อัปเดตล่าสุด 2020-07-10 01:22:53

ตอนที่ 28 บทที่ 9 : สังหาร [9.3]

บทที่ 9 : สังหาร [9.3]

 

               ไหวตัวทันด้วยปฏิกิริยาเฉียบคม

               อาจเพราะระมัดระวังตัวตลอดเวลาด้วยสัญชาตญาณตำรวจสืบสวน แม้การเคลื่อนไหวของพิเชษฐ์จะว่องไวราวสัตว์ป่า แต่เอกพัชญ์กลับถอยฉากหลบได้ทันอย่างฉิวเฉียด

               ม้วนตัวกลิ้งไปด้านข้าง พลางชักปืนจากซองมากราดยิงใส่ปีศาจร้าย กระสุนสองนัดไม่ต้องผิวกายเพราะอดีตเชฟล่วงรู้ถึงวิถีของกระสุน ผินกายเพียงน้อย ก็หลบเลี่ยงคมกระสุนได้อย่างง่ายดาย

               ปีศาจ!

               คำนี้ผุดในสมองทันทีที่เห็นภาพเหนือจินตนาการ มนุษย์ธรรมดาย่อมไม่อาจรอดพ้นความตายจากกระสุนสามนัดที่ฝังในร่าง รวมถึงย่อมไม่สามารถหลบกระสุนปืนที่ถูกยิงจากระยะใกล้เพียงนี้ คงมีเพียงอมนุษย์เท่านั้นที่ทำได้

               เบื้องหน้าคือผู้ต้องหาฆ่าคนตาย

               ข้างกายมีศพลูกน้องเรียงรายน่าอนาถ

               และด้านหลัง... คือหญิงสาวที่ตั้งเป้าหมายช่วยเหลือเธอให้ได้

               เอกพัชญ์ไม่มีทางเลือก กระสุนในรังเพลิงเหลือเพียง 6 นัด แม้ไม่มั่นใจว่าจะโค่นปีศาจร้ายลงได้ แต่หากหนีไปเสียตอนนี้ คนที่ยังมีชีวิตอยู่และเป็นคนที่เขา... หลงรัก ย่อมไม่รอดน้ำมือของมันแน่

               สารวัตรหนุ่มตัดเหนี่ยวไกอีกครั้ง แต่แม้ตั้งใจยิงตอนเผลอยังไม่โดน ประสาอะไรกับการเล็งยิงในจังหวะที่มันรู้ตัว

               พิเชษฐ์ที่ร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเลือดจากบาดแผลสามรูที่กลางหลัง ยิ้มแสยะก่อนหมอบตัวต่ำคล้ายสัตว์ป่า พลางคลานสี่ขาเข้าหาเอกพัชญ์ด้วยท่าทีพิลึกพิลั่นดั่งมิใช่มนุษย์ เอกพัชญ์วิ่งหนีสะเปะสะปะไปจนร่างชิดประตูรั้ว พลางหันมองอย่างตื่นตระหนกด้วยรู้ว่าไม่อาจหลบรอดความไวดั่งปีศาจได้พ้น

               รู้ดีอยู่แล้ว...

               เหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้รู้ว่าพิเชษฐ์นั้นมิใช่มนุษย์ธรรมดาอีกต่อไป เมื่อพิเชษฐ์เคลื่อนกายเข้าใกล้ในระยะประชิดและจับตัวเขาได้ เอกพัชญ์จึงใช้กุญแจมือคล้องใส่ข้อมือเชฟหนุ่มจนแน่นยินเสียงกระดูกเสียดลั่น ดวงตาแดงก่ำมองที่มือตนเอง พบว่าถูกโยงยึดเอาไว้กับกรงเหล็กของประตูรั้ว

               วางแผนอย่างแยบยล เมื่อไม่อาจจัดการด้วยอาวุธที่มีได้ ทางออกที่ดีที่สุดคือพาคนที่ยังมีชีวิตรอดหลบหนีไปให้พ้นจากตรงนี้ เอกพัชญ์แสร้งทำทีเป็นหวาดกลัวและวิ่งไม่ดูทิศดูทาง แต่แท้ที่จริงแล้ว การวิ่งมาจนถึงประตูรั้วนี้อยู่ในแผนการของสารวัตรหนุ่มทั้งสิ้น

               ฝ่าเท้ายันร่างใหญ่พาตัวเองพ้นจากการกุมจับ แม้อีกฝ่ายพยายามดิ้นรน ก็ไม่อาจเอื้อมมือคว้าเกินกว่าระยะเหยียดแขน คำรามคลั่งอย่างแค้นเคืองเมื่อเห็นเอกพัชญ์วิ่งลัดสนามหญ้า มุ่งหน้าสู่ห้องเก็บวัตถุดิบที่มีหญิงซึ่งตนปรารถนาลิ้มรสถูกขังเอาไว้อยู่

               เสียงร้องแผดดังปลุกทุกผู้ที่อยู่ในห้วงนิทราให้ตื่นขึ้นมาในราตรีไร้ดาว

 

 

               บานประตูเปิดผาง ชรินทร์ทิพย์ผวาหวาดด้วยหวั่นกลัวต่อผู้รุกรานเข้ามาในคอนเทนเนอร์ใหญ่

               ทว่าหยาดน้ำใสพลันหลั่งไหลจากสองตา แต่หาใช่หวาดผวาไม่ กลับเป็นดีใจท้นท่วมเมื่อรู้ว่าคนที่รอคอยมาช่วยเธอแล้วต่างหาก

               “เป้ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”

               เพียงเห็น เอกพัชญ์ก็กำหมัดกัดฟัน ด้วยหญิงสาวที่ตนตั้งใจดูแลจากนี้และตลอดไป อยู่ในสภาพเนื้อตัวเปล่าเปลือย เสื้อผ้าถูกฉีกกระชากขาดวิ่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย สองมือสองขาถูกมัดด้วยเชือกเส้นใหญ่ให้ไม่อาจกระดิกกายได้

               รีบถอดเสื้อแจ็คเก็ตคลุมร่าง ก่อนมองซ้ายขวา เห็นมีดเล่มใหญ่น้อยเรียงรายอยู่ในที่เสียบ จึงฉวยคว้ามาถือมั่น ก่อนบรรจงตัดเชือกทั้งสองเส้นอย่างเบามือ ด้วยเกรงคมมีดจะสะกิดผิวกายให้เป็นแผล

               ทะนุถนอมด้วยดวงใจที่ปรารถนาเป็นมากกว่าตำรวจและผู้เสียหาย

               ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ตัวตนของหญิงสาวครอบครองพื้นที่หัวใจของเขาไปจนหมด จะด้วยแววตาโศกที่เหมือนแบกทุกข์เอาไว้ตลอดเวลา แต่ทำทีท่าเข้มแข็งเหมือนไม่มีอะไร หรือด้วยความขยันและการสู้ชีวิตไม่คิดน้อยใจต่อโชคชะตา ความแข็งแกร่งของจิตใจนี้ ทำให้เอกพัชญ์ยอมจำนนต่อความรู้สึกของตนเอง ปล่อยให้ห้วงอารมณ์ไหลลอยไปตามอำเภอใจไม่ยับยั้ง

               ที่ทำทุกอย่างทั้งการสืบสวนคดีที่อยู่นอกเหนือขอบเขตอำนาจของตน และการเอาชีวิตมาเสี่ยงอันตรายเพื่อช่วยเหลือเธอเช่นนี้ ก็เพียงเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของหัวใจ

               ความรักที่มีต่อชรินทร์ทิพย์...

               “มันไม่ใช่คน รีบไปครับ”

               เมื่อคลายพันธนาการ หญิงสาวที่แม้หวาดกลัว แต่ยังพยักหน้ารับคำและวางใจให้เขานำทางเธอไปสู่ทางรอดของชีวิต

               เกาะกุมมือมั่น วิ่งตามกันไม่ห่าง ประตูที่เปิดค้างเอาไว้เผยภาพภายนอกที่มืดมิดดุจอนธการคลุมครอบรอบบริเวณ แต่หวาดกลัวต่อความมืดหาได้หยุดยั้งฝีเท้าที่วิ่งสุดกำลังไม่ คงออกแรงด้วยใจหวังว่าจะหนีรอดจากความตายไปแสนไกล

               ทว่าความตายกลับไม่อนุญาต

               พิเชษฐ์ที่กระชากกุญแจมือเหล็กจนหัก ยืนจังก้ารอท่าคนทั้งคู่อยู่แล้ว

 

 

               หลากหลายความคิดผุดขึ้นในสมองของเอกพัชญ์

               เพราะเหตุใด มนุษย์ธรรมดาอย่างพิเชษฐ์ถึงไม่มีทีท่าบาดเจ็บทั้งที่ถูกกระสุนปืนยิงเจาะเข้ากลางหลังถึงสามนัด

               ทำไมคนธรรมดาอย่างพิเชษฐ์สามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วว่องไวขนาดหลบกระสุนปืนได้

               และทำไม คนธรรมดาอย่างพิเชษฐ์ ถึงจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตขนาดฆ่าคนตายไม่กะพริบตา ซ้ำยังเอาเนื้อหนังผู้คนมากมายมากินเป็นอาหาร

               แต่ไม่ว่าจะคิดด้วยตรรกะเหตุผลใด ก็ไม่อาจหาคำตอบได้

               และคำตอบก็อาจไม่จำเป็นสำหรับวินาทีแห่งความเป็นความตายที่รออยู่ตรงหน้า

               ไม่ห่วงชีวิตตนเอง จะห่วงก็แค่คนที่มือเกาะกุมมือเล็กของเธอเอาไว้มั่น ร่างสั่นสะท้านจนสะเทือนมาถึงหัวใจของเขา เอกพัชญ์แม้ตายไม่เสียดายชีวิต หากแต่ถ้าไม่สามารถช่วยชรินทร์ทิพย์ให้รอดไปได้ เขาอาจเสียใจยิ่งกว่าต้องตายเสียอีก

               “ถ้าผมให้สัญญาณ คุณวิ่งออกจากบ้านหลังนี้ไปเลยนะ”

               สารวัตรหนุ่มกระซิบ มือล้วงหยิบกุญแจรถยัดใส่มือชรินทร์ทิพย์

               หญิงสาวส่ายหน้าทั้งน้ำตา สะอื้นไห้ด้วยรู้ว่าหากทำตามที่ชายหนุ่มบอก ย่อมเท่ากับทิ้งให้เขาเผชิญความตายเพียงลำพัง

               “ผมไม่สามารถดูแลคุณไป ปกป้องตัวเองไปได้ ถ้าคุณอยู่ เราอาจตายคู่ แต่ถ้าคุณหนี เราก็อาจรอดทั้งคู่” มือที่จับมือเธออยู่นั้นบีบแน่นเพียงครู่ ราวกับถ่ายทอดความเชื่อมั่นให้เธอรับรู้ “เชื่อผมนะ หนีไปให้ไกลแล้วไม่ต้องกลับมา ผมจะตามไป”

               คงมีเพียงเอกพัชญ์เท่านั้นที่รู้ว่า ประโยค “ผมจะตามไป” คือคำโกหกเดียวที่เขาพูดกับเธอนับตั้งแต่รู้จักกันมา

               เขาไม่มั่นใจว่าจะทำเช่นนั้นได้เลยแม้แต่น้อย...

               แต่ถึงไม่ได้ เอกพัชญ์ก็ต้องทำให้ได้!

               นับหนึ่งสองสามในใจ ก่อนพยักหน้าให้สัญญาณ สองคนวิ่งแยกกันไปคนละทาง และแน่นอนว่าพิเชษฐ์ไม่สนผู้ใดนอกจากชรินทร์ทิพย์เท่านั้น

               แต่สารวัตรหนุ่มไม่ยอมให้มันทำตามปรารถนาได้โดยง่าย มือยกปืนขึ้นเล็งยิงอย่างแม่นยำเจาะขาสองข้างด้วยกระสุนสองนัด จนปีศาจที่วิ่งด้วยความเร็วเสียหลักล้มหน้าคะมำ ไม่อาจคว้าร่างหญิงสาวที่วิ่งอย่างปราดเปรียวผ่านร่างม้วนกลิ้งหลายตลบไปด้วยใจระทึก

               และเมื่อมันลุกได้ ที่ตั้งใจจะติดตามหญิงสาวไป ก็ถูกกั้นไว้ด้วยเอกพัชญ์ที่ปราดเข้ามาขวางพลางจ่อยิงที่ขมับอีกสามนัดจนกระสุนหมดแมกกาซีน

               หงายหลังทั้งยืน ยิงระยะเผาคนเช่นนี้ ต่อให้เป็นผีหรือปีศาจ ก็คงส่งมันกลับนรกได้

               ใช่... พิเชษฐ์ไม่ใช่คน ความเป็นคนของมันถูกบางสิ่งในร่างกลืนหายไปจนสิ้นแล้ว บัดนี้มันคือปีศาจที่ไม่อาจสังหารได้ด้วยลูกตะกั่ว

               มือหนาคว้าหมับที่ลำคอ ร่างที่นอนแผ่พลันดีดตัวผึงขึ้นยืนมั่น ก่อนยกร่างเอกพัชญ์จนสองเท้าลอยเหนือพื้น ลมหายใจขาดช่วงด้วยหลอดลมถูกรัดจนแน่น

               ไม่ช้า เขาก็จะขาดใจตายตามลูกน้องทั้งสามคนแล้ว...

               พลันสติกลับตื่นฟื้น เมื่อได้ยินเสียงแตรแผดดังสนั่น แสงไฟหน้ารถเจิดจ้าส่องเข้าตาพิเชษฐ์จนปีศาจร่างคนต้องยกมือป้อง

               เปิดจังหวะให้เอกพัชญ์ใช้มีดที่ถือติดมือมาจากห้องเก็บวัตถุดิบ แทงใส่ข้อมือจนนิ้วทั้งห้าคลายออก ปล่อยร่างเขาลงจากพื้นได้ในที่สุด

               ตำรวจหนุ่มกลิ้งตัวหลบให้พ้นทาง รถยนต์ของเขาที่ถูกขับโดยชรินทร์ทิพย์ พุ่งชนพิเชษฐ์อย่างจัง ซ้ำยังพาร่างใหญ่ของอดีตเชฟพุ่งทะลุกระจกหนาของร้านตี้ฮัก ฝ่าเครื่องเรือนกระจัดกระจายไปหยุดอยู่ในครัว

               เอกพัชญ์เบิกตาโพลง สองขาวิ่งไม่คิดชีวิต ไม่สนกระทั่งเนื้อตัวถูกเศษกระจกเกี่ยวกระหวัดบาดเป็นรอยทาง เมื่อกรุยเศษซากเสียหายออกจนแหวกทางเข้าไปช่วยดึงหญิงสาวออกมาจากรถได้ ก็แบกร่างเธอวิ่งไม่คิดชีวิตเพื่อหนีไปให้ไกลจากห้องครัวให้เร็วที่สุด

               ‘ตูม!!!’

               ระเบิดดังสนั่น เพราะแก๊สที่รั่วเมื่อสัมผัสประกายไฟจากรถยนต์ของเอกพัชญ์ จึงเกิดปฏิกิริยาก่อให้เกิดระเบิดรุนแรงจนบ้านสองชั้นขนาดใหญ่ ถูกทำลายกลายเป็นซาก เปลวเพลิงโหมเผาไหม้ทุกสรรพสิ่งรอบบริเวณให้โชนโชติ เนื้อหนังของพิเชษฐ์ถูกเผาจนสุก มองเผินคล้ายจิ้นเกลือไหม้เกรียม

               สองผู้รอดชีวิตที่บัดนี้นั่งพิงกำแพง ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงแม้เพียงกระดิกกาย คงทำเพียงนั่งนิ่งฟังเสียงไซเรนของรถตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งระดมสรรพกำลังมาตามการแจ้งความของเพื่อนบ้านที่ได้ยินทั้งเสียงปืนเสียงร้องและเสียงระเบิด จนเหล่าเจ้าหน้าที่รู้ถึงเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในร้านอาหารที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรืองและติดอันดับร้านที่มีคนอยากมากินมากที่สุดแห่งนี้

               ร้านตี้ฮักปิดกิจการอย่างถาวรแล้ว

 

 

               ถูกสังหารได้ด้วยไฟ

               เอกพัชญ์ไม่คิดเลยว่าปีศาจร้ายที่ไม่น่ามีตัวตนอยู่ในโลกมนุษย์ แม้ถูกยิงกระหน่ำด้วยกระสุนปืนจนหมดแมกกาซีนก็ยังไม่ตาย จะแพ้พ่ายต่อเปลวเพลิงเช่นนี้

               เขาถูกหามขึ้นเปลของรถพยาบาล เช่นเดียวกับชรินทร์ทิพย์ที่อยู่อีกเปลหนึ่ง สายตามองสบอย่างเป็นห่วงเป็นใย พลางโล่งใจที่หญิงสาวรอดชีวิตจากอุบัติภัยร้ายแรงครั้งนี้

               เขามั่นใจว่าทุกอย่างจบลงแล้ว

               เช่นเดียวกับชรินทร์ทิพย์ก็มั่นใจ ว่าทุกอย่างจบลงแล้ว

               เธอจะไม่ถูกวิญญาณร้ายติดตามเอาชีวิตอีกแล้ว

               ภาพสุดท้ายก่อนดวงตาปิดปลง คือวิญญาณชายคนรักที่ลอยหลุดจากร่างของพิเชษฐ์ที่ถูกควบคุมด้วยอำนาจไสยเวท ดวงวิญญาณภาณุเดชชี้หน้าด่าและแช่งชักเธอ ที่เป็นต้นเหตุให้เขาตายอย่างน่าอนาถ ก่อนถูกมือมากมายที่ยื่นมาจากสัมปรายภพกระชากดึงไปรับกรรมในอเวจี

               หญิงสาวยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ผสานรวมทั้งความดีใจที่รอดปลอดภัยจากการหวนคืนของกรรมชั่ว

               และสาแก่ใจที่สุดท้าย ศศศรัญญ์ก็ตายอย่างน่าสังเวชสมกับที่เธอสาปแช่งมันทุกเช้าค่ำ

               ภาพอดีตปรากฏในฝันอันยาวนาน

 

.............................................

 

#ตอนต่อไป : เรื่องราวทุกอย่างในอดีตกำลังจะเปิดเผย ต้นตอของความชั่วร้าย ความจริงที่ซุกซ่อน เหตุแห่งการเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นปีศาจ เกิดขึ้นเพราะ 'ความรัก' และ 'ความแค้น' 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น