในร้านกาแฟจะหาว่าผมสติไม่ดี จึงทำได้แค่เพียงยิ้มสะใจในผลกรรมที่ย้งได้รับ ย้งนี่เลวจริง ๆ เอาละ ถึงผมจะเห็นใจเขาในส่วนหนึ่งที่ต้องมาลำบากลำบนเลี้ยงน้องที่พิการของพอใจ แต่เขาก็น่าจะมีวิธีจัดการที่ดีกว่านี้ การฆ่าคนทั้งคนไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเพราะมันจะเป็นบาปกรรมที่ติดตัวไปจนวันตาย ซึ่งถ้าตายก็แล้วไป แต่ถ้ายังอยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็นแบบที่ย้งต้องเผชิญ แบบนั้นมันทรมานยิ่งกว่าตกนรกเสียอีก

       ที่น่ากลัวอีกอย่างคือการบรรยายเรื่องบันไดของผู้เขียน ทำให้ผมต้องนึกย้อนไปสมัยเด็ก ตอนที่อยู่บ้านอาม่า ที่บ้านจะเป็นบันไดไม้ บริเวณนั้นค่อนข้างมืด และตรงเหนือบันไดจะมีรูปบรรพบุรุษที่ส่วนใหญ่ผมเกิดไม่ทันแขวนไว้เรียงราย ทุกครั้งที่เดินขึ้นหรือลงบันไดบ้านจะรู้สึกเหมือนว่าพวกท่านมองดูผม ยิ่งในเวลากลางคืนถ้าลงมากินน้ำจะต้องรีบวิ่งจนเสียงดังปึงปังถูกแม่ด่าเป็นประจำ ก็คนมันกลัวนี่นะ ทำยังไงได้ โชคดีที่ผมไม่ได้เกิดวันพฤหัสบดี ไม่อย่างนั้นในวัยเด็กผมอาจเจออะไรแปลก ๆ ที่บันไดบ้านก็ได้

       ผมเอื้อมมือไปตัดฟิชแอนด์ชิปส์เข้าปากอีกคำ คราวนี้ไม่ลืมหยิบเฟรนช์ฟรายส์มาจิ้มซอสมะเขือเทศเข้าปากตามไปด้วย ที่ร้านนี้ใช้มันฝรั่งสดไม่ใช่มันฝรั่งแช่แข็งรสชาติจึงอร่อยเป็นพิเศษ บางทีผมก็สั่งมากินเล่นกับกาแฟ เหมือนจะดูไม่เข้ากันแต่กลับเข้ากันอย่างน่าประหลาด ก็คงเหมือนอาจารย์สอนกฎหมายที่เป็นเหตุเป็นผลอย่างผมแต่กลับชอบอ่านนิยายผีซึ่งดูไม่มีเหตุผล ดูไม่น่าเข้ากันแต่ก็เข้ากันได้อย่างลงตัว

       เมื่อเติมเสบียงลงท้องแล้ว ผมจึงหยิบรวมเรื่องสั้น 7 วันจองเมรุ ขึ้นมาอ่านต่อ ใกล้จะจบเล่มเต็มทีแล้ว ตอนนี้ก็เดินทางมาถึงวันศุกร์ที่ว่ากันว่าคนเกิดวันนี้จะมีจิตสื่อสารกับผืนน้ำ อ่านจากชื่อเรื่องแล้วก็พอจะเดาออกว่าเกี่ยวกับอะไร แต่ก็นั่นแหละ บางทีเรื่องราวก็อาจจะไม่เหมือนที่คิดเอาไว้หรอก

       เรื่องนี้มีชื่อว่า...

       ลอยกระทงจงเป็นศพ


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น