อัปเดตล่าสุด 2020-06-10 08:06:57

ตอนที่ 1 บทที่ 1 : เชฟส์เทเบิล [1.1]

บทที่ 1 : เชฟส์เทเบิล [1.1]

 

               [แกงฮังเล]

               แกงฮังเล หรือ แกงฮินเล เป็นอาหารไทยประเภทแกงรสชาติเค็ม-เปรี้ยว แกงฮังเลมีต้นกำเนิดจากประเทศพม่า โดยคำว่า ฮี่น (ဟင်း) ในภาษาพม่าแปลว่า แกง และ เล่ (လေး) ในภาษาพม่าแปลว่า เนื้อสัตว์ แกงฮังเลได้รับความนิยมจากชาวไทยภาคเหนือและแคว้นสิบสองปันนา ประเทศจีน

               วิธีปรุงแกงฮังเลมีสองแบบคือแบบพม่าและแบบเชียงแสน โดยแบบพม่าได้รับความนิยมมากกว่า แกงฮังเลพม่ารสชาติออกเปรี้ยวเค็ม น้ำขลุกขลิก ใส่ขิง น้ำมะขามเปียก กระเทียมดอง ถั่วลิสง น้ำตาลอ้อย ส่วนแกงฮังเลเชียงแสนเพิ่มถั่วฝักยาว พริก หน่อไม้ดอง งาคั่ว ส่วนประกอบสำคัญจะต้องมีผงแกงฮังเลหรือผงมัสล่าซึ่งเป็นผงเครื่องเทศแบบผสมแบบเดียวกับการัม มาซาลาของอินเดีย น้ำพริกแกงประกอบด้วยพริกแห้ง เกลือ ข่าแก่ ตะไคร้ กระเทียม หอมแดง แกงฮังเลแบบไทใหญ่ น้ำขลุกขลิกและกินกับมะม่วงสะนาบซึ่งเป็นมะม่วงสับ ยำกับกะปิคั่ว กุ้งแห้งป่น และกระเทียมเจียว

 

 

                อาหาร คือหนึ่งในวัฒนธรรมสำคัญของมนุษย์ ที่ถูกพัฒนาไปตามสภาพสังคม และความเปลี่ยนแปลงของโลก นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การกินอาหารของมนุษย์ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ทัศนคติ และความเชื่อ

               เช่นเดียวกับรูปแบบของร้านอาหาร

               นับตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ร้านอาหารที่เปิดให้บริการแก่ลูกค้าคงรูปแบบเดิมเอาไว้มานานหลายทศวรรษ เมนูอาหารหลักก็มีตั้งแต่อาหารตามสั่งที่มีรายการให้เลือกสารพัด เมนูเส้นอย่างก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย ขนมจีน กระทั่งวัฒนธรรมตะวันตกไหลหลั่งเข้ามา รูปแบบร้านอาหารก็ถูกพัฒนาขึ้นตามลำดับ เมนูแปลก ๆ ก็มีให้เลือกสรรตามแต่รสนิยมผู้บริโภค ทั้งอาหารตะวันตกอย่างแฮมเบอเกอร์ พิซซ่า หรืออาหารญี่ปุ่นอย่างซูชิ ราเมน

               ความหลากหลายของวัฒนธรรมอาหารที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดดตามการเชื่อมต่อสังคมโลกในยุคโลกาภิวัตน์ ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกในการรับประทานอาหารมากมาย

               กระทั่งเมื่อราว 1-2 ปีที่ผ่านมา ศัพท์ไม่คุ้นหูในคราแรก กลับประทับในทรงจำของผู้เสพสื่อโซเชียล ให้ได้รับรู้ถึงรูปแบบของร้านอาหารแนวใหม่

               ‘เชฟส์เทเบิล’

               เชฟส์เทเบิล หรือ โอมากาเสะ ในภาษาญี่ปุ่น แปลว่า ตามใจเชฟ ซึ่งเป็นคำนิยามของร้านอาหารที่แปลความหมายได้ตรงตัวเป็นอย่างยิ่ง เพราะลูกค้าที่ไปทาน จะไม่รู้เลยว่าจะได้ทานเมนูอะไรบ้าง เนื่องจากเชฟจะเสิร์ฟเมนูที่คิดว่าดีที่สุดจากวัตถุดิบที่มีในเวลานั้น ลูกค้าทำได้เพียงแจ้งล่วงหน้าว่าไม่ทานอะไรบ้าง แพ้อะไรบ้าง เพียงเท่านั้น

               แรกเริ่มเดิมที ร้านอาหารแนวนี้มีเพียงเมนูสัญชาติญี่ปุ่น แต่ปัจจุบัน ร้านอาหารแนวเชฟส์เทเบิลได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เชฟหลายคนทั้งไทยและเทศ ต่างปรารถนาเปิดร้านเชฟส์เทเบิลด้วยความอิสระในการนำเสนอเมนู การรองรับลูกค้าในปริมาณน้อย แต่รายได้มากเทียมเทียบเปิดร้านอาหารหลายสิบโต๊ะ

               และวินาทีนี้ คงไม่มีร้านเชฟส์เทเบิลร้านไหน ได้รับความสนใจและเป็นกระแสในโลกอินเทอร์เน็ต เท่าร้าน ‘ตี้ฮัก’ อีกแล้ว

               ส่วนหนี่ง... เพราะร้านนี้เป็นร้านอาหารเหนือฟิวชัน ที่ใช้กรรมวิธีการปรุงอาหารด้วยเทคนิคทันสมัย ผสมผสานระหว่างความเป็นอาหารเหนือของไทย กับรูปแบบอาหารสากลหลากหลายชาติ ซ้ำรสมือของเชฟยังอร่อยเสียจนลูกค้าทุกคนแทบเลียจานไม่ให้เหลือแม้เพียงเสี้ยวซอส

               ส่วนหนึ่ง... เพราะภาพอาหารที่ถูกโพสผ่านอินสตาแกรมของร้าน (Tee.Hug) นั้นทั้งสวยงามและดึงดูดให้น้ำย่อยในกระเพาะไหลหลั่ง ด้วยฝีมือการถ่ายภาพของเชฟที่ในอดีตเป็นตากล้องเบอร์ต้นของประเทศ ทำให้แม้เป็นเพียงภาพสองมิติบนหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน ก็ราวกับอาหารนั้นส่งกลิ่นออกมาให้บังเกิดจินตภาพในสมอง ว่ากำลังกัดกลืนเมนูนั้น ๆ อยู่ ส่งให้ยอดผู้ติดตามไอจีของร้าน ทะยานสูงถึงกว่า 200,000 คน

               ส่วนหนึ่ง... เพราะทำเลของร้านนั้นแม้อยู่ใจกลางเมือง แต่ก็มีพื้นที่โดยรอบเป็นสวน ที่เจ้าของร้านใช้ปลูกพืชพันธุ์เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบประกอบอาหาร ด้วยการใส่ใจ รดน้ำพรวนดินดูแลพืชสวนครัวเหล่านี้ รวมถึงปฏิเสธการใช้สารเคมีดังเช่นเกษตรกรหลายรายนิยมใช้เพื่อให้ได้ผักใบสวยงามไร้ตำหนิ ทำให้ลูกค้ามั่นใจในความปลอดภัยของทุกคำที่ตักเข้าปาก

               และทุกส่วน เมื่อนำมาประกอบรวมกันแล้ว ตี้ฮัก จึงกลายเป็นร้านอาหารที่ยอดจองเต็มถึงสิ้นปี ทั้งที่เพิ่งเปิดให้จองผ่านเว็บไซต์ในเวลาเพียง 10 นาที ซึ่งนับเป็นร้านอาหารที่ทำสถิติการจองหมดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์

               ผู้โชคดีที่ได้รับสิทธิให้มาเยือนร้านแห่งนี้ในมื้อเย็น เป็นครอบครัวใหญ่อันประกอบด้วย พ่อ แม่ ลูกชายหญิงอย่างละคน ตากับยายของเด็กทั้งสอง และคู่สามีภรรยาเพื่อนสนิทของหัวหน้าครอบครัว ร้านตี้ฮักเปิดให้บริการแก่ลูกค้าผู้จองคิวเอาไว้เพียงวันละ 2 ช่วงเวลา คือมื้อกลางวันตั้งแต่ 11.00 – 13.00 น. และมื้อเย็น 17.00 – 19.00 น. จำกัดมื้อละไม่เกิน 10 ที่นั่ง

               เพียงก้าวลงจากรถ กลิ่นเทียนหอมที่ประดับเอาไว้ในกระถางดิน ก็กำจายจรุงจมูก ชวนให้เคลิบเคลิ้มและเดินตามทางเดินหินที่ปูเอาไว้เป็นจุดบนผืนหญ้าเขียวชอุ่ม สองขาของชายกลางคนในชุดเสื้อยืดคอปกสีน้ำเงินเข้มกับกางเกงยีนส์ดูทะมัดทะแมง ก้าวเดินตามกลิ่นนั้นไปราวถูกลากจูงด้วยเชือกที่มองไม่เห็น

               ถัดจากสวนด้านข้าง ทางเดินหินนำทางลูกค้ามาสู่ด้านหน้าของบ้านสองชั้นหลังใหญ่ ที่สร้างพื้นที่ส่วนที่เป็นร้านอาหารเอาไว้บริเวณด้านขวาของตัวบ้าน บริเวณโดยรอบเป็นกระจกมองเห็นภายใน เฉกเช่นเดียวกับยามเมื่อนั่งบนโต๊ะยาวที่จัดเอาไว้กึ่งกลางห้อง ก็มองออกมาเห็นสวนที่เรียงรายด้วยพรรณไม้หลายหลาก  สีเขียวสลับสีน้ำตาลสร้างความร่มรื่นในจิตใจ ให้ทุกคนพร้อมเปิดรับประสบการณ์อาหารมื้อนี้อย่างเต็มที่

               ‘พิเชษฐ์’ อยู่ในชุดเชฟสีขาวสะอาดตา ร่างสูงใหญ่เกือบแตะ 200 เซนติเมตร ทำให้กระทั่งลูกค้าชายที่เดินนำซึ่งมั่นใจในรูปร่างของตน ยังดูตัวเล็กไปเลยเมื่อเผชิญหน้ากัน ผมด้านข้างไถเกรียนขณะที่ด้านบนยาวพอให้เสยไปด้านหลังได้ ใบหน้าเหลี่ยมเป็นสัน ถูกจัดวางด้วยคิ้วหนาเหลี่ยมราวถูกปะแปะด้วยแผ่นสาหร่าย จมูกและปากหนา ดวงตาเบิกกว้าง โครงสร้างหน้าโดยรวมดูคล้ายชายในซีกโลกแอฟริกา

               ‘ยักษ์’ คือคำนิยามของทุกผู้ที่พบเจอเขาเป็นครั้งแรกอย่างเห็นพ้องต้องกัน

               ยืนเคียงด้านข้างเป็นภรรยาผู้ทำหน้าที่ลูกมือ ‘ศศศรัญญ์’ แต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบบเดียวกัน สีขาวของชุดยังไม่ขาวเท่าผิวกายที่ผุดผ่องราวส่องแสงออกมาได้ หน้ากลมประดับด้วยเครื่องหน้ากระจุ๋มกระจิ๋ม ปากนิด จมูกหน่อย ตาเรียวเล็กวางเรียงอยู่ในตำแหน่งพอเหมาะพอดี จนลูกค้าหญิงสองคนกระซิบกระซาบถึงความแตกต่างระหว่างสามีภรรยาคู่นี้

               ดูอย่างไรก็ไม่เข้ากัน

               แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดที่พวกเขาสน ภาพอาหารที่ได้เสพผ่านอินสตาแกรม ประกอบกับเสียงลือเสียงเล่าอ้างจากนักรีวิวอาหาร ยูทูบเบอร์ หรือรายการโทรทัศน์หลายรายการ ที่ให้คำชื่นชมในรสชาติอาหารร้านนี้เอาไว้เสียยกใหญ่ นั่นเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เขาเข้าเว็บไซต์และแย่งชิงที่นั่งกับผู้คนอีกมากมายที่ปรารถนาลิ้มรสชาติอาหารจากร้านตี้ฮักอย่างยากลำบาก

               หญิงสาวหุ้นส่วนชีวิตของเจ้าของร้าน ผายมือและเดินนำลูกค้าทั้ง 8 คนไปที่โต๊ะ ลายไม้แบบเรียบง่ายของโต๊ะสี่เหลี่ยมยาวยี่ห้อ Flo ชวนให้รู้สึกสบายตาและเป็นธรรมชาติ ราวกับยังมิได้เดินพ้นผ่านจากสวนร่มรื่นนั้น เก้าอี้ตั้งเรียงเอาไว้ด้านละ 5 ตัว ชายหัวหน้าครอบครัวนั่งโต๊ะตัวที่ใกล้กับครัวที่สุด เพื่อหวังเห็นเทคนิคการปรุงอาหารของเชฟมือฉมัง

               เคาน์เตอร์ลายหินอ่อน กางกั้นแบ่งพื้นที่ระหว่างครัวกับโต๊ะอาหาร นอกจากชั้นวางเครื่องปรุงที่ทำจากเหล็กแบบโปร่งแล้ว ก็เปิดโล่งให้มองเห็นทุกขั้นตอนว่าเชฟมีกระบวนการตั้งแต่เตรียมวัตถุดิบ ประกอบอาหาร จนเสร็จสมบูรณ์ออกมาเป็นมื้อหรูแต่ละจาน

              พิเชษฐ์ถือถาดด้วยสองมือ วางเรียงรายด้วยแก้วช็อตเท่าจำนวนลูกค้า สีส้มอมชมพูนั้นเจือจางดั่งท้องฟ้ายามเย็น ศศศรัญญ์หยิบแก้วด้วยสองนิ้ววางไว้ด้านขวาของแขกแต่ละคน

               “เครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ ไม่มีแอลกอฮอล์ เด็กก็ดื่มได้”

               ได้ยินเช่นนั้น เด็กน้อยสองคนคะเนอายุราวชั้นประถมปลาย จึงรีบยกแก้วกระเบื้องใสขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด

               “อร่อย!” ประสานเสียงออกมาเป็นฮาร์โมนี

               ได้ยินดังนั้น ผู้ใหญ่ที่เหลือจึงดื่มตาม และเมื่อรสชาติหวานหอมราวผลไม้เมืองร้อนนานาชนิดอัดแน่นอยู่ในปาก ก็หันขวับมองซูเชฟ (1) อย่างศศศรัญญ์ทันที

               “เอ่อ... มีให้เติมไหมคะ” แม่ของเด็กทั้งสองกล่าวอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ด้วยไม่เคยมีประสบการณ์ในการทานร้านอาหารแบบเชฟส์เทเบิลมาก่อน

               “ยินดีค่ะ”

               หญิงสาวหมุนตัวไปหยิบเหยือกบรรจุน้ำสีส้มสวยมารินเติมให้ลูกค้าทุกคนที่บัดนี้ตรงหน้าเหลือเพียงแก้วเปล่า เพราะเครื่องดื่มที่รินมาจนปริ่มในตอนแรก ถูกซดจนเกลี้ยงไม่เหลือแม้เพียงหยด

               แพมเพลล์เหยือกนี้ เพิ่งรินจากถังทองแดง ที่ภายในมีผลเกรปฟรุตหมักรวมกับเปลือกส้มยูซุและเคดแรท เปลือกควินิน และดอกจิมิเซียน ผสานกลายเป็นน้ำสีทับทิมสวย กระทั่งผ่านวันเวลานานนับเดือน จึงได้เครื่องดื่มรสเข้มข้นที่รวมเอาความหอมและรสชาติของผลไม้ตระกูลซีตรัสเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม

               และไม่ทันที่ลูกค้าจะเอมอิ่มกับเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อย แอพพิไทเซอร์ซึ่งเป็นจานแรกของคอร์ส ก็ถูกยกมาเสิร์ฟ

               ด้วยรูปร่างใหญ่โตของพิเชษฐ์ การถือถาดขนาดยักษ์ด้วยมือสองข้าง จึงดูเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ไม่หนักหนาอันใด แต่หากถาดนี้อยู่ในมือของผู้ชายไซส์ปกติ อาจถืออย่างยักแย่ยักยันเดินเป๋ไม่ตรงทาง

                ซูเชฟสาวยกถาดไม้ขนาดเล็กที่ทำเลียนแบบรูปทรงและลวดลายขอนไม้ ด้านบนวางเอาไว้ด้วยแฮมเบอร์เกอร์ขนาดเล็ก สัดส่วนประมาณ 1 ใน 4 ของแฮมเบอร์เกอร์ปกติ

               พิเชษฐ์เป็นผู้อธิบายอาหารจานนี้

               “จานเรียกน้ำย่อยนี้ผมอยากให้ทุกท่านได้เปิดประสาทรับรส จึงเลือกเสิร์ฟอาหารรสชาติเค็มและเปรี้ยวนำ เบอร์เกอร์ชิ้นเล็กนี้ส่วนของขนมปังเป็นแบบโฮมเมดที่ผมอบเอง ผิวด้านนอกยังกรอบอยู่ แต่เนื้อขนมปังฟูนุ่ม เนื้อวัวบดรวมกับมันในอัตราส่วน 80 ต่อ 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผักทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นหอมหัวใหญ่ แตงกวาดอง ผักกาด ผมสับรวมกันแล้วใช้ชีสเมลท์ให้เคลือบซอสกับผักเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งซอสผมทำเป็นซอสแกงฮังเล แต่ปรับรสให้ซอฟต์ลงมาเพื่อไม่ให้รู้สึกหนักจนเกินไป เวลาทาน ขอให้ทานทั้งหมดในคำเดียวเลยนะครับ”

               อธิบายมาขนาดนี้ คงไม่มีใครอยากเสียเวลารอลิ้มรสชาติของเมนูเรียกน้ำย่อยอีกแล้ว ชายหัวหน้าครอบครัวหยิบเบอร์เกอร์จิ๋วเข้าปากทั้งคำ ก่อนกำซาบรสชาติขนมปังหอมนุ่ม

               และทันทีที่ฟันกัดไส้ที่อยู่ข้างใน ความอร่อยก็ทะลักออกมาราวระเบิดเวลาที่ทำงานอย่างถูกที่ถูกจังหวะ เนื้อกับมันเนื้อบดกันแน่นแต่ไม่แข็งเหนียว แม้เด้งสู้ฟัน แต่ก็แตกจากกันได้ง่าย เช่นเดียวกับผักทั้งหมดที่ถูกหั่นเป็นชิ้นให้มีรสสัมผัสยามเคี้ยว ชีสทำหน้าที่เคลือบทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกันมิให้หกเลอะเทอะ

               แต่ที่เด็ดที่สุดคือซอสแกงฮังเล แม้เขาจะเคยกินแกงฮังเลมานับสิบนับร้อยครั้ง แต่แกงที่ถูกนำมาทำให้เป็นซอสนี้รสชาติเลิศล้ำเหนือกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา มันผสานเข้ากันได้อย่างดีกับองค์ประกอบทั้งหมด จนอดเสียดายไม่ได้ที่เชฟทำมาให้ชิ้นเล็กเพียงเท่านี้

               “อร่อยมากครับเชฟ ผมอยากให้จานนี้เป็นเมนคอร์สเลย”

               ลูกค้าชายกล่าวชม พิเชษฐ์ทำเพียงค้อมศีรษะให้ ในขณะที่ภรรยาสาวยกริมฝีปากยิ้มกว้างอย่างพึงใจ

               เจ้าของร้านเดินกลับไปประจำตำแหน่งของตัวเองโดยไร้ซึ่งคำกกล่าวขอบคุณอันใด

 

 

               สายตาเหลือบแลซอสแกงฮังเลที่เหลือในถ้วย

               พิเชษฐ์มุ่นคิ้วอย่างสนเท่ห์ ด้วยเพราะกลิ่นที่สูดดมนั้นชวนให้คลื่นเหียนจนอยากจะอาเจียนออกมา

               เสมองไปที่โต๊ะลูกค้า เห็นทุกคนกำลังสนทนาถึงความเอร็ดอร่อยของเมนูเรียกน้ำย่อย ตนจึงใช้ช้อนตักซอสสีแดงอมเหลืองเข้าปาก

               “อุ๊บส์!”

               ราวกลิ่นเน่าคละคลุ้งอยู่ในปาก ลิ้นรับรสชาติชวนขยะแขยง คล้ายมีอาหารบูดที่ท่วมท้นไปด้วยหนอนแมลงยั้วเยี้ย สะอิดสะเอียนเกินจะทน พิเชษฐ์แทบอยากอาเจียนออกมาเสียตรงนี้

               แต่ไม่ได้... หากทำเช่นนั้น แขกที่ยังนั่งอยู่ อาจตกใจจนหนีออกไปไม่จ่ายเงินก็ได้ ชายร่างใหญ่ฝืนเก็บกลืนความขยะแขยงที่ตอมไต่ทั่วทั้งโพรงปาก ก่อนพาตัวเองเดินเลียบเคาน์เตอร์หินอ่อน มาถึงบานประตูด้านหลัง และผลักประตูออกพาร่างวิ่งไปยังห้องน้ำ และอาเจียนออกมาในที่สุด

               “เฮือก!”

               หนอนยุ่บยั่บลอยอยู่ในโถส้วม พิเชษฐ์ถอยหลังกรูดจนกระแทกผนังห้องน้ำ เชฟหนุ่มหน้าซีดเผือดราวเลือดทั้งกายมลายหายจนสิ้น นานเท่าใดไม่อาจรู้ กระทั่งได้ยินเสียงภรรยาตะโกนเรียกจากด้านนอก

               “ตี้ เป็นอะไรรึเปล่าคะ”

                จึงได้สติ...

               “ปละ เปล่า ผมไม่เป็นอะไร แค่ปวดฉี่”

               บังคับเสียงมิให้สั่น พิเชษฐ์รีบลุกยืน ล้างมือและวักน้ำล้างหน้าหลายคราจนน้ำกระเซ็นเปียกพื้นห้องน้ำชุ่มโชก เขาเปิดประตูออกมาเห็นภรรยายืนรอท่าด้วยสีหน้าเป็นกังวล

               “เสร็จแล้ว รีบไปเถอะ เดี๋ยวแขกรอ”

               ประคองร่างหญิงคนรักเดินกลับไปทำหน้าที่ของพวกตนต่อ โดยไม่แม้แต่จะเหลือบแลกลับไปในห้องน้ำ

               กลับไป... ที่โถส้วมที่ไร้ซึ่งหนอนแมลงหรือกระทั่งสิ่งมีชีวิตใด

               เลยสักตัว

 

 

(1) ซูเชฟ (Sous  Chef de Cuisine) คือ ผู้ช่วยเชฟครัวร้อน

 

..........................................

#ตอนต่อไป : อาการป่วยของพิเชษฐ์เกิดจากอะไร จะเกี่ยวข้องกับบางสิ่งที่ 'กาย' ยูทูปเบอร์หนุ่มเห็นผ่านกล้องเมื่อส่องมองเข้าไปในร้านตี้ฮักหรือไม่

โปรดติดตาม

ปล. อ่านตอนหน้าแล้ว อย่าลืมแวะไปอ่านเรื่องราวของ กาย ได้ใน 'Death Channel ช่องนี้มีคนตาย' ของ คำเธียร ได้ที่

https://www.fallinread.com/information-fic.php?id=1165


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น