อัปเดตล่าสุด 2020-07-19 15:44:30

ตอนที่ 8 ฉากกระชากวิญญาณ

ฉากกระชากวิญญาณ

เบื้องหน้า

     เหงื่อกาฬไหลท่วมจนเสื้อนักเรียนแนบแผ่นหลัง ไมเคิล หอบหายใจถี่ มือที่ถือไฟฉายสั่นระริกอย่างเก็บอาการไว้ไม่อยู่ ประตูไม้เก่าผุตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า แลดูสะดุดตาเพราะถูกทาทับด้วยสีแดง หากจมูกของไมเคิลไม่ผิดเพี้ยน เขาคิดว่าตนเองได้กลิ่นคาวเลือดออกมาจากประตูบานนั้น หรือว่าสีแดงที่ทาอยู่จะเป็น...

     ยังไม่ทันได้คิดหาคำตอบ เสียงครางปริศนาก็ดังขึ้นจากด้านใน ไมเคิลกัดฟัน มือข้างที่ว่างหมุนลูกบิดประตูอย่างช้าๆ ใจหวังว่า ‘อีกฝ่าย’ จะเป็นคนที่ตามหา ไม่สิ จะเรียกว่า ‘คน’ ก็คงไม่ถูก เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรเรียก ท้าวพราย ว่า ‘ผี’ หรือ ‘ปีศาจ’

     “ข...ขออนุญาตครับ ผมมาขอ...พร...”

     “กรี๊ดดดดด!!!!!!!!”

     ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ เสียงหวีดร้องของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้น เสียดแทงเข้าสู่โสตประสาทจนเด็กหนุ่มทรุดลงกับพื้น ร้องไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไมเคิลสูดหายใจ รวบรวมความกล้าก่อนจะกระชากประตูเปิด...บุคคลที่ตามหานั่งอยู่บนตั่ง รายล้อมด้วยกะโหลกของมนุษย์ ร่างสูงใหญ่ดูน่าเกรงขาม ใบหน้าคมสันถมึงทึง ดวงตาแข็งกร้าวคู่นั้นคงทำให้สติของเด็กหนุ่มแตกกระเจิงไปแล้ว หากไม่เหลือบไปเห็น ‘สารรูป’ ของวิญญาณร้าย

     ท้าวพรายอยู่ในสภาพเกือบเปลือยเปล่า สวมเพียงโจงกระเบนลายตุ๊กตาหมีสีชมพู และตอนนี้ ก็มีเด็กสาวในชุดบิกีนีนั่งอยู่ข้างๆ ประทับริมฝีปากลงบนผิวหนังของอีกฝ่ายพร้อมส่งเสียงครางสลับกับกรีดร้องชวนขนลุก!

 

เบื้องหลัง

     “เชี่ย! เอาจริงเหรอวะ ไอ้เฟิร์ส นั่นตำนานเก่าแก่ของโรงเรียนเลยนะเว้ย” ม่อน เด็กหนุ่มเจ้าของใบหน้าซูบตอบเอ่ยขึ้นขณะอ่านบทละครเวทีในมือ เขาคงไม่ตกใจขนาดนี้หากเฟิร์สไม่ได้เอาความเชื่อเกี่ยวกับบุคคลที่ทุกคนในโรงเรียนนับถือมาเล่นในทางเสียๆ หายๆ

     เฟิร์สเป็นหัวหน้าห้องม.6/3 ทันทีที่รู้ข่าวว่าจะมีการจัดแสดงโชว์ในงานเลี้ยงจบการศึกษา จึงรีบเสนอบทละครเวทีกับครู ติดตรงที่ว่าบทต้นฉบับกับและบทที่นำมาแสดงจริงไม่ตรงกัน เฟิร์สให้เหตุผลว่า ไหนๆ ก็เป็นปีสุดท้าย จึงอยากฝากสิ่ง ‘ตราตรึงจิตใจ’ เอาไว้ให้มากที่สุด ม่อนเองก็เห็นด้วยในทีแรก ก่อนจะเริ่มเปลี่ยนใจเมื่อได้รู้ถึงสิ่งที่ผู้เป็นเพื่อนต้องการทำ

     ท้าวพรายคือชื่อของบุคคลศักดิ์สิทธิ์ บ้างก็ว่าเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียน รูปปั้นสีดำตั้งตระหง่านอยู่กลางสวน รายล้อมด้วยถาดอาหารและพวงมาลัยดอกไม้ หน้าตาคมสันแฝงแววดุดัน สวมใส่ชุดข้าราชการโบราณและโจงกระเบนยาวถึงเข่า มือข้างหนึ่งถือหนังสือ มืออีกข้างสัมผัสอยู่บนปลอกดาบข้างเอว

     สำหรับม่อนแล้ว เขาคิดว่ามันไร้สาระ แต่ก็คิดที่จะไม่ลบหลู่ ตรงข้ามกับเฟิร์สที่ดูจะเหยียดหยามความเชื่อของหลายคนอย่างออกหน้า...ความเชื่อที่ว่าท้าวพรายมีอำนาจดลบันดาลให้ทุกสิ่งเป็นไปตามที่หวัง

     เฟิร์สตัดสินใจตั้งแต่วินาทีแรกแล้วว่าจะหาทางนำเสนอท้าวพราย ‘รูปแบบใหม่’ ให้บรรดาอาจารย์ทุกท่านได้เห็น คงจะเป็นภาพที่ติดตาไปอีกนาน ภาพของท้าวพรายที่รับบทโดยตัวเขาและกำลังทำสิ่งบัดสีอย่างประเจิดประเจ้อ เรียกได้ว่าชื่อเสียงและบารมีที่สั่งสมมาร้อยปีคงพังทลายลงเสียตรงนั้น แค่คิดก็น่าสนุกจนเด็กหนุ่มอดใจรอไม่ไหว!

     เฟิร์สหันไปพูดกับม่อนด้วยน้ำเสียงเบาลง เมื่อเห็นว่าครูคนหนึ่งเดินผ่านมา ทุกอย่างกำลังไปได้ด้วยดี พวกครูเชื่อบทละครปลอมๆ ที่เขาเขียนขึ้นอย่างไม่นึกสงสัย เวลาฝึกซ้อมต่อหน้าคนอื่นๆ เฟิร์สจะใช้บทปลอมนั้น แล้วแอบซ้อมบทจริงอย่างลับๆ แม้แต่อาจารย์ประชั้นยังคิดว่าห้องม.6/3 กำลังจะแสดงละครธรรมะเรื่อง ‘รักแม่...เดอะ ซีรีส์’ อยู่เลย!

     “ไอ้ม่อน มึงต้องเล่นเป็นไมเคิล เด็กม.หกที่อยากขอพรจากท้าวพราย แต่พอเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าไอ้ห่านั่น...เอ่อ ก็คือกูนั่นแหละ กำลังมีเซ็กส์กับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งก็คือ แพรว แต่...เดี๋ยว! ใจเย็นสิวะ กูไม่ได้จะมีอะไรกับแพรวจริงๆ สักหน่อย กูทำแบบนั้นมานับไม่ถ้วนแล้ว ฮ่าๆๆ!!”

     ม่อนไม่พูดอะไรต่อ ได้แต่พยักหน้าพลางนึกถึงปฏิกิริยาของอาจารย์ใหญ่ ชายชราจะทำอย่างไรเมื่อได้ชมละครเวทีเรื่องนี้จนจบ? ใบหน้าเหี่ยวย่นคงเปลี่ยนเป็นสีแดงแบบที่ฝ่ายนั้นชอบเป็นเวลาโมโห

     ...เด็กหนุ่มไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันแสดง จะน่ากลัวกว่าใบหน้าโกรธจัดของชายชราหลายเท่านัก

 

เบื้องหน้า

     ไมเคิลกรีดร้องลั่น ก่อนจะรีบปิดประตูลงพร้อมหอบหายใจถี่ เด็กหนุ่มกลั้นใจ เปิดประตูอีกรอบและพบว่าท้าวพรายยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เด็กสาวคนก่อนถูกเปลี่ยนเป็นเด็กหนุ่มคนใหม่ที่สวมเพียงกางเกงในรัดติ้ว แว่วเสียงตะโกนของผู้ชมมาจากด้านหลัง ม่อนพยายามควบคุมสติ พลางนึกถึงบทที่ซักซ้อมมาสิบสี่วันเต็มๆ

     “ท...ท้าวพราย...ผมมีเรื่องจะขอ...”

     “ช้าก่อน...ไม่เห็นหรือว่าข้ามีภารกิจต้องทำ”

     เฟิร์สในบทท้าวพรายตัดบทด้วยการทำทำสีหน้าเคลิบเคลิ้ม เสียงครางปลอมๆ ดังออกมาจากปากของเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่เคียงข้าง ม่อนเกือบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ เขาเหลือบมองด้านหลังและพบว่าผู้ชมแบ่งออกเป็นสองฝ่าย หนึ่งคือพวกที่กำลังหัวเราะชอบใจ และสองคือกลุ่มที่ทำสีหน้าโกรธเกรี้ยว ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุด คงเป็นใบหน้าของอาจารย์ใหญ่...มันเป็นสีแดงราวกับจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ ครูฝ่ายปกครองคนหนึ่งกำลังจะเดินขึ้นมาห้าม แต่ก็สะดุดล้มตกจากเวที  เรียกเสียงหัวเราะจากเด็กกลุ่มที่ชื่นชอบการแสดงของพวกเขาได้เป็นอย่างดี

     “แล้วผมต้องรอไปถึงเมื่อไหร่?” ไมเคิลถาม ท้าวพรายหัวเราะก่อนจะใช้หน้าถูไถไปบนท้องของเด็กหนุ่มอีกคน

     “จงอย่างโกรธพิโรธแค้นกันเลยเชียว...อย่าฉุนเฉียวรอก่อนจักทำให้...แต่ตอนนี้ขอถุงยางอนามัย...นำมาใส่แล้วค่อยเริ่มให้พร...อันสิ่งใดที่เจ้าปรารถนา...บอกข้ามาข้าจะเสกให้ทุกสิ่ง...จงอย่า...”

     เกิดเสียงดังขัดจังหวะเมื่อแก้วน้ำจากมือของรองอาจารย์ใหญ่กระเด็นมาตกอยู่บนเวที เสียงด่ากราดของหญิงชราดังก้องไปทั่วห้อง ม่อนเห็นดังนั้นจึงผุดยิ้ม...เห็นทีไอ้เฟิร์สคงกลายเป็นที่จดจำสมใจอยากแล้วเป็นแน่

 

เบื้องหลัง

     “ไอ้มิว...มึงจะต้องมีอะไรกับกูหน้าเวที หลังจากที่ไอ้ม่อนปิดประตูและแพรววิ่งออกไปจากฉากแล้ว ไม่ใช่...จะหน้าแดงทำไมวะ มึงไม่ได้จะมีอะไรกับกูจริงๆ สักหน่อย” เฟิร์สรู้สึกเหนื่อยที่ต้องอธิบายกับเพื่อนคนแล้วคนเล่า แค่ตัวละครหลักก็ปาเข้าไปห้าคน ไหนจะพวกตัวประกอบเดินผ่านฉากที่อาจจะหลุดหัวเราะออกมาทุกเมื่ออีก เขาต้องการให้การแสดงครั้งนี้เพอร์เฟกต์...เพอร์เฟกต์ในรูปแบบของมันเอง

     “กิ๊บ เธอต้องแสดงเป็นสาวใช้ของท้าวพราย ให้ทำทีเป็นถือแก้วน้ำชากับกล่องถุงยางออกมาแล้วกระโดดข่มขืนไอ้ม่อน เดี๋ยว!...ก็บอกแล้วว่าไม่ได้ทำจริงๆ!!” เด็กหนุ่มร่างสูงหันไปหาเพื่อนผู้หญิงอีกคนที่ยืนส่ายหน้ากับบทอันวิตถารนี้

     “ไอ้เฟิร์ส เเล้วอย่างนี้พวกครูจะไม่ขึ้นมาห้ามก่อนแสดงจบเหรออวะ?” ม่อนเอ่ยถามสิ่งที่สงสัยมานาน

     “ก็คงห้าม แต่ก็อย่าหยุดแสดงล่ะ กูจะแอบทาน้ำมันพืชไว้ที่บันได ลื่นล้มแค่นั้นคงไม่เป็นอะไรมาก”

     “ว่าแต่พวกเธอทำอะไรแบบนี้ ไม่กลัวบ้างเหรอ?” กิ๊บถามด้วยสีหน้าหวาดระแวง หันไปมองรอบตัวราวกับกลัวว่าท้าวพรายจะมาปรากฏตัวอยู่ด้านหลัง

     “ไม่หรอก อย่าบอกนะว่าเธอก็เชื่อเรื่องพวกนี้ ไร้สาระจะตาย ไอ้มิวก็เคยบอกว่ากลัวท้าวพรายลงโทษ ถุย! ไอ้พวกที่เคยลบหลู่ท้าวพรายแล้วเจออุบัติเหตุก็เป็นเรื่องบังเอิญทั้งนั้น ปัญญาอ่อน!!” เฟิร์สตอบกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด พลางหันไปมองบทในที่อยู่ในมือของตนเอง สองสัปดาห์ต่อมา...เด็กหนุ่มก็ได้รู้ว่านั่นเป็นความคิดที่ผิดมหันต์

 

เบื้องหน้า

     อาจารย์ใหญ่ยังจำชื่อละครที่ถูกส่งมาให้เขาพิจารณาได้...‘รักแม่ เดอะ ซีรีส์’ น่าแปลกที่วันนี้มันถูกเปลี่ยนเป็น ‘Lust แม่ง เดอะ ซีรีส์’ เสียอย่างนั้น ชายชราทนดูละครเรื่องนี้มามากเกินทน ใบหน้าของเขาแดงก่ำ ขณะเอ่ยห้ามครูคนหนึ่งที่ตั้งท่าจะวิ่งขึ้นไปบนเวที

     “ไม่ต้องครับ อาจารย์วิทยา ปล่อยให้พวกเขาแสดงต่อไป ปล่อยให้พวกมันได้ลบหลู่อย่างเต็มที่แล้วรอท้าวพรายลงโทษทีเดียวดีกว่า” ประโยคหลังนั้นเขาพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนคู่สนทนาไม่ได้ยิน ร่างท้วมลุกขึ้นก่อนเดินออกจากหอประชุมอย่างโกรธเกรี้ยว ใจนึกถึงบุญคุณที่ท้าวพรายเคยทำเอาไว้...บุคคลศักดิ์สิทธิ์ที่เขานับถือ บัดนี้กลับถูกลบหลู่และเหยียบย่ำโดยพวกเด็กนรกเวรตะไล! สิ่งเดียวที่เขาหวังคือขอให้ท้าวพรายลงโทษพวกมันให้สาสมกับสิ่งที่กระทำ!

     ม่อนเห็นว่าอาจารย์ใหญ่ลุกออกไปด้วยท่าทีโกรธเกรี้ยว แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรนักเพราะคิดไว้แล้วว่าเรื่องต้องเป็นแบบนี้ ใจหนึ่งคิดว่าการกระทำของเฟิร์สอาจดูรุนแรงเกินไป แต่ก็ช่างปะไร...วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปีการศึกษา อย่างไรซะเขาก็ไม่ต้องมาเหยียบโรงเรียนนี้อีกต่อไปแล้ว จะกลัวสายตาเหยียดหยามของคนพวกนั้นไปทำไม

     มิวเดินไปหลบอยู่หลังฉาก ขณะที่เฟิร์สกับแพรวกำลัง ‘แสดงความรักต่อกัน’ ด้วยวิธีสุดประเจิดประเจ้อ ด้วยความที่เด็กหนุ่มสวมเพียงโจงกระเบนและเด็กสาวก็สวมเพียงบิกีนีรัดติ้ว ทำให้ทั้งนักเรียนชายและหญิงโห่ร้องพร้อมมองภาพนั้นตาเป็นมัน ผิดกับครูสูงอายุบางคนที่ต้องปิดตาพร้อมสบถด่า ดูเหมือนคำสั่งของอาจารย์ใหญ่จะถือเป็นที่สุด ไม่มีอาจารย์คนไหนขึ้นมาห้ามพวกเขาให้หยุดแสดงอีกเลย

     กิ๊บหลบอยู่หลังฉากในชุดนุ่งน้อยห่มน้อย เธอไม่เห็นด้วยกับการแสดงครั้งนี้ แต่ในเมื่อเพื่อนร่วมชั้นลงมติเป็นเอกฉันท์ จึงทำได้เพียงเก็บความหงุดหงิดไว้ในใจ แว่วเสียงของเฟิร์สในบทท้าวพรายที่กำลังยืนขึ้นโดยมีแพรวขี่คอพร้อมส่งเสียงครางชวนสยิว

     “เจ้ามนุษย์ เหตุใดเจ้าจึงยังอยู่ในห้องของข้า ตั้งใจขัดขวางความสุขของข้างั้นหรือ? ได้...ข้าจะทำให้เจ้ารู้สำนึก! ข้าจะกระชากวิญญาณเจ้าออกจากร่าง แล้วจับไปขังในนรก! วะฮ่าๆๆๆ!!!”

     พูดจบ ท้าวพรายก็ปล่อยให้เด็กสาวกลับลงมานั่งบนตั่ง ก่อนที่ตนเองจะย่างสามขุมเข้าไปหาไมเคิลพร้อมชักมีดสีทองเล่มใหญ่ออกมา ผู้บุกรุกตาเหลือกลาน พยายามตะเกียกตะกายหนี ทว่าสายเกินไป อาวุธมีคมเสียบทะลุอกของเขา ความเงียบครอบงำทั่วบริเวณเป็นเวลานานสองนาน เฟิร์สกับแพรวถึงกับตาเบิกโพลง มองร่างผอมที่กำลังสำลักลิ่มเลือดออกจากปาก...มีบางอย่างผิดพลาด บางอย่างที่พวกเขาไม่สามารถอธิบายได้!

     เดิมที มีดที่ใช้เสียบทะลุอกของม่อนในฉากกระชากวิญญาณนั้นต้องเป็นมีดพลาสติก ทว่า ตอนนี้ อาวุธมีคมกลับเสียบเข้าไปในเนื้อของเด็กหนุ่ม! ม่อนเงยหน้ามองเพื่อนอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะหงายหลังตกจากเวทีท่ามกลางเสียงหวีดร้องของผู้ชม

     “อ...ไอ่ม่อน อ๊อก! น...นี่มันอะไรกัน ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!!” เฟิร์สยังไม่ทันได้ทำอะไรอื่น ร่างของเขาก็กระตุกถี่ก่อนจะล้มลงไปนอนชักดิ้นชักงอบนพื้น น้ำลายไหลฟูมปากพร้อมกับเสียงหวีดร้องของแพรว เด็กสาวไม่ได้ตกใจเพราะเห็นปฏิกิริยาของคนรัก แต่เพราะตอนนี้ เธอเองก็มีสภาพไม่ต่างจากเขา อาการเจ็บแปลบแทบขาดใจแผ่ซ่าน แพรวกรีดร้องก่อนที่สติจะหลุดลอย...อย่างไม่มีวันหวนคืน!

     “แพรว! ไอ้เฟิร์ส!!”

     มิวที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดรีบวิ่งเข้ามา ทว่า จู่จู่ ฉากขนาดใหญ่บนเวทีก็ล้มลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย! แม้จะไม่หนัก แต่พอกระแทกเข้าศีรษะอย่างจัง ร่างของเด็กหนุ่มก็ลื่นตกจากเวที มิวกรีดร้องเมื่อกระดูกคอหักสะบั้น บิดงอในสภาพน่าสยดสยองเกินบรรยาย

     กิ๊บที่นั่งอยู่หลังฉากลุกขึ้น แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขา เปลวไฟก็ลุกขึ้นที่แขนขวาของเธออย่างฉับพลัน! ครูคนหนึ่งดูเหมือนจะตั้งสติได้ จึงรีบวิ่งเข้ามาพร้อมถังดับเพลิงขนาดใหญ่ ลำโพงเหนือเวทีส่งเสียงดัง ‘ซ่า...’ ชวนขนลุก ตามด้วยเสียงพูดของ ‘ใครบางคน’ ที่เบามากจนแทบไม่ได้ยิน...เสียงที่จะทำให้เฟิร์สจดจำจนวันตาย

     “ผู้ใดคิดเหยียบย่ำ ท้าวพราย...กายหยาบจักมลาย ไป่รอด...เคราะห์กรรมทำฉิบหาย ตายดับ ดิ้นนา...หลั่งเลือดเชือดวายวอด สู่ภพ ภูมิมาร!”

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

     อาจารย์ใหญ่ทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง เรื่องวุ่นวายผ่านมาหนึ่งวันแล้ว ทว่าหอประชุมยังปรากฏร่องรอยการสืบสวนและเทปสีเหลืองปิดทางเข้า

     ประตูห้องเปิดออกอย่างช้าๆ ชายชราหันไปมองและเห็นอาจารย์ชายในชุดเครื่องแบบ เดินเคียงข้างเด็กสาวในชุดไปรเวทที่แขนข้างหนึ่งถูกพันด้วยผ้าหนา

     “สวัสดีค่ะ คุณปู่”

     กิ๊บยกมือไหว้อาจารย์ใหญ่...ผู้ซึ่งมีความสัมพันธ์กับเธอเกินกว่าอาจารย์กับลูกศิษย์ไปมากโข  

     ชายชราไม่ตอบ เพียงแต่พยักหน้าแล้วหันไปมองชายหนุ่มอีกคน “ลูกกับกิ๊บทำได้ดี หลังจากนี้เรื่องราวเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของคุณปู่ทวดคงติดตรึงอยู่ในหัวของนักเรียนไปอีกนาน”

     อาจารย์หนุ่มพยักหน้าก่อนหันมามองลูกสาว “กิ๊บ ลูกทำได้ดีมาก แต่คราวหลังอย่างใช้แผนแบบนี้อีกนะ ถ้าพ่อวิ่งไปคว้าถังดับเพลิงไม่ทัน มีหวังอาการหนักกว่านี้แน่”

     “โธ่ พ่อคะ ก็หนูต้องการให้ตัวเองบาดเจ็บนี่แหละค่ะ คนอื่นจะได้ไม่สงสัย ว่าแต่พ่อเห็นหน้าของม่อนตอนถูกแทงหรือเปล่าคะ? หนูล่ะสะใจจริงๆ”

     “ว่าแต่...หลานใช้วิธีไหนในการวางยาพิษสองคนนั้น” อาจารย์ใหญ่หันมาถามด้วยความสงสัยจากใจจริง

     “ไม่ยากเลยค่ะ คุณปู่ หนูแค่แอบใส่ยาพิษไว้ในน้ำของแพรว เฟิร์สวางแผนเอาไว้ว่าจะมีฉากที่มันสองคนกลั้วลิ้นกัน นั่นแหละค่ะคือตอนที่ยาพิษเข้าไปในปากของเฟิร์สด้วย หนูเลือกยาพิษที่ออกฤทธิ์ช้าหน่อย แถมแพรวยังเพิ่งดื่มน้ำในวินาทีสุดท้ายก่อนเข้าฉาก พิษเลยออกฤทธิ์เกือบจะพร้อมกันยังไงล่ะคะ”

     “สมกับเป็นหลานปู่ อ้อ แล้วอีกอย่างนึง...เรื่องสลับมีดปลอมกับมีดจริงยังพอเข้าใจ แต่ไอ้ฉากล้ม...”

     “นั่นก็ไม่ยากเหมือนกันค่ะ หนูแค่แอบถอดน็อตออกก่อนที่การแสดงจะเริ่ม พอมิวเดินมาถึงขอบเวทีก็แค่ผลักนิดเดียว ฉากก็ล้มลงมาแบบที่เห็น จากนั้นหนูก็จุดไฟเผาตัวเองแล้วใช้รีโมทเปิดเสียงจากลำโพงแบบที่วางแผนกันเอาไว้” เด็กสาวพูดด้วยความภูมิใจพลางนึกถึงภาพเหตุร้ายที่สร้างความหวาดผวาให้นักเรียนทุกคน

     เพื่อนร่วมชั้นสมควรโดน...ใครก็ตามที่ลบหลู่ท้าวพราย ผู้มีศักดิ์เป็นต้นตระกูลของเธอจะต้องถูกลงโทษ!

     ใช่...อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับคนที่ลบหลู่ท้าวพราย ล้วนเป็นฝีมือของคนทั้งสาม ต้นตระกูลที่เปี่ยมล้นไปด้วยศักดิ์ศรี แม้จะไม่ได้มีอิทธิฤทธิ์อย่างที่อวดอ้าง แต่ก็ไม่สามรถปล่อยให้คนอื่นดูแคลน

     การประชุมในครั้งนี้จบลงเมื่ออาจารย์ใหญ่หันกลับไปหารูปปั้นท้าวพรายขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหมู่บูชาพร้อมโค้งคำนับ ก่อนที่ทั้งสามจะคุกเข่าแล้วก้มกราบต้นตระกูลติดต่อกันนานหลายนาที รอยยิ้มและน้ำตาแห่งความตื้นตันไหลอาบใบหน้า...ความตื้นตันที่ได้รักษาเกียรติ์ของครอบครัวและผู้มีพระคุณอันทรงศักดิ์

     ท่องเอาไว้ ไม่ว่าใครที่ลบหลู่ท้าวพราย มันผู้นั้นจักต้องตายสถานเดียว!

-จบ-

Next : ชายในฝัน


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น