อัปเดตล่าสุด 2020-06-17 10:00:04

ตอนที่ 8 บทที่ 3 ทางออก (3)

บทที่ 3 :

ทางออก (3/3)

 

              มันเป็นเรื่องยากที่จะต่อสู้กับปัญหาเหล่านั้นตามลำพัง

            ฌาดาฝันร้าย เมื่อลุกตื่นถึงกับกอดเข่าร้องไห้อยู่บนเตียง ทบทวนถึงความฝันอันโหดเหี้ยม ในความฝันที่ทุกคนใช้สายตารังเกียจทอดส่งมาให้ ทุกคนรู้จักเธอ แต่ไม่มีใครปรารถนาจะคบหา แม้กระทั่งนุดาและวุฒิ ทีมงานต่างวัยทั้งสองคนก็ยังเบือนหน้าหนี

              ความทรมานใดจะเท่าการถูกทอดทิ้ง เธอหวนนึกถึงช่วงเวลาที่พ่อกับแม่เลิกราและปล่อยให้ครูผู้หนึ่งอุปการะเธอไว้ ครูผู้นั้นอุปถัมภ์เธอได้ไม่นานก็เสียชีวิตไป ชีวิตหลังจากนั้นคือเธอโตเป็นสาว เธอต้องทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะความลำบากทั้งปวง โชคยังดีที่เคยมีเพื่อนที่รัก แต่ปัจจุบันเพื่อนเหล่านั้นก็แยกย้ายกันไปคนละทิศ หนึ่งในนั้นคือเพื่อนสนิทที่เสียชีวิตเป็นปริศนา เพื่อนที่ทำให้เธอถูกครหาจากสังคมว่ามีส่วนพัวพันกับการตายนั้น ทั้งที่ความจริงไม่ใช่เลย

              ฌาดาพยายามควานหากระปุกยา ก่อนจะจำได้ว่าเธอโยนมันทิ้งไปแล้ว เธอตะเกียกตะกายไปคุ้ยค้นมันขึ้นมาใหม่ ยารักษาจะทำหน้าที่ต่อไป เธอไม่ได้อยากตาย แต่เธอต้องการหลับลึก หลับให้นานพอระหว่างรอนุดาเดินทางมาถึง

              แต่ขณะที่กำลังเทยาในกระปุกลงฝ่ามือ เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น พร้อมกับอินเตอร์โฟนที่เริ่มทำหน้าที่

              “คุณเอิงครับ ผมเอง รวิชญ์”

              รวิชญ์? ฌาดายืนนึกอยู่อย่างนั้นจนนึกออก ไม่ใช่เพราะชื่อเขาหรอกที่ทำให้เธอคุ้น แต่เป็นน้ำเสียงต่างหาก เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขาคนนั้นเคยแนะนำตัวหรือเปล่า แต่เธอจำชื่อไม่ได้ แต่เสียงนั้นจำได้แน่ จำได้โดยไม่ต้องหยุดยืนจ้องตาแมวที่ประตูให้เสียเวลา

              “ผมมารบกวนหรือเปล่าครับ?”

              ฌาดาไม่คิดแบบนั้น เธอมีคำตอบในใจที่ตรงกันข้าม แต่ไม่ได้พูดออกไป ว่าเธอกำลังต่อสู้อยู่ตามลำพัง วังเวงเคว้งคว้างจนคิดที่จะพึ่งพายารักษาอีกครั้ง บททดสอบสภาพจิตตนเองพังทลาย

              “ไม่เลยค่ะ” เธอยิ้มได้อีกครั้ง “เชิญเข้ามาข้างในก่อนสิคะ”

              “ผมตั้งใจจะมาคุยเรื่องสำคัญ หวังว่าจะรบกวนเวลาคุณไม่นาน”

              ฌาดาพารวิชญ์มาที่มุมรับแขก ก่อนที่ผู้มาเยือนจะเข้าเรื่องทันที

              “ผมพอจะทราบนะครับ ว่าคุณเอิงอาจยังไม่พร้อมที่คุยเรื่องนี้ แต่ว่า...ผมไม่ได้รีบร้อนอะไร แค่อยากจะบอกให้คุณทราบไว้เท่านั้น รอเมื่อคุณพร้อม คุณค่อยตอบตกลงก็ได้ครับ”

              “เรื่องงานใช่มั้ยคะ?” ฌาดายิ้มจางๆ อย่างวางสีหน้าลำบาก “อันที่จริง...ฉันก็รักงานของฉันนะ ฉันยังอยากทำมันต่อไป แต่คุณน่าจะทราบเรื่องข่าวฉันนี่คะ คุณอาจมีปัญหาถ้ามาร่วมงานกับฉัน”

              “ปัญหาของผมถูกจัดการตั้งแต่ก่อนจะลงมาหาคุณแล้วละครับ ผมเป็นห่วงเรื่องสภาพจิตใจคุณมากกว่า ถ้าคุณยังไม่พร้อม ผมก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร”

              “เดี๋ยวนะคะ ฉันยังไม่ทราบเลยว่าคุณทำงานให้ที่ไหน?”

              “ผมทำอยู่สามแห่งครับ เป็นบูติคโฮเทลในเครือเดียวกัน”

              ฌาดาทำตาโตขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่คาดคิดมาก่อน “ทำทั้งสามที่เลยเหรอคะ?”

              “ครับ ทั้งสามที่”

              “แสดงว่าคุณน่าจะเป็นระดับผู้บริหารแล้วสิคะ อืม...ขอโทษถ้าเสียมารยาทนะคะ แต่อายุคุณดูไม่มากเลยอะ”

              รวิชญ์หัวเราะให้คำพูดของเธอ

              “ไม่เสียมารยาทหรอกครับ ผมกลับคิดว่าตัวจริงของคุณ แทบจะเป็นคนละคนกับในคลิปเลยด้วยซ้ำ”

              เขาไม่ได้อธิบายอย่างละเอียดว่าตอนที่เธออยู่ในคลิปนั้นหยาบคายกว่าตัวจริงแค่ไหน แต่ก็ไม่ยากเกินกว่าที่ฌาดาจะคิดได้เอง เธอจึงพยักยิ้มก่อนจะถามต่อว่า...

              “คุณติดต่อให้กับบริษัทไหนเหรอคะ?”

              “บริษัทของผมเองครับ” รวิชญ์ตอบออกไปแบบนั้น ก่อนรู้สึกไปเองว่าอาจยังไม่ละเอียดพอที่หญิงสาวจะเข้าใจ จึงอธิบายเพิ่มเติมไปว่า “ผมเป็นเจ้าของบูติคโฮเทลทั้งสามแห่งนั้นครับ”

              ฌาดาทิ้งเวลาไปกับความไม่คาดคิดไม่นานนัก กลับมาอยู่ในสติได้อีกครั้ง เมื่อรู้ว่าเธอกำลังนั่งอยู่กับใคร

              “ฉันอาจจะทำให้กิจการของคุณดูแย่ก็ได้นะคะ บอส”

              รวิชญ์หัวเราะให้หญิงสาว “เรียกผมเหมือนเดิมเถอะครับ โรงแรมของผมแต่ละแห่งขนาดเล็กเท่ากับบ้านสองชั้นเท่านั้นเอง อันที่จริงผมก็ซื้อบ้านเก่ามารีโนเวทนิดหน่อยให้กลายเป็นที่พักเท่านั้นแหละครับ”

              “แล้วคิดยังไงถึงสนใจฉันคะเนี่ย? แล้ว...ฉันในเวลาแบบนี้น่ะเหรอคะ?”

              “คุณอย่าดูถูกศักยภาพของตัวเองสิครับ ใครจะมองออกหรือไม่ผมไม่ทราบ แต่เท่าที่ผมเห็นคุณตอนรีวิวที่พัก คุณเป็นคนที่มีความรู้เกี่ยวกับสถาปัตย์พอควรเลยนะ”

              “รู้แค่เผินๆ เท่านั้นเองค่ะ แต่ภาพลักษณ์กับข่าวฉาวของฉันตอนนี้ คุณไม่กลัวจะเสียหายไปกับฉันเหรอ?”

              “ผมพูดตรงๆ เลยนะครับ คงเพราะผมไม่มีอะไรจะเสียแล้วมั้ง”

              ฌาดาเลิกคิ้วอย่างสนเท่ห์ ไม่เข้าใจและรอให้เขาอธิบาย

              “ธุรกิจของผมกำลังประสบปัญหาน่ะครับ”

              “แบบนั้นเอง แต่เอ...คุณแน่ใจนะคะ ว่าคุณเชื่อว่าฉันมีความสามารถ ไม่ใช่เพราะที่จริงคุณอยากได้กระแส”

              “ถ้าแค่กระแส เป็นคนอื่นก็สร้างได้เหมือนกัน” รวิชญ์ตอบให้เธอมั่นใจ “ถึงคุณจะไม่ได้เก่งที่สุดในสายนี้ แต่สิ่งที่คุณมีมันก็มากเกินพอสำหรับกิจการของผม ผมไม่ได้ทำโรงแรมให้หรูหราเหมือนวัง ทุกอย่างยังคงใช้โครงสร้างเดิม ตกแต่งทุกอย่างเน้นธรรมชาติ และเมื่อพูดถึงธรรมชาติแล้ว ในตัวคุณก็มีอยู่มากกว่าใคร ถ้าเทียบจากบล็อกเกอร์หลายๆ คน”

              “ถ้าคุณแน่ใจแบบนั้น ฉันตกลงรับงานค่ะ”

              “เอ่อ...” รวิชญ์ชะงักเหมือนเจอลูกระนาดลูกใหญ่กลางถนน

              “ทำไมคะ?”

              “ป...เปล่าครับ ผมแค่ไม่คิดว่าคุณจะตอบรับรวดเร็วขนาดนี้”

              ฌาดายิ้ม และไม่ได้อธิบายว่าเพราะอะไร อันที่จริงก็ใช่ความลับระหว่างเธอกับเขาหรอก เพราะเธอเคยบอกเขาไปแล้วว่าเธอกำลังรักษาตัว ตอนนี้เธออยากจะลุกจากเตียงนอน ออกไปจากโลกแคบๆ ในคอนโดมิเนียมนี้ อยากเริ่มต้นทำงานในสิ่งที่รักอีกครั้ง และพร้อมลืมเรื่องเลวร้ายที่เกิดจากคนทั้งประเทศผู้ที่ไม่รู้จักเธอ

              “ฉันไม่มีงานทำแล้วนี่คะ ตอนนี้ฉันเลยพร้อมมาก และอีกเหตุหนึ่งคือคุณเคยช่วยชีวิตฉันไว้ ในเมื่อคุณมั่นใจว่าฉันมีศักยภาพมากพอ ฉันก็พร้อมจะเป็นหนึ่งในทางออก...ช่วยคุณให้พ้นวิกฤตเช่นกัน”

 

 

Writer Talk :

ไม่แน่ใจว่าเธอจะเป็น ‘ทางออก’ หรือ ‘ทางเข้าของปัญหา’ ที่แท้จริงกันแน่! แต่ที่แน่ๆ ต้องรอติดตามตอนต่อไปนะครับ ^^ การันตีความสนุกด้วยความแซ่บของนักเขียนครับ!


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น