อัปเดตล่าสุด 2020-07-10 01:19:04

ตอนที่ 11 บทที่ 4 : ตี้ฮัก แปลว่า ที่รัก [4.2]

บทที่ 4 : ตี้ฮัก แปลว่า ที่รัก [4.2]

 

              “เหลือแค่ที่นี่ เหลือแค่ตี้คนเดียว ที่เรายังไม่ได้ถาม ช่วงก่อนหน้านี้โทรศัพท์มา ก็ไม่มีคนรับ” ชรินทร์ทิพย์กล่าวอย่างร้อนใจ สีหน้าแววตาปริวิตกปกปิดไม่มิด

               ใช่เพียงหญิงสาวตรงหน้า กระทั่งศศศรัญญ์ที่เพียรโทรศัพท์หาสามีเพื่อปรารถนาวิงวอนให้เขามาอยู่เคียงข้างยามต้องพักค้างในสถานที่ชวนหวั่นผวาอย่างห้องผู้ป่วยในโรงพยาบาล พิเชษฐ์ก็ไม่รับสาย

               “เดี๋ยวเราไปปลุกตี้ให้นะ เมื่อคืนทำงา... เอ่อ เมื่อคืนคิดเมนูอาหารใหม่เพื่อเปิดขายแบบดิลิเวอรีดึกไปหน่อยน่ะ ตอนนี้ยังสลบอยู่เลย”

               เตรียมลุกเดินผ่านประตูด้านข้างของร้านที่เชื่อมกับตัวบ้าน ทว่าไม่อาจทำได้อย่างใจ เมื่อจู่ ๆ คนที่คิดว่าสลบไสลเพราะเหนื่อยหนักกับการจัดการมื้ออาหารพิเศษให้แขกต่างชาติจนดึกดื่นค่อนคืน กลับยืนอยู่ด้านหลังพวกเธอทั้งคู่ตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครเห็น

               มือหนาวางบนบ่า ก่อนออกแรงกดเพียงน้อย ร่างเล็กของศศศรัญญ์ก็กระดิกกระเดี้ยไม่ได้

               ชรินทร์ทิพย์เองก็เช่นกัน ผู้มาเยือนแม้เคยพบพานพิเชษฐ์บ้าง และรับรู้ถึงตัวตนอันน่าขนพองด้วยรูปร่างที่ใหญ่ผิดมนุษย์มนา แต่เพื่อนของแฟนหนุ่มในวันนี้ กลับดู ‘ใหญ่’ ราวกับยักษ์

               จะด้วยแววตาเปี่ยมอำมหิตก็ดี จะด้วยรอยยิ้มแสยะชวนขนลุกก็ดี ล้วนแต่สร้างความหวาดผวาจนชรินทร์ทิพย์ต้องนั่งนิ่งเป็นกบถูกงูจ้อง

               “อ้าวเป้ มาเที่ยวเหรอ”

               กล่าวทักด้วยเสียงกระโชกต่ำ คล้ายเสียงคำรามของปีศาจ คนถูกทักสะดุ้งเฮือกทั้งที่เตรียมใจมาพบเขาเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว

               ทำใจดีสู้เสือ หญิงสาวผุดลุกก่อนถอยห่างจากสองสามีภรรยาสามก้าว หายใจเข้าออกลึกเพื่อถ่ายทอดคำพูดที่ปรารถนาสอบถาม

               ราวก้อนถ้อยคำถูกกดเอาไว้ในลำคอ ไม่อาจเปล่งผ่านริมฝีปากออกมาได้

               หยาดน้ำเอ่อท้นเมื่อสายตากร้าวของพิเชษฐ์จ้องเขม็งมายังตน จนปัญญาที่จะเอื้อนเอ่ยคำใดออกไป ใจคิดเพียงหนีออกจากร้านอาหารนี้ไปให้เร็วที่สุด

               “เดี๋ยวก่อน!” ราวคำสั่งของผู้คุมที่เปรียบดั่งประกาศิตให้นักโทษต้องปฏิบัติตาม

               “จะรีบไปไหนล่ะ นาน ๆ มาที กินอะไรก่อนดีกว่า”

               ไม่พูดเปล่า พิเชษฐ์หยิบถาดที่วางตั้งเอาไว้ด้วยอาหารสองถ้วยใหญ่ มาเสิร์ฟให้ชรินทร์ทิพย์และภรรยาของตน

               ควันลอยกรุ่นโชยกลิ่นหอมของกะทิและเครื่องแกง อาหารเส้นที่ประสมทั้งเส้นสีเหลืองชนิดยาวแบบนิ่มในน้ำซุปที่เคี่ยวจากหัวกะทิ เครื่องแกง น้ำตาลปีบ และผงมะสล่า กับเส้นกรอบวางเรียงเคียงเนื้อตุ๋นชิ้นหนา พริกแห้ง หอมแดง ก้านผักกาดดอง ต้นหอม และผักชี

               ข้าวซอยเนื้อแบบดั้งเดิมซึ่งหาทานได้ทั่วย่านถิ่นเหนือ แต่มีขายไม่มากนักในกรุงเทพฯ สวยงามทั้งรูปร่างและสีสัน อีกทั้งกลิ่นยังหอมหวลชวนให้น้ำลายสอ

               แต่ชรินทร์ทิพย์กลับสะอิดสะเอียนจนอยากอาเจียนเอาน้ำย่อยในกระเพาะอาหารออกมา

               หญิงสาวโซซัดโซเซ ถลาจากร้านตี้ฮักก่อนวิ่งออกนอกประตูรั้วไป โดยไม่คิดเหลียวหลังกลับมามอง

               ทิ้งไว้เพียงศศศรัญญ์ ที่มองอาหารเมนูโปรดที่สามีมักทำให้ทานอยู่เสมอด้วยสายตากริ่งเกรง

               ข้าวซอยในวันนี้ ไม่เหมือนข้าวซอยทุกวันที่เคยทาน...

 

 

               ได้ยินชัดเจนเต็มสองรูหู

               ยืนลอบฟังบทสนทนาของภรรยาและแฟนสาวของเพื่อนสนิทอยู่นานสองนาน เมื่อเอ่ยถึงชื่อ ‘โด้’ อันเป็นชื่อเล่นของภาณุเดช เพื่อนสนิทสมัยเรียนมัธยม ดวงตาสองข้างของพิเชษฐ์พลันเบิกโพลงอย่างไม่ตั้งใจ

               กระทั่งรู้แน่ชัดว่าชรินทร์ทิพย์มิได้รู้เรื่องราวอันเป็นข้อเท็จจริงในการหายตัวไปของภาณุเดช เขาจึงเบาใจ

               หลังจัดการกับมื้อเช้าที่เพิ่งมากินตอนเที่ยงเสร็จ เมื่อแน่ใจว่าศศศรัญญ์นอนหลับพักผ่อนเพราะร่างกายยังไม่แข็งแรงอยู่ที่ชั้นบน พิเชษฐ์จึงกดโทรศัพท์หาหมายเลขที่เขาบันทึกชื่อเอาไว้ว่า ‘คนขายเนื้อ’

               “ฮัลโหล เนื้อที่ผมสั่งเอาไว้ ตอนนี้ของมารึยัง”

               คู่สนทนาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวรายงานสถานการณ์อันน่าตระหนก

               “ไอ้พ่อแม่เด็กแม่งไปแจ้งตำรวจน่ะสิ ตอนนี้ผมเลยอยู่ที่วัดไม่ได้แล้ว ขืนอยู่ก็โดนจับโยนเข้าตะรางกันพอดี”

               “ฉิบ!” สบถอย่างหัวเสีย

               พิเชษฐ์กัดฟันกรอดจนยินเสียงบดเบียดดังเอียดอาด

               “ช่วยผมหน่อยเถอะคุณ เพราะต้องหาของให้คุณ ผมถึงซวยแบบนี้ ถ้ายังไงช่วยโอนเงินมาให้ผมสักหมื่นนึง จะได้เป็นค่าเดินทาง ผมจะหนีไปกบดานที่สกลสักพัก”

               ตั้งใจจะปฏิเสธ แต่อีกฝ่ายกลับงัดไม้เด็ดที่ทำให้เชฟหนุ่มแทบคลั่ง

               “ถ้าไม่มีค่าเดินทาง ผมคงถูกจับแน่ และถ้าตำรวจถาม ผมก็คงต้องบอกไปว่าผมส่ง ‘ศพ’ ให้ใคร”

               หากไอ้แก่นั่นอยู่ตรงหน้า พิเชษฐ์มั่นใจว่าเขาต้องกระทืบมันให้ม้ามแตกคาตีน!

               “เออ! รอที่เดิม เดี๋ยวกูเอาเงินไปให้” ไม่จำเป็นต้องสุภาพ ชายหนุ่มกดวางสายด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

               ยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจ หากไม่เพราะราคาค่างวดของซุปทารกแต่ละถ้วยสูงถึงถ้วยละ 100,000 บาท เขาที่ใช้ศพของลูกชายที่ตายก่อนวัยอันควร มาปรุงเป็นอาหารเมนูนี้ในครั้งแรก เมื่อได้เห็นเงินจำนวนมหาศาลจากการทำอาหารเพียงไม่กี่จานในมื้อเดียว ก็ตาลุกวาว พลางตั้งเป้าหมายในใจว่าจะขายซุปทารกให้นักชิมชาวจีนที่อาศัยกระจัดกระจายกันอยู่ทั่วทุกหัวระแหงของประเทศไทย

               แต่การได้มาซึ่งศพทารก ลำพังเพียงคนธรรมดาอย่างเขาไหนเลยจะทำได้

               ภาพการเจรจาธุรกิจผุดขึ้นในสมองอย่างไม่อาจควบคุม

 

 

               ชายร่างผอมในเสื้อกั๊กสีส้มของวินจักรยานยนต์รับจ้าง ทรุดกายลงกับพื้นพลางเอาอุ้งมือสองข้างปิดดวงตาที่ไม่อาจเก็บกลั้นหยาดน้ำแห่งความโศกเศร้าจากการสูญเสียเลือดเนื้อเชื้อไขในท้องภรรยา

               ร่างเล็กแกร็นคล้ายขาดสารอาหารของเด็กสาวที่นอนหอบหายใจหนักหน่วงด้วยเจ็บปวด ร้องไห้ไม่ต่างจากชายคนรัก

               ด้วยเสพสมก่อนวัยอันควร ร่างกายที่ยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ จึงมีปัญหาด้านสุขภาพส่งผลต่อลูกในท้องที่ไม่เติบโตตามเกณฑ์ และที่สุด ก็ต้องเสียชีวิตลงในครรภ์โดยไม่ทันได้ลืมตาออกมาดูโลก

               หลังแพทย์ช่วยชีวิตคนแม่ด้วยการนำร่างเล็กจิ๋วคล้ายลูกสุนัขออกจากท้อง เพราะจำต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อให้อาการดีขึ้น หน้าที่การส่งศพเด็กไปที่วัดจึงเป็นของโรงพยาบาล

               สองวันพ้นผ่าน ศพถูกฌาปนเป็นที่เรียบร้อย ชายหญิงที่เกือบได้เป็นพ่อแม่คน รับเถ้ากระดูกกลับไปเพื่อทำพิธีลอยอังคารตามความเชื่อของศาสนา

               โดยหารู้ไม่ว่า เถ้าสีเทาและกระดูกขาวขุ่นชิ้นเล็กในถุงผ้า หาใช่เศษซากอินทรีย์ที่เหลืออยู่ของบุตรแห่งตนไม่

               แต่เป็นกระดูกหมาต่างหาก!

               สัปเหร่อเฒ่าแห่งวัดนำบุญ แม้ตระหนกตกใจกับร่างใหญ่โตที่เดินดุ่มมาหาตนที่บ้านไม้หลังเล็กท้ายวัด สีหน้าถมึงทึงนั้นชวนให้หวาดผวา แต่เมื่อชายแปลกหน้าควักธนบัตรสีเทาจำนวนหนึ่งออกจากกระเป๋าวางเอาไว้ตรงหน้า ก่อนเจรจาขอซื้อขายศพเด็กทารกที่ถูกส่งจากโรงพยาบาล ความโลภก็บังตา นำพาให้ชายแก่ทำเรื่องเลวระยำโดยขาดสำนึกผิดชอบชั่วดี

               ศพที่ถูกส่งมาล่วงหน้า โดยพ่อและแม่ยังต้องอยู่โยงที่โรงพยาบาลเนื่องจากสภาพร่างกายยังไม่แข็งแรง ก็ชิงฌาปนกิจได้เลยด้วยทำกันมาช้านาน เมื่อเสร็จงานก็เตรียมเถ้าเอาไว้ให้มารับในภายหลัง ส่วนศพที่มีญาติมารอเพื่อขอร่วมพิธีนับตั้งแต่บังสุกุลกระทั่งนำร่างเล็กเข้าเตาเผา ประเหมาะเคราะห์ดีที่บนเมรุเป็นมุมอับสายตา เพียงเตรียมซากหมาล่วงหน้าเอาไว้รอท่าบนนั้น ก่อนสลับสับเปลี่ยนนำเดรัจฉานเข้าเตาเผาด้วยไฟแรงร้อนเกินกว่าปกติธรรมดา

               ก็สามารถตบตาญาติพี่น้องประดามีของทารกเหล่านี้ได้ไม่ยาก

               ซากศพเด็กหลายรายถูกขายด้วยเงินหลักพัน เพื่อแปรผันเป็นเงินหลักแสน สร้างฐานะมั่งคั่งให้พิเชษฐ์ได้ในเวลาอันสั้น เช่นเดียวกันกับสัปเหร่อเฒ่าที่มีเงินซื้อน้ำเมากรอกปาก จนรากออกมาไม่เว้นวัน

               และเพราะมึนเมาเป็นอาจิณ จึงไม่ละเอียดรอบคอบพอที่จะจัดการธุลีเถ้าเคล้ากระดูกให้เรียบร้อย

               ชายกลางคนผู้ใฝ่ฝันอยากมีทายาท เมื่อภรรยาตั้งครรภ์ก็ดีใจราวฟ้ามาโปรด แต่วิมานสวรรค์ที่วาดฝันเอาไว้กลับพังทลายเมื่อคู่ชีวิตแท้งลูกเมื่ออายุครรภ์ย่างเข้าเดือนที่แปด ในพิธีศพ สัปเหร่อเฒ่าเมามายจนกลิ่นเหล้ากำจายคลุ้งไปทั่ว

               เผลอไผลไม่ใส่ใจจะตรวจตรา เถ้ากระดูกมีเขี้ยวหมาปะปนเอาไว้!

               อารามตกใจ ชายผู้เป็นบิดาของศพที่เพิ่งถูกฌาปนลนลานคาดคั้น ด้วยหวั่นกลัวต่อโทษทัณฑ์ จึงวิ่งกระเจิงกระเจิดหนีไปให้ไกลจากวัดอันเป็นที่พำนักและทำมาหาเลี้ยงชีพมาค่อนชีวิต พลางคิดสะระตะหาหนทางเอาชีวิตรอดในยามวิกฤต

               ที่พึ่งพิงคงมีชายเพียงคนเดียวที่ตนเก็บงำความลับเอาไว้

               และเมื่ออีกฝ่ายตกปากรับคำ โรงงานร้างห่างจากวัดไปไม่ไกลนัก คือสถานที่นัดหมายที่สัปเหร่อจนตรอกซุกซ่อนกายเพื่อรอเงินก้อนใหญ่

               โดยไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจขู่เข็ญเรียกเงินทองจากพิเชษฐ์

               คือการกระทำที่โง่เง่าบัดซบที่สุดในชีวิต!

 

.............................................

 

#ตอนต่อไป : เมื่อหาเนื้อเด็กทารกไม่ได้ พิเชษฐ์จึงคิดถึงรสชาติของเนื้อบางอย่าง ที่อร่อยล้ำจนจดจำติดปลายลิ้น 
และบทต่อไป คือ 'การไล่ล่า' เพื่อให้ได้มาซึ่งวัตถุดิบชั้นเลิศอันจะสร้างชื่อให้ร้านตี้ฮัก กลับมาเป็นที่รักของนักชิมอีกครั้ง!!!


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น