อัปเดตล่าสุด 2021-01-19 20:48:29

ตอนที่ 10 MONDAY-กระจกลวงตาย : นี่แหละคือความจริง!

       ต้อลเข้าไปล้างเนื้อล้างตัวในห้องน้ำอย่างใจเย็นก่อนจะเดินออกจากบริษัทไปทางประตูหลัง ได้ยินเสียงคนร้องโวยวายดังมาจากออฟฟิศ คนก่อเหตุยิ้มมุมปากเล็ก ๆ คนบางคนสมควรได้รับบทเรียนเพื่อที่จะจดจำไปจนวันตาย คนเราทุกคนเกิดมาเป็นมนุษย์ย่อมมีคุณค่าในความเป็นคนเหมือนกันแม้จะพิการก็ตาม ในเมื่อไอ้อัสนีไม่เคยเห็นค่าของคนพิการเท่ากับคนอื่น ๆ มันก็ควรจะได้เป็นคนพิการเพื่อที่จะได้รับความไม่เท่าเทียมแบบที่เขาเจอมาตลอดชีวิตบ้าง!

       ตอนนี้ต้อลอยากกลับบ้านให้เร็วที่สุด เขารู้สึกใจคอไม่ดีตั้งแต่ตอนเช้าที่ออกจากบ้านแล้ว ชายหนุ่มส่องกระจกบานนั้นครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับว่าจะไม่ได้เจอมันอีก ไม่รู้ทำไมถึงใจสั่นราวกับดื่มกาแฟเข้ม ๆ ไปสองแก้วจนทำงานทำการไม่ได้ ได้ยินเสียงกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูว่า “กลับบ้านมาคุยกันสิ” ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนอยากจะทิ้งทุกอย่างกลับไปหาเงาของตัวเองในกระจกบานนั้น และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ต้อลปัดแก้วน้ำตกแตกโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้เกิดเหตุในออฟฟิศขึ้น

       วินมอเตอร์ไซค์แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านของชายหนุ่มอย่างรวดเร็วตามคำร้องเร่งของผู้โดยสาร เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนนั้นเปื้อนเลือดน่าสงสัยแต่คนที่สวมใส่อยู่ก็อ้างกับคนขับวินมอเตอร์ไซค์ว่าเขาเลือดกำเดาไหล  ซึ่งอีกฝ่ายก็เชื่อเช่นนั้น ไม่มีเหตุผลอะไรต้องซักไซ้มากกว่านี้ คงไม่มีฆาตกรคนไหนวิ่งโทง ๆ มาโบกมอเตอร์ไซค์อย่างใจเย็นได้หรอก ถ้าไปก่อเรื่องไว้ป่านนี้คงหนีกระเจิดกระเจิงไปไหนต่อไหนแล้ว

       รถของบุหลันที่จอดอยู่หน้าบ้านทำเอาต้อลใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เสียงของหญิงสาวที่พูดขึ้นเมื่อวานยังแจ่มชัดในความทรงจำ ประโยคที่ทำให้เขาหวั่นใจเหลือเกินว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรบ้า ๆ และถ้าเป็นอย่างนั้นคนที่บ้าจริง ๆ คงจะเป็นเขานี่แหละ

       “เอาไว้หลันไปหาซื้อมาเปลี่ยนให้ใหม่ดีกว่า เอากระจกบิ่นกระจกร้าวมาใช้แบบนี้โบราณเค้าถือ เค้าว่าอาจจะมีเคราะห์ร้ายมาเยือนถึงขั้นเลือดตกยางออกก็ได้นะต้อล เพราะกระจกมันเป็นเหมือนเงาหรือวิญญาณของคนที่ส่อง ถ้ากระจกแตกหรือร้าวก็เท่ากับเงาหรือวิญญาณของคนที่ส่องอาจจะมีอันเป็นไปได้ หรือไม่ก็อาจจะทำให้ชีวิตต้องเจอกับเรื่องร้าย ที่สำคัญคือต้อลเกิดวันจันทร์ เค้าบอกว่าคนวันจันทร์จะมีเซ้นส์เกี่ยวกับกระจก  อาจจะเจอกับสิ่งเร้นลับได้...นะต้อล เดี๋ยวหลันเอาไปทิ้ง แล้วพรุ่งนี้จะเอาบานใหม่มาเปลี่ยนให้ แถวคอนโดหลันมีร้านกระจกสวย ๆ เยอะเลย”

       ไม่นะ...มันต้องไม่เป็นอย่างนั้น!

       ชายหนุ่มรีบเปิดประตูเข้าบ้านไปอย่างรวดเร็ว เสียงเพลงจากคอมพิวเตอร์เปิดคลอเบา ๆ ขณะที่บุหลันนั่งจิบกาแฟอยู่ที่โซฟา ทันทีที่หญิงสาวเห็นต้อลเข้ามาเธอก็ลุกผึงขึ้นจากเก้าอี้ มองเสื้อที่เปื้อนเลือดของอีกฝ่ายแล้วถามด้วยตวามตกใจ

       “ต้อล นั่นเสื้อไปเปื้อนเลือดอะไรมา ?”

       ไม่มีเวลาจะตอบคำถาม ไม่มีเวลาแม้แต่จะมองหน้าหญิงคนรักด้วยซ้ำ ต้อลตรงดิ่งขึ้นไปบนชั้นสอง เปิดประตูเข้าในห้องนอนเพื่อจะพบว่าบัดนี้กระจกบานที่เขารักนั้นถูกเปลี่ยนเป็นกระจกทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ากรอบสแตนเลสทันสมัยวางแทนอยู่ เจ้าของบ้านกำมือแน่นอย่างโมโห เขารีบเดินลงไปข้างล่าง ประชิดตัวบุหลันที่ยังตกใจกับสภาพของชายคนรักที่เหมือนเพิ่งไปฆ่าคนตายมา ดวงตาที่แดงก่ำของชายคนรักนั้นช่างดูน่ากลัว เขาเหมือนคนที่โกรธจัดจนเลือดขึ้นหน้า เหมือนคนที่สติสัมปชัญญะขาดหาย ไม่เหมือนต้อลคนเดิมที่เธอรู้จักมานาน!

       “เอากระจกบานเดิมของผมไปไว้ไหน ?” แม้จะพยายามควบคุมสติแต่ก็รู้ตัวว่าน้ำเสียงที่เอ่ยถามออกไปนั้นแทบจะเรียกได้ว่ากรรโชก อีกฝ่ายชะงักแล้วถอยไปก้าวหนึ่งอย่างกลัวเกรง แต่กระนั้นก็เชิดหน้าบอกความจริง

       “หลันเอาไปทิ้งแล้ว กระจกมันร้าวมันบิ่นจะเก็บไว้ทำไม ที่สำคัญมันมีผี หลันเห็นกับตา!” หญิงสาวบอกในสิ่งที่ตัวเองเจอ นั่นยิ่งทำให้ต้อลเดือดขึ้นอีก กล้าดียังไงมาบอกว่ากระจกของเขามีผี!

       “หุบปาก! กระจกบานนั้นไม่มีทางมีผีสางไปได้ มันคือกระจกที่เป็นเพื่อนรักของผม เป็นกระจกที่ผมส่องแล้วเห็นตัวเองเป็นคนปกติเหมือนคนอื่น กระจกที่ผมส่องแล้วดวงตาของผมไม่พิการ ผมคือคนปกติคนหนึ่งที่จะไม่มีใครมาเรียกว่าไอ้เหล่ได้อีก บอกมา! เอากระจกไปทิ้งไว้ที่ไหน!” ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงเข้ม สายตาจ้องเขม็งไปยังหญิงคนรักเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อ บุหลันถอยกรูดจนไปติดกับฝาผนังแล้วบอกด้วยน้ำเสียงตื่นกลัว

       “มันมีผีจริง ๆ นะต้อล ต้อลกำลังถูกผีในกระจกหลอกแบบที่มันหลอกหลัน!”

       “กูถามว่าเอากระจกของกูไปทิ้งไว้ที่ไหน!” ชายหนุ่มตะคอกใส่พลางเอื้อมมือไปบีบคอหญิงคนรัก บุหลันดิ้นพราด ยกมือตัวเองขึ้นมาแกะมือของอีกฝ่ายออกแต่สู้แรงไม่ไหว สุดท้ายก็ต้องยอมบอก

       “ที่กองขยะหน้าบ้าน ปล่อยนะ...บอกให้ปล่อย หลันหายใจไม่ออก!” แม้จะแทบไม่มีเสียงออกจากปากแต่หญิงสาวก็พยายามเค้นเสียงออกมาก่อนที่จะถูกต้อลฆ่าทิ้งไปเสีย

       ไม่มีเวลาให้จัดการกับผู้หญิงคนนี้ ต้อลปล่อยมืออกจากคอของอีกฝ่ายทันทีแล้วรีบวิ่งไปที่หน้าบ้าน ใจสั่นระรัวกลัวว่าจะมีคนเอากระจกบานนั้นไปแล้ว เดชะบุญที่มันยังถูกวางพิงไว้กับรั้วบ้านข้างถังขยะ โชคดีที่วันนี้ยังไม่ใช่วันที่รถขยะเข้ามาเก็บขยะในหมู่บ้าน ต้อลรีบหยิบมันขึ้นมากอดอย่างหวงแหน เอามือลูบกระจกเงาที่เปรอะเปื้อนด้วยความโมโหที่บุหลันกล้าดีเอาของรักของหวงของเขามาวางไว้ข้างถังขยะที่ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง

       “ขอโทษนะต้อล 2 เดี๋ยวเราจะเช็ดทำความสะอาดให้แล้วไปจัดการผู้หญิงสารเลวนั้นที่กล้าทำแบบนี้กับนายด้วย” ชายหนุ่มบอกอย่างเจ็บแค้นก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้านด้วยอารมณ์คุกรุ่น มือยังโอบกอดกระจกบานนั้นไว้อย่างหวงแหนราวกับไม่ต้องการให้ใครมาพรากจาก ชายหนุ่มวางกระจกบานนั้นลงที่โซฟาตัวนุ่มราวกับมันคือแขกคนพิเศษ แล้วหันไปเล่นงานกับบุหลันที่กำลังตั้งท่าจะหนี

       “ไม่เชื่อก็ตามใจ กระจกบ้านนี้มันมีผี สิ่งที่แกเห็นนั่นไม่ใช่แก มันเป็นวิญญาณของใครก็ไม่รู้!” หญิงสาวบอกเช่นนั้นแล้วตั้งท่าจะเดินหนีออกจากบ้านแต่ว่าต้อลมาขวางเอาไว้ สายตามองตรงมาอย่างไม่พอใจพลางบอกด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

       “ที่บ้านไม่สอนเรื่องมารยาทหรือยังไง ของในบ้านคนอื่นไม่มีสิทธิ์จะมาวุ่นวาย ยิ่งเป็นของรักของหวงยิ่งไม่มีหน้าที่ที่จะมาแตะต้องด้วยซ้ำ มึงรู้ไหมว่ากระจกบานนี้มันมีค่ามากกว่าชีวิตของมึงอีก อีแพศยา มึงมีชู้อย่านึกว่ากูไม่รู้ คนที่กูคิดว่าไว้ใจยังหักหลังกู ต่อไปนี้กูจะไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น กูจะไว้ใจแต่ตัวเองกับเงาในกระจก!” มีดคัตเตอร์เล่มเดิมที่ใช้ปาดคอและแทงลูกตาของอัสนีถูกล้วงออกมาจากกระเป๋ากางเกง เลือดยังเกรอะกรังจนน่าสะพรึง ต้อลรูดใบมีดที่เคยคมกริบขึ้นซึ่งตอนนี้ความคมคงลดฤทธิ์เดชลงแล้ว แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาหรอก มีดคัตเตอร์ของเขาแค่หักปลายออกก็จะได้ความคมแบบเดิมกลับคืน และตอนนี้เขาก็หักมันแล้ว!

       “จะทำอะไรน่ะ ?” บุหลันเอ่ยถามขณะมองมีดคัตเตอร์ในมือของอีกฝ่ายด้วยความหวาดกลัวพลางถอยกรูดจนไปติดฝาผนังบ้าน มั่นใจแล้วว่าชายคนนี้ไม่ใช่ชายคนเดิมที่เธอเคยรู้จัก มันเป็นผีในกระจกที่เข้าสิงต้อลไปแล้ว

       ต้อลไม่ตอบอะไร หากแต่เดินตรงไปหาหญิงคนรักที่ตอนนี้เขาไม่รักแล้ว เขารักแต่เงาของตัวเองในกระจกบานนั้น ไม่รักใครอีกแล้วในโลกนี้ โลกที่แสนจะโสมม ไม่มีความจริงใจ!

       “คนที่ทำร้ายคนที่กูรัก กูจะไม่เอาไว้ คนที่ทำร้ายกู กูจะไม่เก็บเอาไว้ให้รกโลกอีก!” พูดจบชายหนุ่มก็พุ่งตรงเข้าไปหาบุหลันอย่างหมายชีวิต หญิงสาวหวีดร้องแล้ววิ่งหลบไปอีกทาง พลันสายตาเหลือบไปเห็นกระจกบานนั้นวางอยู่บนโซฟาก็รีบหยิบมันขึ้นมาถือไว้เป็นตัวประกัน

       “อย่าเข้ามานะ! ถ้าแกเข้ามาฉันจะทุ่มกระจกบานนี้ให้แตกลงบนพื้นเดี๋ยวนี้แหละ!”

       ได้ผล...ต้อลชะงัก สีหน้าที่เคยโมโหราวกับสัตว์ร้ายเปลี่ยนเป็นสีหน้าตื่นตระหนกราวกับเห็นคนรักกำลังจะถูกสังหารตรงหน้า มือทั้งสองข้างเอื้อมไปข้างหน้าแล้วปรับน้ำเสียงให้อ่อนลงราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ

       “หลัน วางกระจกลงนะ ผมขอร้อง เมื่อกี้ผมโมโหมากไปหน่อย ผมขอโทษ ส่งกระจกมาให้ผมแล้วทุกอย่างจะจบ ส่งคืนมาให้ผมนะหลัน ได้โปรด...” นี่ถ้าคุกเข่าอ้อนวอนได้ชายหนุ่มคงทำอย่างไม่อิดออด บุหลันเหมือนคนที่กลับมาได้เปรียบ หญิงสาวชูกระจกขึ้นแล้วหันไปทางร่างของต้อล ให้เงาได้สะท้อนใบหน้าของอีกฝ่ายชัด ๆ

       “แกดูดี ๆ ดูชัด ๆ ไม่ว่าแกจะส่องกระจกบานไหน ใบหน้าของแกก็เหมือนเดิม ดวงตาของแกก็ยังพิการ แกก็ยังเป็นไอ้เหล่ตลอดไป...ตลอดชีวิต แหกตาดูซะ!” บุหลันบอกอย่างนั้นพลางยื่นกระจกเข้าไปใกล้กับใบหน้าของต้อล อีกฝ่ายชะงักแล้วมองเงาของตัวเองผ่านทางกระจกบานนั้นอย่างพินิจพิจารณา

       ไม่จริง ทำไมชายตรงหน้าถึงไม่ใช่ต้อล 2 คนที่เขารักที่เขารู้จัก

       มันเป็นเงาของชายคนหนึ่งที่สภาพดูไม่ได้เอาเสียเลย เสื้อเชิ้ตสีฟ้าเปื้อนเลือดนั้นชวนสะพรึง ที่สำคัญดวงตาข้างขวากลับเหล่ ไม่ได้มองตรงมาที่เขาแบบที่ส่องเห็นเมื่อตอนเช้า

       ไม่จริง...ไม่จริง เขาคนนั้นหายไปไหน เขาคนในกระจกหายไปไหน!

       “ต้อล 2 นายหายไปไหน ? เอาต้อล 2 คืนมานะ ไม่จริง...นี่ไม่ใช่ความจริง นี่ไม่ใช่ต้อล 2 เอาต้อล 2 คืนมานะ เอาคืนมา!” ชายหนุ่มแหกปากร้องลั่นอย่างคนเสียสติ เอื้อมมือไปเขย่ากระจกเงาราวกับต้องการให้เงาของคนที่อยู่ข้างในนั้นออกไป เพื่อที่จะให้เงาของคนที่ต้อลเรียกว่า ‘ต้อล 2’ กลับมาเหมือนเดิม

       “นี่แหละคือความจริง! ความจริงที่ว่าแกคือคนพิการ แกคือไอ้เหล่!”

       “ไม่จริง! ไม่ใช่! นี่ไม่ใช่กู! กูในกระจกจะต้องไม่ตาเหล่แบบนี้ กูในกระจกคือคนตาปกติ ไม่ใช่คนพิการ!”

       ทันใดนั้น ต้อลก็ต่อยหมัดไปที่กระจกเงาอย่างแรงส่งผลให้บานกระจกแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ

       ต้อลเบิกตาโพลง มองกระจกเงาตรงหน้าด้วยความตกใจสุดขีดราวกับเขาเป็นฆาตกรฆ่าคนที่รักที่สุดเองกับมือ ชายหนุ่มร่ำไห้อย่างไม่เป็นผู้เป็นคน พยายามหยิบเศษกระจกมาเรียงกันด้วยมืออันสั่นเทา ไม่สนว่าคมของกระจกจะบาดมือจนเลือดไหลเป็นทาง ทำได้แต่พร่ำเพ้อไปมาว่า...

       “เราขอโทษ เราไม่ได้ตั้งใจ นายอย่าโกรธเรานะ ต้อล 2 เราจะต่อให้มันกลับมาเป็นแบบเดิม เราจะกลับมาเป็นเพื่อนกันแบบเดิมนะ สัญญาสิ สัญญากับเราสิ นายอย่าทิ้งเราไปไหนนะ นายจะต้องอยู่กับเราตลอดไป!” ชายหนุ่มร่ำไห้อย่างน่าเวทนาโดยมีบุหลันยืนมองอยู่ห่าง ๆ ก่อนที่เธอจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้

       ทุกอย่างมันจบลงแล้ว...

 

       กลิ่นครีมอาบน้ำที่บุหลันใช้ส่งกลิ่นหอมละมุนไปทั่วทั้งห้องน้ำสีขาวสะอาด ยิ่งได้กลิ่นจากเทียมหอมที่จุดเพิ่มเข้าไปอีก กลิ่นยิ่งตลบอบอวลจนไม่แน่ใจว่าหอมหรือฉุน หญิงสาวนอนแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำที่ถูกตีฟองครีมอาบน้ำจนฟูฟ่องอย่างสบายอารมณ์ สายตามองตรงไปยังโทรศัพท์มือถือที่ตั้งไว้ข้าง ๆ อ่างอาบน้ำ มันกำลังแสดงข่าวการจับกุมหนุ่มออฟฟิศที่มีอาการทางประสาททำร้ายเพื่อนร่วมงานจนเสียชีวิตคาออฟฟิศเมื่อตอนบ่าย

       “เมื่อเวลา 18.00 นาฬิกา เจ้าหน้าที่ได้บุกเข้าจับกุมนายตุลธนวัฒน์ อายุ 31 ปีที่บ้านเลขที่143 ถ.xxx ผู้ก่อเหตุระทึกขวัญ หลังได้รับแจ้งเหตุจากกู้ภัยว่ามีการก่อเหตุอาชญากรรมขึ้นที่บริษัทเอเจนซี่โฆษณาชื่อดังย่านสุขุมวิท เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตหนึ่งรายชื่อนายอัสนี อายุ 35 ปี สภาพศพถูกของมีคมปาดเข้าที่ลำคอตัดไปถึงหลอดลม ที่ดวงตาข้างขวาถูกของมีคมชนิดเดียวกันแทงจนเกิดแผลฉกรรจ์ ผู้ได้รับบาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา จากการสันนิษฐานเบื้องต้นอาจเป็นเรื่องของความแค้นส่วนตัวซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงในวลาต่อไป”

       บุหลันยิ้มกริ่ม หันไปมองเงาของตัวเองในกระจกเงาขนาดเล็กที่วางอยู่ข้างอ่างอาบน้ำ ก่อนจะลุกขึ้นไปใช้มือลูบไล้ใบหน้าอันงดงามที่ปรากฏอยู่ในนั้นอย่างชื่นชม

       ใช่แล้ว...ใบหน้าของบุหลัน  ซึ่งไม่ใช่ใบหน้าของมันจริง ๆ!

       . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

       หญิงสาวหันไปมองกระจกเจ้าปัญหาบานนั้น มองมันด้วยความเกลียดชังราวกับว่าถ้ามันเป็นมนุษย์มันคือคนที่กำลังจะแย่งชายคนรักไปจากเธอ ตัดสินใจจะเอื้อมมือไปหยิบกระจกบานนั้นเพื่อเอาไปทิ้งอีกครั้ง ขณะที่ในใจก็แสนจะหวาดหวั่นเสียเหลือเกิน บอกตัวเองว่ามันก็เป็นแค่กระจก แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ เธอคงไม่สบายใจและกลัวว่าจะทำให้ต้อลทำตัวแปลกไปกว่าเดิม เธอเชื่อว่าโลกนี้มีมิติที่เรามองไม่เห็น มีสิ่งที่เราไม่รู้ ดังนั้นเธอจะไม่ลบหลู่

       ในจังหวะที่บุหลันกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบกระจกออกมา เธอเห็นเงาของตัวเองมองมาที่ตัวของเธอด้วยแววตาที่เหมือนไม่ใช่แววตาของเธอ ดวงตาทั้งสองข้างที่มองตรงมานั้นเต็มไปด้วยความน่ากลัวและไม่พอใจที่บุหลันกำลังจะกำจัดกระจกบานนี้ ที่ริมฝีปากนั้นฉีกยิ้มกว้างทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวยืนเบิกตาโพลงด้วยความตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ครั้นเมื่อหญิงสาวจะชักมือกลับ มือจากเงาในกระจกก็โผล่ออกมาจับแขนของบุหลันไว้อย่างรวดเร็ว

       “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด...!!!”

       ‘สิ่งที่อยู่ในกระจก’ ตรงเข้ามาสิงร่างของหญิงสาวอย่างรวดเร็วโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว!

       บุหลันหันมองเงาของตัวเองในกระจกแล้วยิ้ม ก่อนจะยกกระจกเงาบานนั้นไปทิ้งโดยขังวิญญาณของบุหลันตัวจริงไว้ในนั้น ส่วน ‘บุหลันในกระจก’ ได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากพันธนาการของกระจกลวงตายแล้ว!

       . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

       วิญาณเร่ร่อนที่สิงในกระจกเงาบานนี้รอเวลาที่จะหาร่างของใครสักคนเพื่อแลกเปลี่ยนดวงวิญญาณเพื่อจะได้ออกไปใช้ชีวิตในโลกมนุษย์ตามที่ใจปรารถนา แรกทีเดียวคิดว่าจะเปลี่ยนดวงวิญญาณกับชายหนุ่มที่ชื่อต้อลที่กำลังหลงกลกับมายาที่มันสร้างขึ้น ด้วยการสร้างร่างในแบบที่ต้อลถวิลหาก่อนที่จะหาทางเปลี่ยนวิญญาณกับชายหนุ่มให้เข้ามาอยู่ในกระจกแทน แต่ดูเหมือนร่างของหญิงสาวที่ชื่อบุหลันนั้นน่าจะใช้ชีวิตได้มีความสุขกว่าชายตาเหล่ ไหน ๆ จะเปลี่ยนออกไปใช้ชีวิตทั้งที ขอเลือกคนที่สมบูรณ์พร้อมและครบสามสิบสองจะดีกว่า ที่สำคัญคนที่จะเปลี่ยนดวงวิญญาณกันได้คือคนที่มีจิตสื่อสารกับกระจกซึ่งก็คือคนที่เกิดวันจันทร์

       ต้อลเกิดวันจันทร์ บุหลันเองก็เกิดวันจันทร์!

วิญญาณร้ายจึงเปลี่ยนใจเข้าเปลี่ยนร่างของบุหลันแทนแล้วเอากระจกไปทิ้ง เพื่อให้วิญญาณของบุหลันตัวจริงได้ไปหาเหยื่อรายต่อไปสิงร่างแบบที่มันทำสืบต่อกันมานานเรื่อยมา

       โชคร้ายที่ต้อลทำลายกระจกบานนั้นไปเสียแล้ว นั่นก็เท่ากับดวงวิญญาณของบุหลันถูกทำลายจนไม่สามารถกลับมามีชีวิตในโลกใบนี้ได้อีกแล้ว จบตำนานกระจกลวงตายแต่เพียงเท่านั้น ไม่มีดวงวิญญาณต้องสืบทอดต่อไป...ไม่มีแล้ว

       บุหลันคนใหม่ที่รอคอยอยู่ในกระจกมานานแสนนานยิ้มกริ่ม ไม่รู้ว่าอายุขัยของหญิงสาวคนนี้จะยาวนานแค่ไหน แต่เธอจะใช้เวลาที่เหลือในร่างของผู้หญิงชื่อบุหลันคนนี้ให้คุ้มค่าที่สุด ให้สมกับการรอคอยมานานแสนนาน

       เธอหันไปมองเงาของตัวเองอีกครั้งแล้วกล่าวทักทาย

       “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อบุหลัน”

 

จบบริบูรณ์

 

 

       เมื่ออ่านบรรทัดสุดท้ายจบผมหันไปทางด้านหนึ่งของร้านกาแฟซึ่งเป็นกระจกเงาพอดี ผมสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจที่เห็นเงาของตัวเองในนั้น เดชะบุญที่ใบหน้ายังเป็นผมคนเดิมไม่ได้เป็นคนอื่น...เอ๊ะ หรือว่าในเงานั้นคือคนอื่นที่ปลอมตัวเป็นร่างของผมกันแน่ โอย...อ่านเรื่องกระจกลวงตายเรื่องนี้แล้วพาลทำให้ระแวงไปหมดว่ากระจกทุกบานที่ส่อง เงาที่เห็นจะเป็นตัวเราเองจะใช่ตัวเราเองจริง ๆ ไหม คิดดูสิ ขนาดเงาของตัวเองยังไว้ใจไม่ได้ แล้วคนอื่นล่ะ เราจะไว้ใจได้แค่ไหน กลับบ้านคืนนี้สงสัยต้องเอาผ้าคลุมกระจกให้หมด กลัวถูกกระจกหลอกแบบที่ต้อลโดน

       ผมถอนหายใจยาว ๆ ยกกาแฟขึ้นจิบอีกครั้งพลางสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เตรียมพร้อมสำหรับอ่านเรื่องสั้นในเล่ม 7วันจองเมรุ เรื่องต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องของคนเกิดวันอังคารที่ว่ากันว่าจะมีจิตสื่อสารกับห้องน้ำที่มีประวัติน่ากลัว

       เรื่องสั้นนี้มีชื่อว่า...

       เธอว่าห้องน้ำห้องที่ 7 หลังตึก 3 มีผีไหม ?

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น