อัปเดตล่าสุด 2020-06-08 16:07:28

ตอนที่ 6 งัด

งัด

     แว่วเสียงหัวเราะของใครบางคนดังมาจากที่ไหนสักแห่ง ตามด้วยเสียงประตูบ้านที่ถูกงัดอย่างแรง

     มะลิ สะดุ้งตื่น หล่อนหันไปมองรอบตัวด้วยความสับสน ครั้นตั้งสติได้จึงเอื้อมมือไปเปิดไฟ ก่อนจะสะกิดเรียกสามีด้วยน้ำเสียงร้อนรน

     “พี่เทือง ตื่นเร็วเข้า มีใครไม่รู้เข้ามาในบ้าน” หญิงชราวัยหกสิบปีกระซิบเสียงแผ่ว เป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้ถูกปลุกลืมตา ประเทือง หันไปมองรอบตัว ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงรำคาญ ความง่วงบวกกับความหงุดหงิดส่งผลให้น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นการตะคอกด้วยโทสะ

     “ไหน?! ไม่เห็นจะมี...”

     “ฉันได้ยินเสียง ข้างล่าง...มีคนงัดเข้ามา”

     ประเทืองกลอกตาด้วยความเอือมระอา หลังจากที่ข่าว ฆาตกรงัดสงัด แพร่สะพัดไปทั่ว ภรรยาของเขาก็มีอาการ วิตกจริต ระแวงทุกสิ่งไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กตัวเล็กๆ ได้ยินเสียงอะไรหน่อยเป็นต้องร้องโวยวาย น้ำหยดลงบนพื้นก็บอกว่าเป็นเลือด แม้กระทั่งเสียงจิ้งหรีด หล่อนยังบอกว่าเป็นเสียงกรีดร้องของเหยื่อผู้ถูกทำร้าย

     อาจเพราะฆาตกรโรคจิตก่อคดีแถวนี้ด้วยกระมัง มะลิจึงดูหวาดระแวง ทั้งคู่ไม่มีลูกหลาน มิหนำซ้ำยังอาศัยอยู่ในบ้านที่ห่างไกลจากชุมชน ไม่ต้องพูดถึงไอ้งัดสงัดหรอก แค่โจรกระจอกๆ ธรรมดาก็คงไม่มีแรงสู้

     “เป็นไอ้คนนั้น...ไอ้งัด...”

     “หยุด” ประเทืองพูดเสียงแข็ง ไม่ต้องการให้อีกฝ่ายพูดชื่อฆาตกรออกมา

     ‘งัดสงัด เป็นฉายาของฆาตกรต่อเนื่องที่ออกอาละวาดติดต่อกันหลายเดือน มันจะปรากฏตัวในชุดเสื้อคลุมสีดำและหน้ากากสีแดง ในมือถือชะแลงขนาดใหญ่ ฆาตกรคนนี้มักลงมือตอนเที่ยงคืน โดยงัดบ้านของเหยื่อเข้าไปและทำร้ายทุกคนที่พบเจอ มันเป็นพวกวิปริต ชื่นชอบการ งัด เป็นชีวิตจิตใจ การสังหารที่พบอยู่เป็นประจำคือการใช้ชะแลงงัดปากจนฉีกกว้าง ใช้ชะแลงงัดสมอง ไปจนถึงการงัดกระดูกซี่โครงจนแตกหัก ฆาตกรจะงัดทุกอย่างที่มันเห็น ขอเพียงสิ่งนั้นอ่อนกว่าชะแลงเหล็กและสามารถงัดด้วยกำลังของมันเป็นพอ

     ช่วงนี้งัดสงัดก่อเหตุถี่ขึ้น ทั้งยังอยู่ในละแวกกบ้านของทั้งสอง แม้จะมีตำรวจคอยลาดตระเวน แต่ใครๆ ก็รู้ว่าฆาตกรคนนั้นว่องไวราวกับผี มันสามารถงัดประตูได้ภายในไม่กี่วินาที...และสามารถงัดร่างกายของผู้เคราะร้ายได้ในเวลาน้อยกว่านั้น

     “คิดดูสิ เขาบอกว่าไอ้นั่นงัดบ้านได้เงียบกว่าใช้กุญแจไขเสียอีก นี่เธอได้ยินเสียงงัด แสดงว่าไม่ใช่”

     “ถ้าเป็นเสียงงัดจริง โจรคนอื่นๆ ก็น่ากลัวเหมือนกันแหละ!!” มะลิตวาดก่อนจะชันตัวลึกขึ้น ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังประตูห้อง ประเทืองมองภาพนั้นด้วยความเอือมระอา แล้วล้มตัวนอนต่อ ในใจคิดว่าอีกฝ่ายคงหูแว่วอีกตามเคย

 

     มะลิเดินลงบันไดอย่างเงียบเชียบ ตลอดทางไม่มีสิ่งผิดปกติ ทั่วบริเวณยังคงเงียบสงัด บ้านทั้งหลังปิดไฟมืดจนมองอะไรไม่เห็น ครั้นลงมาถึงชั้นล่าง สมองที่เริ่มพร่าเลือนตามอายุก็ฉุกคิดขึ้นได้...ทำไมหล่อนถึงไม่แจ้งตำรวจ? เกิดอีกฝ่ายเป็นโจรร้ายที่หมายเอาชีวิตจะทำอย่างไร? หญิงชรานึกอยากตบหัวตนเองเสียให้รู้แล้วรู้รอด อาวุธก็ไม่ได้พกมา...ช่างประมาทเสียจริง ยัยมะลิ!

     เจ้าของบ้านชะเง้อคอไปดูลาดเลา...ห้องรับแขกว่างเปล่า ไม่มีวี่แววของผู้บุกรุก ครั้นเหลือบมองประตูบ้านก็ต้องเบิกตาโพลง เมื่อพบว่ามันเปิดออกจนสุด กลอนเหล็กถูกทำลาย มีคนงัดเข้ามาจริงๆ!

     หัวใจของมะลิเต้นระส่ำ นึกอยากวิ่งกลับขึ้นไปแจ้งตำรวจ ทว่าขาทั้งสองกลับนิ่งแข็ง ไม่ขยับดังใจนึก หล่อนสบถออกมาเบาๆ ก่อนจะยกมือกุมหน้าอก สูดหายใจเพื่อควบคุมสติอารมณ์ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นในระยะประชิด มะลิสะดุ้งพร้อมหันไปมองรอบตัว ไม่มีเวลาวิ่งหนี...ทำได้อย่างเดียวคือหลบซ่อน!

     ไม่กี่อึดใจต่อมา เจ้าของฝีเท้าก็โผล่ออกมาจากเงามืด มันคือร่างสูงใหญ่ที่อยู่ในชุดเสื้อคลุมสีดำและหน้ากากสีแดงฉาน ชะแลงขนาดใหญ่กวัดแกว่งอยู่ในมือ...ไอ้งัดสงัด! เป็นมันไม่ผิดแน่!!

     มะลิ...ซึ่งหลบอยู่ในช่องว่างใต้บันไดกอดตัวเองแน่น หน้ากากแดงที่อีกฝ่ายสวมอยู่ มองเผินๆ ก็คล้ายกับศีรษะของผีร้ายที่ลอยคว้างท่ามกลางความมืด มะลิหลับตา เป็นจังหวะเดียวกับที่ฆาตกรก้าวเข้ามาหา มันเดินขึ้นบันได...ก้าวข้ามร่างของมะลิที่อยู่ห่างออกไปเพียงคืบ

     เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหายลับไปแล้ว หญิงชราจึงตะเกียกตะกายออกมาจากที่ซ่อน...ไอ้งัดสงัดกำลังขึ้นไปหาสามีของหล่อน! มะลิหายใจไม่ทั่วท้อง ก่อนจะตัดสินใจว่าต้องช่วยชีวิตคนรักเป็นอันดับแรก

     หล่อนวิ่งเข้าไปในครัว คว้าจานชามในตู้แล้วขว้างลงบนพื้นจนแตกกระจาย ส่งเสียงดังลั่นน่ารำคาญหู อีกฝ่ายคือฆาตกรกระหายเลือด จุดมุ่งหมายของมันคือฆ่า หากได้ยินเสียงคงรีบลงมาจัดการโดยไม่รอช้า

     หญิงชราเปิดลิ้นชัก คว้ามีดเล่มใหญ่แล้วกระชับให้ถนัดมือ แว่วเสียงก้าวเดินลงบันได...ฆาตกรโรคจิตรู้ตัวแล้ว!

     มะลิกำลังจะวิ่งออกจากห้องครัว ทว่าเท้าเจ้ากรรมดันเหยียบเข้ากับเศษแก้วที่ตกอยู่บนพื้น! หญิงชราเบิกตาโพลง ข่มกลั้นเสียงกรีดร้อง ก่อนที่ร่างจะล้มลงอย่างแรง มีดในมือกระเด็นไปใต้ตู้ เสียงย่ำเท้าของฆาตกรใกล้เข้ามาทุกขณะ มะลิร้องไห้ด้วยความสิ้นหวัง...ไม่รอดแน่! ครั้งนี้หล่อนไม่รอดแน่!

     ไม่กี่อึดใจต่อมา ร่างในชุดดำก็ปรากฏขึ้นที่ประตูครัว มันชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นว่าบนพื้นเต็มไปด้วยเศษแก้ว ครั้นหันไปองรอบห้องก็ไม่พบผู้ใด มีเพียงคราบเลือดปรากฏอยู่บนพื้น ห่างจากจุดที่ยืนอยู่ไม่กี่เมตรเท่านั้น...

     ชายปริศนาย่างสามขุม ชะแลงในมือกระแทกผนังเป็นจังหวะราวกับกับกำลังเล่นสงครามประสาท มันเพ่งสายตาฝ่าความมืดตรงไปยังตู้ไม้ซึ่งอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย มือข้างที่ว่างถูกยกขึ้น ก่อนจะกระชากฝาตู้ด้านหนึ่งเปิดออก...ว่างเปล่า ไม่มีสิ่งใดอยู่ในนั้น

     ...ทว่า วินาทีนั้นเอง ฝาตู้อีกด้านก็ถูกผลักเปิด พร้อมกับร่างของมะลิที่พุ่งเข้าใส่! กระทะใบเล็กฟาดเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายจนหน้ากากหลุดกระเด็น ฆาตกรล้มลงกับพื้นพร้อมใช้มือปิดบังใบหน้า หญิงชราอาศัยจังหวะนั้นก้าวข้ามร่างของผู้บุกรุก ก่อนจะวิ่งออกไปจากห้องครัว

     “พี่เทือง! พี่เทือง!! พี่...” คำพูดชะงักเพียงแค่นั้น มือแข็งแกร่งก็พุ่งมาตะครุบปาก! ฆาตกรไวกว่าที่หล่อนคาด มันหยิบหน้ากากขึ้นมาสวมก่อนจะวิ่งตามมาในเสี้ยววินาที!

     มะลิดิ้นพราด แน่นอนว่าเรี่ยวแรงของหญิงชราย่อมไม่อาจต่อกรกับฆาตกรผู้คลุ้มคลั่ง มันกดร่างของหล่อนลงกับพื้น พลันสายตาเหลือบไปเห็นสร้อยพระที่มะลิสวมอยู่ มืออีกข้างกระชากสร้อยเส้นนั้นก่อนจะยัดลงในกระเป๋ากางเกง

     “แก...แก...” หญิงชราสำลักคำพูด ดวงตาจ้องเขม็งไปยังใบหน้าที่ถูกปกปิด...หล่อนจำได้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นใคร จำได้ตั้งเเต่วินาทีแรกที่หน้ากากหลุดกระเด็น!

     “แก...ไอ้...” มะลิตั้งใจจะพูดชื่อ ทว่ามือของคนร้ายกลับกดลงไปแน่นกว่าเก่า หญิงชราคิดว่าตนเองต้องตาย หากสายตาไม่เหลือบไปเห็นเศษแก้วที่ตกอยู่ข้างๆ...ไวเท่าความคิด มือข้างหนึ่งคว้าวัตถุมีคม ก่อนจะเสียบมันเข้าที่ลูกตาของฆาตกรโดยไม่นึกลังเล!

     เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้น พร้อมกับร่างของผู้ถูกทำร้ายที่เซไปกระแทกผนัง เปิดจังหวะให้มะลิตะเกียกตะกายหนีขึ้นบันได ด้านหลัง...ชายในชุดดำลุกขึ้น ก่อนจะวิ่งตามมาติดๆ ฝีเท้าของหญิงชราเทียบกับฝีเท้าของฆาตกรไม่ได้เลยสักนิด น่าเสียดายที่กลยุทธ์กลับเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด มะลิหยุดยืนทันทีที่มาถึงชั้นสอง ก่อนจะตวัดเท้าไปด้านหลัง...แม้จะไม่แรงมาก แต่ก็ทำให้ผู้ที่ตามมากลิ้งตกบันไดอย่างแรง ร่างใหญ่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้น หน้ากากหลุดกระเด็น ศีรษะกระแทกขั้นบันไดจนเลือดไหลอาบใบหน้า มันจ้องเขม็งไปยังเจ้าของบ้านด้วยความอาฆาตเคียดแค้น

     “หยุดเถอะ ไอ้ไผ่ แกจะทำอะไรกันแน่?!” หญิงชราตะคอก อีกฝ่ายไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็นไผ่...เด็กหนุ่มที่ทำงานเป็นลูกจ้างร้านขายของในชุมชน ทั้งคู่คุ้นหน้ากันเป็นอย่างดี เดินผ่านก็ยิ้มให้กันไม่เคยขาด เหตุใดจึงคิดร้ายและหมายเอาชีวิตได้ถึงเพียงนี้?

     “ป้ามะลิ...ผมขอโทษ” ไผ่พูดเสียงอ่อยพลางชันตัวลุกขึ้น ใบหน้าปรากฏความรู้สึกผิด...เสแสร้งอย่างเห็นได้ชัด! “ผมคิดสั้นไปหน่อย เห็นป้าเคยอวดว่ามีเงินเยอะ ผมเองก็เป็นหนี้อยู่มาก เลย...”

     “แกเลยมาขโมยเงินฉัน โธ่! ไอ้ไผ่ บอกกันดีๆ ฉันก็ให้ได้ แล้วหน้ากาก...”

     “แค่ขอทำเลียนแบบน่ะครับ ผมคิดว่าถ้าแต่งตัวแบบไอ้งัดสงัดและไปขึ้นบ้านใคร เจ้าของบ้นคงกลัวแล้วไม่กล้าต่อสู้...”

     “แกคิดผิด” มะลิตัดบท “รีบออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้ แล้วฉันจะไม่เอาความ”

     ชั่วขณะหนึ่ง ใบหน้าของไผ่ปรากฏเป็นรอยยิ้มเย็นยะเยือก เด็กหนุ่มยกมือไหว้ พลางก้มเก็บวัตถุบางอย่างบนพื้น ตอนนั้นเอง จังหวะที่หญิงชราไม่คาดคิด ชะแลงที่ตกอยู่ก็ถูกหยิบขึ้นก่อนจะขว้างมาปะทะร่างของหล่อนอย่างจัง! มะลิล้มลงกับพื้น เป็นจังหวะเดียวกับที่ไผ่วิ่งขึ้นมาหา มือแข็งแกดลงบนลำคอของอีกฝ่ายอย่างหมายเอาชีวิต!

     “กูไม่ไว้ใจมึง มึงต้องเอาเรื่องนี้ไปแจ้งตำรวจแน่ โง่เองนะอีแก่ เสือกสร้างบ้านห่างไกลจากผู้คน กูจะฆ่ามึงเมื่อไหร่ก็ได้! คนแก่อะไรโง่ดักดาน...วางเครื่องเพชรเอาไว้บนโต๊ะ ขนาดไปไม่ถึงห้องนอนยังได้มาตั้ง...”

     “ต...ตอนนี้พี่เทืองคงได้ยินเสียง ตำรวจกำลังมา...”

     “กูไม่กลัว! พอพวกมันมา กูก็แค่กระโดดออกทางระเบียงบ้านมึง หลักฐานอะไรก็ไม่มีสักอย่าง กูใส่ถุงมืออยู่ แถมพวกเครื่องเพชรที่ขโมยมาก็ใช่ว่าจะหาเจอได้ง่ายๆ” ไผ่ยิ้มเยาะพร้อมหัวเราะเสียงแหลม “กูทำเหมือนที่เคยเห็นในข่าว เครื่องเพชรทั้งหมด...ตอนนี้อยู่ในท้องกูหมดแล้ว กูแค่กลับไปขี้ที่บ้าน เท่านั้นก็รวยเละ!

     ...เป็นคำพูดของเด็กหนุ่มผู้โง่เขลาคนหนึ่ง ถึงอย่างไร หญิงชราก็ไม่คิดที่จะให้โจรชั่วหนีออกไปง่ายๆ อยู่แล้ว หล่อนชะโงกหน้าเข้ามาหาไผ่ ก่อนจะระเบิดอารมณ์ทั้งหมดออกมา

     “กู...ไม่...ให้...มึง!!

     มะลิตะโกนด้วยความกราดเกรี้ยว...เป็นเสียงตะโกนที่ดังที่สุดในชีวิต หญิงชรารวบรวมแรงทั้งหมด กระทุ้งเข่าเข้าที่หว่างขาของเด็กหนุ่ม! ไผ่กรีดร้องโหยหวน ก่อนจะหงายหลังกลิ้งตกบันไดอีกครั้ง มะลิเห็นดังนั้นจึงลุกขึ้น ก่อนจะวิ่งตรงไปที่ห้องนอนของตนเอง

     “พี่เทือง! ตื่นเร็วเข้า! พี่เทือ...”

     คำพูดหยุดชะงักเพียงแค่นั้น พร้อมกับดวงตาของมะลิที่เบิกโพลง ผู้ที่นอนอยู่บนเตียงหาใช่สามีของหล่อน หากแต่เป็นร่างปริศนาในชุดเสื้อคลุมสีดำและหน้ากากสีแดง...ไอ้งัดสงัด!!

     ไผ่วิ่งตรงเข้ามาหามะลิด้วยความโกรธแค้น เป็นจังหวะเดียวกับที่หญิงชราถอยกรูดไปชิดผนัง เด็กหนุ่มยังไม่ทันได้ทำอะไรอื่น ชะแลงไร้ที่มาก็พุ่งปะทะศีรษะ ส่งร่างของเขาให้ล้มลงกระแทกพื้น...แน่นิ่ง ไม่ไหวติง

     ความหวาดกลัวทำให้มะลิเสียสติ หล่อนคว้าชะแลงบนพื้นขึ้น ก่อนจะเขวี้ยงใส่ร่างในหน้ากากแดงสุดแรงเกิด! มันหลบได้ทัน ส่งผลให้อาวุธกระแทกแจกันบนโต๊ะจนแตกกระจาย

     “ใจเย็น มะลิ...นี่ผมเอง!!

     เสียงคุ้นหูดังขึ้น มันไม่ใช่ของใครอื่น หากแต่เป็นของประเทือง! อีกฝ่ายเดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ ในมือถือเสื้อคลุมสีดำและหน้ากากสีแดงแบบที่ตนเองสวมอยู่ทุกกระเบียดนิ้ว

     “เอ้า เอาไปสิ โรคอัลไซเมอร์นี่ชักจะกำเริบหนักแล้วนะ คุณลืมทุกทีเลยว่าเคยสนุกกับเรื่องแบบนี้แค่ไหน” ชายชราพูดพลางยัดเสื้อคลุมเข้าไปในอ้อมแขนภรรยา มะลิพิจารณามันชั่วครู่ก่อนจะนึกขึ้นได้...ใช่แล้ว หล่อนกับสามีคือไอ้งัดสงัด ทั้งคู่ผลัดกันออกไปทำหน้าที่อาทิตย์ละสองครั้ง หญิงชรานึกอยากโขกหัวตัวเองเข้ากับผนัง...หล่อนลืมความสนุกตอนนั้นไปได้ยังไงนะ? โรคอัลไซเมอร์ช่างรุนแรง เมื่อวานเพิ่งออกไปจัดการเหยื่อรายใหม่แท้ๆ พอกลับมาก็ลืมไปจนหมดสิ้น

     “กลายเป็นว่าผมต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องไปด้วยเลย คุณหวาดกลัวไอ้งัดสงัด ผมก็ต้องเออออตาม คุณกลายเป็นคนสองบุคลิกไปแล้ว”

     “ไม่น่าเลย ฉัน...”

     “ใช่ ไม่น่าเลย เราเคยสนุกมากกว่านี้ คุณทำผมผิดหวังนะ มะลิ คุณปล่อยให้ไอ้โรคบ้านั่นมาทำลายความบันเทิงของเรา”

     “ตอนนี้ฉันจำได้แล้ว”

     “และพอหมดคืนนี้ไป...หลังจากที่คุณถอดหน้ากากนั่น คุณก็จะลืม กลับเป็นผู้หญิงรักสงบอีกครั้ง โชคร้ายโดยแท้”

     มะลิสวมเสื้อคลุมสีดำ ตามด้วยหน้ากากสีแดง หล่อนเพิ่งจำได้ว่าตัวเองเป็นคนวาดลวดลายนี้เองกับมือ ความทรงจำเมื่อตอนออกไปทำภารกิจครั้งก่อนๆ ย้อนกลับคืนมาอีกครั้ง...โรคระยำโดยแท้ มันทำให้ความจำของหญิงชราเสื่อมจนบุคลิกของฆาตกรกลายเป็นบุคลิกที่สอง ตอนนี้ถึงเวลาที่หล่อนจะได้สนุกกับมันอีกครั้ง

     “หวังว่าพรุ่งนี้คุณจะตื่นช้าหน่อยนะ ผมอาจต้องเก็บกวาดสถานที่อีกนาน นี่เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่เราทำภารกิจในบ้านของตัวเอง” ประเทืองพูดทิ้งท้าย ก่อนจะย่างสามขุมเข้าหาไผ่ เด็กหนุ่มสะลืมสะลือตื่นขึ้น พร้อมตะเกียกตะกายหนี มองไปยังร่างในชุดดำทั้งสองด้วยความสับสน

     “พวกมึง...พวกมึงจะทำอะไร?!

     “ทวงของของเราคืนน่ะสิ ไอ้โจรชั้นต่ำ” ประเทืองพูดเสียงเนิบพลางต่อยอีกฝ่ายจนหัวกระแทกพื้น ผู้ถูกทำร้ายครางออกมาเบาๆ หากแต่ไม่มีเรี่ยวแรงต่อสู้อีกต่อไป ชายชราเห็นดังนั้นจึงจัดการถกเสื้อของเด็กหนุ่มขึ้น เผยให้เห็นร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่า แว่วเสียงของไผ่ดังขึ้นอีกครั้ง

     “มึงจะทำอะไร ไอ้แก่...?”

     “ก็บอกไปแล้วว่าจะทวงสมบัติคืน” ครั้งนี้มะลิเป็นคนตอบ หล่อนยกชะแลงขึ้น ก่อนจะวางลงบนท้องของไผ่...ปลายแหลมจ่ออยู่ตรงสะดือพอดิบพอดี หญิงชราชอบยิ่งนัก หล่อนกลับมาเป็นตัวของตัวเองแล้ว จิตใจแท้จริงที่กระหายเลือดและความทุกข์ทรมาน พอทวงของคืนแล้วจะจัดการส่วนไหนต่อดีนะ? อ้อ...เอาเป็นหัวสมองกลวงๆ ของมันละกัน!

     “ด...เดี๋ยวกูเอาออกมาให้ ขอเวลา...”

     “ไม่ล่ะ เราต้องการตอนนี้...ในแบบของเราเอง” ประเทืองกับมะลิพูดพร้อมกัน ก่อนจะยิ้มกริ่มเมื่อเห็นสีหน้าตื่นตกใจของเด็กหนุ่ม

     “ย...ยังไง...”

     “ก็ งัด ยังไงล่ะ”

     ชะแลงกดลงบนพื้นผิว เสียงเหล็กแหลมเจาะควานถึงลำไส้พร้อมงัดเอาอวัยวะภายในทั้งหมดฟังแล้วรื่นหูเสียจริง ฆาตกรทั้งสองประสานเสียงหัวเราะกันดังลั่น...เป็นความสนุกเล็กๆ น้อยๆ ที่ทั้งคู่หาได้ในบั้นปลายชีวิตแบบนี้

-จบ-

Next : จากนรกภูมิ


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น