อัปเดตล่าสุด 2020-06-20 10:00:02

ตอนที่ 11 บทที่ 4 หวาดหวั่น (3)

บทที่ 4 :

หวาดหวั่น (3/3)

 

              “ฉันไม่อยากพักที่นี่ นี่พี่จะแกล้งฉันเหรอ?”

            วุฒิดับเครื่องยนต์แทนการตอบโต้ หาวเสียงดังจนอีกคนสะดุ้งอึ้ง ก่อนจะก้าวลงจากรถมายืดเส้นยืดสาย ท่าทางกวนอารมณ์เช่นนั้นทำนุดาประสาทเสีย หล่อนผลักประตูก้าวตามลงมา ตั้งใจจะเอาเรื่อง แต่ก็ยังไม่ทันได้เปิดปากหล่อนพบบุรุษคนหนึ่งในเสื้อยืดสีขาวสกรีนลายชื่อที่พัก เดินเข้ามาต้อนรับอย่างสุภาพพอดี

              “มีห้องว่างเหลือมั้ยหนุ่ม” วุฒิถามชายที่เดินตรงเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

              “มีครับผม จะให้ผมช่วยยกสัมภาระอะไรบ้างครับ”

              “ไม่มีหรอก จะพักแค่คืนเดียว”

              พนักงานเดินนำทางไปแล้ว แต่วุฒิกลับชะลอฝีเท้า เมื่อหันมาพบคนรักยืนปั้นหน้าตึงอยู่ที่รถ ไม่ยอมก้าวตาม

              “อย่าบ้าตามยัยแม่ค้านั่นหน่อยเลยน่า นี่แกทำคลิปมากี่คลิปแล้วหือ? ไปค้างมาไม่รู้กี่ที่ จะบ้าหรือไงเนี่ย”

              “ตะ...แต่ว่าที่นี่มัน...”

              “นี่...” วุฒิเริ่มแสดงอาการหงุดหงิด และสีหน้าไม่พอใจนั้นฟ้องว่าเขาเหลืออดเหลือทนหล่อนมากแล้ว “ฉันขับรถทั้งวัน ใจคอแกจะให้ฉันขับต่ออีกแปดกิโลไปนอนอีกที่งั้นเหรอ มืดขนาดนี้ แถมเพลียจะตายห่าแล้ว ขืนให้ฉันขับต่อมีหวังแกกับฉันได้ไปเค้งอยู่ข้างทางแน่ๆ”

              “ก็นอนในรถสิ!”

              ตากล้องวัยเกษียณเริ่มหมดความอดทน จึงโยนกุญแจรถให้อีกคน นุดาสะดุ้งยื่นมือไปรับไว้

              “งั้นแกก็นอนในรถไปคนเดียวก็แล้วกัน!”

              ไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่วุฒิเชื่อ...แล้วก็จริง เดี๋ยวเดียวเท่านั้นนุดาเปิดประตูรถ คว้ากระเป๋าถืออย่างรีบร้อนออกมา ก่อนล็อครถแล้วก้าวตามคนรักมาอย่างเร็ว

              รวิชญ์ เดอ โคราช บ้านขนาดสองชั้นอันมีโครงสร้างเดิมอย่างงดงามเป็นทุน มองก็ดูว่ารีโนเวทต่อเติมไม่กี่จุดเท่านั้น โดยเฉพาะสวนหย่อมที่ประดับโคมไฟสนามสว่างไสว หากผู้มาเยือนไม่ได้รับรู้ ‘เรื่องเล่า’ ของที่นี่มาก่อน คงจะพากันลงไปเดินเล่นกลางสนาม หรือนอนแผ่อย่างสบายส่งกายอาบจันทร์ซึ่งลอยเด่นอยู่กลางหาว หลับผล็อยไปตรงนั้นท่ามกลางบรรยากาศอันฉ่ำเย็น

              แต่ไม่ใช่นุดาแน่ๆ ที่จะทำแบบนั้น

              คู่รักเดินเข้ามาถึงล็อบบี้ ภายในยังคงตกแต่งเสมือนบ้านคน แต่ล้นไปด้วยเครื่องเรือนในโทนสีเดียวกันซึ่งก็คือลายไม้ ส่วนมากเป็นเครื่องไม้มันเงา ตู้กระจกโชว์รูปถ่ายศิลปินที่อาจจะเป็นไอดอลผู้เป็นเจ้าของก็ได้ แต่ตอนนี้นุดาไม่สุนทรีย์ที่จะดื่มด่ำบรรยากาศอันแสนแปลก หล่อนต้องการเข้านอนโดยเร็วที่สุด ก่อนที่สติทั้งดวงจะแตกสลายไปเพราะความกังวลและความกลัวที่โรมรัน

              ตรงข้ามกับความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นของวุฒิ ขณะที่เขากำลังยืนให้ประวัติผู้เข้าพักอยู่หน้าเคาท์เตอร์

              “ไอ้หนุ่ม ตกลงนายเป็นเบลล์บอยหรือรีเซฟชั่นกันแน่?”

              “อ๋อ ตอนนี้ผมรับสองจ๊อบน่ะครับ พอดีทางเรากำลังรับสมัครพนักงานใหม่อยู่ครับ”

              “แล้วพนักงานคนอื่นๆ ไปไหนหมด?” วุฒิยังถามต่อ “วังเวงเป็นบ้า สมแล้วกับเขาลือไปทั่ว”

              “ผีเหรอครับ?”

              นุดาชะงัก แต่กลับเห็นรอยยิ้มขบขันของพนักงานหนุ่ม

              “ไม่มีเรื่องพรรค์นั้นหรอกครับคุณ ผมไม่เคยเจอสักครั้ง มีแต่คนข้างนั่นแหละครับที่พูดกัน”

              “แต่เมื่อกี้ฉันนั่งกินข้าวกับแฟน แม่ค้าก็เล่านะว่าพนักงานที่นี่อยู่กันไม่ยืด เข้าแป๊บเดียวก็ลาออก”

              “ผมทำตั้งแต่ที่นี่เริ่มทำเป็นโฮเทลเลยนะครับ อ้อ...แต่ผมเป็นคนนอกนะครับ หมายถึงผมมาจากที่อื่น ส่วนพนักงานที่ลาออกไป ส่วนใหญ่เป็นพวกคนในพื้นที่น่ะครับ”

              “ส่วนใหญ่เหรอ?”

              “ครับ ก็แปลกดีครับ แต่ผมเดาว่าคงโดนญาติๆ เขาบิ้วท์ให้กลัวกันมาน่ะครับ”

              “เหมือนนายกำลังจะบอกว่าคนข้างนอกใส่ร้ายที่นี่งั้นเหรอ?”

              พนักงานหนุ่มเบาเสียงลง เป็นสัญญาณของการระมัดระวังคำพูดมากขึ้น

              “เท่าที่ผมทราบมานิดหน่อยนะครับ คุณบารณีเคยเล่าว่าที่นี่เคยเป็นบ้าน ‘คนมีสี’ คนนึง เป็นคนที่คนแถวนี้ไม่ชอบกันน่ะครับ”

              เหมือนได้รับรู้ที่มาจนเริ่มปะติดปะต่ออะไรได้ วุฒิถึงหันมาทางนุดาพร้อมกับลั่นเสียงหัวเราะ

              “โถ เรื่องแค่เนี้ยะน่ะเหรอ ที่ทำแฟนฉันหัวตั้ง”

              นุดาทั้งอายทั้งโกรธ หล่อนทำเสียงดังตัดบท

              “น้องคะ ห้องไหนว่างก็รีบๆ เปิดให้พี่สิ พี่เหนื่อย!”

              “ที่นี่มีกี่ห้องล่ะไอ้หนุ่ม?” วุฒิถาม

              “มีสามห้องครับผม หนึ่งห้องใหญ่มีระเบียง กับอีกสองห้องเล็กครับ แต่ว่าตอนนี้คุณพี่ทั้งสองสามารถพักห้องใหญ่ได้เลยในราคาห้องเล็กครับ เป็นโปรโมชั่นสำหรับช่วงไม่มีแขกครับ”

              “หมายความว่า...ที่นี่จะมีแต่พี่กับแฟนพักใช่มั้ย?”

              “ครับผม” พนักงานหนุ่มอารมณ์ดีกล่าวอย่างกระตือรือร้น “ในห้องพักมีเครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น อาหารเช้าและอาหารเที่ยงครับ คุณสามารถโทรเรียกรูมเซอร์วิสได้เลยหากต้องการให้ยกเสิร์ฟที่ห้องพัก ต่อเมื่อถึงเวลาอาหารนะครับ เราจะโทรแจ้งคุณเมื่อถึงเวลาครับ ส่วนคืนนี้ยังมีบริการเครื่องดื่มทั้งร้อนและเย็นครับ มีพนักงานอีกคนอยู่เวรดึกกับผม ถ้ามีปัญหาติดขัดทำให้ไม่สะดวกระหว่างเข้าพัก โทรศัพท์แจ้งรูมเซอร์วิสได้ตลอดยี่สิบชั่วโมงนะครับ”

              “ดี ไอ้หนุ่ม แต่ตอนนี้ฉันกับแฟนเพลียมากแล้ว ถ้ามีเอกสารให้กรอกก็เอาขึ้นไปให้ข้างบนก่อนแล้วกัน ตอนนี้ไม่ไหวจะยืนกันแล้วทั้งคู่”

              “ได้ครับ นี่กุญแจห้องพัก ผมจะพาขึ้นไปนะครับ”

              บูติคโฮเทลแห่งนี้อาจไม่ได้ดีอะไรที่เห็นว่าโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ชวนมองนัก แต่ความสงบเงียบและพื้นที่สีเขียวด้านนอกเมื่อมองผ่านหน้าต่างทางเดินชั้นสองออกไป ทำให้ที่แห่งนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าที่อื่นๆ เลยสำหรับวุฒิ ในแง่ของที่พักซึ่งมีไว้พักผ่อนหย่อนใจ

              และเมื่อเข้ามาอยู่ในห้องพักตามลำพังสองคน...

              “เอ้า ยังกลัวอยู่หรือไง ดูทำหน้าเข้า ไม่ได้ยินที่มาของที่นี่หรือไง แล้วเหนือสิ่งอื่นใดเลยนะ ดูหน้าตาไอ้หนุ่มพนักงานนั่น มันยิ้มหล่อตลอดเวลา ท่าทางแบบนั้นน่ะเหรอจะอยู่ในที่ที่มีผีได้”

              นุดายังไม่คลายความกังวล แต่ก็เหนื่อยล้าเต็มที หล่อนไม่ได้สำรวจสิ่งต่างๆ ในห้องด้วยซ้ำ แต่กลับล้มตัวลงนอนบนเตียงหลังใหญ่ทันที ทิ้งให้วุฒิยืนมองอย่างขบขัน ทั้งระอาในคราวเดียว

              “เออ แยกย้ายกันนอน เหนื่อยเหมือนกัน!”

              นุดาไม่ได้ออกความเห็นอะไรทั้งนั้น กระทั่งวุฒิปิดไฟและใช้เพียงแสงสว่างจากโคมดวงเล็กๆ บนโต๊ะหัวเตียงเท่านั้น และแล้วความกังวลก็ถูกความอ่อนล้าเบียดแทรก จนเปลือกตาปรือต่ำ ก่อนล่วงสู่นิทรารมณ์

              ความเงียบ...คือสิ่งเดียวที่ชัดเจนที่สุดภายในห้วงฝัน

              ความมืด...คือภาพเดียวยามมนุษย์หยุดการเคลื่อนไหวและหลับตา

              ทั้งความเงียบและความมืดนั้น...คือช่วงเวลาปกติของกาล และมันควรจะมีอยู่เพียงเท่านี้

              มันไม่ควรมีอีกสิ่ง...ไม่ควรมีอีกสิ่งเกิดขึ้น!

              ... “มาแล้วเหรอ...มาแล้วเหรอ...” ...

              ‘อีกสิ่ง’ ที่เกิดขึ้น คือเสียงที่ดึงเปลือกตานุดาขึ้นฉับพลัน หลุดออกจากห้วงฝันในทันที!

 

Writer Talk :

ขออนุญาตจารึกไว้นิดนึงว่า ณ ขณะที่พิมพ์ต้นฉบับซีนนี้นั้น เป็นเวลา 23.10 น. ของคืนวันเสาร์ที่แสนเงียบสงบหลังพายุฝน เกิดเสียงอะไรสักอย่างหล่นโครมที่ชั้นล่าง (ผมทำงานอยู่ชั้นสอง) และใช่...แน่นอนว่าผมจะไม่ลงไปดูเด็ดขาด และตอนนี้ผมก็ยกมือสาธุที่ได้ปิดซีนนี้ซะที!! T^T (ทำไมต้องมาเขียนซีนแบบนี้ตอนดึกทุกทีเลย) ซีนต่อไปปั่นตอนเช้าดีกว่า...ฮือ...


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น