อัปเดตล่าสุด 2021-01-20 14:20:10

ตอนที่ 13 TUESDAY-เธอว่าห้องน้ำห้องที่เจ็ดหลังตึกสามมีผีไหม ? : ที่นี่คือต้นเรื่องของผีเด็กตายในห้องน้ำ!

       คนที่อยู่มาก่อนเล่าด้วยน้ำเสียงต่ำ ๆ หวังจะทำให้เด็กใหม่อย่างขนมปังกลัว แต่เปล่าเลย ขนมปังกลับ

รู้สึกขำ 

       “...แล้วกว่าจะเจอศพของชมพู่ก็ตอนที่โรงเรียนเปิดเทอม ชมพู่ที่ถูกพบอยู่ในสภาพแห้งเหลือแต่กระดูกใช่ไหม เรื่องแบบนี้ฉันเห็นมีเล่าทุกโรงเรียนเลยเนี่ย ผีที่ถูกขังไว้ในห้องน้ำตอนปิดเทอมน่ะ แค่หาเหตุผลก็ไม่สมจริงแล้ว ถึงสมัยก่อนจะยังไม่มีโทรศัพท์มือถือ แต่การที่เด็กคนหนึ่งจะหายไป พ่อแม่ก็ต้องสงสัยและตามหาบ้างแหละ ในเมื่อเด็กหายที่โรงเรียน ก็ต้องมาตามหาที่โรงเรียน และเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ได้ยินเสียงเด็กร้อง ที่สำคัญโรงเรียนปิดเทอมไม่ได้หมายถึงโรงเรียนจะร้างไม่มีคนอื่นเข้ามา เพราะทุกวันยังมีครูคนอื่นเข้ามาเตรียมงาน มาทำคะแนน ไหนจะยังมีภารโรงมีแม่บ้านมาทำความสะอาดอยู่ และต่อให้ไม่ได้กินข้าว ไม่ได้กินอาหาร มนุษย์เราก็สามารถอยู่ได้นานถึง 3 สัปดาห์ถ้าไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย เหมือนกับมหาตมะ คานธี ที่มีชีวิตอยู่ได้ถึง 21 วันในช่วงการอดอาหาร และเมื่อหิวน้ำ มันก็มีก๊อก น้ำหมดก็ยังเปิดจากก๊อกกินได้ โรงเรียนปิดเทอมก็จริงแต่การประปาไม่ได้ปิดไปด้วยนะ เหตุผลหลัก ๆ แค่นี้ก็สนับสนุนให้เรื่องเล่านั้นไม่มีความเป็นไปได้แล้วล่ะ” ขนมปังเอาเหตุผลของความเป็นจริงเข้าสู้ ทำเอารองหน้าเสีย หันไปมองส้มหวานที่แอบหัวเราะเบา ๆ ที่เพื่อนถูกตอกหน้า แต่เด็กเก่าเหรอจะยอมแพ้ รองเถียงขึ้นทันควัน

       “เรื่องที่อื่นฉันไม่รู้หรอกนะว่าเป็นยังไง แต่ที่นี่คือต้นเรื่องของผีเด็กตายในห้องน้ำ เป็นต้นตำรับที่แท้จริง ฉันเชื่อว่าที่ห้องน้ำหญิงห้องที่เจ็ดหลังตึกสามเคยมีคนตายแน่นอน!” รองประกาศกร้าวราวกับเป็นคนพบศพเด็กคนนั้นด้วยตัวเอง ทั้งที่เรื่องเล่านั้นมันมีมานานหลายสิบปีแล้ว หรือบางทีรองอาจจะเป็นคนเจอศพเด็กสาวในห้องน้ำแต่เป็นการเจอเมื่อชาติที่แล้วก่อนจะตายแล้วมาเกิดใหม่อีกทีเสียกระมัง!

       “เอาเถอะ ๆ คุยอะไรกันก็ไม่รู้เรื่องผี ๆ สาง ๆ อุ๊ย! ยายรอง แม่เธอมารับแล้ว” เหมือนมีนารีขี่ม้าขาวมาห้ามทัพเมื่อส้มหวานหันไปเห็นรถเก๋งสีฟ้าของผู้ปกครองรองมาจอดรอรับที่เก่าเวลาเดิม รองเห็นดังนั้นก็ลุกขึ้นแล้วคว้ากระเป๋า หันไปมองหน้าของขนมปังที่ยังพยายามกลั้นหัวเราะกับเรื่องหลอกเด็กที่เด็กเก่าเอามาหลอกเด็กใหม่อย่างเธอ

       “เธอเกิดวันอะไรเหรอขนมปัง ?” อยู่ ๆ รองก็ถามขึ้นมา ทำเอาขนมปังกับส้มหวานย่นคิ้วอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ดี ๆ รองถึงเปลี่ยนมาถามเรื่องวันเกิดได้ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเล่าเรื่องผีไปหยก ๆ

       “วันอังคาร ทำไมเหรอ ?”

       “ดีเลย เค้าว่ากันว่าคนเกิดวันอังคารมักมีจิตสื่อสารกับห้องน้ำที่มีประวัติ ในเมื่อเธอไม่เชื่อเรื่องที่เค้าเล่าต่อ ๆ กันมา ว่าง ๆ เธอก็ลองไปที่ห้องน้ำห้องที่เจ็ดหลังตึกสามดูสิ เผื่อจะได้พิสูจน์ว่าที่นั่นมีคนตายจริงไหม เรื่องเล่าบางเรื่องอาจไม่ใช่เรื่องจริง แต่เรื่องเล่าบางเรื่องอาจเป็นเรื่องจริงก็ได้ เธออย่าเพิ่งมั่นใจความคิดตัวเองนักเลย” พูดจบรองก็สะบัดผมหางม้าที่มัดไว้แล้วเดินตรงไปที่รถของมารดา ไม่วายหันมาจิกตาใส่เพื่อนสองคนอย่างไม่พอใจที่ถูกหักหน้า

       ขนมปังหันไปมองส้มหวานแล้วเอ่ยถาม

       “รองเค้าโกรธฉันเหรอ ? ฉันก็แค่พูดตามความคิดเห็นของฉัน ก็ฉันไม่เชื่อนี่นา ถ้าฉันไม่เชื่อแล้วทำเป็นเออออว่าเชื่อแบบนั้นมันก็ไม่ใช่นะ” เด็กสาวบอกกับอีกฝ่าย ซึ่งส้มหวานก็พยักหน้ารับเข้าใจ

       “ฉันเข้าใจเธอขนมปัง ยายรองไม่ได้โกรธหรอก นางก็แค่งอนที่ถูกหาว่าโม้น่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็หายแล้ว ยายรองเป็นคนประเภทโกรธง่ายหายเร็วน่ะ”

       “แล้วเธอเชื่อเรื่องผีในห้องน้ำห้องที่เจ็ดหลังตึกสามไหม ?” เด็กใหม่ถามความเห็นเด็กเก่าด้วยความอยากรู้ ส้มหวานชะงักไปเล็กน้อย จะบอกว่าเชื่อก็ไม่เต็มปากเพราะมันก็เป็นแค่เรื่องเล่าต่อ ๆ กันมา ซ้ำเหตุผลที่ขนมปังบอกก็น่าเชื่อถือ แต่ครั้นจะบอกว่าไม่เชื่อก็ไม่อยากจะพูดแบบนั้น เรื่องในอดีตไม่มีใครรู้ว่าจริงหรือไม่จริง ไม่เชื่อแต่ไม่ลบหลู่น่าจะดีที่สุด

       “เอ่อ...ฉัน...”

       ยังไม่ทันจะได้ตอบคำถามของเพื่อน เสียงบีบแตรรถก็ดังขึ้นทำให้เด็กสาวทั้งสองคนสะดุ้งหันมอง ขนมปังเห็นรถก็จำได้ว่าเป็นรถของพ่อจึงคว้ากระเป๋าแล้วหันบอกอีกฝ่าย

       “พ่อฉันมารับแล้ว ถ้าอย่างนั้นฉันกลับก่อนนะส้มหวาน ขอบคุณมากที่นั่งเป็นเพื่อน เธอก็ขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้านดี ๆ ล่ะ”

       “ขอบใจจ้า แล้วพรุ่งนี้เจอกันนะ”

       ขนมปังยิ้มให้เพื่อนใหม่ ก่อนจะเดินตรงไปที่รถของผู้ปกครอง ส้มหวานโบกมือลาเพื่อน ยืนรอจนเห็นว่าขนมปังขึ้นรถไปเรียบร้อยแล้วตัวเองจึงเดินไปที่อาคารจอดรถมอเตอร์ไซค์ของนักเรียน จากนั้นจึงขี่มอเตอร์ไซค์ของตัวเองกลับบ้าน ที่จริงเธอรู้สึกปวดปัสสาวะเหมือนกันแต่ยอมกลั้นไปจนถึงที่บ้านดีกว่าจะไปห้องน้ำหลังตึกสามเวลานี้...

       แบบนี้จะเรียกว่าส้มหวานเชื่อหรือไม่เชื่อเรื่องเล่าดีนะ ?

 

       จริงอย่างที่ส้มหวานบอก...

       เพราะเช้าวันต่อมา รองที่เมื่อวานตอนเย็นมีทีท่าไม่พอใจเพราะรู้สึกว่าขนมปังหักหน้าเจ้าหล่อนเรื่องเล่าผีในห้องน้ำห้องที่เจ็ดหลังตึกสาม วันนี้มาโรงเรียนด้วยท่าทางปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เด็กสาวยิ้มหน้าระรื่นเข้ามาร่วมวงสนทนากับขนมปังที่กำลังนั่งฟังส้มหวานสอนวิชาที่เด็กใหม่ตามไม่ทันอยู่ในห้องเรียน รองนั่งลงแล้วยิ้มแป้นก่อนจะเอ่ยขึ้น

       “ยายส้มหวาน ขอลอกการบ้านวิชาอาจารย์วีระหน่อยสิ เมื่อคืนมัวแต่ดูซีรีส์ไม่ได้ทำเลย...นะ ๆ” คนเป็นเพื่อนทำเสียงอ้อนจนส้มหวานต้องเปิดกระเป๋าหยิบเอาสมุดการบ้านส่งให้อีกฝ่าย รองยิ้มดีใจรีบรับมาแล้วหันไปยิ้มให้กับขนมปัง ก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเองแล้วรีบลอกการบ้านให้เสร็จก่อนถึงเวลาเข้าเรียน ส้มหวานส่ายหน้าเบา ๆ แล้วพูดกับขนมปังที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

       “เห็นไหมล่ะ ฉันบอกแล้วว่ายายรองก็เป็นแบบนี้แหละ โกรธง่ายหายเร็ว อย่าไปถือสาเลย”

       “ฉันก็ไม่ได้ถือสาอยู่แล้วล่ะ ว่าแต่เมื่อกี้เราคุยกันถึงตรงไหนนะ ?” เด็กใหม่เอ่ยถามแล้วมองไปที่หนังสือวิชาคณิตศาสตร์ที่เธอยังตามไม่ทันอยู่หลายเรื่อง เพราะที่โรงเรียนเก่าเหมือนจะเรียนอีกเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องนี้ ส้มหวานจึงรีบสอนต่อเพราะอีกแค่สิบนาทีก็ต้องรีบลงไปเข้าแถวแล้ว

       วันนั้นทั้งวันเต็มไปด้วยความวุ่นวายสำหรับขนมปัง เพราะเธอต้องตามทำการบ้านเก่า ๆ หลายวิชาก่อนที่เธอจะย้ายเข้ามาเรียนที่นี่ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมอาจารย์แต่ละวิชาต้องให้เธอทำการบ้านย้อนหลังด้วย ซ้ำบางเรื่องบางแบบฝึกหะดก็เคยทำไปแล้วตอนอยู่ที่โรงเรียนเก่า บอกว่าจะเอาสมุดของที่โรงเรียนเดิมมาให้ดูอาจารย์ก็ไม่รับ ไหนจะต้องตามงานเก่าที่เรียนไม่ทัน งานใหม่ที่อาจารย์มีน้ำใจมอบให้ราวกับวันหนึ่งมีหกสิบแปดชั่วโมงก็ไม่ปาน บางทีขนมปังก็อยากจะเททุกอย่างทิ้งเสียให้รู้แล้วรู้รอด

       “ทำงานอยู่เหรอขนมปัง ?” เสียงของส้มหวานเอ่ยทักมาจากทางด้านหลัง ขนมปังนั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนและทำงานไปพลางขณะรอผู้ปกครองมารับหันมาพยักหน้าอย่างระอา ไม่วายบ่นกระปอดกระแปดขณะที่อีกฝ่ายนั่งลงที่เก้าอี้ตัวตรงกันข้าม

       “ใช่น่ะสิ ไม่รู้งานอะไรนักหนา งานใหม่ก็ทำแทบจะไม่ทันอยู่แล้ว นี่ยังจะให้งานเก่ามาอีก”

       “เอาน่า ค่อย ๆ ทำไป ถ้าติดขัดอะไรตรงไหนก็ถามฉันได้ อาจารย์คงอยากจะให้ทำเพื่อเก็บเป็นคะแนนเก็บระหว่างเทอมมั้ง เอาอย่างนี้นะขนมปัง บางวิชาที่อาจารย์ให้พิมพ์ส่งเป็น paper แบบที่ไม่ต้องเขียน เดี๋ยวฉันแอบปริ้นท์จากงานเก่า ๆ ของฉันมาให้ดู แล้วขนมปังก็เอาไปปรับนิด ๆ หน่อย ๆ อาจารย์คงจำไม่ได้หรอก ใจเย็น ๆ ก่อนนะ” คนเป็นเพื่อนปลอบใจเด็กใหม่ รู้สึกเห็นใจขนมปังอย่างห้ามไม่ได้ ไหนจะต้องปรับตัวกับบ้านใหม่ สังคมใหม่ โรงเรียนใหม่ เพื่อนใหม่ ยังต้องมาเครียดเรื่องงานและการบ้านที่สุมหัวอีก แล้วไม่ใช่แค่วิชาเดียวนะ นี่มันต้องเกือบเจ็ดวิชาที่เด็กใหม่ต้องไล่ตามงานเก่า ๆ แค่คิดก็เหนื่อยแทน ดังนั้นหากเธอช่วยอะไรได้ก็อยากช่วย

       “ขอบใจนะส้มหวาน ถ้าไม่ได้เธอช่วยนี่ฉันแย่แน่” ขนมปังขอบคุณด้วยใจจริง อีกฝ่ายพยักหน้ารับแล้วหันมาช่วยขนมปังดูงานบนโต๊ะที่อีกฝ่ายต้องทำ สอนนั่นนี่จนแทบจะลืมเวลา เมื่อเงยหน้าอีกทีในโรงเรียนก็แทบจะไม่เหลือนักเรียนอยู่แล้ว ได้ยินเสียงภารโรงกำลังใช้ไม้กวาดทางทะพร้าวกวาดเศษใบไม้ดังแกรก ๆ อยู่ไม่ไกล

       “กี่โมงแล้วเนี่ย ?” ขนมปังเอ่ยขึ้นแล้วยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู เห็นว่าจวนเจียนจะหกโมงเย็นแล้วแต่ผู้ปกครองของเธอยังไม่มารับ “...นี่มันจะหกโมงแล้ว ทำไมพ่อถึงยังไม่มาอีกนะ”

       “ลองโทรหาดีไหมขนมปัง ?” ส้มหวานเสนอ ขนมปังจึงล้วงโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาคนเป็นพ่อ สักอึดใจอีกฝ่ายก็กดรับ ฟังจากเสียงแล้วคงกำลังยุ่งอยู่ไม่ใช่น้อย

       “ฮัลโหลพ่อ นี่มันจะหกโมงเย็นแล้วนะ ทำไมยังไม่มารับหนูอีก...อะไรนะ ? รถเสียเหรอ แล้วหนูจะทำยังไงล่ะ โรงเรียนใกล้จะปิดประตูแล้ว งั้นหนูจะลองกลับบ้านเองนะ...โธ่พ่อ หนูอยู่ ม.5 แล้วนะ ไม่ใช่ ป.5 กลับเองแค่นี้ไม่หลงหรอกน่า ถ้าจะให้หนูนั่งรอพ่อที่โรงเรียนคนดียวอย่างนี้หนูไม่เอาหรอก มืดแล้วมันน่ากลัว” พูดจบขนมปังก็กดวางสายอย่างหัวเสียก่อนจะหันมาทางส้มหวานที่นั่งบิดไปบิดมา

       “รถพ่อของฉันเสีย เดี๋ยววันนี้ฉันจะลองกลับเอง ไม่น่าจะยากหรอก แล้วนั่นเธอเป็นอะไรส้มหวาน ?  ทำท่าเหมือนปวดฉิ๊งฉ่องอย่างนั้นแหละ” ขนมปังเอ่ยถามส้มหวาน แอบยิ้มขำในทีท่าของเพื่อนจนลืมอารมณ์โกรธบิดาของตัวเองไปเสียสนิท

       “ก็ใช่น่ะสิ” คนเป็นเพื่อนสารภาพตามตรง อันที่จริงเธอปวดปัสสาวะมาพักนึงแล้ว แต่สอนงานขนมปังติดพันบวกกับความกลัวที่จะไปห้องน้ำหลังตึกสามในเวลานี้ อย่างที่บอกว่าแม้เรื่องที่เล่าต่อ ๆ กันมาจะจริงหรือไม่จริงเธอไม่รู้หรอก แต่การเลือกที่จะ ‘กลัว’ ไว้ก่อนก็ไม่เสียหายอะไรนี่นา

       “แล้วทำไมไม่ไปห้องน้ำล่ะ อย่าบอกนะว่ากลัวเรื่องที่ยายรองเล่า ?” คนถามจ้องส้มหวานที่ยิ้มแห้ง ๆ เหมือนเป็นคำสารภาพว่าเป็นอย่างที่เด็กใหม่คาดเดาไว้ไม่มีผิด เมื่อขนมปังเห็นดังนั้นก็ส่ายหน้าแล้วบอก

       “โอ๊ย...ส้มหวาน ไปเชื่ออะไรเรื่องไร้สาระ แล้วอั้นฉิ๊งฉ่องแบบนี้นาน ๆ บ่อย ๆ เดี๋ยวกระเพาะปัสสาวะก็อักเสบหรอก ฉันเคยเป็นแล้วนะ มันทรมานมาก เอาอย่างนี้แล้วกัน เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อน”

       “ไม่เป็นไร ๆ เดี๋ยวฉันกลับไปเข้าห้องน้ำที่บ้านก็ได้” ส้มหวานยังปฏิเสธ แต่ดูเหมือนขนมปังอยากจะเอาชนะความกลัวของเพื่อนที่ดูเป็นเรื่องไร้สาระเหลือเกิน

       “ไปเถอะ ฉันเองก็อยากเข้าห้องน้ำเหมือนกัน...น่า ไปนะ อย่ากลัวอะไรไม่เข้าเรื่องสิ” ในเมื่อส้มหวานทำท่าจะไม่ยอมไปห้องน้ำท่าเดียว ขนมปังจึงดึงแขนเพื่อนให้ลุกขึ้นแล้วลากตัวเธอเดินไปด้วยกัน

       อยากรู้เหมือนกันว่าบรรยากาศห้องน้ำหลังตึกสามที่มีเรื่องเล่าหลอกเด็กในตอนเย็นย่ำแบบนี้จะเป็นยังไง 

       เรื่องเล่าที่ไม่มีใครรู้ว่าจริงหรือไม่จริง!

 

       โรงเรียนในเวลานี้เงียบเชียบเสียจนดูวังเวง ตึกเรียนทั้งสองข้างทางปิดเงียบมีเพียงแสงสลัวจากดวงตะวันยามกำลังจะลาลับขอบฟ้าทำให้บรรยากาศรอบข้างดำทะมึน ประตูหน้าต่างห้องเรียนถูกปิดไว้อย่างเรียบร้อยโดยเวรทำความสะอาดประจำวัน บอร์ดหน้าห้องถูกจัดตามแต่ละหมวดวิชาที่สั่งให้นักเรียนทำเพื่อเป็นคะแนนเก็บ บางส่วนหลุดรุ่งริ่งจนแกว่งไปมายามที่สายลมโชยพัด ประตูห้องบางห้องที่ปิดไม่สนิทยามสอดสายตามองเข้าไปข้างในจะเห็นโต๊ะนักเรียนตั้งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบโดยมีเก้าอี้ถูกยกขึ้นวางไว้บนโต๊ะ เพราะความสลัวในยามเย็นทำให้เมื่อมองเข้าไปในห้องเรียนอดจินตนาการไม่ได้ว่ามี ‘ใครบางคน’ แอบอยู่ในห้องเรียนแล้วจ้องมองขนมปังกับส้มหวานอยู่

       ห้องน้ำหลังตึกสามนั้นเป็นอาคารชั้นเดียวที่อยู่ติดกับรั้วหลังโรงเรียนซึ่งตอนนี้ติดกับตึกแถวสูงสามชั้น ที่ริมรั้วนั้นมีต้นไม้ปลูกไว้อย่างเป็นระเบียบพร้อมเก้าอี้ม้านั่งสำหรับเด็กนักเรียนสาว ๆ มาแต่งองค์ทรงเครื่องกันตามอัธยาศัย ขนมปังเคยมาที่ห้องน้ำหลังตึกสามแต่ไม่เคยมาในเวลาเย็นย่ำแบบนี้ บรรยากาศตอนกลางวันกับตอนเย็นต่างกันราวฟ้ากับเหว โรงเรียนว่าวังเวงแล้วแต่ห้องน้ำหลังตึกสามในยามเย็นย่ำพระอาทิตย์กำลังจะตกดินยิ่งวังเวงยิ่งกว่า

       เด็กสาวสองคนยืนอยู่หน้าห้องน้ำ ในขณะที่ขนมปังกำลังจะเดินเข้าไปข้างในแต่ส้มหวานยังยึก ๆ ยัก ๆ ไม่ยอมเข้าไปจนเธอต้องหันไปดึงแขน

       “โอ้เอ้อยู่ได้ส้มหวาน มันไม่มีอะไรหรอกน่า ฉันก็อยู่ด้วยทั้งคน” ขนมปังมองเพื่อนแล้วส่ายหน้าเอ็นดู ส้มหวานจึงจำต้องเดินเข้าไปในห้องน้ำทั้ง ๆ ที่ไม่อยากเข้าไปสักนิด แต่คิดว่าถ้าจะถอยตอนนี้ยังไงขนมปังก็ค

       ไม่ยอม ดังนั้นก็เข้าไปทำธุระเสียให้เสร็จ ๆ แล้วกันจะได้รีบกลับเสียที

       ในตัวอาคารห้องน้ำนั้น ถูกแบ่งซอยเป็นห้องน้ำเล็ก ๆ เจ็ดห้อง อีกฝั่งที่เป็นผนังจะติดกระจกเงาบานยาวเหนืออ่างล้างมือ เหนือฝาผนังมีขวดพลาสติกที่ดัดแปลงเป็นแจกันปลูกต้นพลูด่างแขวนไว้เป็นระยะคาดว่าคงเผื่อทำให้บรรยากาศดีขึ้น...แต่ก็ไม่


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น