อัปเดตล่าสุด 2021-01-20 17:45:36

ตอนที่ 18 WEDNESDAY-ไปงานศพ...เพื่อเป็นศพ! : มันตามมาจากงานศพ!

       หัวใจของซีเปียยังเต้นแรงขณะที่เดินตรงไปบนทางเดินของโรงพยาบาลที่ตอนนี้รอบข้างเงียบกริบ อยากจะไปดูอาการของชายคนรักสักหน่อยว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง หวังว่าเขาจะดีขึ้นจนลุกมาฟังเรื่องที่เธอพบเจอมาสด ๆ ร้อน ๆ การเก็บเรื่องนั้นไว้ในใจคนเดียวมันอึดอัด เผื่อว่าเขาจะช่วยเธอคิดและหาคำตอบของสิ่งที่เกิดขึ้นได้บ้าง แต่แล้วซีเปียก็ต้องผิดหวังเมื่อพบว่าพาคุปยังไม่ตื่น เมื่อตอนเย็นหมอให้ให้ยานอนหลับไปด้วยอยากให้เขาพักผ่อนมาก ๆ หญิงสาวจึงจำเป็นต้องกลับเพราะพาคุปมีพยาบาลพิเศษดูแลอยู่แล้ว ซึ่งก็ดีเหมือนกัน เธอว่าเธอเองก็ควรกลับไปพักผ่อนหลังจาที่เจอเรื่องสติแตกมา เอาไว้ค่อยโทรไประบายกับยายฟ้าแทนก็ได้

       เสียงรองเท้าส้นสูงดังก้องเป็นจังหวะตลอดทางเดินที่ทอดยาวตรงสู่ลิฟต์ซึ่งอยู่ตรงสุดทาง วันนี้ทั่วทั้งวอร์ดเงียบเชียบราวกับเป็นโรงพยาบาลร้าง ตรงเคาน์เตอร์ที่ปกติจะมีนางพยาบาลและเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่กลับร้างไร้ผู้คน มีเพียงโทรทัศน์ที่เปิดทิ้งไว้ ไฟสว่างจ้าแต่ไม่รู้ทำไมเหมือนมีหมอกบาง ๆ ลอยเคว้งไปทั่วบริเวณ ซีเปียเสียวสันหลังวาบขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล มันคล้ายกับมีคนเดินตามเธอมาห่าง ๆ แต่พอหันไปดูก็ไม่เห็นมีใครเลยสักคนเดียว ไม่เสียเวลาเดินทอดน่อง ซีเปียรีบเดินตรงดิ่งจะรีบลงลิฟต์ไปยังอาคารจอดรถที่ตั้งอยู่ชั้นสี่ จะได้กลับบ้านเสียที ในขณะที่กำลังเดินเลี้ยวไปทางมุมตึกอันเป็นที่ตั้งของลิฟต์โดยสารนั้น เธอก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นหญิงชราคนหนึ่งในชุดเสื้อลูกไม้สีเหลืองตุ่นกับผ้าถุงที่เปรอะเปื้อนไปด้วยดินด้วยโคลน หญิงชราคนนั้นหันหน้าเข้ากำแพงยืนนิ่งราวกับเป็นหุ่น หัวใจของซีเปียส่งเสียงร้องเตือนถึงความไม่ชอบมาพากล หญิงสาวเดินถอยหลังในขณะที่สายตายังมองหญิงชราคนนั้นอย่างไม่วางตา...ซึ่งก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าถ้ากลัวแล้วจะมองทำไม!

       นั่นยังไม่น่าตกใจเท่าหญิงชราคนนั้นเริ่มเอาศีรษะโขกกำแพงเป็นจังหวะดัง...ตึง...ตึง...ตึง และยิ่งทวีความแรงขึ้น เร่งจังหวะให้ถี่ขึ้น ฝาผนังสีขาวเริ่มปรากฏรอยเลือดขึ้นเป็นดวง ซีเปียถอยกรูดด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพียงอึดใจหญิงชราก็หยุดเอาศีรษะโขกกับฝาผนังก่อนจะค่อย ๆ หันทางซีเปีย ที่น่าสะพรึงกว่าการกระทำคือใบหน้าของหญิงชรานั้นเป็นใบหน้าที่ยุบลงไปจนเป็นแอ่ง ภายในนั้นเต็มไปด้วยข้าวเปลือกไหลร่วงหล่นลงมาบนพื้น เป็นข้าวเปลือกที่ปนเปื้อนเลือดและมันสมองเสียจนส่งกลิ่นคาวสะอิดสะเอียน ซีเปียเบิกตาโพลงแล้วหวีดร้อง เข่าอ่อนจนทรุดลงกับพื้น

       “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด...!!!”

       พลันนั้นมีมือของใครบางคนจับเข้าที่ไหล่ ซีเปียต้องเร่งเสียงร้องดังขึ้นอีกพลางปัดมือนั้นออกด้วยความหวาดกลัว จนได้ยินเสียงร้องเรียกของอีกฝ่ายจึงค่อยได้สติคืนกลับมา

       “คุณคะ...คุณคะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ?”

       ซีเปียที่กลัวจนตัวสั่นค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียง เห็นเป็นพยาบาลสาวที่นั่งย่อตัวอยู่ข้าง ๆ ก็รีบชี้ไปทางหญิงชราคนที่เธอเห็นแล้วละล่ำละลักบอก

       “คุณพยาบาลคะ ฉันเห็นผี...ผีคนแก่ ยืนอยู่ตรงนั้น...ตรงนั้นค่ะ” ซีเปียบอกแล้วหลับตาแต่ทว่ามือกลับชี้ไปยังจุดที่เธอเห็นหญิงชราคนนั้น นางพยาบาลสาวมองตามแล้วย่นคิ้วก่อนจะบอก

       “ไหนคะ ? ไม่มีใครเลยค่ะ ตรงนั้นมีแต่สแตนดี้ดาราที่โฆษณาแพคเกจตรวจมะเร็งเต้านมนะคะ”

       เมื่อได้ยินเช่นนั้นซีเปียจึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็เป็นจริงดังนั้น จุดที่เมื่อครู่เธอเห็นหญิงชรายืนเอาศีรษะโขกกับฝาผนังจนเละนั้น แท้ที่จริงมีแค่สแตนดี้ดาราสาวชื่อดังยืนยิ้มหวานอยู่ ไม่มีหญิงชราคนที่เธอเห็น  แต่แม้จะเป็นเช่นนั้นซีเปียก็มั่นใจว่าสิ่งที่เธอเห็นก็คือสิ่งที่เธอเห็น มันไม่ใช่เรื่องของการตาฝาด หญิงชราคนนั้นต้องตามเธอมาจากงานศพเป็นแน่ และหญิงชราคนนั้นต้องคือยายดมที่พาคุปขับรถชนตายอย่างไม่ผิดเพี้ยน!

       ซีเปียไม่พูดอะไรอีก เธอรีบลุกขึ้นแล้วเดินลุกลี้ลุกลนตรงเข้าไปในลิฟต์ เอื้อมมือไปกดปิดประตูขณะที่สายตายังมองตรงมาที่นางพยาบาลสาวที่ก็ยังมองซีเปียด้วยความแปลกใจ แล้วคนที่อยู่ในลิฟต์ก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อเธอเห็นร่างของหญิงชราที่ศีรษะยุบยืนอยู่ทางด้านหลังนางพยาบาลคนนั้น ซีเปียรีบเอื้อมมือไปกดประตูลิฟต์ให้รีบปิดด้วยใจที่เต้นระทึก แทบทรงตัวไม่อยู่จนต้องเอามือทั้งสองข้างพยุงร่างตัวเองไว้กับฝาผนัง หายใจแรงเสียงดังฟืดฟาดด้วยความตกใจ ถามตัวเองว่าทำไมคนตายถึงต้องตามเธอมา เธอไปทำอะไรให้!

       ประตูลิฟต์เปิดขึ้นที่หน้าชั้นจอดรถในยามวิกาล ซีเปียรีบเดินอย่างรวดเร็วตรงไปยังรถของตัวเองพลางล้วงหากุญแจรถในกระเป๋าถือใบสวย แม้จะมีรถจอดอยู่เต็มชั้นแต่ทว่าบรรยากาศกลับวังเวงเสียจนเหมือนหญิงสาวยืนอยู่ลำพังในป่ากว้าง กุญแจดอกเดียวในกระเป๋าใบเล็กกลับหาไม่เจอโดยง่าย ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังงมเข็มในทะเลเพราะล้วงหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ หญิงสาวเดินไปหยุดที่หน้ารถเก๋งของตัวเอง สายตามองรอบข้างอย่างหวาดระแวง ในบรรดารถที่จอดเรียงรายรอบกายนั้นมันเหมือนมีสายตาของใครบางคนกำลังแอบมองเธออยู่

       “โอ๊ย...กุญแจอยู่ไหนนะ!” ซีเปียทั้งหงุดหงิดและกลัว แทบจะเทของในกระเป๋าออกทิ้งเพื่อหากุญแจรถ แต่โชคชะตาก็ไม่ใจร้ายเกินไปนักเมื่อเธอเจอกุญแจรถที่หลบไปอยู่ตรงซอกหนึ่งของกระเป๋าเสียก่อน ทั้งที่มั่นใจว่าล้วงไปหาในช่องนั้นหลายรอบแล้วแต่ก็ไม่เจอ แต่ช่างเถอะ นี่ไม่ใช่เวลาจะมาหาคำตอบ ซีเปียรีบกดปลดล็อกแล้วเข้าไปนั่งประจำที่ คาดเข็มขัดนิรภัยด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำ เธอเป็นคนเชื่อเรื่องผีสางแต่ไม่เคยคิดว่าจะมาเจอกับตัวเองอย่างจัง ๆ แบบนี้มาก่อน

       รถของซีเปียแล่นลงจากอาคารจอดรถแล้ววิ่งเข้าสู่ถนนใหญ่ที่การจราจรกำลังติดขัด เธอพยายามตั้งสติก่อนจะล้วงโทรศัพท์ออกมาโทรหาฟ้าเพื่อที่จะเล่าสิ่งที่เธอเพิ่งเจอะเจอให้ฟัง ขณะที่รออีกฝ่ายรับสายพลันสายตาเงยขึ้นมองไปยังรถคันหน้า เห็นร่างของยายดมนั่งชันเข่าอยู่บนหลังคารถ สายตาอันแดงก่ำมองตรงมายังเธออย่างอาฆาตแค้นก่อนจะชี้มือมาราวกับต้องการบีบคอตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด ซีเปียอ้าปากค้าง ไม่ได้ยินเสียงเพื่อนที่รับสายแล้ว

       “ฮัลโหล...ยายเปีย ฮัลโหล...แกได้ยินฉันไหม ?”

       ซีเปียสะดุ้งเฮือก ก่อนที่สายตาจะมองตรงไปยังจุดเดิมซึ่งไม่เหมือนเดิมแล้วเพราะไม่มีร่างของหญิงชราบนหลังคารถแบบเมื่อสักครู่

       “ยายเปีย แกได้ยินฉันไหม ?” เมื่อเห็นว่าคนที่โทรมาเงียบ ปลายสายจึงเร่งเสียงถามอีกครั้ง

       “ฟังอยู่” ซีเปียพยายามทำเสียงให้เป็นปกติทั้งที่ในใจนั้นไม่ปกติเอาเสียเลย คนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยหายใจลึกเข้าเต็มปอด บอกตัวเองว่า ‘ทุกอย่างจะต้องโอเค’ เพื่อเป็นการปลอบตัวเองในยามที่ ‘ไม่โอเค’

       “มีอะไรแก ตอนนี้ฉันว่างแล้ว เม้าท์มาเลย” ดูเหมือนปลายสายจะไม่รู้เอาเสียเลยว่าคนเป็นเพื่อนกำลังอยู่ในสภาวะกลัวจนสติแตก รถคันหน้าแล่นออกไปแล้วแต่รถของซีเปียยังจอดนิ่งจนรถคันหลังต้องบีบแตรไล่หญิงสาวจึงสะดุ้งแล้วเหยียบคันเร่งออกไปโดยที่ปากก็ยังคุยกับเพื่อนผ่านทางสมอลทอล์ค ในเวลานี้เธอต้องการเพื่อนคุยเป็นที่สุด

       “ยายฟ้า แกเชื่อเรื่องผีไหม ?” ซีเปียเปิดประเด็นขึ้นมาตรง ๆ จนคนปลายสายต้องย่นคิ้วด้วยความสงสัย

       “นึกยังไงถึงมาถามเรื่องนี้ ?”

       “ถ้าฉันจะบอกแกว่าฉันเจอผี แกจะหาว่าฉันบ้าไหม ?” เรื่องแบบนี้ต้องเลือกพูดกับคนที่ไว้ใจได้เท่านั้น ขืนพูดสุ่มสี่สุ่มห้าจะถูกหาว่าเป็นบ้าได้

       “ฉันเชื่อเรื่องพวกนี้นะแก สิ่งที่เราไม่เห็นไม่ได้แปลว่ามันไม่มี ว่าแต่ทำไมอยู่ ๆ แกมาถาม หรือว่า...”

       “ใช่ ฉันเจอผีมา เจอตั้งแต่ตอนที่ฉันไปงานศพยายดมที่พาคุปขับรถชนตายมา ตอนนั้นฉันเจออะไรแปลก ๆ ตอนไหว้ศพ มันเหมือนมีคนเอามือปัดธูปฉันลง หลังจากนั้นฉันก็เห็นเงาคนวิ่งมาตัดหน้ารถ ที่ชัดกว่านั้นคือฉันเห็นคนแก่นั่งขวางทางบนถนนตอนมืด ๆ แล้วก็วิ่งตรงเข้ามาหาฉัน ยังมีอีกนะแก แต่ฉันเล่าไม่ไหวแล้ว ฉันกลัว แค่คิดก็กลัวจนจะแทบเป็นลมแล้ว” ซีเปียหอบหายใจดังฟืดฟาดเหมือนคนกำลังจะเป็นลมจริง ๆ ดีที่คว้าเอายาดมที่มีติดรถไว้ขึ้นมาสูดดมได้ทัน ไม่อย่างนั้นอาจจะฟุบคาพวงมาลัยไปก็ได้ คนที่ไม่เจอกับตัวอาจหาว่าโอเวอร์ แต่ถ้าเจอจริง ๆ อาจจะเป็นยิ่งกว่าเธอก็ได้ใครจะรู้

       “แกเกิดวันพุธใช่ไหมยายเปีย ?” คนเป็นเพื่อนเอ่ยถาม เจ้าของเรื่องรีบตอบรับ

       “ใช่ ทำไม ? มันเกี่ยวกับเรื่องที่ฉันเจอยังไง ? แกอย่ามาเล่นมุกอะไรตอนนี้นะ ไม่มีอารมณ์”

       “เปล่า คือเค้าว่ากันว่าคนเกิดวันพุธจะมีจิตสื่อสารกับวิญญาณในงานศพ แล้วนี่แกก็เพิ่งไปงานศพมาซ้ำคนตายก็ยังเกี่ยวข้องกับแกทางอ้อม เพราะคนที่ทำให้ยายคนนั้นตายคือแฟนของแก บางทีวิญญาณของยายดมอะไรนั่นอาจตามแกกลับมาจากงานศพก็ได้”

       เมื่อได้ยินเช่นนั้นซีเปียก็รีบตบไฟเลี้ยวรถเข้าจอดข้างทาง รู้สึกมือไม้อ่อนแรงจนขับรถต่อไม่ไหว

       “แล้วฉันจะทำยังไงดียายฟ้า ฉันกลัว” ซีเปียเสียงสั่นอย่างที่เก็บอาการไว้ไม่อยู่ สายตามองรอบกายอย่างหวาดระแวง ในเวลานี้แม้แต่หายใจแรง ๆ ยังกลัวว่าเสียงลมหายใจที่ได้ยินจะไม่ใช่ลมหายใจของตัวเองเลย

       “แกทำใจดี ๆ ก่อน รีบกลับบ้านไปอาบน้ำอาบท่าให้สะอาด อันที่จริงเค้าบอกว่าให้ใช้น้ำว่านนะ แต่ตอนนี้คงหาไม่ได้ เอาอย่างนี้...เดี๋ยวฉันไปอยู่เป็นเพื่อนแกที่บ้าน แล้วพรุ่งนี้เช้าเราไปทำบุญกัน จะได้สบายใจ” ฟ้าเสนอความเห็น ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่มีเหตุผลจะปฏิเสธ

       “ได้ ๆ แกรีบมาบ้านฉันเลยนะ ฉันกลัว”

       “ทำใจดี ๆ ไว้นะแก เค้าจะมาโกรธมาแค้นแกทำไม แกไม่ใช่คนขับรถชนเค้าตายสักหน่อย คนที่น่าจะโกรธมากที่สุดคือพาคุปมากกว่า...เอาถอะ แกรีบกลับบ้านแล้วทำตามที่ฉันบอกแล้วกัน ทุกอย่างจะต้องโอเค แล้วฉันจะรีบตามไปนะ” ฟ้าบอกให้เพื่อนสบายใจ ซึ่งถามว่าซีเปียสบายใจขึ้นไหมก็คงตอบได้ว่าไม่ ตอนนี้หญิงสาวหวาดกลัวและระแวงไปเสียทุกอย่าง แต่กระนั้นการจอดรถอยู่ริมถนนเส้นเปลี่ยวแบบนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำนัก หญิงสาวตั้งสติก่อนจะตัดสินใจขับรถกลับบ้านเพื่ออาบน้ำอาบท่าแล้วรอฟ้ามาอยู่เป็นเพื่อน เชื่อว่ายังไงอยู่ด้วยกันสองคนก็น่าจะอุ่นใจกว่าอยู่คนเดียว อย่างน้อยก็ให้ผ่านคืนนี้ไปก่อน

 

       มันเหมือนถูกกระชากร่างอย่างแรงจนพาคุปที่นอนอยู่บนเตียงคนเจ็บต้องสะดุ้งเฮือกสุดแรง เสียงเครื่องวัดความดันอัตโนมัติยังคงดังเป็นจังหวะสอดประสานกับเสียงลมหายใจฟืดฟาดของชายนหนุ่ม ที่แขนข้างขวาเข้าเฝือก และขาทั้งสองข้างนั้นยังระบมจากการถูกแรงอัดของรถที่ชนเข้ากับเสาไฟฟ้าข้างทาง ที่ศีรษะยังปวดหนึบจนรู้สึกร้าวไปทั้งกะโหลก นี่ถ้าหมอไม่ยืนยันว่าเขาแค่ศีรษะแตก พาคุปคงคิดว่าหัวสมองของเขาบวมหรือไม่ก็กะโหลกร้าวเป็นแน่

       ชายหนุ่มค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล ภายในห้องคนเจ็บไม่มีพยาบาลพิเศษเฝ้าเหมือนทุกครั้งเขาเห็นยามที่ลืมตา แม้ในห้องจะไม่ได้มืดสนิทเพราะมีไฟส่องแต่ก็ไม่สว่างเท่าไหร่นัก มันคล้ายมีหมอกสีเทาบาง ๆ ลอยเคว้งอยู่โดยรอย จะว่าเป็นควันจากภายนอกก็ไม่น่าใช่เพราะมีประตูหน้าต่างปิดมิดชิด แต่ที่ทำให้พาคุปสงสัยมากกว่าเรื่องหมอกสีเทานั้นคือการที่เหมือนร่างทั้งร่างของเขาถูกกระชากอย่างแรงจนทำให้สะดุ้งตื่นขึ้นมาในตอนนี้ต่างหาก

       ตุบ...ตุบ...ตุบ

       เสียงเหมือนคนเคาะกระจกระเบียงดังขึ้นจนคนที่นอนอยู่บนเตียงต้องหันมองโดยอัตโมมัติ สิ่งที่เห็นทำให้พาคุปต้องย่นคิ้วด้วยความสงสัยแล้วเพ่งมองให้แน่ใจอีกทีว่าไม่ได้ตาฝาด เพราะสิ่งที่ชายหนุ่มเห็นนั้นคือร่างของหญิงชราคนหนึ่งยืนก้มหน้าอยู่ตรงระเบียงแล้วใช้ศีรษะของตัวเองโขกกับประตูกระจกเป็นจังหวะ ค่อย ๆ แรงขึ้น...แรงขึ้น...และแรงขึ้นจนกระจกทั้งบานเริ่มปริร้าว เลือดจากการกระแทกศีรษะกระเด็นเป็นดวงราวกับดอกไม้ไฟที่ทำมาจากเลือด พาคุปเบิกตาโพลงอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา แต่สิ่งที่เชื่อแน่นั่นคือสิ่งที่เห็นไม่ใช่มนุษย์ และถ้าเขาจำไม่ผิด คนที่ยืนอยู่หน้าระเบียงเวลานี้คือหญิงชราคนที่เขาขับรถชน!

       มือของพาคุปเอื้อมไปควานหาปุ่มกดเรียกพยาบาลทันทีพร้อมทั้งตะโกนเหมือนคนบ้า ในขณะที่สายตามองตรงไปยังหน้าระเบียงซึ่งตอนนี้ไม่มีร่างของยายดมแล้ว แต่นั่นก็ไม่อาจวางใจได้ เขายังเร่งกดปุ่มเรียกนางพยาบาลซึ่งก็ไม่มีวี่แววว่านางพยาบาลจะเข้ามาหาคนที่ร้องขอความช่วยเหลือแต่อย่างใด

       นางพยาบาลพิเศษ...ที่อู้เป็นพิเศษ!

       “ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วย! ผีหลอก! ผีหลอก!”

       ร่างของยายดมค่อย ๆ ปรากฏกายขึ้นที่ปลายเตียงของคนเจ็บ ดวงตาที่แดงก่ำมองตรงไปยังฆาตกรที่ฆ่าเธอในกองข้าวบนถนนอย่างอาฆาตแค้น ขณะที่พาคุปถอยกรูดจนร่างชิดเตียง มือกดปุ่มเรียกนางพยาบาลเร็วและรัวขึ้นไม่หยุด ปากก็ร้องลั่นราวกับคนเสียสติ ร่างของหญิงชรา ๆ ค่อย ๆ คลานขึ้นมาทับคนที่สังหารเธอบนเตียง เอื้อมมือไปปิดปากของพาคุปไว้แล้วแสยะยิ้ม เป็นยิ้มที่น่าสะพรึงที่สุดในชีวิต

       ก่อนที่ทุกอย่างจะสงบเงียบลงราวกับไม่เคยมีเสียงอะไรเกิดขึ้น...ไม่มีแม้แต่กระทั่งเสียงลมหายใจ!

       นางพยาบาลที่แอบออกไปเม้าท์กับเพื่อนแผนกอื่นเปิดประตูห้องพักคนเจ็บเข้ามาอย่างแผ่วเบาเพราะกลัวว่าพาคุปจะตื่น เธออยากให้เขาหลับยาว ๆ จนถึงเช้าได้ยิ่งดีจะได้แอบงีบบ้าง แต่ทันทีที่เธอเข้ามาในห้อง นางพยาบาลพิเศษก็ต้องชะงัก ถึงกับต้องปล่อยแฟ้มในมือที่จะเอามาจดบันทึกความดันของพาคุปลงพื้นแล้วเบิกตาโพลงอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา เพราะบัดนี้ร่างของชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงนั้นตรงหน้าท้องถูกเปิดออกคล้ายถูกของมีคมกรีด นั่นยังไม่น่าตกใจเท่าตรงหน้าท้องเหมือนมีต้นข้าวปลูกอยู่ในนั้น รวงข้าวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดเอนไหวไปมาราวกับกำลังโบกมือทักทายนางพยาบาลสาวที่เข้ามาเห็นภาพสยดสยองตรงหน้า

       นางพยาบาลพิเศษเข่าอ่อนทรุดลงพื้นก่อนที่จะกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง

       “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด....!!!”


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น