อัปเดตล่าสุด 2020-07-10 01:16:23

ตอนที่ 12 บทที่ 4 : ตี้ฮัก แปลว่า ที่รัก [4.3]

บทที่ 4  : ตี้ฮัก แปลว่า ที่รัก [4.3]

 

               “ค่ะ วันที่ 27 ธันวาคม นะคะ สองที่ใช่ไหมคะ ยังว่างทั้งสองมื้อเลยค่ะ”

               ศศศรัญญ์แนบโทรศัพท์กับหูพลางเปิดดูปฏิทินแบบตั้งโต๊ะ และเมื่อพบว่าวงกลมรอบวันที่ถูกกากบาท อันเป็นสัญญาณของการ ‘แคนเซิล’ มื้ออาหารที่ถูกจองเอาไว้ ด้วยลูกค้ากลัววิกฤตภัยจากโรคโควิด 19 หญิงสาวจึงแย้มยิ้มยินดี

               “ลูกค้ากี่ท่านคะ และมีของที่ไม่ชอบหรือทานไม่ได้หรือเปล่าคะ”

               “ขอเป็นมื้อเย็นแล้วกัน มีคนญี่ปุ่นคนหนึ่งนะคะ ถ้ามีเมนูฟิวชันอาหารญี่ปุ่นด้วย จะดีมากเลยค่ะ”

               เสียงเจื้อยแจ้วเกินจริต เพราะติดสำเนียงเสียงพูดยามถ่ายทอดเรื่องราวผ่านคลิปวีดิโอในฐานะอินฟูเอนเซอร์ด้านความงามและไลฟ์สไตล์

               เจ้าของร้านสาวไม่อาจรู้ได้ว่าคู่สนทนาของเธอ คือ ‘อันธกา’ ยูทูบเบอร์สาวเจ้าของช่องความงามและไลฟ์สไตล์ชื่อดัง หากทว่าการโทรศัพท์มาจองร้านอาหารในครั้งนี้หาได้ทำเพื่อตนเองไม่ แต่เป็นการจองมื้อพิเศษให้เพื่อนสนิทอย่าง ‘ลินน์’ และ ‘ยูกิ’ คู่รักต่างสัญชาติที่กำลังเป็นกระแสชวนฟินชวนจิ้นแห่งโลกออนไลน์ในเวลานี้

               เพื่อแผนการเซอร์ไพรส์พวกเขาทั้งคู่...

               ศศศรัญญ์จดวันนัดหมายของลูกค้าใหม่ลงไปบนปฏิทิน โดยไม่ลืมอัพเดตในแอปพลิเคชันตารางงานเพื่อป้องกันความผิดพลาดและสับสน หญิงสาวที่ร่างกายได้รับการฟื้นฟูจนขยับเนื้อตัวได้คล่องแคล่ว ไม่อยากนอนแกร่วอยู่เฉย ๆ ให้เมื่อยขบ ต้องลุกขึ้นมาขยับแข้งขา พลางหางานทำด้วยไม่ชอบอยู่เฉย ๆ ให้เสียเวลาเปล่า

               อย่างน้อยการหยิบจับงานบ้านก็ช่วยแบ่งเบาภาระของสามีไปได้บ้าง

               คิดถึงชายคนรัก ก็ต้องประหวั่นใจด้วยความเปลี่ยนแปลงไปในตัวตน นับตั้งแต่รู้จักและคบหากับเขาในฐานะแฟน ก่อนขยับมาเป็นสามีภรรยา รุ่นพี่หนุ่มให้เกียรติ ดูแลเอาใจใส่ รักใคร่เธอเสมอมา

               แต่พิเชษฐ์ในวันนี้ กลับเปลี่ยนไปราวเป็นคนละคน

               หรือเพราะการสูญเสียลูกชาย ทำให้สามีของเธอเพ้อคลั่งจนทำใจยอมรับไม่ได้...

               เห็นทีต้องเกลี้ยกล่อมให้เขาไปพบจิตแพทย์ด้วยตรวจสภาพจิตใจว่ามีสิ่งใดผิดปกติไปหรือไม่

               แต่ทว่าบัดนี้ พิเชษฐ์ไม่อยู่ในบ้านเสียแล้ว ยินเสียงตึงตังเมื่อครู่ ก่อนชะโงกหน้าดู เห็นรถยนต์แล่นออกจากประตูรั้วไปลับตา ท่าทางโกรธเกรี้ยวและรีบร้อนปานพายุบุแคม ยิ่งทำให้เธอปริวิตกเพราะไม่รู้ว่าสามีออกไปไหน ไปทำอะไร

               ราวถูกน้ำหนักแห่งความกังวลถาโถมถมทับจิตใจให้หนักอึ้ง ต้องนั่งจมอยู่บนโซฟาอย่างนั้น ไม่อาจขยับเคลื่อนไปที่ใดได้อีกนานเนิ่น...

 

 

               โรงงานกระดาษร้างแห่งนี้มีขนาดไม่ใหญ่นัก

               แรกเริ่มเดิมทีเมื่อครั้งที่ผู้คนเสพสื่อผ่านหน้ากระดาษ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสารต่าง ๆ โรงงานแห่งนี้เฟื่องฟูและมียอดผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทหนังสือ รวมถึงผลิตภัณฑ์จากกระดาษไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ สิ่งของประกอบการเล่นพนันอย่างน้ำเต้าปูปลา หรือตุ๊กตากระดาษและของเล่นอีกมากมาย

               แต่เมื่อสังคมเปลี่ยนไป เทคโนโลยีคลานคืบเข้าแทนที่ การเข้ามาของอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนทำให้พฤติกรรมการเสพสื่อของมนุษย์เปลี่ยนไป หันมาใส่ใจกับหน้าจอมากจนวัน ๆ แทบไม่อยากละสายตาไปไหน

               การอ่านก็เช่นกัน หนังสือหลายหัวเจ๊งตามกันไปเป็นแถบ ด้วยไม่มีรายได้ค่าโฆษณาอันเป็นรายได้หลัก เนื่องจากสินค้าต่าง ๆ เล็งเห็นถึงช่องทางการโฆษณาที่รวดเร็ว เสียค่าใช้จ่ายน้อย และเข้าถึงผู้บริโภคได้มีประสิทธิภาพมากกว่า จึงลงทุนโฆษณาแบบออนไลน์กับโซเชียลเน็ตเวิร์ก ปล่อยหนังสือหรือนิตยสารให้ถูกทิ้งเอาไว้ในกาลสมัยที่พ้นผ่าน

               เจ้าของโรงงานติดหนี้มหาศาลไม่อาจดำเนินกิจการต่อไปได้ ต้องปล่อยโรงงานทิ้งร้างเอาไว้เป็นซากเศษทรงจำอันเลวร้ายขมขื่น

               ดวงอาทิตย์เคลื่อนคล้อยลอยลงต่ำ แสงแรงร้อนพลันอ่อนลงเป็นสีส้มหม่นราวท้องฟ้าทุกข์ทนเทวษ เสียงกาแผดดังฟังวังเวง เคล้าคละเสียงจิ้งหรีดกรีดปีก

               ลมพัดโชยกลิ่นอับชื้นเข้าจมูก ชายชราเหงื่อโซมกายด้วยร้อนอ้าวเพราะจำต้องซุกซ่อนตัวในอาคารใหญ่ไร้ซึ่งเสี้ยวแสง ด้วยถูกตัดไฟในวันที่เจ้าของโรงงานตัดใจทิ้งกิจการหนีหายไปตายเอาดาบหน้า ด้วยถูกตามล่าจากเจ้าหนี้โหด เสียงหวี่ดังที่ข้างหู มือปัดป่ายด้วยไม่กล้าตบให้เกิดเสียงดัง

               แต่ยุงร้ายไม่ระคายต่อฝ่ามือไกวแกว่ง ยังคงบินฉวัดเฉวียนไปมาอย่างท้าทาย กระทั่งสัปเหร่อเฒ่าเหนื่อยหน่าย ก็ร่อนกายลงเกาะแขนขาหน้าหลัง พลางฝังปากแหลมดุจเข็มแทงทิ่มสูบกินโลหิตให้ต้องคันคะเยออย่างทุกข์ทรมาน

               “แม่ง เมื่อไหร่จะมาวะ ช้าฉิบหาย”

               บ่นอุบด้วยหงุดหงิดเหลือประมาณ กล่าวโทษพิเชษฐ์ตลอดเวลาเพราะคิดว่าชายหนุ่มคือต้นเหตุแห่งชะตากรรมเลวร้ายของชีวิต โดยไม่คิดสักนิดเลยว่าหากตนไม่ตกหลุมพรางแห่งความโลภ ในเวลานี้คงนอนหลับสบายอยู่ในบ้านไม้หลังเล็กท้ายวัด มีข้าวกินครบมื้อ มีเงินใช้จ่ายยังชีพจากสัมมาอาชีวะสุจริต

               มิได้เกรงกลัวต่อบาปกรรม

               แสงเหลืองนวลส่องผ่านช่องว่างของบานหน้าต่างที่กระจกแตกไปหมดแล้ว จันทร์เต็มดวงดั่งหลอดไฟกลมประดับบนหลังคาโลก เผยสิ่งซุกซ่อนในมืดมิดแห่งรัตติกาลที่เคลื่อนคลุมครอบสรรพสิ่ง

               สัปเหร่ออดรนทนไม่ไหว ด้วยเลยเวลานัดมานานโข โทสะบันดาลให้มันคิดมอบตัวต่อตำรวจ และป้ายความผิดทั้งมวลให้พิเชษฐ์ เผื่ออย่างน้อยในเรือนจำก็ยังมีข้าวกินอิ่มท้อง

               แต่ความตั้งใจพลันสูญสิ้น เมื่อยินเสียงแกรกกรากของฝีเท้า ที่ก้าวตรงเข้ามาเรื่อย ๆ

               ไม่อาจวางใจว่าเป็นคนที่นัดหมาย ตัวแนบผนังสอดส่ายสายตามองออกไปด้านนอก เห็นเงาตะคุ่มเดินผ่านประตูรั้วเหล็กขึ้นสนิมที่แง้มเปิดอ้าเอาไว้เพียงน้อย ร่างใหญ่ยักษ์สร้างความครั่นคร้ามตั้งแต่แรกเห็น ยิ่งเมื่ออนธการคลุมครอบรอบร่างนั้น ยิ่งส่งให้ชายหนุ่มเปรียบเสมือนปีศาจร้าย

               ยังทำใจดีสู้เสือ ด้วยรู้ว่าอีกฝ่ายมีชนักติดหลัก อย่างน้อยตนก็ถือไพ่ตายเรื่องความลับของชายหนุ่มอยู่

               ถอยหลังกรูดเพื่อเว้นระยะห่าง ประตูโรงงานมิได้ปิดล็อก เพียงเปิดอ้า ลมก็พัดกรูเข้ามาจากด้านหน้าพาใบไม้และฝุ่นผงม้วนเป็นวง

               สัปเหร่อกลืนน้ำลายเอื้อก มองไม่เห็นสีหน้าแววตาของผู้ว่าจ้าง เห็นเพียงร่างใหญ่ในชุดสีดำสนิท คล้ายต้องการพรางตัว

               “ผมขอห้าหมื่น อย่างน้อยก็ต้องหนีไปหาที่กบดานสักระยะ จะทำมาหากินอะไรช่วงนี้ก็ไม่ได้ด้วย”

               ยืนนิ่งงันราวรูปปั้น จนอีกฝ่ายเสียขวัญต้องข่มความกล้าท้าทายอีกครั้ง

               “หรือมากไป แต่จะมาต่อรองขอลดผมเองก็แย่เหมือนกันนะ เอาเป็นว่า เพื่อความสบายใจกันทั้งสองฝ่าย คุณเองก็เห็นว่าเป็นคนดังนี่ เงินแค่ห้าหมื่นขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก”

               พิเชษฐ์โยนถุงผ้าไปตรงหน้าชายชรา เสียงดังตุ้บของวัตถุตกกระทบพื้น ส่งฝุ่นควันที่จับเป็นชั้นหนาให้ลอยคลุ้งจนสัปเหร่อสำลักแค่ก

               แต่ด้วยโลภโมโทสัน เห็นอาการเช่นนั้นก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายยอมรับข้อเสนอ รีบนั่งยองคว้าถุงผ้ามาถือมั่น ก่อนเปิดมันเพื่อชื่นชมสิ่งที่อยู่ภายใน

               ตาลุกโพลงด้วยตื่นเต้น แม้วิกาล แต่แสงจันทร์นวลส่องให้มองเห็นสีเทาของธนบัตรมัดเป็นปึกอัดแน่นอยู่ในนั้น คะเนอยู่น่าจะเกินกว่าจำนวนที่เขาเรียกร้องไปโข

               “ขอบคุณ ขอบคุณคุณมาก รับรองว่าผมจะปิดปากสนิทไม่พูดเรื่องของคุณเลย”

               “หิวไหม”

               ประโยคคำถามเรียกสีหน้าฉงนของชายชรา สองตาเลื่อนมองร่างใหญ่ที่ปลดเป้สะพายหลังมาถือมั่น มือล้วงเข้าไปในนั้นเพื่อหยิบ ‘อาหาร’ ที่เตรียมเอาไว้

               “หลบอยู่ในนี้นานเลยนี่ ผมทำอาหารมาเผื่อ ลุงรู้ใช่ไหมว่าผมเป็นพ่อครัว”

               สัปเหร่อเฒ่าพยักหน้าหงึกหงัก แม้เป็นคนยุคก่อนโซเชียล แต่ใช่จะไม่รู้จักคนดังที่เคยเห็นหน้าค่าตาผ่านรายการโทรทัศน์มาบ้าง

               กล่องพลาสติกใส่ถูกเปิดออก ในนั้นบรรจุด้วยชุดอาหาร 5 อย่าง จัดวางแบบมินิขันโตก ประกอบด้วย ลาบคั่ว แคบหมู ไส้อั่ว ยำแหนม น้ำพริกอ่อง และข้าวเหนียว อย่างละนิดอย่างละหน่อยแต่เมื่อรวมกันแล้วก็อัดแน่นจนพูนกล่อง

               มือยื่นกล่องข้าวมาด้านหน้า ชายชราผุดลุกอย่างยินดีด้วยวิ่งหนีมาซ่อนตัวนานหลายชั่วโมง กระทั่งน้ำลูบท้องยังหาไม่ได้ ไหนเลยเมื่อเห็นอาหารชวนให้น้ำลายสอ ซ้ำอีกฝ่ายยังเป็นถึงพ่อครัวคนดัง มีหรือชายชราจะอดใจไหว

               ปรี่เข้าหาอย่างตะกรามตะกละ น้ำย่อยในกระเพาะไหลหลั่งพาให้ปวดแสบปวดร้อนในช่องท้อง น้ำลายสอเต็มปากด้วยกลิ่นของอาหารลอยโชยมาแตะจมูก ชายชราฉวยคว้ากล่องข้าว พลางถอยหลังเว้นระยะด้วยหวั่นเกรงต่อร่างยักษ์ของชายตรงหน้า

               รีบจกอาหารเข้าปากอย่างโหยหิว ไม่อาทรต่อความสกปรกของมือไม้ แม้เปื้อนดินเปื้อนโคลนก็หาได้สนใจไม่ วินาทีนี้ไม่มีสิ่งใดสำคัญกว่าอาหารในกล่อง

               อ้อ! อาจมีเพียงเงินปึกใหญ่ในถุงผ้าเท่านั้น ที่ละความสำคัญไปจากใจไม่ได้

               แคบหมูไร้มันชิ้นบางทว่ากรอบกรุบ เมื่อจิ้มกับน้ำพริกหนุ่มรสชาติเผ็ดกำลังดี ยิ่งชวนให้กัดกินทีละหลายชิ้นทั้งที่ฟันฟางเหลือไม่ถึงครึ่งปาก หากไม่ใช่ฝีมือพิเชษฐ์ แคบหมูนี้คงแข็งเกินกว่าฟันคนแก่จะเคี้ยวไหว แต่ชายหนุ่มทอดด้วยอุณหภูมิแบบพอดิบพอดี จึงกรอบทว่าไม่เหนียวแข็ง เพียงกดฟันลงไปก็สามารถบดแคบหมูให้แหลกละเอียดได้อย่างง่ายดาย

               ไหนจะลาบคั่วกับยำแหนมที่ปรุงรสจัดจ้านถูกปากคนอีสานเช่นตน ทั้งพริกแห้งพริกสดทำให้ความง่วงงุนถูกกำจัด จนสองตาลืมโพลงเต็มตื่น ฟื้นคืนกำลังวังชาที่เหนื่อยล้าจากการหลบหนีให้เต็มปรี่อีกครั้ง

               เหลือเพียงไส้อั่ว แม้จ้ำข้าวหนียวกินไปเกือบหมดก้อน อาหารอย่างอื่นพร่องจนเกือบหมดกล่อง ก็ยังเติมไม่เต็มความหิวโหยที่มี ชายชราคว้าไส้อั่วชิ้นใหญ่ขึ้นมากัดกร้วมอย่างเอร็ดอร่อย เครื่องแกงที่ใช้ผสมในเนื้อหมู มีกลิ่นสมุนไพรจาง ให้ความรู้สึกสดชื่นและไม่เลี่ยนจนอยากกินให้หมดโดยเร็ว

               ‘กึก!’

               ไม่อาจกลืนลงคือ เมื่อฟันกัดกระทบบางสิ่งที่แข็งเกินกว่าจะเคี้ยวให้แหลก ลิ้นดุนดันสิ่งนั้นออกมา ก่อนใช้นิ้วคีบมันขึ้นส่องกับแสงจันทร์

               “นี่มัน...”

               ตาเบิกโพลงด้วยตกใจ สิ่งที่อยู่ในไส้อั่ว คือ ‘เล็บ’ ของมนุษย์!

               ขย้อนอาหารที่เพิ่งกลืนลงคอออกมา นิ้วล้วงเข้าไปหมายให้อาเจียนมื้อแสนอร่อยให้หมดด้วยหวั่นผวาต่อส่วนผสม น้ำหูน้ำตาไหลพรากอย่างทรมาน เศษซากอาหารที่ถูกบดเคี้ยวจนแหลกเละผสมปนเปกันออกมาพร้อมน้ำลายเหนียวเหนอะ ราดรดพื้นเปื้อนฝุ่นเป็นด่างดวง

               และเหม็นเน่า

               พิเชษฐ์เดินเข้าหา!

               สองเท้าถีบพื้นยันร่างให้ถอยห่างจากชายหนุ่ม ยิ่งเสี้ยวหน้าต้องแสงจันทร์เห็นรอยยิ้มดั่งวิปริต ยิ่งอกสั่นขวัญแขวนจนหัวใจแทบหยุดเต้น

               และยิ่งเห็นสิ่งที่เชฟหนุ่มดึงออกจากซองเหน็บเข็มขัด ก็ยิ่งหวาดกลัวจนต้องร้องครวญครางออกมาอย่างขอชีวิต

               อีโต้ขนาดใหญ่ที่ใช้สับให้ขาดได้กระทั่งกระดูกฟีเมอร์ (2) สะท้อนต้องแสงนวลเป็นประกายวาววับ

               ก่อนประกายจะดับ เพราะถูกกลบทับด้วยเลือดแดงฉาน

               จากศีรษะที่ถูกสะบั้น หั่นจนแบะเป็นสองซีก!

 

...............................................

 

(1) อันธกา ลินน์ และ รูกิ ตัวละครจากนิยายเรื่อง ปั่นยอด Like ให้ตรงยอด Love โดย Vanessa จากโพรเจกต์ When You Follow Me

(2) กระดูกฟีเมอร์ หรือ กระดูกต้นขา เป็นกระดูกที่แข็งที่สุดในร่างกายมนุษย์

 

.........................................................

 

#ตอนต่อไป : ร้านตี้ฮักกลับมาเปิดอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งหลังวิกฤตโควิดผ่านพ้นไป และด้วยเมนูใหม่ ทำให้ร้านเป็นที่หมายปองของนักชิมทั่วทุกสารทิศ

และเมนูใหม่ที่ว่านี้... มีต้นกำเนิดจากความลับที่พิเชษฐ์ซุกซ่อนเอาไว้ในอดีต 

ความลับนั้นคืออะไร บทต่อไป รู้กัน!


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น