อัปเดตล่าสุด 2020-06-18 01:34:11

ตอนที่ 9 บทที่ 3 : เมนูลับ [3.3]

บทที่ 3 : เมนูลับ [3.3]

 

               ราวถูกบ่วงพันธนา

               หลังผ่านพ้นค่ำคืนอันยาวนาน... ปานชั่วกัลป์ ศศศรัญญ์คล้ายถูกสูบวิญญาณออกจากร่างจนสิ้น การร่วมรักรุนแรงดั่งตีตราว่าเธอเป็นทาสของเขา ต่อให้ติดปีกบินหนีไปไกลสุดหล้า พิเชษฐ์ก็ตามไปคว้าเธอกลับมาจองจำในหวาดผวาราวกับตกขุมนรกได้อยู่ดี

               นับตั้งแต่วันนั้น ศศศรัญญ์ก็ทำหน้าที่เป็นแม่บ้านคอยดูแลงานบ้านต่าง ๆ เพียงอย่างเดียว พิเชษฐ์สั่งห้ามเอาไว้เด็ดขาดว่าไม่ให้เธอเข้ามายุ่มย่ามที่ร้าน เนื่องจากเขาเปิดให้บริการในเวลากลางคืน ซี่งเป็นเวลาที่หญิงสาวควรพักผ่อน เนื่องจากยังไม่หายดี

               ใช่เพียงห้าม เขาทำกระทั่งคล้องแม่กุญแจหน้าห้อง เพื่อป้องกันมิให้เธอลอบเร้นหลบเลี่ยงลงมาเยี่ยมดูการทำงาน ทั้งที่ก่อนหน้า ศศศรัญญ์มีตำแหน่งเป็นซูเชฟของร้านตี้ฮักเสียด้วยซ้ำ

               ไม่เคืองแค้นคลุ้มคลั่ง เปี่ยมเพียงหวาดกลัวเท่านั้น

               ศศศรัญญ์นอนขดกายซุกตนเองในผ้านวมผืนหนา แม้ตาหลับ แต่โสตประสาทยังยินเสียงล้งเล้งเป็นภาษาจีนราวคนที่อยู่ชั้นล่างกำลังจัดงานปาร์ตี้หฤหรรษ์ แม้ฟังไม่ได้ศัพท์ แต่จับได้ถึงความวิปริตผิดเพี้ยนในสำเนียงอาการ

               อาจเป็นเรื่องดี ที่เธอถูกขังในห้องนี้ยามวิกาล หาไม่แล้ว ศศศรัญญ์อาจต้องอกสั่นขวัญผวา เมื่อต้องเห็นภาพที่เกิดขึ้นในร้านอาหารที่เธอกับสามีร่วมสร้างกันมา

               ก็เป็นได้

 

 

               พิเชษฐ์หลับเหมือนตาย

               กว่าจะปิดร้านก็เลยล่วงเวลาเที่ยงคืนไปร่วมชั่วโมง เขาเข้าห้องจัดแจงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนทิ้งกายนอนลงเคียงข้างภรรยา ที่ไม่รู้เลยว่าเธอมิได้หลับใหลดังเช่นแสร้งทำ

               ศศศรัญญ์ลืมตาโพลงในความมืด แม้ตอนนี้ประตูห้องนอนจะถูกไขจนสามารถออกไปไหนก็ได้แล้ว แต่กระนั้น ก็ราวกับมีบ่วงรัดพันมิให้เธอก้าวออกจากห้อง ด้วยหวั่นเกรงว่าเหล่านักชิมต่างชาติที่เพ่นพ่านป้วนเปี้ยนอยู่ในบ้านจะพบเห็นเข้า

               กระทั่งฟ้าสาง ยินเสียงประตูรั้วถูกเลื่อนเปิด เธอจึงชะโงกกายมองผ่านบานหน้าต่าง เห็นลูกค้าจำนวน 4 คนเดินออกจากร้าน เหลียวมองเห็นสามีจมจ่อมในห้วงนิทราไม่มีทีท่าจะตื่นฟื้น จึงย่องอย่างเงียบเชียบออกจากห้อง

               รีบเร่งลงบันได เป้าหมายคือร้านตี้ฮักที่เป็นส่วนหนึ่งของตัวบ้าน หญิงสาวเปิดประตูกระจก เห็นสภาพภายในร้านสะอาดเอี่ยมราวมิได้เปิดให้บริการ เป็นฝีมือของสามีที่เก็บล้างทำความสะอาดทุกสิ่งจนเรียบร้อยอย่างผิดสังเกตเช่นนี้

               เปิดประตูตู้แช่ พบเนื้อสัตว์เหลือเพียงน้อย มีหมูกับวัวอย่างละไม่ถึงครึ่งกิโลกรัม ผักสดอีกนิดหน่อย คงเพราะใช้ปรุงอาหารในคืนที่ผ่านมาจนเกือบหมด

               แต่ไม่พบ...

               ไม่มีวัตถุดิบใดที่แปลกไปจากปกติ ด้วยเป็นลูกมือของพิเชษฐ์มาโดยตลอด ทำให้รู้ว่าเมนูอาหารที่เขาถนัดและปรุงเป็นประจำมีอะไรบ้าง หญิงสาวคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่ามีอาหารชนิดใดที่สามารถดึงดูดใจนักชิมชาวจีนให้ยอมทำผิดกฎหมาย ยอมจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อกินอาหารที่ร้านของเธอ

               กระทั่งจานชามเครื่องครัวต่าง ๆ ก็ถูกล้างจนสะอาดเอี่ยมและเก็บเอาไว้บนชั้นอย่างเรียบร้อย ทั้งที่หน้าที่นี้ก่อนหน้ายังเป็นของเธอ

               เขาไม่ยอมให้เธอช่วย เช่นเดียวกับไม่ยอมให้รู้ว่าเมนูอาหารในคอร์สที่ทำเสิร์ฟแขกวีไอพีต่างชาติ นั้นประกอบด้วยเมนูใดบ้าง

               ศศศรัญญ์ไม่ระย่นย่อ ยังคงเสาะหาร่องรอยบางอย่างที่อาจหลงเหลืออยู่

               เพื่อหวังจะได้พบความจริงที่ทำให้สามีของเธอเปลี่ยนไปราวเป็นคนละคนเช่นนี้ แม้สักเล็กน้อยก็ยังดี

 

 

               ร่างเล็กในชุดเสื้อคอปาดแขนสามส่วนลายทางสีฟ้า กับกางเกงยีนส์ขาวยาวพับขาสามทบเผยข้อเท้าเรียวเล็กที่โผล่พ้นรองเท้าผ้าใบเก่าโทรม สะพายกระเป๋าพะยี่ห้อหรูแบบที่ดูรู้แต่แรกว่าหาซื้อได้ตามตลาดนัดทั่วไป ผมดำขลับหยักศกฟูหนายาวถึงกลางหลังถูกมัดรวบด้วยยางวงแบบเดียวกับที่ใช้รัดถุงแกง ท่าทางทะมัดทะแมงส่งร่างในส่วนสูงไม่ถึงหนึ่งเมตรครึ่ง ให้ยิ่งปราดเปรียว

               ทว่าดวงตากลับเศร้านัก

               เครื่องหน้าอันประกอบด้วยตากลมโตสุกสกาวใต้แพขนตาหนา จมูกโด่งดั่งศัลยกรรมทั้งที่ไม่เคยผ่านมีดหมอ ริมฝีปากอิ่มฉ่ำวาวด้วยลิปกลอสราคาถูก ทั้งมวลล้วนส่งเสริมให้ใบหน้าของเธอดูสวยเด่น หากไม่ติดที่ประกายหม่นในแววตาที่เศร้าสร้อย ราวคนสูญเสีย

               สองเท้าก้าวฉับ จากสถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี เดินไกลร่วม 500 เมตร หากเป็นหญิงสาวชาวกรุงลูกผู้รากมากดี คงเหนื่อยหอบและร้อนรุ่มด้วยเปลวแดดระยับจากดวงอาทิตย์ที่ไม่ปรานีปราศรัย ส่งกำลังรุนแรงขึ้นทุกวัน

               แต่เธอไม่ใช่สาวบอบบางพรรค์นั้น

               ‘ชรินทร์ทิพย์’ เดินจ้ำผ่านร่างผู้คนที่เดินสวนไปมาด้วยความมุ่งมั่น เป้าหมายของเธอมีเพียงร้านอาหารที่เคยโด่งดังและมียอดจองคิวยาวเหยียดอย่างร้านตี้ฮักเท่านั้น

               มิได้ปรารถนาลิ้มลองรสชาติอาหารที่ถูกรีวิวว่าเลิศเลอปานอาหารทิพย์

               มิได้ปรารถนาสมัครงานในร้านดัง

               หากปรารถนาเพียงได้พบใครบางคนที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

               หญิงสาวเดินมาถึงร้านกาแฟใหญ่ ที่ตั้งตรงข้ามกับร้านเชฟส์เทเบิลดัง ตาจับจ้องประตูรั้วสีเลือดหมูที่แง้มเปิดอ้าเอาไว้เล็กน้อย

               แปลกจัง... คำนี้ปรากฏในสมองทันที เพราะรู้ดีว่าประตูร้านนี้ย่อมถูกปิดเอาไว้ยามไร้ซึ่งลูกค้า และช่วงวิกฤตการณ์โควิดเช่นนี้ด้วย ไหนเลยบานประตูจะเปิดอ้าโดยไร้ผู้มาเยือน

               หันซ้ายหันขวามองรถรา จนแน่ใจว่าถนนโล่งปลอดโปร่งพอให้ข้ามได้ จึงโจนพรวดจากทางเท้า ก้าวไวพอให้ข้ามถนนได้ทันรถคันที่แล่นมาด้วยความเร็ว

               เร็ว... เหนือคะเน!

               เสียงล้อบดถนนดังเอียดเมื่อคนขับกระทืบเบรกสุดกำลัง ด้วยแรงเฉื่อย รถยังคงไถลต่อไปด้านหน้าจนทำท่าจะชนเข้ากับร่างเล็กที่หยุดชะงักหันมองภาพมัจจุราชเคลื่อนเข้าหาตนอย่างรวดเร็ว

               คล้ายภาพช้าในภาพยนตร์หรือละคร หากรถคันนี้คือคมเรียวของยมทูต มันก็กำลังตวัดเกี่ยวเข้าหาลำคอของชรินทร์ทิพย์ทีละน้อย โดยเธอไม่อาจหลีกเลี่ยงขัดขืนได้

               กระทั่งรถหยุดห่างจากเธอไปไม่ถึงคืบ

               เคราะห์ดีที่อยู่ในช่วงโรคระบาดรุนแรง จนถนนหนทางไม่หนาแน่นด้วยรถดังเช่นเมื่อไม่กี่เดือนก่อน มิเช่นนั้นรถคันนี้คงถูกจูบท้ายด้วยรถที่แล่นตามมาแล้ว

               ชายคนขับเปิดประตูลงมาอย่างเอาเรื่อง
               “ทำไมไม่ข้ามสะพานลอยล่ะคุณ เดินไปอีกนิดนึงก็ถึงแล้ว มักง่ายแบบนี้ไม่ใช่แค่คุณจะเจ็บ ผมก็เดือดร้อนไปด้วย”

               ตีหน้ายุ่งจนหัวคิ้วชนกัน ไม่ตั้งใจด่าทออะไรไปมากกว่านั้น เพียงแค่ระงับโทสะไม่อยู่ จนต้องกล่าวคำตักเตือนและตำหนิเพื่อหวังให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับหญิงสาวตรงหน้าเป็นครั้งสุดท้าย จะได้ไม่เลินเล่อเผลอมักง่ายข้ามถนนไม่ตรงทางข้ามเช่นนี้อีก

               “ขอโทษค่ะ ขอโทษจริง ๆ พอดีฉันมีธุระด่วน”

               “จะธุระอะไรก็ช่างเถอะ ผมไม่ชนคุณก็บุญแล้ว”

               ยังคงบริภาษไม่หยุด กระทั่งสัญญาณเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มดังขึ้น เขาจึงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบอุปกรณ์สื่อสารที่เป็นดั่งปัจจัยที่ 5 ของมนุษย์ยุค 5G ขึ้นมาเปิดดู

               ปากเปิดอ้าค้างเอาไว้อย่างนั้น สายตามองข้อความบนหน้าจอ สลับกลับไปมองหน้าหญิงสาวที่เริ่มคลายตระหนก แต่เปี่ยมหงุดหงิดเข้าแทนที่ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ

               “คุณ... ผมว่าคุณอย่าเข้าไปในร้านนั้นเลยดีกว่า”

               เหลือบสายตาไปยังร้านอาหารหรู สีหน้าเคร่งเครียดบ่งบอกว่าเขามีเรื่องหนักใจบางประการ หลังได้อ่านข้อความทางแอปพลิเคชันไลน์จากผู้ใช้นาม ‘เทวา’ ที่ส่งเข้าหาเมื่อครู่

               “คะ?” กลับเป็นฝ่ายงุนงงสงสัยแทน “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันจะไปร้านตี้ฮัก”

               จำต้องปากหนัก ด้วยไม่อาจบอกไปในสิ่งที่รู้

               “เอาเป็นว่า ถ้าคุณพอเล่นโซเชียลบ้าง น่าจะเคยได้ยินฉายาผม ผมชื่อเมธี (1) คนส่วนใหญ่เรียกผมว่า “หมอเมธีมีองค์ลง” ไม่รู้คุณพอจะคุ้นไหม”

               เพิ่งสังเกตเห็น ว่าชายคนนี้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคนดังที่ถูกกล่าวขวัญในโลกโซเชียลว่าเป็นหมอดูยุคไซเบอร์ ผู้สามารถติดต่อสื่อสารกับเทวดาจนนำพาให้มองเห็นอดีตและอนาคตได้

               “คุณกำลังจะมีเคราะห์ และเคราะห์ของคุณจะเริ่มขึ้นหากก้าวเท้าเข้าไปในร้านนั้น ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร ผมเตือนคุณได้เท่านี้แหละ”

               ยินเสียงแตรจากรถคันด้านหลังที่ถูกรถของเขาจอดขวางการจราจร เมธีเก็บโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋า ส่งสายตาห่วงใยมองชรินทร์ทิพย์เพียงครู่ ก่อนตัดใจเดินจากไปขึ้นรถ

               และขับออกไป โดยทิ้งไว้เพียงคำเตือนที่หวังเพียงว่าจะหักห้ามความตั้งใจของหญิงแปลกหน้าคนนี้ได้

               แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่

               ชรินทร์ทิพย์ยังคงข้ามถนนไปจนถึงอีกฟากฝั่ง หยุดยืนหน้าบ้านเพื่อนสนิทของชายคนรัก และก้าวผ่านช่องว่างของประตูรั้วที่ถูกเปิดทิ้งเอาไว้

               เข้าไปในร้านตี้ฮัก ที่บัดนี้ปิดให้บริการแก่ลูกค้าปกติทั่วไป

               แต่คงเหลือไว้ แค่มื้ออาหารค่ำสุดพิเศษ สำหรับลูกค้าพิเศษ

               ด้วยเมนูลับพิเศษ... เท่านั้น

 

(1) เมธี ตัวละครจากนิยายเรื่อง Soul Distancing การ์ดตกตาย โดย ปองวุฒิ จากโพรเจกต์ When You Follow Me

 

...............................................

 

#ตอนต่อไป : เพราะการหายตัวไปของชายคนรัก ชรินทร์ทิพย์จึงจำต้องสืบเสาะเพื่อหาเบาะแสว่าภาณุเดชหายไปที่ไหนกันแน่ และพิเชษฐ์ที่เป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของแฟนหนุ่มของตน อาจเก็บงำความลับอะไรบางอย่างเอาไว้ก็ได้...


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น