อัปเดตล่าสุด 2020-07-10 01:21:42

ตอนที่ 24 บทที่ 8 : ฆาตกร [8.2]

บทที่ 8 : ฆาตกร [8.2]

 

               การทำงานร้านอาหารคนเดียวโดยไม่มีผู้ช่วยหรือลูกมือดูจะหนักหนาเกินไป

               แม้เรี่ยวแรงกำลังจะมากมาย แต่พิเชษฐ์ไม่อาจทั้งจัดเตรียมวัตถุดิบ เครื่องครัว ปรุง เสิร์ฟ อธิบาย บริหารค่าใช้จ่าย และกิจกรรมอีกจิปาถะของร้านตี้ฮักได้เพียงลำพัง

               แต่ไม่อาจหวนย้อนชีวิตของศศศรัญญ์กลับมาเหมือนเดิม

               จำได้แม่นยำ เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา พบว่าตนเองนอนอยู่เคียงข้างศพภรรยาที่ร่างแข็งทื่อด้วยขาดใจตายมานานหลายชั่วโมง ก็ต้องร้องครวญคร่ำอย่างไม่อาจคุมสติ จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นในคืนที่ผ่านมา

               รู้เพียงว่า ความร้อนของฝ่ามือเปรียบดั่งสัญญาณ ที่ปักป้ายประจาญว่ามือคู่นี้คือเครื่องมือสังหารคู่ชีวิตที่อยู่ร่วมเรียงเคียงชิดใกล้กันมานานหลายปี

               เสียใจส่วนเสียใจ ชีวิตยังคงต้องดำเนินต่อไป เขาไม่อาจทำใจชำแหละศพศศศรัญญ์ได้ดังเช่นที่ใช้ร่างกายมนุษย์คนอื่นเป็นวัตถุดิบ จึงจำใจต้องฝังเธอไว้ในสวนผักหลังบ้าน ร่วมกับโครงกระดูกของเหยื่อนับสิบรายที่เมื่อใช้เนื้อปรุงอาหาร ก็กลบฝังซากที่เหลือเพื่อเป็นปุ๋ยแก่พืชพันธุ์ที่เจริญงอกงามออกผลออกใบงามสะพรั่ง

               ไม่อาจจ้างพนักงานเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระในครัว ด้วยหวั่นกลัวต่อความวุ่นวายและจำต้องรักษาความลับของวัตถุดิบเอาไว้ ที่จ้างมาก็เพียงแค่เก็บล้างทำความสะอาดร้านและครัวเท่านั้น แต่ภาระงานอื่นตนต้องดูแลเพียงลำพังผู้เดียว

               อาหารเรียกน้ำย่อยในคอร์สวันนี้เป็นอาหารทานเล่นใส่ถ้วยที่ปั้นจากดินเผาเคลือบหลายถ้วย ประกอบไปด้วย น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง พร้อมผักจิ้ม แคบหมู ไส้อั่ว และหมูยอ จัดวางเอาไว้ในภาชนะทรงกลมคล้ายถาดมีเชิง เรียกว่า ‘ขันโตก’

               “จานแอพพิไทเซอร์ผมเสิร์ฟแบบเทรดิชันนัล คือไม่ดัดแปลงอะไร แต่ให้คงไว้ซึ่งความเป็นอาหารพื้นเมืองมากที่สุด ลองทานดูครับ”

               ขันโตกใหญ่ไม่เป็นอุปสรรค ด้วยรูปร่างใหญ่ยักษ์ของพิเชษฐ์ เพียงคนเดียวก็แบกภาชนะที่วางรองถ้วยอาหารมากมายถึงสองชุดในคราวเดียว ชายหนุ่มโค้งเล็กน้อยเมื่อเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าครอบครัวใหญ่อันประกอบด้วยพ่อ แม่ ลูกสาวสามคน และแม่ภรรยา

               ล้างมือด้วยน้ำลอยดอกมะลิในอ่างแก้วที่เตรียมเอาไว้ให้ ก่อนใช้นิ้วคีบผักจิ้มน้ำพริกหนุ่มเข้าปาก รสเผ็ดร้อนบางเบาอันเป็นเอกลักษณ์ของพริกหนุ่ม กับกลิ่นหอมของเครื่องเทศนานาชนิดที่ผสมรวมเข้าด้วยกัน เป็นรสน้ำพริกหนุ่มที่กลมกล่อมกำลังดี

               ฝ่ายเด็กที่คะเนดูแล้วน่าจะยังอยู่ในวัยประถมทั้งสามพี่น้อง คนเป็นแม่ก็ตักน้ำพริกอ่องที่เชฟการันตีเอาไว้ว่าปรุงแบบไม่เผ็ดสำหรับเด็กรับประทานได้ วางโปะบนแตงกวาก่อนเอาแตงกวาอีกชิ้นมาประกบคล้ายแซนด์วิชเพื่อลวงล่อให้ลูกอยากทานอาหาร จนต้องแข่งขันกันว่าใครจะกินหมดก่อนกัน

               และทันทีที่รสหวานนำของน้ำพริกสีส้มแดง ตามมาด้วยรสเปรี้ยวเค็มสมดุล เด็กน้อยที่ขยาดกลัวต่อรสชาติผักสด ก็ร้องจะกินอีกจนคนเป็นแม่ป้อนมือเป็นพัลวัน

               “แม่ครับ นี่อะไร”

               นิ้วเล็กคีบอาหารจากปาก จนคนเป็นแม่ตกใจต้องรีบดึงกระดาษชำระออกมาคีบสิ่งที่เด็กน้อยดึง

               ออกมาทีละน้อย... ละน้อย

               กระทั่งยาวร่วมฟุต!

               ผมเส้นยาวที่ขดตัวอยู่ในน้ำพริกอ่อง เมื่อเด็กชายเคี้ยวพบว่ามิใช่อาหารรสอร่อยดังปกติ จึงพยายามถ่มถุยและดึงมันออกมาจากปาก

               “ว้าย! ตายแล้ว” อุทานอย่างตระหนก อันที่จริงการพบสิ่งแปลกปลอมในอาหารเป็นเรื่องปกติธรรมดา โดยเฉพาะเส้นผมที่มีโอกาสพบได้บ่อยครั้งไม่ว่าจะซื้อจากร้านอาหารหรือทำกินเองที่บ้าน

               แต่ต้องไม่ใช่ร้านแบบเชฟส์เทเบิลเช่นนี้!

               “คุณเชฟคะ รบกวนทางนี้หน่อย!”

               พิเชษฐ์เดาะลิ้นอย่างหงุดหงิดที่ต้องหยุดมือจากการปรุงอาหารเมนูต่อไป จำต้องวางมือและปั้นหน้ายิ้มเดินไปหยุดยืนพลางเอามือกุมเอาไว้ด้านหน้าอย่างสุภาพ

               “มีอะไรให้รับใช้ครับ”

               “ผมนี่อยู่ในอาหาร คุณไม่ได้ตรวจสอบวัตถุดิบให้ดีก่อนเหรอ”

               คิ้วกระตุกพลางหรี่ตาเพ่งจ้องผมเส้นยาวสีดำสนิทบนกระดาษชำระที่วางอยู่บนโต๊ะ สีหน้าสลดวูบด้วยไม่คาดว่าตนจะปล่อยให้เกิดเรื่องผิดพลาดเช่นนี้กับอาหาร

               “ขออภัยจริง ๆ ครับ ผมจะรีบนำไปเปลี่ยนเป็นจานใหม่ให้เดี๋ยวนี้”

               ยกทั้งขันโตกกลับไปเก็บ แม้ต้องเสียเวลาปรุงอาหารเพิ่ม แต่ด้วยศักดิ์ศรีของเชฟ ไหนเลยจะยอมปล่อยให้อาหารไม่ได้คุณภาพออกไปสู่คนกินได้

               ไม่ถึงสิบนาที แอพพิไทเซอร์ชุดใหม่พร้อมเมนูซุปก็ถูกเสิร์ฟพร้อมกัน โดยซุปที่พิเชษฐ์ทำในวันนี้ คือซุปไข่ข้นอ่องปู เป็นการผสมผสานระหว่างที่รสชาติอ่อนนุ่มละมุนลิ้น กับอ่องปูนาที่มีความหอมมัน ซี่งไม่น่าเชื่อว่าจะเข้ากันได้อย่างลงตัวเช่นนี้

               แม้ขุ่นเคือง แต่เมื่อได้รับการเปลี่ยนเป็นอาหารจานใหม่ให้ ลูกค้าก็เริ่มคลายโทสะ ก่อนลงมือจัดการกับอาหารที่ถูกเสิร์ฟใหม่นี้

               และเป็นอีกครั้ง ที่มีเสียงโวยวายดังขึ้น

                “คุณเชฟ! มานี่เดี๋ยวนี้เลยค่ะ”

                หงุดหงิดจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ สองครั้งสองหนที่เขาถูกขัดจังหวะขณะทำอาหาร เสียงฝีเท้าจึงดังกว่าครั้งแรกจนลูกค้าทุกคนรู้สึกได้

               “ครับ”

               “ในซุปมีนี่ค่ะ”

               ลูกค้าหญิงใช้ช้อนตักขนมากมายที่ซุ่มซ่อนตัวเองอยู่ในแพไข่ที่กระจายรอบจาน กลุ่มขนเส้นดำนั้นมีทั้งยาวและสั้น ที่ยาวก็ยาวหลายเซนติเมตร ส่วนที่สั้นก็คล้ายหนวดที่ถูกโกน นับรวมกันได้หลายสิบเส้น

               หน้าซีดเผือดอย่างไม่อาจควบคุม ไม่มีทางที่เขาจะสะเพร่าขนาดที่ทำขนจำนวนมากหล่นลงไปในอาหาร จำได้แม่นยำว่าตนตรวจสอบวัตถุดิบเองกับมือ ส่วนผสมของเมนูนี้ก็ไม่เพียงไข่ไก่ เห็ดหอม และปู ไม่มีเนื้อ ‘มนุษย์’ อันเป็นวัตถุดิบสำคัญของจานเมนคอร์สเลย

               ย่อมไม่น่ามีขนพรรค์นี้อยู่ในจาน

               “ฉันไม่กินแล้วนะ ไหนในเน็ตลือกันนักกันหนาว่าอาหารที่นี่รสชาติดี บริการดี สะอาดรวดเร็ว ทำไมถึงได้สกปรกขนาดนี้ ใครจะกล้ากินต่อ”

               “ขะ ขอโทษครับ ผมจะรีบไปเปลี่ยนมาให้”

               คราวนี้เป็นฝ่ายชายบ้างที่เหลืออด

               “ไม่ต้องแล้วล่ะครับ พวกเราคงไม่กล้ากินอาหารจากร้านของคุณอีกแล้ว”

พูดจบก็ลุกยืน พร้อมพาสมาชิกในครอบครัวออกจากร้านตี้ฮักไปโดยไม่วางเงินไว้แม้เพียงสตางค์แดงเดียว

               หาใช้ต้องการโกงไม่ แต่เพราะรู้มารยาทว่าหากเจออาหารที่มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในนั้น ร้านไม่ควรคิดเงินพวกเขาเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบ และแม้พิเชษฐ์จะยังไม่ได้เอ่ยปากเพราะตระหนกตกใจอยู่ แต่เมื่อไม่มีเสียงเรียกหรือรั้งเอาไว้ ก็หมายความว่าร้านตี้ฮักยินยอมชดใช้ต่อความผิดที่เกิดขึ้นให้กับพวกเขา

                พิเชษฐ์ฟาดกำปั้นใส่โต๊ะอาหารจนถ้วยจานที่วางเอาไว้หล่นกระจายแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

               เช่นเดียวกับอาหารที่ตกกลาดเกลื่อนไปทั่ว ซ้ำถูกฝ่าเท้ากระทืบย่ำด้วยโกรธแค้นอย่างไม่อาจควบคุม เชฟร่างใหญ่อาละวาดดั่งสัตว์ร้ายทำลายข้าวของรอบตัวด้วยสติที่ไร้สำนึก

               ราวพายุซัด กว่าจะรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป ร้านตี้ฮักก็เต็มไปด้วยซากสิ่งของหักพัง ทั้งโต๊ะเก้าอี้ที่ถูกทุ่มทุบจนหักเป็นชิ้น จานชามแตกละเอียด เครื่องครัวบุบบิ่น

               ดั่งยินเสียงหัวเราะดังลั่นในโสต

               พิเชษฐ์หันขวับมองซ้ายขวา เพื่อหาที่มาของเสียง โดยไม่รู้เลยว่า เสียงหัวเราะที่ยังสะท้อนก้องไปมาในห้องอาหาร

               คือเสียงของตนเอง!

 

 

               “ผมได้หลักฐานมาบางส่วน แต่ยังไม่มากพอที่จะชี้ชัดว่าการหายตัวไปของคุณโด้ เป็นฝีมือของนายพิเชษฐ์จริง”

               กลายเป็นสารถีจำเป็น เพื่ออีกฝ่ายเป็นเจ้าทุกข์ในคดีที่ตนรับดำเนินการ เอกพัชญ์จึงเวียนแวะมาหาชรินทร์ทิพย์หลายต่อหลายหน

               ส่วนหนึ่งเพราะอยากแจ้งความคืบหน้าในคดี

               อีกส่วน... เพราะอยากพบหน้าเจ้าทุกข์ของคดี

               แม้อีกฝ่ายปฏิเสธด้วยเกรงใจ ที่สารวัตรหนุ่มอาสาขับรถไปรับส่งที่ทำงาน แต่เมื่อถูกอ้างถึงเรื่องคดีความ ก็จำต้องยอมตามเขาขึ้นรถ

               “ข้อมูลไลเซนส์เพลต (1) ระบุว่ารถของแฟนคุณกับรถของนายพิเชษฐ์ ขับผ่านด่านตรวจในเวลาไล่เลี่ยกัน คาดว่าน่าจะเป็นการขับตามกันไป ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายก่อนขึ้นเขาใหญ่ และผมประสานสถานีตำรวจในพื้นที่แล้ว ได้รับแจ้งว่าสอบปากคำพนักงานของบูติกโฮเตลที่ชื่อ รวิชญ์ เดอ โคราช ก็ได้ข้อมูลว่าในทั้งสองคนจองห้องพักในคืนเดียวกัน แต่น่าเสียดายที่เรามีเพียงเอกสารของคุณโด้ซึ่งเป็นผู้จอง รวมถึงที่โฮเตลนั้นกล้องวงจรปิดก็เสีย จึงไม่มีภาพบันทึกเอาไว้”

               เท่านี้ก็รู้ชัดแล้วว่าภาณุเดชเข้าป่าไปพร้อมกับพิเชษฐ์ แต่ไม่ได้กลับออกมาพร้อมกัน

               “อาจเกิดอะไรขึ้นในป่าครับ ผมเลยประสานให้เจ้าหน้าที่ของสำนักอุทยานแห่งชาติช่วยค้นหาอีกที”

               “เขาอาจไม่อยู่แล้ว...” ชรินทร์ทิพย์ครางขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือ

               “ใจเย็นนะครับ เรายังสรุปแบบนั้นไม่ได้ ทำใจให้สบายไว้ก่อน อย่าเพิ่งเครียดหรือวิตกกังวลไปก่อนจะรู้ความจริง”

               “ที่จริง... ฉันเห็นค่ะ” เธอบอกความลับที่ไม่เคยบอกใครมาก่อน “ฉันเห็นโด้อยู่ที่บ้านของตี้”

               สารวัตรหนุ่มไม่อาจหยุดรถได้ จึงทำเพียงขมวดคิ้วอย่างสงสัยและเหลือบตามองคนนั่งข้าง

               “หมายความว่ายังไงครับ เห็น...”

               “คุณจะว่าฉันบ้าก็ได้นะคะ แต่ฉันเห็นวิญญาณของโด้ที่ร้านตี้ฮัก”

               “เล่าให้ละเอียดหน่อยได้ไหมครับ” นอกจากจะไม่หาว่าเธอบ้า ยังเปิดโอกาสให้หญิงสาวอธิบายสิ่งที่ค้างคา ด้วยวิสัยตำรวจสืบสวนที่ข้อมูลทุกอย่างล้วนเป็นพยานหลักฐานในคดีได้ทั้งสิ้น

               “วันที่ฉันไปถามตี้ที่บ้าน ฉันเจอแฟนของเขาและได้พูดคุยกันแป๊บนึง แล้วพอตี้ลงมาจากชั้นสอง ฉันเห็นโด้ในสภาพร่างกายเหลือแต่โครงกระดูก ใบหน้าก็หายไปเกือบหมด แต่ฉันจำได้แม่นยำว่านั่นคือโด้ไม่ผิด เดินตามหลังตี้มา ฉันตกใจกลัวมากจึงวิ่งหนีออกจากร้าน นับตั้งแต่ตอนนั้นฉันเลยมั่นใจว่าแฟนของฉันไม่มีชีวิตอยู่แล้ว แต่จะให้บอกเรื่องนี้กับใคร ก็กลัวจะไม่มีใครเชื่อ ที่ขอความช่วยเหลือคุณในตอนแรก ก็อยากให้ตามหาเขา หรืออย่างน้อยก็ ‘ศพ’ ของเขา เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่ฉันเห็นคือความจริง”

               ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาจควบคุม ชรินทร์ทิพย์ยกมือปาดน้ำตา ด้วยร่างสั่นเพราะสะอึกสะอื้นจากเสียใจเหลือประมาณ

               เอกพัชญ์ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้

               “ไม่ต้องห่วงครับ ไม่ว่าสิ่งที่คุณเห็นจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง หน้าที่ของผมคือตามหาคนหายตามที่คุณและญาติของคุณโด้แจ้งความเอาไว้ ถึงอย่างไรผมก็ต้องทำให้สำเร็จให้ได้”

               รับปากอย่างมุ่งมั่น สีหน้าแววตาจริงจังของเอกพัชญ์ คล้ายลิ่มแห่งความเชื่อมั่นที่ตอกลงไปในหัวใจของชรินทร์ทิพย์ คลายความโศกเศร้าเสียใจไปจนสิ้น

               เธอรับผ้าเช็ดหน้านั้นมาถือเอาไว้ไม่ยอมเช็ด คล้ายปรารถนาเก็บผ้าผืนเล็กนี้ไว้แนบอกข้างซ้าย

               ตรงตำแหน่งหัวใจ

 

(1) ไลเซนส์เพลต (License Plate) ระบบอ่านทะเบียนรถยนต์ และ โปรแกรมตรวจจับป้ายทะเบียน บริษัทแรกของไทย ปี 2006 ด้วยคุณภาพความถูกต้องแม่นยำสูงสุดระดับสากล มีความสามารถมากมาย รวมทั้งสามารถรองรับป้ายทะเบียนรถไทยหลากหลายประเภท และหลากหลายประเทศ ทั้งรถยนต์ (รวมรถบรรทุก) รถจักรยานยนต์ ในขณะเดียวกัน และยังสามารถวิเคราะห์ ยี่ห้อ รุ่น ปีรุ่น และ สีรถ ได้อีกด้วย

 

.......................................

 

#ตอนต่อไป : ร้านตี้ฮักที่มีข่าวลือเสียหาย ไม่อาจประคองกิจการต่อไปได้ แต่พิเชษฐ์หาได้สนใจไม่ ราวถูกปีศาจร้ายเข้าครอบงำ ปรารถนาเดียวมีเพียงการได้เสพสมกับชรินทร์ทิพย์และฆ่าเธอทิ้ง เพื่อนำมาทำเป็นอาหาร!

 

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น