อัปเดตล่าสุด 2020-06-12 00:17:25

ตอนที่ 3 บทที่ 1 : เชฟส์เทเบิล [1.3]

               บทที่ 1 : เชฟส์เทเบิล [1.3] 

 

               ผลตรวจร่างกายของพิเชษฐ์เป็นปกติ

               ทั้งตรวจหาสารเคมี อาการบาดเจ็บของต่อมรับรส กระทั่งตรวจละเอียดถึงระดับระบบประสาทและสมอง ก็ไม่พบอาการผิดปกติใดที่บ่งชี้ถึงต้นเหตุแห่งความผิดเพี้ยนในการรับรสชาติ

               เสียเวลาทั้งวัน ตั้งแต่เช้ามืดจนใกล้ค่ำ เดินเข้าออกหลายแผนก บางแผนกต้องนั่งรอผลตรวจนานจนเงก ก็ไม่อาจรู้ว่าตนเป็นอะไรกันแน่

               หิวแทบขาดใจ เห็นเด็กน้อยถือไก่ทอดเคี้ยวตุ้ยเดินตามหลังพ่อ ก็กลืนน้ำลายดังเอื้อกด้วยลืมสิ้นซึ่งรสชาติอาหารทุกชนิด คงทำเพียงหยิบกล่องข้าวที่ภายในบรรจุข้าวเปล่าออกมาจากกระเป๋า

               ตักเข้าปากเคี้ยวตุ้ยอย่างไม่อายสายตาใครหน้าไหน รู้ดีแก่ใจว่าทุกสายตาที่มองมา คงเปี่ยมความสนเท่ห์ว่าเหตุใดผู้ชายตัวโตอย่างเขาถึงมานั่งกินข้าวเปล่าไร้กับเช่นนี้ แรกเริ่มอาจขวยอายไม่กล้ากินให้ใครเห็น แต่นานวันเข้า หากไม่กิน ก็ต้องอดตาย พิเชษฐ์จึงไม่แยแสว่าใครจะมองอย่างไร

               ได้รับแต่คาร์โบไฮเดรต สารอาหารที่ขาดก็อัดอาหารเสริมเอา ตั้งแต่โปรตีน เกลือแร่ น้ำมัน หรือวิตามิน A-Z จนแต่ละวัน พิเชษฐ์ต้องกินอาหารเสริมทั้งรูปแบบเม็ดและน้ำเยอะกว่าปริมาณอาหารที่ควรกินตามปกติเสียอีก

               เพิ่งกินไปได้ไม่กี่คำ ศศศรัญญ์ก็เดินยิ้มมาแต่ไกล

               “เสร็จแล้วเหรอจอยซ์”

               หญิงสาวพยักหน้า ระหว่างที่รอพิเชษฐ์ตรวจร่างกายอยู่นั้น เธอที่รู้สึกอ่อนเพลียและหน้ามืดบ่อย จนบางครั้งแทบยืนอยู่ในครัวไม่ไหว จึงเข้ารับการตรวจร่างกายด้วยเช่นกัน

               ศศศรัญญ์ไม่พูดอะไร ทำเพียงยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้สามีเท่านั้น

               ไล่สายตามองตัวอักษรที่เขียนเรียงรายเป็นพรืดเอาไว้อย่างไม่เข้าใจ กระทั่งคำหนึ่งถูกพิมพ์ด้วยขนาดตัวอักษรที่ใหญ่กว่าคำอื่น ซ้ำยังเป็นตัวหนาเพื่อให้โดดเด่นกว่าคำอื่น

               Pregnant

               เชฟหนุ่มกะพริบตาสองครั้งก่อนอ่านคำนี้อีกครั้ง เงยหน้ามองภรรยา และหลุบตาลงมามองรายงานผลการตรวจร่างกายของศศศรัญญ์  สลับกันไปอย่างนี้อยู่นาน

               “จอยซ์! จอยซ์ท้องจริง ๆ เหรอเนี่ย นี่ผมกำลังจะกลายเป็นพ่อคนแล้วเหรอ”

               ผุดลุกขึ้นกอดภรรยาเต็มรัก กระทั่งลืมตัวว่าไม่ควรรุนแรงกับเธอ จึงคลายอ้อมกอดและหอมแก้มศศศรัญญ์ฟอดใหญ่ โดยไม่สนสายตาคนอื่นที่หันมอง

               “อายเขา” เธอตีแขนสามีเป็นเชิงปราม แต่ด้วยอารามดีใจ ก็มิได้ขืนขัด

               ลืมสิ้นซึ่งอาการป่วย ความปีติเปี่ยมล้นท้นท่วม พิเชษฐ์ประคองภรรยาด้วยท่าทางระมัดระวังเกินกว่าเหตุ ประสมรวมจากทั้งความตื่นเต้นดีใจ และเป็นห่วงกังวลสารพัด เนื่องด้วยนับตั้งแต่แต่งงานมา 5 ปี แม้อยากมีทายาท แต่ภาระหน้าที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองยังไม่พร้อม

               กระทั่งบัดนี้ ชีวิตมั่นคงเป็นหลักเป็นฐาน มีกิจการรุ่งเรืองที่สามารถประคับประคองตนเองและลูกน้อยที่จะเกิดมาให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่สบายแล้ว เมื่อรู้ว่าตนกำลังจะเป็นพ่อคน ก็ดีใจเสียจนลืมความเจ็บป่วยไปจนหมด

               ทั้งสองตระกองกอดเดินเคียงกันไปอย่างรักใคร่

 

 

               พิเชษฐ์ทำงานหนักเป็นสองเท่า

               เมื่อรู้ว่าอายุครรภ์ของภรรยาย่างเข้าเดือนที่ 2 ซึ่งเพราะเป็นท้องแรก ทำให้ไม่ทันสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ที่ผ่านมาเธอช่วยเขาทำงานที่ร้านหนักมาโดยตลอด ด้วยสำนึกผิด เชฟหนุ่มจึงอาสาทำงานในส่วนของศศศรัญญ์แทนเกือบทั้งหมด คงให้เธอเพียงช่วยหยิบจับข้าวของบางอย่างที่ไม่ต้องใช้แรงเยอะ และทำหน้าที่ต้อนรับและคิดเงินเท่านั้น

               แต่เพียงหน้าที่เดียวที่เขาไม่อาจทำแทนเธอได้ นั่นคือการ ‘ชิม’ อาหาร

               หลังจากวันที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะได้เป็นพ่อคน พิเชษฐ์ก็หาเวลาว่างไปตรวจอาการผิดปกติของลิ้นอีกครั้ง ทว่าไม่ว่าจะตรวจโดยละเอียดอย่างไร เปลี่ยนโรงพยาบาลเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ราคาค่าตรวจแพงระยับ ผลก็ออกมาเหมือนเดิม คือไม่พบความผิดปกติใด

               แม้เป็นปัญหาอุปสรรคในการทำงานเป็นอย่างมาก แต่คู่ชีวิตอย่างศศศรัญญ์กลับปลุกปลอบให้กำลังใจ และอาสาทำหน้าที่เป็นลิ้นให้เขา โดยพิเชษฐ์พยายามปรับสูตรอาหารมิให้ใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม ทั้งที่บางเมนูจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ไวน์แดงหรือเหล้าจีนเป็นส่วนประกอบ

               เพียงเพื่อดูแลปกป้องลูกน้อยในท้องให้สมบูรณ์แข็งแรงที่สุด เท่าที่พ่อคนหนึ่งจะทำให้ได้

               เพราะท้องสาว ซ้ำยังไม่ถึงสามเดือน มองจากภายนอกจึงแทบไม่รู้ว่าซูเชฟของร้านตี้ฮักกำลังตั้งครรภ์ กระทั่งปลดเปลื้องอาภรณ์ยืนมองเรือนกายอยู่หน้าบานกระจกขนาดใหญ่ ก็เห็นเพียงหน้าท้องที่ยื่นออกมาเพียงน้อยคล้ายลงพุง ไม่อาจลดทอนความสาวความสวยของเธอลงได้

               พิศดูใบหน้า แม้ซูบเซียวด้วยกรำงานหนัก แต่เมื่อเห็นความเป็นไปของกิจการที่ลงทุนลงแรงมาร่วมกันเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง ศศศรัญญ์ก็เปี่ยมปีติจนมีแรงกำลัง ยิ่งเมื่อมีอีกชีวิตในท้องที่กำลังจะลืมตาออกมาดูโลกในไม่กี่เดือนข้างหน้า ก็ยิ่งวาดหวังเอาไว้ถึงอนาคตอันสดใสของครอบครัวที่ครบถ้วนสมบูรณ์

               พ่อกับแม่คงภูมิใจและเลิกอคติกับพิเชษฐ์เสียที

               เธอพันผ้าเช็ดตัวก่อนเดินเข้าห้องน้ำ ยินเสียงเก็บข้าวของจากชั้นล่าง รู้ว่าสามีกำลังขะมักเขม้นกับการเก็บกวาดร้าน แม้ปรารถนาช่วยเหลือเพื่อเบาแรง แต่ได้รับคำห้ามอย่างเด็ดขาด ให้เธอขึ้นมาอาบน้ำให้สบาย ด้วยเป็นห่วงกังวลว่าหากขยับเขยื้อนหรือใช้แรงกายมากไป จะกระทบกระเทือนถึงลูกในท้องได้

               ห่วงไม่เข้าท่า...

               แม้มีคำค่อนเช่นนี้ในหัว แต่ก็อดยิ้มไม่ได้

               สายน้ำพร่างพรมรดร่างที่เหนียวเหนอะด้วยคราบไคล เธอมิชอบอ่านน้ำอุ่นดังเช่นมนุษย์กรุงเทพฯ ยุคนี้ ด้วยเพราะเกิดและเติบโตมาในจังหวัดชนบท จึงชอบความเย็นธรรมชาติของน้ำที่ทำให้รู้สึกชำระล้างร่างกายได้สะอาดเอี่ยมกว่า

               ขัดถูตัวด้วยฟองน้ำ ฟองฟูนุ่มของครีมอาบน้ำกลิ่นดอกซากุระผ่อนคลายขับไล่ความเหนื่อยล้าไปได้โข ศศศรัญญ์ชื่นชมสามีที่เลือกเปิดร้านอาหารแบบเชฟส์เทเบิล เพราะหากพิเชษฐ์เลือกเปิดร้านแบบธรรมดาทั่วไป คงต้องเหน็ดเหนื่อยมากกว่านี้

               เสียงลูกบิดประตูดัง หญิงสาวที่กำลังขัดถูใบหน้าด้วยสครับเนื้อเจลผสมโคลนภูเขาไฟ ไม่อาจลืมตามอง

               เธอมิได้ล็อกประตูตามคำสั่งของสามี ด้วยเพราะพิเชษฐ์เป็นห่วงและกังวลว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ดังเช่นลื่นล้มหรือเป็นลมในห้องน้ำ เขาจะมาช่วยไม่ทันท่วงที

               และเพราะปกติอาบน้ำด้วยกันอยู่เสมอ จึงมิได้แปลกใจกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของชายหนุ่ม ที่เดินตรงเข้าหาพร้อมแหวกม่านพลาสติกกั้นระหว่างห้องอาบน้ำกับสุขาให้เปิดออก

               มิได้เดินเข้ามาดังปกติ

               ศศศรัญญ์ชะงักมือ ก่อนส่งเสียงเรียก

               “อาบน้ำไหมคะ” กล่าวเชิญชวนด้วยเสียงหวานเกินระดับปกติไปนิดหน่อย แม้ตั้งครรภ์ แต่อายุครรภ์เพียงเท่านี้ การร่วมรักยังไม่เป็นอุปสรรคหรืออันตรายต่อลูกในท้อง

               เธอมั่นใจในเรือนร่าง ว่ายังยวนยั่วเขาได้ดังเดิม

               แต่นิ่งงัน... ราวกับประโยคที่กล่าวเมื่อครู่เป็นเพียงลมพัดผ่าน เข้าหูซ้ายแล้วย้ายออกหูขวาโดยพลัน หญิงสาวรีบถูหน้าอย่างเร่งรีบ ด้วยไม่เข้าใจว่าเขาหยุดยืนตรงหน้าโดยไม่เข้ามาอาบน้ำด้วยกันดังเดิมด้วยเหตุใด

               “ตี้ เป็นอะไรรึเปล่า”

               ยิ่งรีบ ก็ดูเหมือนฟองบนใบหน้าจะยิ่งเพิ่มพูนจนท่วมท้น ล้างเท่าไหร่ก็ไม่หมดไปเสียที ศศศรัญญ์เผยอเปลือกตาด้วยหวังมองให้เห็นใบหน้าชายคนรัก

               เพียงเลือนราง ไม่แจ่มชัดนัก อีกทั้งฟองสบู่ก็ไหลเข้ามาในตาจนแสบจนพร่า ต้องร้องโอยพลางรีบหลับตาและล้างใบหน้าให้ฟองหนาหมดออกไป

               ข้อมือถูกคว้าหมับ! หญิงสาวหวีดร้องสุดเสียง

               ประตูห้องน้ำถูกเปิดผาง พร้อมร่างพิเชษฐ์พุ่งพรวดเข้ามาอย่างตระหนก

               “เป็นอะไรจอยซ์ มีอะไร!” ละล่ำละลักถาม พลางดึงร่างภรรยาเข้ามากอด

               “ตะ ตี้ เมื่อกี๊...” พูดค้างอยู่แค่นั้น แม้สติจะกระเจิงกระเจิดด้วยตกใจกับเหตุที่เกิดขึ้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักครู่ หญิงสาวทบทวนความทรงจำได้ ก็พบว่า สามีเพิ่งเปิดประตูห้องน้ำเข้ามาหลังจากเธอส่งเสียงร้อง

               นั่นหมายความว่า...
               ร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอเมื่อครู่ ไม่ใช่พิเชษฐ์

               แล้วมันเป็นใครกัน!

               “จอยซ์คง... เครียด” ปลุกปลอบตนเองเช่นนั้น อาจเพราะส่วนหนึ่งเคยศึกษาค้นคว้าข้อมูลด้านสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ พบว่าบางรายมีอาการเครียดจนเป็นซึมเศร้า หรือหนักขนาดป่วยเป็นจิตเภท

               ‘ภาพหลอน’ หญิงสาวกล่อมสมองและจิตใจของตนให้เชื่อเช่นนั้น

               เมื่อพิเชษฐ์เห็นว่าภรรยาอาการดีขึ้น จึงปลดเปลื้องอาภรณ์ร่วมชำระล้างร่างกายไปพร้อมเธอ ขัดถูทุกส่วนสัดพลางกอดรัดอย่างอ่อนโยน

               จนพากันไปจบที่เตียงทั้งที่เนื้อตัวเปียกปอนด้วยหยาดน้ำโชกชุ่ม

 

........................................................

 

#ตอนต่อไป : ร้านตี้ฮักที่กำลังรุ่งพุ่งไม่หยุด กลับสะดุดเพราะพิษโควิด จนเหมือนถูกโคขวิดให้เจ็บหนักปางตาย พิเชษฐ์จึงต้องหาทุกวิถีทางเพื่อประคองร้านให้รอดพ้นจากสถานการณ์เลวร้ายนี้ไป ให้จงได้


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น