อัปเดตล่าสุด 2020-06-16 10:09:00

ตอนที่ 7 บทที่ 3 ทางออก (2)

บทที่ 3 :

ทางออก (2/3)

 

 

            หลังจากที่ภูมิกลับไปแล้ว รวิชญ์ยังคงหมกมุ่นอยู่กับคำแนะนำของเพื่อน ในขณะเดียวกัน ความคิดเห็นของตัวเองกลับผุดขึ้นมาคัดค้าน ตีรันฟันแทงด้วยความสับสน

              Influencer คือ พวกบล็อกเกอร์นั่นแหละ มันเป็นพวกที่มีคนติดตามเป็นจำนวนมาก”

            “อ้อ...พวกนั้นเหรอที่เรียกว่า อินฟลูเอนเซอร์”

            “ใช่ แต่อินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นนักสร้างคอนเทนต์เจ๋งๆ ที่เหมาะกับคนจ้างก็มีอยู่ไม่มาก โดยเฉพาะพวกบล็อกเกอร์สายเที่ยว แม้บางคนจะมียอดฟอลเป็นหมื่นเป็นแสน แต่นับว่าน้อยมากนะที่เห็นคนพวกนั้นรีวิวที่พัก ตอนนี้ฉันนึกชื่อได้ไม่ถึงห้าคน”

            “นายกำลังจะบอกให้ฉันจ้างคนพวกนั้นหรือ ภูมิ?”

            “ฉันไม่รู้ว่านายเหลือทางออกกี่ทาง แต่อินฟลูเอนเซอร์ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในเวลาแบบนี้”

            “แสดงว่าฉันต้องหาอินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียง”

            “แล้วก็ต้องตรงกับกิจการของนายด้วย นั่นคือช่องของเขาจะต้องเป็นเรื่องอสังหาฯ หรือพวกที่พักเป็นเมนหลัก นายจะใช้บิวตี้บล็อกเกอร์ที่วันๆ จับแต่แป้งกับแปรงปัดหน้ามารีวิวที่พักของนายไม่ได้”

            “แปลกแฮะ ฉันไม่เคยสนใจคนพวกนั้นเลย ถ้าจะเคยติดตามก็คงเป็นพวกคนที่ทำคอนเทนท์เกี่ยวกับอาหารมากกว่า”

            “ก็คงแปลกจริงๆ แหละ คนทำกิจการอย่างนายไม่ติดตามเรื่องพวกนี้ นายนี่นะ...เหมือนพวกกว้านซื้อตึกสวยๆ ไว้เป็นแค่สมบัติส่วนตัวจริงๆ”

            “เฮ้...ฉันว่าฉันรู้จักบล็อกเกอร์คนนึงนะ”

            “ใคร?”

            “บล็อกเกอร์ที่ชื่อ ‘เอิง’ ไง เจ้าของเพจ ‘ฌาดาเดย์’...”

             รวิชญ์จำสีหน้าของเพื่อนสนิทในเวลานั้นได้

              “ถ้าเป็นยัยคนนั้นฉันไม่เห็นด้วย”

              บ่ายคล้อย...รวิชญ์ยังจมอยู่กับเรื่องของตนเอง หมกมุ่นอยู่กับทางออกที่พอจะมองเห็นทาง แม้ว่าเพื่อนสนิทจะคัดค้าน ‘ฌาดาเดย์’ เพราะข่าวฉาวของเธอ แต่สำหรับเขาแล้ว...ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เป็นอุปสรรคของแผนการที่จะใช้เรียกความสนใจ

              “ไม่เชื่อนายก็ลองเข้าไปดูรายการของหล่อนสิ ฉันไม่อยากจะอธิบายอะไรที่เกี่ยวกับหล่อน เดี๋ยวนายจะหาว่าฉันอคติเกินไป แต่ร้อยทั้งร้อยฉันโคตรเชื่อเลยว่านายต้องไม่ชอบหล่อนเหมือนกัน”

              ลองเข้าไปดูงั้นเหรอ...รวิชญ์อาจอยากจะทำแบบนั้น ถ้าภูมิไม่แสดงความมั่นใจอย่างแน่วแน่ว่าตัวเขาจะไม่ชอบ เพราะเขารู้ว่าภูมิรู้จักเขาดีกว่าใครทั้งหมด

              ถ้าเกิดไม่ชอบขึ้นมาจริงๆ ล่ะ...?

              จากความหงุดหงิดเล็กๆ กลายเป็นความสงสัย ว่าเพราะอะไรเขาถึงไม่สบอารมณ์กับเรื่องนี้ หากเขาไม่ชอบในสิ่งที่เธอทำจริงๆ เพราะอะไรเขาจึงได้ตั้งหวังว่าเขาควรจะต้องชอบรายการของเธอ...เพราะอะไร?...เพราะอะไรที่ทำให้เป็นแบบนั้น

              ...แต่ถ้าไม่ดู ก็ไม่รู้น่ะสิ...

              ในที่สุดความคิดทุกอย่างก็จบลงที่หน้าจอแล็ปท็อป เขาเลือกที่จะหาคำตอบให้กับตัวเอง...ด้วยตัวเอง

              “ฮัลโหลพวกหล่อน~ ฉันกลับมาแล้ว วันนี้ฉันมาอยู่ที่นี่จ้า Tinky Winky Resort ที่นี่อยู่ในตัวเมืองจังหวัด XXX ไม่ไกลเลยถ้าแกวิ่งมาตามถนนหมายเลข XXX เส้นออกเมือง รีสอร์ทอยู่ขวามือ ถ้ามองไม่เห็นก็ไม่ต้องขับรถแล้วนะจ๊ะ สายตาหล่อนมีปัญหา

              ...แก เห็นอะไรเหมือนฉันมั้ย ล็อบบี้ที่นี่ใหญ่เว่อร์วังมาก ผิดกับทางเข้านี่รถสวนกันแทบไม่ได้เลย แคบกว่าช่องคลอดอีกอีบ้า...”

              รวิชญ์สมาธิกระเจิงไปแล้ว เพราะกำลังอึ้ง...

              “บอกก่อนนะพวกหล่อน ฉันมาที่นี่ไม่ได้ค่าจ้างนะ ฉะนั้นถ้าฉันเจอจุดไหนป่วย ฉันจะติไม่เลี้ยงเลยล่ะ”

              รวิชญ์รู้สึกคอแห้ง ไม่อยากดูต่อแล้ว แต่อีกใจก็อยากดูให้จบ

              “มาๆ เดินตามมาทางนี้ ลุงวุฒิเบนกล้องให้คุณผู้ชมดูนั่นหน่อย เห็นมั้ยพวกหล่อน หลังล็อบบี้คือดีงามมว๊ากกก! กำแพงน้ำล้นตรงนั้นเก๋มาก ตรงนี้เป็นสวนที่จัดอยู่ในพื้นที่ทิศตะวันตกนะ เดี๋ยวอีดอก ฉันนึกไม่ออกเลยว่าถ้าออกมานั่งเล่นตอนบ่าย ตรงนี้จะมอดไหม้แค่ไหน”

            นาทีแรกผ่านไป รวิชญ์นั่งกุมขมับ แม้เขาจะพยายามมองโลกในแง่ดีว่าบางทีอาจเป็นเพราะเขาเองที่ไม่ค่อยได้ติดตามบล็อกเกอร์บนโลกออนไลน์มากนัก นอกจากการนั่งดูคลิปเกี่ยวกับสอนตกแต่งสถานที่พวกนั้นมากกว่า จนทำให้รู้สึกว่าการสื่อสารด้วยภาษาที่ตรงไปตรงมา ราวกับเพื่อน (ที่สนิทมาก) คุยกันแบบนี้ จะกลายเป็นสิ่งที่ชวนฟังได้อย่างน่าทึ่ง ต้องใช้คำว่า ‘ชวนฟัง’ เลยทีเดียวเมื่อสังเกตยอดไลค์และยอดของการแชร์คลิป

              แต่ว่า...เขาเองก็ยังไม่คุ้นเคยกับฌาดาในรายการของเธออยู่ดี

              ผิดกับตัวจริงลิบลับ...

              “แต่พวกหล่อนมาดูทางนี้เร็ว ตรงนี้ต่างหากที่เหมาะแก่การนั่งพัก...” คนในคลิปผายมือไปที่มุมม้าไม้และเคาท์เตอร์กาแฟซึ่งอยู่ถัดออกไปเรื่อยๆ “ไม้ระแนงนี้พวกหล่อนเห็นไหม เขาปลูกพันธุ์ไม้เลื้อยไว้จ้า ไม่ต้องกลัวมอดไหม้ไปนะอีดอก เพราะไม้เลื้อยที่อินุงตุงนังกับไม้ระแนงแต่งรั้วพวกนี้จะช่วยทำให้ทุกอย่างซอฟต์ลงย่ะ แล้วหล่อนมาดูตรงนี้ เขาทำเป็นซุ้มโครงเหล็กไว้ แล้วอีไม้เลื้อยพวกนี้มันก็ทำให้โซนนี้ดูนุ่มลงมากเลยละแก ถัดมาทางด้านหลัง ประติมากรรมนูนต่ำก็มาจ้า นี่เป็นหินที่กรุไว้ตกแต่งผนังทั้งแถบ ถ้าพวกหล่อนนั่งตรงนี้จะได้ยินเสียงน้ำไหลจากน้ำตกจอมปลอมตรงนั้น มีฟลามิงโก้กับเต่าสะเหล่อยืนอยู่ตรงนั้นด้วย เหมาะกับเป็นที่เช็คอินสุดๆ ไปเลย อ้อ...ถ้าหล่อนยังไม่หนำใจ ชีพจรลงตีนไม่อยากจะรีบนั่ง เดินต่อไปค่ะ เดินต่อไป แกจะออกไปเจอกับนี่จ้า! ระเบียงเล็กๆ แบบตอแหลมว๊ากกก! นั่งมองสวนญี่ปุ่นด้านหลัง มีฉากเป็นไม้เว้นร่องที่โคตรเก๋ มุมตรงนี้เหมือน ‘อิ๊งลั่น’ ชิบ! อะไรนะพี่ดา ถามว่าฉันเคยไปอิ๊งลั่นมั้ยเหรอ ไม่เคยสิ! จะเอาปัญญาที่ไหนไปเคยล่ะ!”

              ถึงตรงนี้...

              รวิชญ์แทบไม่รู้สึกตัวแล้ว...ว่าเขากำลังยิ้ม

              “พวกหล่อนคงจินตนาการว่าพื้นที่ส่วนหลังของรีสอร์ทจะต้องเป็นที่วางพวกคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศหรือลานซักล้างใช่มั้ยล่ะ ไม่ย่ะ! ที่นี่ประกาศแล้วว่าเค้าคิดกันมาดี และตรงนี้ที่ฉันยืนอยู่ พวกหล่อนจะไม่มีวันหาคอมเพรสเซอร์เจอสักเครื่อง! เพราะอะไร? เพราะเค้าดีไซน์มุมตรงนี้ให้ร่มครึ้มไปด้วยไม้เลื้อยพันธุ์เดียวกันกับที่เดินมาเมื่อกี้นี้เลย คือจะบอกว่าแต่ละโซนมันเชื่อมต่อกันมากนะหล่อน มันไม่ใช่การตกแต่งแบบสตูดิโอที่สีสันขัดกันไปมา วางข้าวของเด๋อๆ พาเอาคนในฉากเด๋อไปด้วย นี่...ฉันแนะนำเลยนะ พวกหล่อนมาถ่ายตรงนี้ หล่อนเห็นกระเบื้องหินไม่ขัดสีพวกนี้มะ มันดูอาร์ตและเนเชอรัลมาก! สรุปว่าแค่ล็อบบี้รีสอร์ทนี้นะ แกเดินได้ตั้งแต่ส่วนฟรอนท์ ทะลุมายันขอบตูด แค่ชั้นเดียวพวกหล่อนก็จะได้รูปจนเมมเต็มแล้ว เชื่อฉัน! เอาเป็นว่าล็อบบี้เอาเท่านี้แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะพาหล่อนขึ้นไปห้องพัก ฉันเห็นพวกนักเที่ยวรีวิวห้องพักไว้อย่างเริด แต่จะจริงไม่จริงยังไง ตามมาจ้ะ มากับอีเอิง ของจริงแน่ ไม่มีฟิลเตอร์จกตา ตามมา!”

              รวิชญ์กด Pause ไว้ตรงนั้น หยุดเล่นคลิปชั่วคราว ก่อนเห็นเงาของใบหน้าตนเองสะท้อนอยู่บนจอแล็ปท็อป เงานั้นกำลังเผยยิ้ม ก่อนหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี กับสถานการณ์ที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นในชีวิตบ่อยนัก

              ...นายทายผิดแล้วภูมิ...

              รวิชญ์เลื่อนเม้าส์กดติดตามและกดกระดิ่งให้กับชาแนล ‘ฌาดาเดย์’ บนยูทูบ ขณะที่บนหน้านั้นยังไม่จางยิ้ม

              ...คำพูดหยาบคาย ไม่สามารถทำให้ฉันเหม็นหน้าผู้หญิงคนนั้นได้เลย และสำหรับฉันแล้ว ผู้หญิงคนนั้นไม่ธรรมดา เธอมีความรู้เรื่องที่เธอนำเสนอมากทีเดียว ฉันดีใจ...ที่คราวนี้นายเดาความรู้สึกของฉันผิด...

            ไม่มีอะไรให้ประวิงเวลารออีกแล้ว

              รวิชญ์หยิบคีย์การ์ดแล้วลุกเดินออกไปจากห้อง

              เขาจะลงไปหาเธอ.

 

 

 

Writer Talk :

ฌาดาก็ไม่ได้มาแบบอุนจิอุนจินะครับ! นักอ่านท่านใดที่อาจจะเบะปากใส่เธอมาในบทแรกๆ ขอให้ติดตามพฤติกรรมของนางต่อไปด้วยกันนะฮะ เพราะอีกไม่กี่ฉากข้างหน้า...อาจเกิด ‘เรื่อง’ อะไรบางอย่าง ที่อาจทำให้นักอ่านทุกท่าน ‘สงสาร’ เธอก็เป็นได้!


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น