อัปเดตล่าสุด 2020-06-01 15:51:05

ตอนที่ 5 ฆาตกร[รม{ก(า)ร}](เวก)

ฆาตกร[รม{ก(า)ร}](เวก)

ฆาตกร

     รอยยิ้มแสยะดุจปีศาจร้ายปรากฏขึ้นพร้อมฟันที่ขบแน่น...ร่างเล็กซึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่างปลุกเร้าความกระหายเลือดของเขา มือหนาดึงบานพับเปิด พื้นผิวโลหะของมีดเล่มยาวสะท้อนแสงจากหลอดไฟจนเกิดประกายระยับ เขาสูดหายใจ เงื้ออาวุธขึ้นกลางอากาศ ดวงตาจับจ้องไปยังร่างเล็กที่ยืนนิ่งอย่างไม่รู้สึกรู้สา ครั้นเหยียดแขนสุดกำลัง โลหิตแดงฉานก็ไหลทะลัก เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดคือสิ่งสุดท้ายที่ฆาตกรได้ยิน

     ...มันคือเสียงร้องของนก ภารกิจของเขาสำเร็จลุล่วงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ฆาตกรรม

     การเวก กับ โย เป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่จำความได้ ฝ่ายแรกเป็นนกแก้วที่ฉลาด มันรู้เสมอว่าเจ้านายวัยสิบขวบต้องการสิ่งใด สิ่งที่การเวกชอบทำในเวลาว่างคือใช้จะงอยปากจิกใบหูของเด็กหญิงเบาๆ เพื่อแสดงออกถึงความรักใคร่ คงเป็นความทรงจำที่สวยงามไม่น้อยหากไม่เกิดเรื่องร้ายขึ้นเสียก่อน

     เสียงร้องอันคุ้นหูเรียกโยให้เงยหน้าจากแก้วน้ำ เด็กหญิงเบิกตาโพลง...รู้ทันทีว่าเสียงร้องนั้นเป็นของการเวก ไวเท่าความคิด เท้าทั้งสองพาร่างเล็กให้วิ่งออกจากห้องครัว ตรงไปยังหน้าต่างจุดที่กรงนกตั้งอยู่ ภาพแรกที่โยเห็นคือเลือด...เลือดกองใหญ่ไหลอาบชโลมพื้น! ร่างตะคุ่มของ ใครบางคน รีบวิ่งไปยังรั้วบ้าน ก่อนจะกระโดดออกไปอย่างรวดเร็ว

     ร่างเล็กทรุดลงกับพื้นทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า ภายในกรงนกที่อาบชโลมด้วยโลหิต...ร่างของการเวกนอนอยู่ในสภาพที่หน้าอกถูกผ่าเปิด อวัยวะภายในไหลทะลักออกมา

     “กรี๊ดดดดดดดดด!!!!!!!!!!

     “หยุดนะ!!” เสียงแข็งกร้าวดังขึ้น ครั้นหันไปมอง ก็พบว่าพ่อกำลังวิ่งลงบันได เปิดประตูออกจากบ้าน ก่อนจะกระโดดข้ามรั้ว หมายจะจับชายปริศนาคนนั้นให้ได้ น่าเสียดาย กว่าชายหนุ่มจะไปถึง ฆาตกรก็วิ่งไปถึงสุดซอยเสียแล้ว สุวิทย์ หันไปมองรอบตัว พร้อมตะโกนสุดเสียงเพื่อให้ร่างปริศนาหยุดการเคลื่อนไหว

     “เฮ้ย! สองคนนั่น...หยุด!!

     “พ...พ่อคะ...” โยร้องเรียกอีกฝ่ายทั้งน้ำตา ต้องการให้ชายหนุ่มกลับมาดูอาการของการเวกเสียก่อน เธอเอื้อมมือหมายจะเปิดกรง ทว่า นภา ผู้เป็นแม่กลับเข้ามาขวาง

     “อย่าลูก...”

     “การเวกเป็นอะไร?! การเวกตายแล้ว! การเวก!!” เด็กหญิงสะอื้นไห้ พร้อมโผเข้ากอดบุพการี นภาหันไปมองกรงนกด้านหลัง...ดวงตาของการเวกเหลือกลาน อวัยวะภายในไหลทะลัก ภาพอันน่าสยดสยองนี้คงติดตรึงอยู่ในหัวของโยไปอีกนานเป็นแน่

     “โย ออกไปก่อน...”

     “การเวก...”

     “ภา ผมคิดว่าผมเจอคนร้าย มีอยู่สองคน เดี๋ยว...การเวกเป็นอะไรไป? ไอ้เลวนั่นทำร้ายการเวกด้วยเหรอ?!

     หญิงสาวพยักหน้า แววตาเคร่งเครียดไม่แพ้ผู้เป็นสามี สุวิทย์ละสายตาจากซากนก หันไปมองชายสองคนที่เดินตามมาพร้อมตวาดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

     “ใครเป็นคนทำร้ายการเวก? ตอบมา!

 

กรรมกร

     พนม ไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น เขาเป็นแค่คนงานก่อสร้าง ไม่เคยเห็นไอ้นกแก้วนั่น แล้วจะฆ่ามันเพื่ออะไร? ชายหนุ่มนึกย้อนไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน เขากำลังเดินกลับจากร้านสะดวกซื้อ ไม่คิดเลยว่าขากลับจะถูกนายตำรวจใหญ่เรียก พร้อมด่าทอด้วยถ้อยคำหยายคายสารพัด

     “ใครเป็นคนทำร้ายการเวก? ตอบมา!

     “ผมไม่ได้ทำนะครับ ผมเป็นแค่...”

     “กูเป็นสารวัตรนะเว้ย! ถ้ามึงโกหก มึงตาย”

     “ก็ผมไม่ได้ทำจริงๆ!” พนมยืนกรานเสียงแข็ง เริ่มหวาดกลัวโทสะของอีกฝ่าย “ผมแค่เดินกลับจากร้านสะดวกซื้อ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการเวกคืออะ..”

     “แล้วมึงล่ะ?” ตำรวจคนนั้นหันไปถามชายหนุ่มอีกคนที่ถูกเรียกมาพร้อมเขา พนมไม่ค่อยรู้หรอกว่าตำรวจทำงานกันยังไง แต่เขาก็พอเดาสถานการณ์ออก ต้องมีเหตุร้ายสักอย่างเกิดขึ้นที่บ้านของสารวัตร...คนร้ายคงหนีไปได้ พอตามออกมา ก็พบกับเขาที่กำลังเดินออกจากปากซอยด้านขวา และชายหนุ่มอีกคนเดินออกจากปากซอยด้านซ้าย อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน ตกเป็นผู้ต้องสงสัยด้วยกันทั้งคู่ บ้านหลังนี้อยู่กลางซอย คนร้ายเป็นใครไม่ได้นอกจากเขาและชายหนุ่มอีกคน

     ให้ตายสิ นี่มันบ้ามาก! ชายคนนั้นต้องเป็นคนทำแน่ พนมมีสติอยู่ตลอด ย่อมรู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป เขาเดินกลับจากร้านค้า คงไม่นึกครึ้มใจ บุกเข้าไปในบ้านคนอื่นเพื่อฆ่านกแล้วหนีหัวซุกหัวซุนออกมาหรอก!

 

กรรมการ

     บุญ เป็นเด็กหนุ่มอายุสิบแปด ไม่ใช่คนแก่ที่เป็นโรคความจำเสื่อม เขามั่นใจว่าตนเองไม่ใช่ฆาตกร ดูตามเนื้อผ้าแล้ว คนร้ายต้องเป็นไอ้คนงานก่อสร้างนั่นแน่ๆ!

     น้องชายทั้งสองของเขาชอบการแข่งขันและการออกกำลังกาย บุญจึงอาสาเป็นกรรมการและพาน้องออกมาวิ่งแข่งกันในหมู่บ้านทุกเช้า โดยมีเส้นชัยคือต้นซอยแห่งนี้ กรรมการปกติก็ต้องยืนอยู่ตรงเส้นชัยไม่ใช่หรือ? เขาทำหน้าที่อยู่ดีๆ ก็ถูกหาว่าเป็นฆาตกร ตรรกะวิบัติอะไรกัน!

     สารวัตรสุวิทย์...ใช่ เขารู้จักหมอนี่ดี วันๆ ไม่ทำอะไร เอาแต่วางก้าม ข่มขู่ผู้อื่นไปทั่ว ไอ้นกแก้วที่ชื่อการเวกนั่นก็เช่นกัน ชาวบ้านแถวนั้นบ่นตลอดว่ามันชอบส่งเสียงน่ารำคาญหู จะถูกฆ่าตายก็ไม่แปลก แปลกอยู่อย่างเดียวคือเขาถูกเหมารวมว่าเป็นฆาตกรนี่สิ!

     “คุณมีหลักฐานอะไร? ตำรวจจะจับคนร้ายก็ต้องมีหลักฐาน ผมยืนรอน้องตรงนี้ทุกวัน ไม่เชื่อถามบ้านแถวต้นซอยดูก็ได้”

     “กูถามแน่” สารวัตรตอบเสียงแข็ง “แล้วน้องมึงล่ะ? ไหนบอกว่าเป็นกรรมการ ที่แท้ก็ตอ...”

     “น้องผมก็อยู่นั่นไง” บุญชี้ไปยังต้นซอย เผยให้เห็นเด็กชายสองคนที่วิ่งเข้ามาหาในสภาพเหงื่อท่วมตัว สุวิทย์มองภาพนั้นพร้อมสบถ เขาโทรเรียกลูกน้องมาแล้ว อีกไม่ช้าก็จะได้รู้ความจริง

 

การเวก

     นภายังคงกันลูกออกจากศพของการเวก โยพยายามขัดขืน พร้อมร้องห่มร้องไห้ราวกับจะขาดใจ ทว่าวินาทีนั้นเอง สายตาของเด็กหญิงก็เหลือบไปเห็นความผิดปกติ...ปีกของการเวกขยับ มันกระตุกช้าๆ ราวกับยังไม่ตายสนิท โยร้องลั่นแล้วชี้ให้ผู้เป็นแม่ดู แต่พอนภาหันไปมอง กลับพบเพียงซากนกที่นอนนิ่ง

     “พอเถอะ โย การเวกจากไปแล้ว มันไปดีแล้ว...”

     “หนูไม่เชื่อ! การเวกยังไม่ตาย! หนูเห็นมันขยับ!!

     หญิงสาวหันกลับไปมองร่างไร้วิญญาณอีกรอบ “ไม่...โย การเวกตายแล้ว”

     “แม่ไม่เชื่อหนูเหรอคะ?!” โยโพล่งออกมาทั้งน้ำตา เป็นจังหวะเดียวกับที่สุวิทย์กลับเข้ามาในบ้าน ตรงมาที่ผู้เป็นลูกพร้อมกึ่งลากกึ่งจูงเธอออกไป

     “โย...ตั้งสติ แล้วบอกพ่อว่าคนที่ลูกเห็นคือคนไหน” ชายหนุ่มพยักเพยิดไปทางผู้ต้องสงสัยทั้งสอง เด็กหญิงมองตาม ก่อนจะสบตากับเด็กหนุ่มคนแรก ใบหน้าของเขาดูโกรธเกรี้ยวมากกว่าจะหวาดกลัว ใกล้ๆ กันนั้น ยังมีเด็กชายสองคนที่ยืนอยู่ในสภาพเหงื่อท่วม ข้างๆ ผู้เป็นพ่อคือชายหนุ่มในชุดเสื้อยืดเก่าโทรม กำลังเลิกคิ้วขณะจับจ้องมาที่เธอ

     “น...หนูไม่เห็น...”

     “โย...ตอนนั้นพ่อกับแม่อยู่บนชั้นสอง เราได้ยินเสียงลูกร้อง พอมองลงมาก็เห็นคนร้ายปีนรั้วออกไป ลูกอยู่ตรงหน้าต่าง แค่นี้ต้องเห็นแน่”

     “น...หนูไม่เห็นจริงๆ ค่ะ มันมืดมาก...หนู...” โยรีบหลบตา เคราะห์ร้ายที่บริเวณนั้น นอกจากสุวิทย์แล้วก็มีแค่พนมยืนอยู่ สารวัตรหันกลับมาหาชายหนุ่ม แววตาปรากฏความคลุ้มคลั่งราวกับสามารถฆ่าคนได้ทุกเมื่อ

     “ลูกสาวกูหลบตาทำไม? มึงใช่มั้ย?! มึงคือคนที่ลูกกูเห็น!

     “เดี๋ยวสิ! ลูกหลบตาคุณต่างหาก! เล่นตะคอกแกขนาดนั้น...”

     “หุบปาก!!

     โยยกมือขึ้นปิดหู เป็นอย่างที่ชายคนนั้นว่าไว้...เธอหวาดกลัวผู้เป็นพ่อ

     เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นช้าๆ และเห็นว่าพ่อกับชายที่ชื่อพนมกำลังจ้องตากันอย่างเดือดดาล ตอนนั้นเอง เด็กชายสองคนที่ยืนหลบอยู่หลังเด็กหนุ่มก็หันมามองที่เธอเป็นตาเดียว...เป็นการมองที่แฝงไว้ด้วยเลศนัยบางอย่าง เด็กหญิงผละออกจากมือของพ่อ พร้อมก้าวถอยหลัง สุวิทย์ยังไม่ทันเอ่ยห้าม ร่างเล็กก็หันกลับก่อนจะวิ่งเข้าไปในบ้านสุดชีวิต

     นภากำลังจะคว้าตัวลูกสาว แต่พลาด เธอล้มลงกับพื้น ปล่อยให้โยวิ่งหนีขึ้นบันไดพร้อมกรีดร้องสุดเสียงไปตลอดทาง เด็กหญิงหวาดกลัว...หวาดกลัวทุกอย่างที่เกิดขึ้น พ่อของเธอถูกโทสะครอบงำ นกแก้วซึ่งเป็นเพื่อนรักที่สุดก็ถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม ไหนจะดวงตาน่าขนลุกของเด็กชายสองคนนั่นอีก

     โยขดตัวอยู่หลังตู้ หูแว่วได้ยินเสียงร้องอันคุ้นหู...ความทรงจำเกี่ยวกับการเวกย้อนกลับเข้ามาในห้วงความคิด

     การเวกอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ตั้งแต่เธอยังเด็ก โยสนิทกับมันมากกว่าเพื่อนมนุษย์คนไหน เด็กหญิงมักตื่นเช้าเพื่อมาเล่น ให้อาหารและพูดคุยกับอีกฝ่าย เช้านี้ก็เช่นกัน...โยตื่นนอนตอนตีห้าครึ่ง หยอกล้อกับการเวกเล็กน้อย ก่อนจะเข้าไปดื่มน้ำในครัว ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอได้สัมผัสและพูดคุยกับเพื่อนรัก

     เสียงร้องยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ตามด้วยเสียงกระพือปีกที่ทำให้เด็กหญิงขนลุก โยชันตัวลุกขึ้น ก่อนจะผงะถอยหลังเมื่อพบว่าสิ่งที่บินอยู่ตรงหน้าคือการเวกซึ่งอยู่ในสภาพน่าสยดยอง! หน้าอกของมันถูกผ่าเปิด เผยให้เห็นอวัยวะภายใน น่าแปลกที่ดวงตากลับสดใส...จับจ้องมาที่เธอราวกับต้องการสื่อสาร

     “การเวก...” โยเอ่ยขึ้นเสียงแผ่ว ใจหนึ่งก็หวาดกลัว อีกใจหนึ่งก็อยากสัมผัสมันอีกครั้ง วินาทีต่อมา การเวกก็บินลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว เด็กหญิงกำลังจะวิ่งตาม ทว่าขาทั้งสองกลับนิ่งแข็ง ไม่ขยับเขยื้อนตามคำสั่ง กินเวลาพักใหญ่ กว่าเธอจะกลับลงมาชั้นล่าง และพบว่าร่างไร้วิญญาณของนกแก้วได้กลับเข้าไปอยู่ในกรงอย่างที่ควรจะเป็น...เมื่อกี้เป็นภาพหลอนงั้นหรือ? ไม่หรอก มันสมจริงยิ่งกว่านั้น

     นภาวิ่งเข้ามากอดลูก พร้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หญิงสาวชี้ไปนอกหน้าต่าง เผยให้เห็นร่างของบุญที่นอนแหลาอยู่บนพื้น ใต้ฝ่าเท้าของสุวิทย์ที่เหยียบย่ำลงบนใบหน้าด้วยความเคียดแค้น

     “พ่อเจอตัวคนร้ายแล้ว เด็กผู้ชายคนนั้นยอมสารภาพ เขาเป็นคนฆ่าการเวกเอง”

     โยหลบตา ซบหน้าลงบนแขนของแม่พร้อมสะอึกสะอื้น เธอหวาดกลัวภาพทุกอย่าง หวาดกลัวผู้เป็นพ่อ หวาดกลัวการตายของการเวก นั่นคือความรู้สึกสุดท้ายก่อนที่ร่างกายของโยจะโปร่งแสง

หน้าบ้าน...บุญลุกขึ้นยืนช้าๆ ก่อนจะยื่นมือทั้งสองข้างไปยังน้องชายของตน ทั้งคู่ส่งดอกไม้และขันน้ำมาให้ เด็กหนุ่มเห็นดังนั้นจึงผสมมันเข้าด้วยกัน ก่อนจะสาดใส่หน้าต่างบ้าน จุดที่เด็กหญิงยืนอยู่ พนมถอนหายใจ ก่อนจะยกมือขึ้นในท่าประณม เขาหลับตา ตั้งสมาธิอันแรงกล้า ครั้นเงยหน้ามอง ก็พบว่าร่างของโยหายไปแล้ว

     สุวิทย์ยกมือไหว้ชายหนุ่ม “อาจารย์...สำเร็จแล้วใช่มั้ยครับ?”

     พนมไม่พูดอะไร เพียงแค่พยักหน้าแล้วหันไปมองการเวก “เจ้านกน้อย ฟื้นขึ้นมาได้แล้ว วิญญาณของเด็กหญิงคนนั้นรู้ตัวแล้ว”

     สิ้นน้ำเสียงแผ่วเบา นกแก้วในกรงก็เริ่มขยับ ก่อนจะลุกขึ้นยืนช้าๆ ส่ายหัวไปมาอย่างเศร้าสร้อย นภาเอื้อมมือไปดึงลำไส้และเลือดปลอมออกจากร่างกายของสัตว์เลี้ยง การเวกตอนนี้มีสภาพเหมือนนกปกติ หาใช่ร่างไร้วิญญาณที่ถูกแทงจนแหว่งวิ่นไม่

     “การเวก...” เสียงของเด็กหญิงคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง ทุกคนหันไป และพบว่าโยในสภาพโปร่งใสกำลังยืนดูเหตุการณ์ทุกอย่างทั้งน้ำตา

     “โย!” สุวิทย์และนภาอุทานออกมาพร้อมกัน ในขณะที่พนมเดินเข้าไปหาและคุกเข่าลงตรงหน้าเด็กหญิง ดวงตาของทั้งคู่สบกัน ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเอ็นดู

     “ใช่...หนูตายไปแล้ว”

     “แต่...”

     “เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเหมือนวันนี้ทุกประการ ต่างกันตรงที่ผู้ตายไม่ใช่การเวก แต่เป็นหนู คนร้ายเป็นเด็กวัยรุ่นที่พาน้องมาวิ่งแข่งกันในหมู่บ้าน มันเป็นโรคจิต เก็บกด หรือวิกลจริตอะไรสักอย่าง พอเห็นว่าหนูยืนอยู่ตรงหน้าต่าง เลยปีนเข้ามาฆ่า พ่อหนูเห็นตอนที่ฆาตกรปีนกำแพงหนีไปพอดี พอวิ่งตามก็พบว่ามีผู้ต้องสงสัยสองคน เด็กวัยรุ่นและคนงานก่อสร้าง...ที่สำคัญ พวกเขายืนอยู่ตรงต้นซอยทั้งคู่ พ่อของหนูพยายามหาตัวคนร้าย ในที่สุด หลังจากคาดคั้นด้วยการขู่เอาชีวิต เด็กวัยรุ่นคนนั้นก็ยอมสารภาพ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ตรงกับความจริงทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นการพูดจา การกระทำ บรรยากาศ...เราจัดเตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับพิธี”

     แววตาของโยยังปรากฏความสงสัย พนมเห็นดังนั้นจึงอธิบายต่อ

     “พิธีกรรมที่ทำให้หนูรู้ตัวยังไงล่ะ เราจำลองสถานการณ์เดิมขึ้นมาทุกอย่าง โดยนักแสดงที่เล่นเป็นผู้ตายจะต้องเป็นเพื่อนที่รักและสนิทกับวิญญาณตนนั้นมากที่สุด เจ้านกแก้วตัวนั้น...การเวก มันช่างเป็นนกที่วิเศษ การเวกแอบออกจากกรงแล้วบินมาหาอาด้วยตัวเองเลยล่ะ นกมีสัมผัสที่หก มันสามารถมองเห็นวิญญาณและรู้ว่าหนูยังวนเวียนอยู่ในบ้าน แม้กระทั่งตอนทำพิธี มันก็สามารถแกล้งตายได้อย่างแนบเนียน”

     ทันทีที่พูดจบ นภาก็เปิดประตูกรง ส่งผลให้การเวกบินมาเกาะที่หัวไหล่ของชายหนุ่ม

     “อาไม่เคยเห็นนกแบบนี้ มันช่างแสนรู้และเฉลียวฉลาด การเวกรักหนูมาก รู้มั้ย?”

     โยเงยหน้าสบตากับการเวก นกแก้วโน้มตัวเข้ามาใกล้พร้อมใช้ศีรษะลูบแก้มของเด็กหญิงเบาๆ แม้โยจะไม่รู้สึกเพราะร่างกายเป็นเพียงอากาศธาตุ แต่ก็สัมผัสได้ถึงความรักและความอบอุ่นที่ถ่ายทอดออกมาจากสัตว์เลี้ยง

     “ถึงเวลาที่หนูจะต้องไปแล้ว ไม่ต้องห่วง ความตายไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวหรอก” พนมพูดจบก็ลุกขึ้น โยยกมือไหว้ช้าๆ พลางกวาดตาไปรอบห้อง มองรอยยิ้มของพ่อกับแม่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ร่างกายจะจางหายไป แว่วเสียงร้องอันคุ้นหูจากที่ใดที่หนึ่ง ห้วงคำนึงสุดท้ายปรากฏภาพของการเวกที่กำลังส่งยิ้มมาให้ ความทรงจำทุกอย่างพลันเหือดหาย มีเพียงใบหน้าของบุคคลที่รักทั้งสามติดตรึงอยู่ในห้วงความคิด...พ่อ แม่ และการเวก

     ริมฝีปากพลันผุดยิ้ม ภาพของนกตัวนั้นจะติดตรึงอยู่ในส่วนลึกของความทรงจำ นกที่เป็นเพื่อนรักและช่วยให้เธอได้ไปยังโลกที่ควรอยู่ เจ้าของดวงตาสดใสที่เธอเคยหยอกล้อด้วยทุกวัน

     ...ขอบใจนะจ๊ะ การเวก

     ...ขอบใจจริงๆ

-จบ-

Next : งัด


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น