อัปเดตล่าสุด 2020-05-19 12:06:57

ตอนที่ 4 ฅนหัวขาดเเห่งปราสาทกลางไพร

ฅนหัวขาดแห่งปราสาทกลางไพร

     กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...มีเจ้าหญิงรูปงามระหกระเหินเร่ร่อนอยู่กลางป่า เธอมีชื่อว่าซินเทีย...เจ้าของดวงตากลมโตสดใสและผมสีทองยาวสลวย เมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อน ซินเทียยังเป็นหญิงสาวในวังที่โดดเด่นเรื่องหน้าตาจนเป็นที่อิจฉาของแม่เลี้ยงรวมถึงเจ้าหญิงองค์อื่นๆ วันหนึ่ง...ขณะที่เธอกำลังนอนหลับอยู่ในห้องบรรทม ชายปริศนาในชุดและหน้ากากสีดำสนิทก็บุกเข้ามา เคราะห์ดีที่ซินเทียเป็นคนมีสติ จึงรู้สึกตัวในวินาทีที่มือสังหารเงื้อดาบขึ้น...กลิ้งตัวหลบจากอาวุธมรณะ แล้วกระโดดจากหน้าต่างห้องลงสู่คูน้ำรอบปราสาท โดยก่อนจะจากไป เธอได้ฝากบาดแผลจากฝ่ามือเรียวสวยไว้บนใบหน้าของชายกักขฬะนั่นด้วย!

     ซินเทียสังหรณ์ใจอยู่แล้วว่าผู้อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารครั้งนั้นต้องเป็นราชินีองค์ใหม่ของอาณาจักร ซึ่งก็คือแม่เลี้ยงของเธอนั่นเอง ช่วงหลังมานี้ เริ่มมีข่าวลือหนาหูว่าราชินีเอาแต่คุยกับกระจกวิเศษว่าใครกันแน่คือผู้ที่งามเลิศที่สุดในปฐพี แล้วกระจกก็บอกว่าซินเทียร์คือผู้ที่สมควรได้รับตำแหน่งนั้น วิธีเดียวที่ราชินีจะสวยที่สุดได้คือกำจัดเธอ...ไม่ให้เหลือแม้แต่วิญญาณ!

     เจ้าหญิงที่มีของติดตัวเพียงชุดนอน ระหกระเหินเร่ร่อนไปตามป่า คอยหลบพวกทหารที่ออกตามล่า รวมถึงนายพรานฝีมือดีที่ได้รับเงินจากองค์ราชินี สิ่งเดียวที่เธอทำได้คือหนี...หนีเข้าไปในป่าให้ลึกที่สุดถ้ายังอยากมีชีวิตรอด!

     เรื่องน่าประหลาดพลันเกิดขึ้น เมื่อซินเทียเดินโซซัดโซเซมาจนถึงที่โล่งกลางป่าทึบ น่าแปลกที่ในป่าดงดิบก็ยังมีสถานที่แบบนี้อยู่...กระท่อมขนาดเล็กที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทุ่ง รายล้อมด้วยฝูงนกและผีเสื้อสีสดใส

     หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะพบว่าประตูกระท่อมมีขนาดเล็กเป็นสองเท่าของประตูปกติ ด้วยความอยากรู้ จึงทำให้เจ้าหญิงค่อยๆ ลอดตัวเข้าไป ด้านในสุดของกระท่อมคือเตียงขนาดเล็กเจ็ดหลัง...มันมีขนาดพอๆ กับเตียงของเด็กอายุสิบขวบ...หนึ่งอาทิตย์ที่เร่ร่อนอยู่กลางป่า เธอไม่ได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่มเลยแม้แต่ครั้งเดียว พอถึงตอนนี้ ความง่วงก็เริ่มครอบงำจิตใจ ร่างบางล้มลงบนเตียงที่อยู่ทางขวาสุด ก่อนจะผล็อยหลับไปในวินาทีนั้น เป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูกระท่อมเปิดออก แล้วชายร่างเล็กทั้งเจ็ดก็ก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ

     ...ก้าวเข้ามาโดยไม่รู้เลยว่าด้านนอกหน้าต่างมี ใครบางคน กำลังจ้องเขม็งมายังร่างผอมบางบนเตียง

     นั่นยังไม่น่ากลัวเท่ากับการที่ร่างปริศนานั้นไม่มีศีรษะ!

 

     หนึ่งปีต่อมา

     ซินเทียสนิทสนมกับเจ้าของกระท่อมปริศนาเป็นอย่างดี...อันที่จริง หญิงสาวนับว่าพวกเขาเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดในชีวิตของเธอเลยด้วยซ้ำ! ‘คนแคระทั้งเจ็ด ช่างเป็นมิตร ทั้งยังมีจิตใจที่งดงามยิ่งกว่ามนุษย์คนใดที่เธอเคยพบ พวกเขาดำรงชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ปฏิบัติกับสัตว์ทุกตัวอย่างเท่าเทียม แตกต่างจากทุกคนในวังที่หญิงสาวเคยอยู่

     “เจ้าหญิง...ช่วงนี้ระวังตัวหน่อยนะ พวกเราเห็นอะไรแปลกๆ แถวปราสาทร้างบ่อยมากเลย” ด็อค หนึ่งในคนแคระผู้อาวุโสที่สุดพูดด้วยความเป็นห่วง ซึ่งซินเทียก็รู้ดีว่า อะไรแปลกๆ ที่อีกฝ่ายหมายถึงนั้นคืออะไร พักหลังมานี้...เรื่องเล่าเกี่ยวกับวิญญาณหัวขาดที่มักปรากฏตัวขึ้นในยามวิกาลเริ่มสร้างความหวาดหวั่นให้เหล่าคนแคระรวมถึงชาวบ้านจากอาณาจักรชาร์มมิ่ง...อาณาจักรที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากป่าแห่งนี้ โดยสถานที่ที่พบเจอ พวกมัน บ่อยที่สุด คือปราสาทหินขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางป่า ห่างจากกระท่อมที่เธออาศัยอยู่ไม่มากนัก

     “ไม่เป็นไรจ้ะ ฉันจะคอยระวัง ขอบคุณนะจ๊ะที่มาเตือน” ซินเทียตอบกลับพร้อมหันไปเล่นกับนกและผีเสื้อต่อ สำหรับหญิงสาวแล้ว วิญญาณก็ไม่ต่างอะไรกับคนปกติทั่วไป ต่างคนต่างอยู่ เราไม่ทำอะไรเขา เขาก็ไม่ทำอะไรเรา นี่คือสิ่งที่เจ้าหญิงเชื่อมาตลอด

     ทันใดนั้นเอง คนแคระอีกคนก็ตะโกนเรียกด็อค พร้อมชูอุปกรณ์ทำเหมืองขึ้น เป็นอันรู้กันว่าเลยเวลางานมามากแล้ว คนแคระชราเห็นดังนั้นจึงหันมาบอกลาซินเทียเพียงสั้นๆ แล้ววิ่งไปสมทบกับพรรคพวก...ทิ้งเจ้าหญิงให้อยู่ในกระท่อมแห่งนี้เพียงลำพัง

     หลังจากช่วยทำความสะอาดและซักผ้าให้เหล่าคนแคระเสร็จ ซินเทียก็เดินออกมาพร้อมร้องเพลงคลอไปกับเสียงนก ร่ายรำท่ามกลางท่วงทำนองอ่อนหวาน โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้ หญิงชราในชุดเสื้อคลุมสีดำสนิทกำลังจับจ้องมาที่เธอพร้อมแสยะยิ้มอย่างมีเลศนัย...

     “แม่หนู ช่วยซื้อแอปเปิลยายหน่อยได้มั้ย?”

     ซินเทียหยุดเต้นรำ แล้วหันมามองเจ้าของเสียง เป็นจังหวะเดียวกับที่หญิงชรายื่นแอปเปิลสีแดงสดให้หนึ่งผล พร้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

     “มันคือแอปเปิลอธิษฐาน แค่เพียงกัดมันแล้วอธิษฐานขอสิ่งที่อยากได้ คำอธิษฐานนั้นก็จะกลายเป็นจริง ช่วยหน่อยเถอะนะ แม่หนู ยายเหลือผลสุดท้ายแล้ว” หญิงชราคะยั้นคะยอให้หญิงสาวซื้อผลไม้ในมือด้วยสีหน้าที่ฉายแววโศกเศร้า ด้วยความสงสาร ซินเทียจึงยื่นมือไปรับแอปเปิลผลนั้นมาอย่างช้าๆ พยักหน้าให้อีกฝ่าย แล้วกัดมันเข้าไปคำใหญ่ ฉับพลัน...ผลไม้ในมือก็หล่นลงกับพื้น ตามด้วยร่างบางที่โซซัดโซเซก่อนจะหมดสติไปอย่างไร้ซึ่งการควบคุม มีเพียงเสียงหัวเราะแหลมสูงที่ดังก้องไปทั่วผืนป่า

     ...เสียงหัวเราะด้วยความสะใจที่ทำให้ฝูงนกและฝูงกวางหนีกระเจิงไปคนละทิศละทาง!

 

     ด็อครู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ตั้งแต่ก่อนออกมาจากกระท่อม เขาคิดว่าต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับเจ้าหญิง...เป็นความคิดที่จู่จู่ก็ผุดขึ้นมาในหัวโดยไม่มีที่มาที่ไป ในที่สุด คนแคระชราจึงตัดสินใจเดินกลับมาที่กระท่อม ครั้นมาถึง กลับไร้ซึ่งวี่แววของซินเทีย! ไม่มีแม้แต่ฝูงนกหรือผีเสื้อที่เคยบินหยอกล้อกับหญิงสาว อารามตกใจ ทำให้ด็อคตะโกนสุดเสียง ร้องเรียกเจ้าหญิงพร้อมวิ่งพล่านไปทั่วป่า ทันใดนั้นเอง เสียบกีบเท้าก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของม้าเพศผู้สีดำสนิทที่วิ่งตรงมาหยุดอยู่ตรงหน้าด็อคพอดิบพอดี ผู้ขี่คือชายหนุ่มรูปงามในชุดเสื้อคลุมสีม่วง คำแนะนำตัวของชายคนนั้นเป็นการเปิดเผยตัวตนโดยที่ไม่ต้องเอ่ยถามแม้สักคำ

     “ข้าคือเจ้าชายนิโคลัส แห่งอาณาจักรชาร์มมิ่ง มีเจ้าหญิงหายตัวไปงั้นรึ เจ้าคนแคระ?”

 

     นิโคลัสชอบการเดินชมธรรมชาติในป่าเป็นชีวิตจิตใจ ทว่าในวันแรกที่เขาขัดคำสั่งบิดาแล้วออกมานอกวังโดยไม่มีองครักษ์คอยติดตาม กลับมีเสียงตะโกนโหวกเหวกของคนแคระตนหนึ่งมาทำลายความเงียบสงบไปจนหมดสิ้น หลังเข้าไปถามและได้รู้เรื่องราวทั้งหมด นิโคลัสจึงตัดสินใจช่วยคนแคระออกตามหาเจ้าหญิงผู้หายตัวไป ชายหนุ่มควบม้าตระเวนไปรอบป่าทึบ สอดส่องหาหญิงสาวนามว่าซินเทีย แต่ก็ไม่พบแม้แต่เงา ตอนนั้นเอง ที่เจ้าชายขี่ม้าเข้ามาในอาณาเขตของปราสาทร้างซึ่งเป็นที่กล่าวขานในเรื่องเหนือธรรมชาติ ท้องฟ้าที่เคยสว่างพลันมืดลงอย่างฉับพลัน เสียงนกที่เคยร้องระงมก็พลันเงียบหาย ราวกับถูกดูดเข้ามาในอีกมิติ

     นิโคลัสพิจารณาสิ่งก่อสร้างขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่าน รายล้อมด้วยคูน้ำที่เหือดแห้งจนเหลือแต่พื้นโคลนเปียกแฉะ ปราสาทลึกลับกลางป่าทึบ...ดูไม่น่ากลัวเลยสักนิดเมื่อเทียบกับเรื่องเล่าที่เคยได้ยินมา บนผนังมีเพียงตะไคร่น้ำฝนและเถาวัลย์จำนวนหนึ่ง หาได้มีสภาพผุพังหรือถูกปกคลุมด้วยต้นพืนจนดูน่ากลัวเหมือนที่จินตนาการไว้ไม่ ชายหนุ่มในชุดเสื้อคลุมเงยหน้ามองไปยังหน้าต่างบานหนึ่งของปราสาท ก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นเงาตะคุ่มของ ใครบางคน เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว!...เร็วเสียจนมองไม่เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย ครั้นควบม้าเข้าไปใกล้ประตูทางเข้าก็ต้องตกใจยิ่งกว่าเก่า เมื่อพบว่ามันมีรองเท้าผ้าสีแดงข้างหนึ่งตกอยู่

     ...รองเท้าผ้าสีแดง มีลายจุดสีดำเล็กน้อยเหมือนที่คนแคระตนนั้นกล่าวไว้ทุกประการ! เจ้าหญิงซินเทียจะต้องอยู่ในนั้นไม่ผิดแน่! มีหรือที่ชายอกสามศอกผู้มีศักดิ์เป็นถึง กษัตริย์องค์ต่อไป ของอาณาจักรจะหวาดกลัวต่อสภาพเก่าโทรมของปราสาทหลังนี้ นิโคลัสกระโดดลงจากม้าแล้ววิ่งเข้าไปในสิ่งก่อสร้างรกร้าง สัมผัสได้ถึงกลิ่นอับชื้นและกลิ่นตะไคร่ที่ฟุ้งตลบไปทั่ว เคราะห์ดีที่ด้านในไม่มืดมาก เพราะยังมีแสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาทางช่องหน้าต่าง แมงมุมตัวเขื่องไต่ไปตามเพดาน พร้อมด้วยเสียงฝีเท้าขนาดเล็กของพวกหนูที่วิ่งไปมาอยู่บนพื้น เจ้าชายหันซ้ายแลขวาก่อนจะเดินขึ้นบันได...ตรงไปยังชั้นที่มองเห็นบุคคลปริศนาเดินผ่านหน้าต่างไปเมื่อครู่

     นิโคลัสชักดาบออกมาถือ ในใจนึกปรารถนาจะได้เห็นใบหน้าของเจ้าหญิง...ใบหน้าที่คนแคระบรรยายว่างดงามยิ่งกว่านางฟ้า ชายหนุ่มเริ่มเพ้อฝัน โดยไม่ทันสังเกตเห็นร่างไร้หัวนับสิบที่กำลังเดินตามหลังมาในระยะประชิด...!

     ปั้ก! ปั้ก!

     เจ้าชายสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงทุบประตูดังขึ้น นิโคลัสหันไปและพบประตูไม้บานหนึ่งอยู่บนผนังด้านขวา เสียงคล้ายกับคนใช้เท้าถีบดังขึ้นจากอีกฝั่ง เจ้าชายไม่รอช้า รวบรวมแรงทั้งหมดแล้วถีบมันสุดแรง ปราการกั้นระหว่างห้องปริศนากับทางเดินของปราสาทเปิดออกจนสุด เผยให้เห็นหญิงชราในชุดเสื้อคลุมสีดำสนิทที่ถูกพันธนาการอยู่บนเก้าอี้!

     “ช...ช่วยยายด้วย! ยายสาบานว่าจะไม่ทำอีกแล้ว จะไม่หลอกขายแอปเปลิธรรมดาให้คนอื่นโดยบอกว่ามันเป็นแอปเปิลวิเศษอีกแล้ว!!” เสียงแหบพร่าดังออกมาจากปากของหญิงชรา น้ำตาไหลอาบใบหน้าที่ชโลมไปด้วยเลือด! นิโคลัสมองภาพนั้นด้วยความตกใจ ก่อนจะเดินเข้าไปหา หมายจะช่วยปลดพันธนาการให้อีกฝ่าย ทว่า ทันใดนั้นเอง เท้าของเขาก็ไปเกี่ยวเข้ากับเชือกเส้นหนึ่งที่ถูกขึงอยู่บนพื้น บังเกิดเสียงวัตถุมีคมแหวกผ่านอากาศ เมื่อกับดักที่ถูกวางไว้เริ่มทำงาน ขวานขนาดยักษ์เหวี่ยงตัวลงสู่เบื้องล่าง ตัดคอของหญิงชราจนขาดสะบั้นในวินาทีนั้น!

     นิโคลัสตกใจแทบสิ้นสติ รีบวิ่งออกมาจากห้องด้วยความตื่นกลัวสุดชีวิต เจ้าชายก็เป็นคน...ย่อมมีความรักตัวกลัวตาย แตกต่างจากในเทพนิยายที่มักนำเสนอเจ้าชายที่กล้าหาญ นิโคลัสบอกได้เลยว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง! ไม่มีแม้แต่เค้าโครงของความเป็นไปได้!!

     ...เมื่อหัวใจกลับมาเต้นเป็นปกติ หางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นประตูอีกบานทางด้านซ้าย มันแง้มออกมาเล็กน้อย ราวกับเป็นการเชื้อเชิญ

     มือขวากำดาบแน่นจนชื้นเหงื่อ นิโคลัสก้มหน้ามองพื้นเพื่อดูว่ามีกับดักติดตั้งเอาไว้หรือไม่ เบื้องหน้า...หญิงสาวในชุดสีขาวสะอาดกำลังนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงไม้ ที่สำคัญ อีกฝ่ายมีรองเท้าเหลืออยู่เพียงข้างเดียว ต้องเป็นเจ้าหญิงซินเทียแน่! ใบหน้าของอีกฝ่ายช่างงดงามราวกับนางฟ้านางสวรรค์ ตรงตามที่คนแคระชราบอกเอาไว้ทุกประการ

     นิโคลัสเดินเข้าไปหาซินเทียอย่างช้าๆ พยายามเรียกและสะกิดให้ตื่น ทว่าหญิงสาวก็ยังคงนอนนิ่ง ในที่สุด เมื่อเห็นว่าวิธีปกติไม่เป็นผล จึงตัดสินใจเลือกใช้วิธีที่เคยปรากฏอยู่ในเทพนิยาย นั่นคือการจุมพิต! ชายหนุ่มโน้มตัวเข้าไปหาร่างผอมบางอย่างช้าๆ จับจ้องไปที่ริมฝีปากอวบอิ่ม ก่อนจะเลือกทำในสิ่งที่คิดไว้โดยไม่ลังเล

     ...ทว่า นิโคลัสก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเป็นครั้งที่สอง เพราะในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่บรรจบกัน ดวงตาของฝ่ายหญิงก็ลืมขึ้นอย่างฉับพลัน! ชายหนุ่มพยายามเงยหน้า แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะบัดนี้...ฟันของซินเทียได้ กัด ลงบนลิ้นของเขาที่รุกล้ำเข้าไปในปากของเธอเสียแล้ว! นิโคลัสตาเหลือกลาน เมื่อเจ้าหญิงตรงหน้าขยิบตาให้หนึ่งครั้ง ก่อนจะกัดลิ้นของเขาจนขาดสะบั้น! โลหิตแดงฉานสาดกระจาย ส่วนหนึ่งไหลเข้าไปในปากของซินเทีย หญิงสาวหัวเราะคิกคัก ก่อนจะ เคี้ยว ก้อนเนื้อในปากอย่างเอร็ดอร่อย!

     เจ้าชายทรุดลงไปกองกับพื้น พยายามกรีดร้อง แต่ไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา วินาทีนั้นเอง มีดในมือของซินเทียก็ถูกยกขึ้น ก่อนจะตวัดเข้าใส่ลำคอของอีกฝ่าย เพียงอึดใจเดียว ศีรษะของนิโคลัสก็กลิ้นหลุนๆ ตกอยู่แทบเท้าของหญิงสาว แต่ดูเหมือนจะยังไม่สะใจ...ซินเทียย่อตัวลงก่อนจะปักอาวุธในมือเข้าใส่ร่างไร้หัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวเราะอย่างเริงร่าพลางนึกถึงชะตากรรมของคุณยายผู้น่าสงสาร!

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

     ซินเทียยื่นมือไปรับแอปเปิลผลนั้นมาอย่างช้าๆ พยักหน้าให้อีกฝ่าย แล้วกัดมันเข้าไปคำใหญ่ ฉับพลัน ผลไม้ในมือก็หล่นลงกับพื้น เจ้าหญิงแสะยิ้ม ก่อนจะก้มลงเก็บหินกอนใหญ่ข้างกาย เงื้อมันขึ้นแล้วฟาดลงบนใบหน้าของหญิงชราสุดแรง! ร่างบางเดินโซซัดโซเซก่อนจะหมดสติไปอย่างไร้ซึ่งการควบคุม มีเพียงเสียงหัวเราะแหลมสูงที่ดังก้องไปทั่วผืนป่า

     ...เสียงหัวเราะด้วยความสะใจของซินเทียที่ทำให้ฝูงนกและฝูงกวางหนีกระเจิงไปคนละทิศละทาง!

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

     เมื่อหนึ่งปีก่อน...เจ้าหญิงซินเทียต้องระหกระเหินเร่ร่อน หนีจากการตามล่าของทหาร ทั้งหมดไม่ได้เป็นเพราะแม่เลี้ยงของเธออิจฉาในความสวย หากแต่เป็นเพราะอีกฝ่ายค้นพบหลักฐานว่าเธอคือผู้ที่สังหารมารดารวมถึงบ่าวไพรหลายสิบชีวิตอย่างเลือดเย็นต่างหาก! ศพไร้หัวถูกพบในห้องลับ ภายในห้องนอนของเธอ! ในที่สุด หญิงสาวจึงจำต้องหลบหนีมาอยู่ในกระท่อมกลางป่าแห่งนี้ แต่ก็ยังไม่วายลักพาตัวคนจากอาณาจักรชาร์มมิ่งมาฆ่าเพื่อตอบสนองกิเลสอันแสนวิปริตเป็นประจำ ซึ่งสถานที่ที่ถูกนำมาใช้เป็น ห้องเชือด ก็คือปราสาทร้างกลางป่าแห่งนี้นั่นเอง!

     โดยส่วนมาก ซินเทียจะลงมือในช่วงที่คนแคระทั้งเจ็ดออกไปทำงาน เรื่องเล่าเกี่ยวกับผีหัวขาดในปราสาทร้างก็เป็นฝีมือเธอทั้งนั้น ตอนที่หญิงชรานักต้มตุ๋นมาหลอกขายแอปเปิล หญิงสาวก็ห้ามความกระหายของตนไม่ได้จึงจับอีกฝ่ายมาขังไว้ที่ปราสาท เป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าชายนิโคลัสเดินทางมาถึง หญิงสาวแอบมองทางหน้าต่าง ก่อนจะวางกับดักเอาไว้เล่นๆ ด้วยความนึกสนุก ขณะเดียวกัน ก็นึกในใจว่ารสชาติเลือดของชายสูงศักดิ์นั้นจะเป็นอย่างไร!

     ซินเทียชักมีดออกจากร่างแหลกเละแล้วเริ่มเลียเลือดบนอาวุธมีคม ไม่...เธอไม่ได้จะปล่อยคนแคระไปหรอก แค่จะเก็บไว้ฆ่าทีหลังก็เท่านั้น คอและหัวเล็กๆ นั่น ยามขาดกระเด็นแล้วตกลงมาบนพื้นคงเป็นภาพที่สวยงามไม่น้อยเลยทีเดียว

     ด้านหลัง วิญญาณไร้หัวนับสิบปรากฏกายขึ้นในท่ายืนจังก้า จับจ้องฆาตกรใจโหดด้วยความเคียดแค้นเหลือคณา ทว่าเจ้าหญิงกลับหันมามองพวกมันแล้วหัวเราะด้วยความสาแก่ใจ เสียงหัวเราะแหลมสูงของซินเทียดังก้องไปทั่วปราสาทร้างกลางป่า

     ...ปราสาทที่พวกเขาจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข (ฝ่ายเดียว) ตลอดไป!

อวสาน!!

     นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : อย่าตัดสินเจ้าหญิงด้วยเรื่องราวเพ้อฝันจากเทพนิยาย...อย่าหลงรักจ้าชายด้วยภาพลักษณ์อันกล้าหาญที่ไม่เคยเป็นเรื่องจริง!

-จบ-

Next : ฆาตกร[รม{ก(า)ร}](เวก)


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น