อัปเดตล่าสุด 2020-06-18 10:05:29

ตอนที่ 9 บทที่ 4 หวาดหวั่น (1)

บทที่ 4 :

หวาดหวั่น (1/3)

 

            หากการสนทนาเมื่อครู่นี้ถูกนับรวมว่าเป็นการนัดหมายทางธุรกิจละก็... นั่นก็คงจะเป็นการดีลที่รวดเร็วที่สุดในชีวิตการทำงานของฌาดาแล้วเป็นแน่

              แต่ดูเหมือนว่าอีกสองชีวิตจะไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไรนัก

              นุดากับวุฒิเดินทางมาถึงจวนค่ำ หลังจากทั้งสองมาถึงกรุงเทพแต่เช้า และได้โอกาสพักผ่อนจนเต็มอิ่มก่อนจะมาที่นี่ตามการนัดหมายที่ไม่เป็นทางการ นุดาแปลกใจที่ฌาดาคิดจะกลับไปเริ่มต้นทำงานอีกครั้ง หล่อนกังวลแทนเจ้าตัวว่าฌาดาอาจจะยังไม่พร้อม ส่วนวุฒิเองแม้ไม่ได้พูดอะไร แต่การนิ่งเฉยของเขานั่นเป็นการตอบแล้วว่าเขาไม่เห็นด้วยนัก

              “แกควรจะรอให้กระแสมันเงียบลงก่อนนะ ตอนนี้ถึงมันจะซาลง แต่ชื่อของแกก็ยังติดอันดับอยู่บนโลกออนไลน์ คนไทยลืมง่ายจะตายเอิง แต่มันต้องใช้เวลาสักพัก ไม่ใช่ตอนนี้”

              ฌาดาเข้าใจว่านุดาเป็นห่วง แต่เธอมีเหตุผลที่จะ ‘รีบร้อน’ ทำภารกิจดังกล่าว

              “พี่ดากับลุงวุฒิเครียดไหม ถ้าไม่มีงานทำ?”

              “แหงอยู่แล้ว” วุฒิส่งเสียงบ้าง “แต่ขอบอกก่อนนะ ฉันกับแม่นี่ไม่ได้เป็นตัวละครสำคัญในข่าวฉาวเหมือนเธอ”

              “เขาพูดถูกนะเอิง” นุดาสำทับ “พักต่ออีกสักนิดดีมั้ย?”

              “คำว่าพักของพี่คืออะไรล่ะ หมายถึงให้ฉันนอนอยู่แต่ในห้องเฉยๆ งั้นสิ พี่รู้มั้ย...ฉันต้องต่อสู้กับความคิดของตัวเองตามลำพังในห้องนี้มากี่วันแล้ว ฉันเหนื่อย...เหนื่อยจนแทบไม่อยากจะอยู่...”

              “หือ?”

              ฌาดาเกือบจะเผยความจริงออกไปทั้งหมด ว่าเมื่อคืนก่อนนี้เกิดอะไรขึ้นกับเธอ แล้วเธอก็เลือกที่จะไม่พูดเรื่องนั้น สองคนนี้จะต้องไม่รู้ว่าเธอขึ้นไปบนดาดฟ้า...ไม่เช่นนั้นระดับความกังวลของทั้งสองจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

              “ฉ...ฉันหมายถึง ฉันเหนื่อยจนแทบไม่อยากจะทนอยู่ในห้องนี้ได้อีกแล้ว ใช่...ฉันอยากออกไปข้างนอกเสียที”

              นุดาถอนใจอย่างระอา ขณะที่บุรุษเพียงคนเดียวในห้องถามย้ำขึ้นอีกครั้ง

              “เธอรู้ใช่มั้ยว่าข้างนอกมีอะไรรออยู่?”

              “ฉันรู้ แต่ไม่แคร์”

              “ต่อให้เธอไม่แคร์ แล้วเธอวางแผนไว้หรือเปล่าว่าทันทีที่ไปรีวิวเสร็จ เธอจะกลับมาลงคลิปยังไง เธอต้องชี้แจงเรื่องที่ผ่านมายังไง?”

              “ฉันไม่จำเป็นต้องชี้แจงอะไรทั้งนั้น ฟังนะลุง ฉันมีสองเหตุผลที่ฉันควรจะมูฟออน หนึ่งคือฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันไม่ใช่คนติดคดี และสอง...ผู้ว่าจ้างพอใจในความสามารถของฉัน และเขายืนยันว่าเขาไม่สนใจผลกระทบในเชิงลบหากว่ามันจะเกิดขึ้นเพราะฉัน เพราะว่าเขาไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เขาเองก็กำลังแย่เหมือนกัน”

              “เอ้าๆ พูดได้ขนาดนี้ ฉันก็ว่าแกกลับมาปกติแล้วล่ะ”

              “พี่!” นุดาหันไปทักท้วงคนรัก

              “ก็ให้มันลองกลับมาทำก่อนเถอะน่า ถ้าเจออะไรไม่ชอบมาพากลเราค่อยให้มันพัก ที่สำคัญคือตัวมันก็รู้ตัวเองว่าอยากจะทำหรือไม่ทำอะไร จริงมั้ยยัยตัวแสบ?”

              “ลุงวุฒินี่เจ๋งที่สุด! นี่ถ้าพี่ดาไม่อยู่จะเข้าไปกอดแล้วนะเนี่ย”

              “เฮอะ! เชิญเถอะย่ะ ว่าง่ายกันจริงๆ” นุดายังถอนใจออกมาอีกระลอก “แล้วตกลงคนหน้ามืดที่ไหนล่ะมาจากแก”

              “เขาเป็นเจ้าของบูติคโฮเทล ชื่อ รวิชญ์ น่ะ”

              “รวิชญ์...”

              คู่รักเอ่ยชื่อนั้นพร้อมกันราวกับนัดหมาย จนฌาดาพิศวง

              “หืม อย่าบอกนะว่ารู้จักเขาน่ะ เขาเป็นคนดังเหรอ เห็นเขาเล่าว่ากิจการเขาไม่ได้ใหญ่โตอะไรไม่ใช่เหรอ”

              “เดี๋ยวก่อนยัยเอิง” นุดาย้อนถาม ใบหน้าเข้มขึ้น “ไหนแกบอกชื่อโครงการของเขามาซิ”

              “อ๋อ...เดี๋ยวนะ รู้สึกจะชื่อ ‘รวิชญ์ เดอ ท่าจีน’...”

              นุดาหันไปถอนใจโล่งกับวุฒิ ก่อนจะหันมากลับมาเปรยเบาๆ ว่า

              “แล้วไป...คนละชื่อ...คงคนละคน”

              “แต่เขาบอกว่าจะจ้างในราคาเหมาเลยนะ”

              วุฒิย่นคิ้ว “ราคาเหมาคือ?”

              “ก็เขามีบูติคอยู่สามแห่งน่ะค่ะ”

              “ส...สาม?” ใบหน้าที่บอกความผ่อนคลายของนุดา กลับมาเข้มขึ้นอีกครั้ง “เขามีสามแห่ง!?”

              “อื้อ สาขาแรกของเขาคือที่ ศาลายา สาขาที่สองคือ ท่าจีน แล้วก็สาขาที่สาม...โคราช มั้ง ถ้าฉันจำไม่ผิดนะ”

              ไม่ผิด...ไม่ผิดจริงๆ ด้วย...

              นุดาทำท่าเหมือนคนกำลังหายใจลำบาก หันมองไปทางคนรัก แม้วุฒิจะไม่ใช่คนที่แสดงอารมณ์ที่แท้จริงออกมาให้ใครได้เห็นอย่างชัดเจนนัก แต่แววตาของวุฒิก็ส่อให้นุดารู้...ว่าเขากำลังขบขันต่อโชคชะตาที่น่าหวาดหวั่นนี้ ในที่สุดชายวัยเกษียณก็หัวเราะดังลั่น

              “ฮะฮะฮ่า! สงสัยแกจะหนีมันไม่พ้นจริงๆ ด้วย”

              ฌาดาไม่เข้าใจว่าวุฒิหมายถึงอะไร และไม่เข้าใจสีหน้าของนุดาที่นิ่งไปแบบนั้นด้วย

              “พี่ดา มีอะไรเหรอ?”

              “เอิง ฟังฉันนะ” สีหน้าของนุดาประกาศความตึงเครียดยิ่งขึ้น “แคนเซิลงานนี้ซะ”

              “พี่ดา ทำไม?”

              “ถ้าแกพร้อมทำงาน ฉันจะหางานอื่นให้แกเอง แต่แกต้องแคนเซิลทุกโรงแรมของรวิชญ์”

              “คำอธิบายล่ะ?” ฌาดาจำเป็นต้องรู้เหตุผล “เล่าให้ฉันฟังซิว่ามีอะไร พี่เคยพักที่นั่นหรือว่าไง?”

              นุดายังไม่ทันพูดอะไร แต่เป็นวุฒิเองที่ตอบคำถามนั้น

              “ไม่ได้พัก แต่เกือบจะได้พัก แล้วก็...” วุฒิชำเลืองมองคนรักด้วยหางตา “โชคดีที่ไม่ได้พัก”

              ฌาดาเชื่อในความผิดปกติของที่นั่นจากคนทั้งสอง เริ่มคิดว่ามีบางอย่างที่ถูกปิดบัง หรืออาจเป็นเรื่องที่รวิชญ์ยังไม่ได้บอกให้เธอรู้

              “อันที่จริง สำหรับฉันมันคือเรื่องไร้สาระ...” วุฒิบอกพร้อมกับสีหน้าเต็มระอาขณะที่ยังมองคนรักไม่ละไป “แต่สำหรับยัยนี่ จากคืนนั้นที่เห็นคงสาหัสเอาการ”

              “ที่นั่นไม่ควรเป็นที่พัก” พบอารมณ์หวาดหวั่นเจืออยู่ในน้ำเสียงของนุดา “มันควรจะเป็นที่ที่ถูกลืมด้วยซ้ำไป!”

 

 

Writer Talk :

นุดา...เธอมันบ้า! เป็นบ้าเหรอ! วุฒิกับฌาดาคิดแบบนั้นหรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ผู้อ่านคงกำลังสับสนว่ายัยนี่เป็นอะไร วุฒิจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับหรือไม่? ฌาดาจะแคนเซิลงานนี้หรือเปล่า? แล้วรวิชญ์ซ่อนความลับอะไรไว้กับ ‘คนกลุ่มนี้’ หรือว่าใครหรือไม่? ติดตามกันต่อไปครับ!


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น