อัปเดตล่าสุด 2020-07-06 10:00:41

ตอนที่ 27 บทที่ 10 พิรุณมรณะ (1)

บทที่ 10 :

พิรุณมรณะ (1/3)

 

 

              ‘พามันกลับมา...’

              ‘พามันกลับมาหาฉัน...’

              ‘พามันกลับมาเดี๋ยวนี้!!!’

              เสียงนั้นกระชากเธอหลุดออกจากความฝัน สายตาจับแวดล้อมในห้องพักอันปราศจากแสงไฟ ทว่ากลับมองทุกสรรพสิ่งในห้องได้อย่างชัดเจนเมื่อม่านตาปรับเข้าหาความมืด

              ฌาดายกมือป้องขมับ นิ้วสัมผัสเหงื่อชื้น กว่าจะตั้งสติได้ร่วมนาที ก็รู้ว่าเธอฝันร้ายถึงเพื่อนเก่าคนนั้น...

              “อีบ้าเอ๊ย...” ฌาดายกมือเรียวลูบหน้า ถอนใจยาวพรืด “นี่ฉันคิดถึงแกจนถึงกับเอาไปฝันถึงเลยเหรอเนี่ย?”

              บรรยากาศในห้องพักเงียบสงัด เงียบจนเธอไม่รู้สึกเลยว่าที่นี่คือโรงแรม เหมือนเธออยู่คนเดียวมากกว่า ขณะที่ฌาดากำลังก้าวลงจากเตียง ร่างกายชะงักเมื่อความคิดหนึ่งแล่นปลาบเข้ามา

              ...เดี๋ยว...เสียงเมื่อกี้นี้...ความฝันแน่เหรอ?...

            ‘พามันกลับมาเดี๋ยวนี้’

              นั่นเป็นเสียงของเกวลินในความฝันของเธองั้นเหรอ? แปลก...แปลกมาก เสียงนั้นราวกับก้องกังวานอยู่ในห้องนี้ด้วยซ้ำ ฌาดาพยายามลุกยืนอย่างระมัดระวัง เธอจะไม่พลั้งพลาดให้กับความฝัน หรือแม้กระทั่งความกลัว เธอต้องแน่ใจว่าเธอได้กลับมาสู่โลกแห่งความจริงแล้ว

              แสงสว่างวาบผ่านกระจกระเบียงห้อง เหมือนมีรถใครขับเข้ามาในเวลาแบบนี้ ฌาดาหันไปมองนาฬิกา เที่ยงคืนกว่าเข้าไปแล้ว

              หญิงสาวยื่นมือจับม่านหน้าต่าง แหวกช้าๆ พอให้มองลงไปเห็น แต่ระเบียงที่บังสายตาอยู่นั้นทำให้มองไม่ชัด จึงตัดสินใจเลื่อนประตูกระจกอย่างระวัง ก่อนออกไปสู่ภายนอก แรกสัมผัสลมหนาวยะเยือกพัดผ่านมา พาให้หญิงสาวสะท้านไปทั้งกาย

              ...หนาวอะไรปานนี้ นี่ฉันอยู่โคราชหรือบนยอดเขาเนี่ย...

            เพราะความอยากรู้อยากเห็น สภาพอากาศจึงไม่เป็นอุปสรรค

              รถเก๋งคันสีดำคันนั้น มองจากบนระเบียงเห็นคนขับเป็นชาย มองไม่ชัดว่าอายุประมาณไหน เขาดับเครื่องยนต์และส่งผลให้ไฟหน้ารถดับตามไปด้วย ครู่เดียวชายคนนั้นก็ก้าวลงมาจากรถ เผยให้เห็นว่าเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ เขายืนจุดบุหรี่สูบ เหมือนกับรออะไรบางอย่างอยู่ตรงนั้น

              ก่อนที่ประตูรถอีกฝั่งจะเปิดออก ผู้หญิงคนหนึ่งก้าวลงมาจากเบาะหลัง ฌาดาทอดสายตาทะลุม่านความมืด เธอรู้สึกคลับคล้ายว่าคนๆ นั้นจะเป็น...

              “เอ๊ะ...” ฌาดาก้าวไปยืนชิดขอบระเบียงอย่างลืมตัว “นั่นมัน...พี่ดานี่!?”

              พลันตกอยู่ในความพิศวงงงงวย จู่ๆ นุดาก็ปรากฏตัวที่นี่ในเวลาแบบนี้ ครั้นจะตะโกนเรียก ก็เกรงว่าเสียงจะรบกวนแขกห้องอื่น ฌาดาทำได้แต่รอให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาในตึก ส่วนเธอจะรีบลงไปสอบถามถึงสาเหตุนั้น

              ทว่า...ยังไม่ทันที่ฌาดาจะก้าวพ้นไปจากระเบียง หญิงสาวกลับหยุดชะงัก เมื่อทอดสายตาเห็นนุดาทำอะไรบางอย่างชวนให้สงสัย

              นุดาเปิดประตูรถอีกฝั่งหนึ่ง เป็นฝั่งเดียวกับที่ชายฉกรรจ์คนนั้นยืนสูบบุหรี่อยู่ หล่อนเรียกใครอีกคนให้ลงมาจากรถ แต่ดูเหมือนคนในรถจะไม่ยินยอม นุดายื่นมือเข้าไปในรถ คล้ายกำลังกระชากคนในนั้นให้ออกมา

              ได้ยินเสียงกรีดร้องโวยวาย...จากผู้ไม่ยินยอม

              “มึงจะลงมามั้ย กูชักรำคาญแล้วนะอีนี่!”

              ฌาดาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง นั่นคือเสียงตวาดของนุดาแน่หรือ? เธอไม่เคยได้ยินนุดาใช้เสียงแบบนั้นมาก่อน อีกทั้งท่าทีโกรธเกรี้ยวแบบนั้น เหมือนนุดา...ไม่ใช่นุดา...

              “ปล่อย! ปล่อยหนู!” เสียงในรถ อนุมานได้ว่าเจ้าของเสียงน่าจะเป็นเด็กสาว “หนูไม่ลง ปล่อยหนูไปเถอะพี่!”

              “มึงจะแรดไปไหนได้ กูพามึงมาถึงนี่แล้ว ลงมาเร็วๆ เข้า!”

              “ได้โปรดเถอะพี่ ปล่อยหนูไป...ปล่อยหนู”

              นุดาถอยห่างออกจากรถ ก่อนเดินมาดึงบุหรี่จากปากชายฉกรรจ์คนนั้นทิ้งลงพื้นเสียอย่างนั้น

              “ยืนทำเหี้ยอะไรอยู่ล่ะ ไปเอามันลงมาสิวะ!”

              ดูเหมือนชายฉกรรจ์จะไม่พอใจนุดาเท่าไรนัก แต่ดูจากท่าทางแล้วคงขัดขืนหรือต่อต้านไม่ได้ ฌาดาพิศวงอยู่อย่างนั้น ไม่อาจหาคำตอบถึงสิ่งที่เห็นได้เลย และความสงสัยที่มีนั้นก็ยิ่งนำความตกใจมาสู่ เมื่อเธอเห็นชายคนนั้นกระชากเด็กสาวในชุดนักเรียนออกมาจากตัวรถ!

              ฌาดาไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง...ว่าเหตุการณ์ข้างล่างจะกลายเป็นสถานการณ์ที่เธอคาดไม่ถึง นั่นคือนุดาจริงๆ แต่เธอไม่มีวันเข้าใจได้เลยว่าเพราะอะไรนุดาถึงทำแบบนั้น และทำในช่วงเวลาแบบนี้ และเป็นที่นี่เสียด้วย

              ฌาดากลับเข้ามาในห้อง ฉวยสมาร์ทโฟนบนหัวเตียง แล้วรีบกลับออกมายืนที่ระเบียงอีกครั้ง เธอกดบันทึกวิดิโอไว้ พยายามซูมเข้าไปให้ใกล้ที่สุด

              ...เดี๋ยวนะ...นักเรียนคนนั้น...?

              ผมเผ้าของนักเรียนหญิงในชุดมัธยมปลายค่อนข้างกระเซอะกระเซิงและอำพรางใบหน้า ฌาดาไม่อาจคิดไปในทางอื่นได้...ว่าหล่อนผู้นั้นอาจจะถูกประทุษร้ายมาก่อน ฌาดาพยายามบันทึกภาพไว้แม้สภาพแวดล้อมจะค่อนข้างมืด กระทั่งนุดากับชายผู้นั้น ‘ลาก’ เด็กสาวเข้ามาใกล้ตัวบ้าน

              ฌาดาเกือบประคองสมาร์ทโฟนเอาไว้ในมือไม่ได้...เมื่อนักเรียนหญิงคนนั้นหวีดเสียงโหยหวน ขณะที่แหงนหน้าขึ้นมา!

              “ไม่จริง...”

              แววตาแสนรันทดคู่นั้นมองปราดขึ้นมา และน้ำตาที่เอ่อท้นใบหน้าเด็กสาว ฌาดาหนาวสะท้านไปทั้งกาย เพราะเจ้าของใบหน้านั้นคือ...

              “เก!”

              เกวลินไม่ได้หายไปไหน...ความสงสัยก่อนหน้านี้ปรากฏแล้วซึ่งคำตอบกลางวิกาล หากว่านุดากับชายคนนั้นไม่ได้ยินเสียงตะโกนเรียกของฌาดาแม้สักนิดเดียว

              มีเพียงเกวลินเท่านั้นที่ได้ยิน กับริมฝีปากที่เห็นรอยเกรอะกรังสีเข้มของเลือด ขยับสั่นเล็กน้อย แต่เสียงนั้นสะท้อนดังขึ้นมากระทบสดับของฌาดา

              “เอิง...ช่วยฉัน...ที”

 

 

Writer Talk :

ฝันไปหรือเปล่า? หรือฌาดาฟั่นเฟือนไปแล้วหรือเปล่า? นุดามาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ แล้วเกวลินที่หายไปจากชีวิตของเธอก็กลับมาในสภาพแบบนั้นอีก ถ้าฝันไปนี่พร้อมด่านักเขียนได้เลยนะ!


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น