อัปเดตล่าสุด 2020-07-10 01:20:54

ตอนที่ 22 บทที่ 7 : วัตถุดิบชั้นเลิศ [7.3]

บทที่ 7 : วัตถุดิบชั้นเลิศ [7.3]

 

               “ผมเอานี่มาให้ครับ”

               ยืนอยู่ด้านล่างของหอพัก คนดูแลหอเมื่อเห็นชรินทร์ทิพย์มากับผู้ชายแปลกหน้า ก็สนใจใคร่รู้จนต้องเหลือบตามองบ่อยครั้ง จนหญิงสาวอึดอัด

               แต่จะชวนให้อีกฝ่ายขึ้นไปคุยบนห้องเพื่อให้พ้นสายตาคนอื่น ก็ดูจะไม่เหมาะไม่ควรเท่าใดนัก

               มือเปิดถุงกระดาษที่เอกพัชญ์ยื่นให้ เห็นเสื้อสีขาวและกระโปรงสีดำถูกพับเอาไว้อย่างดี

               “อาจไม่เหมือนตัวที่คุณใส่วันนั้น แต่ผมพยายามหาอันที่ใกล้เคียงที่สุด ไม่รู้ว่าโอเคไหม” ชายหนุ่มเฉลย “ถามน้องสาว เห็นคุณไม่ไปที่ร้านสักที เลยคิดว่าอาจเกรงใจ ผมก็ไม่สบายใจเพราะคิดว่าอย่างไรเสื้อผ้าชุดนั้นก็คงซักไม่สะอาดเหมือนเดิม ยังไงก็ รับเอาไว้นะครับ”

               ไม่ใช่ใกล้เคียง ทั้งลวดลายและรูปทรงเมื่อกางออก เป็นแบบเดียวกับที่เธอใส่ราวกับตัวเดียวกัน ซ้ำยังขนาดพอดีกับไซส์ที่ใส่ประจำ

               ไม่คาดว่าคนเพิ่งพบพานกันเพียงครั้งเดียว จะจดจำรายละเอียดของเธอได้แม่นยำถึงเพียงนี้

               “ขอบคุณมากค่ะ”

               รับเอาไว้ด้วยความเต็มใจ ทั้งที่คิดว่าจะไม่ไปที่ร้านเสื้อผ้าของน้องสาวสารวัตรเอกพัชญ์ด้วยเกรงใจ แต่เขากลับหยิบยื่นไมตรีให้ถึงเพียงนี้

               ชรินทร์ทิพย์เกิดความรู้สึกประหลาดในจิตใจจนลืมสิ้นซึ่งความหวาดผวาที่ผ่านมาเมื่อครู่

               “คุณแป๊กพอมีเวลาสักครู่ไหมคะ”

               ชายหนุ่มที่กำลังจะขอตัวกลับ เลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ ดวงตาคมเพ่งจ้องมณีนิลไหวระริกใต้แพขนตายาว เห็นประกายแห่งความคาดหวังบางประการ

               “ฉันมีเรื่องรบกวนขอปรึกษา”

               พยักหน้าอย่างเต็มใจ

               “ตอนนี้ดึกเกินกว่าจะกินข้าวแล้ว แถวนี้มีร้านกาแฟเปิด 24 ชั่วโมงไหมครับ”

               คนถูกถามพยักหน้ารัว เสียงพลุในใจถูกจุดดังดั่งสะพานแห่งความหวังทอดยาวลงพาดข้ามมาให้เธอก้าวเดินต่อไปได้แล้ว

 

 

               “เจ้เลี้ยงลูกเก่งจัง”

               น้ำเสียงชื่นชมแบบไม่เสแสร้งของศศศรัญญ์ กล่าวกับแขกที่นานทีปีหนจะมาหาเธอถึงบ้าน

               กัญญา (1) เป็นพี่รหัสของเธอสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ทั้งสองสนิทกันมาก กระทั่งศึกษาจบและต่างคนต่างมีเส้นทางชีวิตที่ยากจะมาบรรจบกัน ก็ยังหาโอกาสมาเยี่ยมเยียนหรือนัดพบปะพูดคุยกันอยู่บ้างนาน ๆ ครั้งเพื่อมิให้ลืมเลือนสายสัมพันธ์ที่เคยมี

               “เห็นในเฟซแล้ว น้องคุณสอบติดมหาลัยด้วยคะแนนสูงสุดเลยนี่นา ถ้าเค้ามีลูก จะขอเคล็ดลับการเลี้ยงลูกจากเจ๊บ้าง”

               “ไว้แกมีแล้วจะรู้เองแหละ นี่ก็เหนื่อยมากเลย กว่าจะผลักดันให้คุณเก่งได้ขนาดนี้”

ภูมิใจในที พลันเมื่อสบสายตาหม่นลงของอีกฝ่าย สาวใหญ่อย่างกัญญาจึงกอบมือสองข้างของรุ่นน้องขึ้นมากุม

               “เสียใจกับแกด้วยจริง ๆ ตั้งแต่เกิดเรื่อง พี่ก็ไม่ได้มาเยี่ยมเลย”

               เธอหมายถึงการแท้งของศศศรัญญ์ หัวอกคนเป็นแม่เมื่อรู้ว่ารุ่นน้องตั้งครรภ์ ก็รู้สึกยินดีและเตรียมส่งมอบข้าวของเครื่องใช้ของทารกที่มิได้ใช้งานแล้วมาให้ ด้วยฐานะภรรยาอัยการใหญ่ เงินทองจึงมิใช่เรื่องต้องคิดหนัก

               กระทั่งรู้ถึงข่าวการสูญเสีย ด้วยติดภาระหน้าที่จึงไม่อาจมาเยี่ยมเยียนถึงที่ คงทำได้เพียงแสดงความเสียใจผ่านสื่อออนไลน์และโทรศัพท์ให้กำลังใจเท่านั้น

               จนวันนี้ที่มีโอกาส กัญญาจึงไม่พลาดมาหาศศศรัญญ์ถึงบ้าน

               “ไม่เป็นไรหรอกเจ้ มันผ่านไปแล้ว”

               เหม่อมองไปในว่างเปล่าตรงหน้า ดั่งเดียวดายอ้างว้างทั้งที่ข้างกายมีใครอีกคนอยู่เสมอ

               ใครอีกคน... ที่เหมือนเป็นคนแปลกหน้า

               “แล้วนี่ตี้ยังไม่กลับอีกเหรอ พี่ได้ข่าวว่าร้านแกป๊อบปูล่ามากเลยนี่ ยอดจองเต็มยาวถึงปีหน้า ทำไมวันนี้ถึงไม่เปิดร้านเหรอ”

               ถามถึงคนที่ไม่อยากพูดถึง จึงจำต้องเก็บความรู้สึกมิให้รุ่นพี่รู้ว่ามีสิ่งผิดปกติในสัมพันธ์

               “บอกว่ามีธุระน่ะ ออกไปตั้งแต่เย็นแล้ว เห็นโทรไปแคนเซิลลูกค้าและขอเปลี่ยนมาเป็นมื้อกลางวันพรุ่งนี้แทน พรุ่งนี้เลยต้องเปิดร้านสองเวลา”

               “เหนื่อยแย่ งั้นพี่ไม่กวนดีกว่า แกจะได้พักผ่อน”

               “นาน ๆ มาที กินอะไรก่อนไหม เดี๋ยวเค้าโชว์ฝีมือเอง”

               เพราะเป็นซูเชฟ ฝีมือการปรุงอาหารแม้จะด้อยกว่าสามี แต่ก็เหนือกว่าเชฟหลายคน ศศศรัญญ์จึงมั่นใจในรสมือของตนพลางอยากโชว์ให้รุ่นพี่ที่เคารพเห็นว่าชื่อเสียงของร้านตี้ฮัก ส่วนหนึ่งก็มาจากเธอด้วยเช่นกัน

               “ดีเลย ตั้งแต่มื้อเที่ยงก็ยังไม่ได้กินอะไร ไหนแสดงฝีมือภรรยาเชฟใหญ่ให้ดูหน่อยซิ”

               ไม่ทันลุกจากโซฟา ประตูบ้านก็เปิดผาง พร้อมร่างใหญ่ยักษ์ที่เดินหน้าถมึงทึงเข้ามา

               “อ้าวตี้ กลับแล้วเหรอ” เป็นกัญญาที่เอ่ยทักแฟนหนุ่มของรุ่นน้อง

               เพราะสนิทสนมกันมานาน พิเชษฐ์จึงเปรียบดั่งเพื่อนรุ่นน้องของเธออีกคน ทุกครั้งที่มาบ้าน อดีตช่างภาพจะแสดงฝีมือทำอาหารรสเลิศให้เธอเพลิดเพลินลิ้นอยู่เสมอ

               ไม่ตอบ ซ้ำยังมองด้วยสายตาเกรี้ยวกราด จนกัญญาที่ถูกจ้องหวั่นหวาด้วยไม่เคยถูกดวงตาดุดันขนาดนี้จ้องสบมาก่อน

               “เจ้ กลับก่อนเนอะ เดี๋ยวเค้าไปส่ง” เจ้าของบ้านฉุดมือรุ่นพี่ให้ลุกขึ้น ความตั้งใจทำอาหารมลายสิ้นเมื่อเห็นสามีกลับบ้านมาด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดดั่งพายุ

               “จอยซ์! ขึ้นบ้าน”

               กระโชกดั่งสายฟ้า เสียงสั่งดังปานคำรามจนหัวใจหญิงสาวแทบหยุดเต้น

               กัญญาหันมองรุ่นน้องอย่างเป็นห่วง “ให้พี่ช่วยอะไรไหม บอกได้นะ”

               คนถูกถามส่ายศีรษะรัว แม้นัยน์ตาระริกไหว แต่กลับผลักไสเพื่อนรุ่นพี่ให้รีบกลับไป

               “ไม่มีอะไร ตี้แค่เหนื่อย งั้นเค้าไม่ส่งนะ ขับรถดี ๆ นะเจ้”

               ผู้มาเยือนพยักหน้าอย่างเป็นห่วง เพียงผละจากกัน ฝ่ายชายก็ฉุดข้อมือเล็กคล้ายกระชากจนร่างศศศรัญญ์ลอยหวือตามแรงดึง ถูลู่ถูกังขึ้นไปชั้นบนจนคนที่ยืนนิ่งอย่างตะลึงงันเอามือทาบอก

               ผัวเมีย... เรื่องของผัวเมีย

               ต่อให้ทะเลาะกันอย่างไรสุดท้ายก็เป็นผัวเมีย หากเข้าไปยุ่งรุ่งเช้าก็อาจกลายเป็นหมาได้

               คิดเช่นนั้นกัญญาจึงเดินออกจากบ้านโดยไม่ลืมกดล็อกประตูให้อย่างมีไมตรี มองแสงไฟของห้องชั้นบนที่เมื่อครู่ยังดับอยู่ติดสว่างขึ้น

               เสียงโทรศัพท์ดังปลุกความสนใจ เมื่อเห็นชื่อผู้โทร ก็รีบกดรับทันที

               “ฮัลโหลเต ได้ความว่ายังไงบ้าง”

               ดั่งหลงลืมเรื่องเมื่อครู่ไปจนสิ้น เมื่อมีสำคัญอันเป็นเรื่องส่วนตัวเข้ามาแทรก กัญญารีบขับรถออกจากบ้านของศศศรัญญ์ โดยปล่อยให้ศึกภายในบ้านเป็นเรื่องของสองผัวเมียที่ต้องตกลงกันเอง

               โดยไม่อาจรู้ ว่านี่คือครั้งสุดท้าย ที่ทั้งเธอและศศศรัญญ์ จะได้พบกัน

               แบบมีชีวิต!

 

 

               “แฮ่ก! แฮ่ก!”

               หายใจหอบกระชั้นถี่ ร่างขยับเคลื่อนเน้นย้ำซ้ำตรงจุดเดิม

               กระแทกกระทั้นดั่งไม่สนว่าร่างเล็กที่รองรับอยู่เบื้องล่าง จะยับเยินแหลกเละเพียงใด สนเพียงปรารถนาระบายความคับคั่งที่อัดแน่นในใจออกมาให้หมดเท่านั้น

               “สัตว์นรก! แม่ง เสือกฉิบหาย”

               ก่นด่าไม่หยุดปาก สลับเสียงสูดลมเข้าอย่างพึงใจ เรือนกายผุดผาดจ้ำแดงด้วยแรงบีบ บด กด และกัด บาดแผลทั่วร่างเพียงเห็นก็ล่วงรู้ถึงความทุกข์ทรมานปานขาดใจ

               ไม่สิ... ไม่ใช่ปานขาดใจ

               เมื่อศศศรัญญ์ขาดใจตายไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้แล้ว

               แต่ยังคงไม่หยุดกระทำกักฬระเยี่ยงเดรัจฉาน พิเชษฐ์รุกล้ำเรือนร่างศพภรรยาอย่างหื่นกระหาย มือยังคงบีบกำรอบคอเขียวช้ำจนกระดูกคอเสียดลั่น

               ก่อนหักดัง ‘กร๊อบ!’ ในจังหวะเดียวกับสุขสมแห่งสังวาศเอ่อล้นท้นท่วมหัวใจ

               “อา...” พลิกกายหงายนอนแผ่อย่างอ่อนล้า ก่อนหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง ภาพชรินทร์ทิพย์ยังคงติดตรึงในห้วงทรงจำ กระทั่งร่วมรักรุนแรงเมื่อครู่ ยังคิดว่าร่างที่ถูกกระหน่ำย่ำยีคือแฟนสาวของเพื่อนสนิท

               เคียงกัน มีร่างบิดผิดรูปของศศศรัญญ์ ที่แขนขาหักงอราวดินน้ำมันถูกดัด

               กระทั่งศีรษะยังเอียงกระเท่เร่ทำมุมพิลึกพิลั่น ด้วยกระดูกคอที่หลุดจากกันไม่อาจยึดศีรษะนั้นให้ตั้งตรงคงที่บนบ่า

               หญิงสาวถูกสังหารและชำเราร่างไร้วิญญาณอย่างโหดเหี้ยม

               ด้วยฝีมือของคนที่เธอรักสุดหัวใจ

               ที่บัดนี้กลายเป็นเดรัจฉาน ในคราบมนุษย์!

 

(1) กัญญา และ คุณ ตัวละครจากนิยายเรื่อง You, Too Blur ส่องหัวใจ ให้เจอรัก โดย คริสต์มาสอีฟ จากโพรเจกต์ When You Follow Me

 

..............................................

 

#ตอนต่อไป : เมื่อรู้เบาะแส เอกพัชญ์จึงตามแกะรอยเพื่อหาเบาะแสการหายตัวไปของคนไร้บ้านหลายคน รวมถึงภาณุเดช ตามที่ชรินทร์ทิพย์ขอความช่วยเหลือ

และผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง สารวัตรหนุ่มพุ่งเป้าไปที่เชฟเจ้าของร้านตี้ฮักอย่าง พิเชษฐ์!


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น