อัปเดตล่าสุด 2020-05-15 16:10:43

ตอนที่ 3 คืน-คลั่ง-คัน

คืน-คลั่ง-คัน

     อาการคันเริ่มขึ้นในวันแรกของการฝึกภาคสนาม ไรอันเตรียมใจไว้ก่อนแล้ว ว่าการมาเข้าค่ายฝึกวิชาทหารชั้นปีที่สองนี้ต้องหนักหนาและทรมานยิ่งกว่าตอนเรียนเป็นไหนๆ มันเป็นวิชาฝึกทหารสำหรับเด็กนักเรียนชั้นมัธยมปลาย ซึ่งแลกมาด้วยสิทธิที่ไม่ต้องไปเกณฑ์ทหาร เด็กหนุ่มจึงยอมสมัครและทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดให้กับวิชานี้

     ไรอันเกลียดทหาร...เกลียดการฝึกที่หนักหนาและต้องโดนตะคอกอยู่ตลอดเวลา แต่มันก็คุ้มค่าไม่ใช่หรือ? แลกกับการไม่ต้องไปเป็นทหารเกณฑ์เชียวนะ!

     ไรอันไม่คิดด้วยซ้ำว่าตนเองจะผ่านมาถึงจุดนี้ เด็กหนุ่มสำอางที่แทบวิดพื้นหรือทำงานหนักไม่ได้อย่างเขาได้มาเข้าค่ายในชั้นปีที่สอง...มันผ่านมานานแค่ไหนแล้วนะ ตั้งแต่ที่เขาฝึกฝนร่างกายเพื่อสอบเข้าเรียนในชั้นปีที่หนึ่ง เวลาแห่งความทรมานยิ่งยาวนาน หากนับรวมวันที่เขาต้องไปฝึกยิงปืน ฝึกกลิ้งหลบหมอบคลาน ฝึกการเดินและการเคลื่อนที่อย่างฮึกเหิม หลักสูตรทหารที่ผ่านมาล้วนไม่ได้ซึมซับเข้าไปในจิตใจของไรอันเลยสักนิด...ไม่เคยแม้กระทั่งวันนี้

     รถบัสหลายสิบคันแล่นมาจอดบนถนนที่สองข้างทางรายล้อมด้วยภูเขา ต้นไม้แห้งกรัง พื้นทรายและหญ้าแห้งปรากฏอยู่ทุกหนแห่ง มองไปอีกฟากหนึ่ง...ระว่างภูเขาที่รายล้อม ปรากฏเป็นลานกว้างขนาดใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยเต็นท์สนามนับร้อยหลัง ด้านหลังสุด ติดกับป่าขนาดย่อมคือเต็นท์หลังใหญ่อีกสามถึงสี่หลัง รวมถึงอาคารปูนขนาดเล็กซึ่งน่าจะเป็นโรงอาบน้ำ แท็งก์น้ำดื่มสีฟ้าตั้งโดดเด่นอยู่ข้างๆ ไรอันเห็นดังนั้นจึงขมวดคิ้ว ตามปกติ เขาดื่มแต่น้ำแร่นำเข้าที่รับประกันคุณภาพมาอย่างดี หาใช่น้ำกรองจากแท็งก์ขนาดยักษ์ที่ผ่านกระบวนการกรองเพียงไม่กี่ขั้นไม่

     เด็กโรงเรียนอื่นพากันทยอยลงจากรถมาเป็นกลุ่ม คงมีเพียงไรอันกระมังที่มาเพียงลำพัง ใช่...ในโรงเรียนมีพียงเขาที่เข้าเรียนหลักสูตรนี้ถึงชั้นปีสอง คนอื่นๆ ถ้าไม่ขี้เกียจเรียนต่อก็สอบเข้ามาไม่ได้ตั้งแต่แรก โรงเรียนลูกคุณหนู...ได้ยินเพียงแค่นี้ก็ไม่น่าแปลกใจเลยแม้แต่น้อย

     “เอากระเป๋าลงมา แล้วเดินเรียงแถวไปที่ค่าย ปฏิบัติ! ใครช้าดันพื้นห้าสิบที ทราบ!!

     “ทราบ!!” นักศึกษาทั้งหมดขานตอบน้ำเสียงแข็งกร้าวของครูฝึกอย่างพร้อมเพรียง อันเป็นปกติของการเรียนในหลักสูตรนี้ หากใครได้ยินคำว่า ทราบ ต้องตอบกลับด้วยคำเดิม แม้ว่าจะเข้าใจหรือไม่ก็ตาม ไรอันเดินออกมาจากรถอย่างอ้อยอิ่ง และพบว่ากระเป๋าสัมภาระของตนได้กองแหมะอยู่บนพื้นทรายสกปรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาสบถแล้วเดินไปหยิบมันขึ้นมาปัด ครูฝึกคนหนึ่งหันมาเห็นการกระทำดังกล่าว เรื่องทั้งหมดจึงลงเอยที่ไรอันถูกสั่งดันพื้นยี่สิบที อาจเพราะความเอือมระอาในท่าที ลูกคุณหนู ของเด็กหนุ่ม ทหารเหล่านี้เจอเด็กมานักต่อนัก ย่อมสังเกตนิสัยและพื้นเพของคนได้อย่างแม่นยำ ใบหน้าขาวจัดราวกับดาราเกาหลี รวมถึงข้าวของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์หรือนาฬิการาคาแพงจึงทำให้ครูฝึกยิ่งอยากกลั่นแกล้งมากขึ้นเป็นเท่าตัว ก็อย่างว่า...มาเข้าค่ายฝึกทหารจะเอานาฬิการาคาหลายหมื่นมาทำไมกัน?!

     ความหงุดหงิดยิ่งพอกพูน เมื่อไรอันเดินมารวมพลในค่าย กล้ามเนื้อเริ่มล้าจากการลงโทษ เหงื่อไหลลงมาตามใบหน้าและลำคอ...อาบชโลมทั่วแผ่นหลังจนรู้สึกคันคะเยอไปหมด นี่เป็นอีกหนึ่งข้อเสียเปรียบของเด็กหนุ่มผู้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบาย ผิวพรรณที่ละเอียดอ่อน...พอมาเจอกับฝุ่นจึงเกิดอาการแพ้ ไรอันนึกอยากหยิบครีมบำรุงมาทา ทว่าเสียงนกหวีดของครูฝึกกลับดังขึ้นขัดจังหวะ เด็กหนุ่มฉลาดพอที่จะรู้ว่าการขัดคำสั่งย่อมแลกมาด้วยอาการคันและความเหนื่อยที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

 

     คั่วกลิ้งไก่และเกาเหลาคือกับข้าววันแรกในค่ายทหาร ไรอันแทบจะกินไม่ลง สำหรับลูกไฮโซอย่างเขา...รสชาติของมันยังห่างไกลกับเสต๊กหมูสันในอยู่มากโข ไม่เพียงเท่านั้น การล้างจานของที่นี่ยังไม่ถูกหลักอนามัย (ในมาตรฐานของเด็กหนุ่ม) ทันทีที่กินเสร็จ นักศึกษาทุกคนจะนำจานมาจุ่มในถังน้ำรวมที่ทางครูฝึกจัดไว้ให้จำนวนสี่ถัง (บางถังใส่น้ำยาล้างจานไว้ให้แล้ว) ก่อนจะสิ้นสุดด้วยการลวกในหม้อน้ำร้อน เสร็จแล้วจึงนำไปวางไว้บนกระเป๋าเป้ เพื่อให้แสงแดดช่วยทำความสะอาดเป็นครั้งสุดท้าย จะทำอย่างลวกๆ ไม่ได้เพราะจานใบนั้นต้องกลายเป็นสมบัติส่วนตัวจนถึงวันสุดท้ายของการฝึก สำหรับไรอัน...หนึ่งในขั้นตอนการล้างจานที่ต้องจุ่มมือของตนลงในน้ำถังแรกซึ่งเต็มไปด้วยเศษอาหารและน้ำลายของคนก่อนหน้าอีกนับร้อยเปรียบเสมือนฝันร้ายที่ยากจะลบเลือน!

 

     เสร็จจากการกินข้าว ก็คือการจัดเต็นท์และการเลือกคู่นอน ไรอันมาตัวคนเดียว ย่อมไม่มีเพื่อนที่เสนอตัวมานอนร่วม ในที่สุด เด็กหนุ่มร่างท้วมต่างโรงเรียนซึ่งเป็นเศษเหลือก็ได้ตำแหน่งนั้นไปอย่างเสียไม่ได้

     ...จัดเต็นท์เสร็จก็ใช่ว่าจะได้นอน เพราะยังมีการเข้าฐานฝึกทักษะต่างๆ ไว้เป็นการต้อนรับวันแรกที่มาถึงเสียก่อน นักศึกษาต้องเดินเรียงแถวตรงไปยังฐานฝึกซึ่งอยู่ห่างจากค่ายพักแรมราวหนึ่งกิโลเมตร แค่นั้นก็ถือเป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวงของเด็กหนุ่มที่นั่งรถติดแอร์เป็นประจำ ระหว่างทาง...ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่แผดเผา สิ่งที่ไรอันทำคือเดินโซซัดโซเซ พร้อมจิบน้ำในกระติก หอบหายใจถี่ด้วยความเหน็ดเหนื่อย ขาทั้งสองข้างเริ่มล้า อาการคันในร่มผ้าเริ่มสำแดงฤทธิ์จนแทบทนไม่ไหว แม้จะเคยฝึกในลักษณะเดียวกันมาก่อน แต่ก็ไม่มีครั้งไหนเลยที่เขาต้องเดินฝ่าแดดร้อนและบรรยากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นแบบนี้!!

     “แม่ง! น่ารำคาญฉิบหาย ครูฝึกเหี้ยอะไรนั่นพูดแต่เรื่องไร้สาระตลอดเลย เห็นบอกว่าที่นี่เป็นสนามรบเก่า ต้องเคารพดวงวิญญาณเข้าไว้ ถุย! แม่งเป็นพ่อกูหรือไงวะ ไอ้ศาลห่าเหวอะไรนั่นก็อีก จะให้กูยกมือไหว้หาแม่มึงเหรอ?!

     เสียงพูดคุยของคนด้านหน้าดังขึ้น ไรอันได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกเห็นด้วย ที่ผ่านมา มีแต่คนเตือนว่าภูเขาแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต้องเคารพเจ้าที่เจ้าทาง มิเช่นนั้นอาจมีจุดจบอันน่าสะพรึงกลัว ล่าสุดก็เรื่องที่เล่ากันโซเชียล เกี่ยวกับเถาวัลย์ปริศนาซึ่งจะลงโทษผู้ที่ไม่จงรักภักดีต่อผืนแผ่นดิน...ไร้สาระ! ไร้สาระทั้งตำนานและตรรกะ สำหรับไรอันแล้ว ความรักชาตินั้นไม่เคยซึมซับเข้าไปในหัวสมอง นี่แหละคือความ ต่ำทราม ของเด็กยุคใหม่ ผู้เกิดมาท่ามกลางความสุขสบาย โดยไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังความสุขสบายนั้นต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อของบรรพบุรุษมานักต่อนัก หากไม่มีพวกเขา เราจะมีวันนี้งั้นหรือ? เด็กยุคใหม่เคยสำเหนียกถึงบุณคุณของพวกเขาเหล่านั้นบ้างไหม? ไม่...ไม่เลยสักนิด

     ผลจากการดื่มน้ำมากเริ่มทำให้ช่องท้องส่วนล่างหนักอึ้ง ไรอันหันซ้ายแลขวา หมายจะหาที่ปัสสาวะซึ่งไม่มีใครมองเห็น สองข้างทางคือป่าไม้แห้งๆ ที่ไม่มีแม้แต่ใบไม้ หากจะทำธุระต้องเดินเข้าไปลึก ซึ่งนั่นก็เสี่ยงต่อการเจอสัตว์มีพิษหรือสัตว์ป่า ตอนนั้นเอง หางตาของเขาก็เหลืบไปเห็นรูปปั้นสีดำที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมทาง เป็นรูปปั้นของทหารหลายนายในอิริยาบถต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถือปืน ถือดาบ หรือปาระเบิด

     รอยยิ้มพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม ตรงฐานรูปปั้นนั้นคือหินสีดำ สูงประมาณหนึ่งเมตร เหมาะที่จะเป็นเครื่องกำบังในการปลดทุกข์อย่างยิ่ง คิดได้ดังนั้น ไรอันจึงพาร่างชุ่มเหงื่อของตนออกจากแถว...เดินหายไปหลังรูปปั้นท่ามกลางสายตาสงสัยของเพื่อนร่วมกองร้อย ถึงกระนั้น ก็ไม่มีใครคิดสนใจ เพราะแต่ละคนก็ล้วนทุกข์ทรมานและเหน็ดเหนื่อยกับการตากแดดร้อนๆ ติดต่อกันจนไม่อยากเอ่ยถามอะไรทั้งสิ้น

     เด็กหนุ่มปลดซิปกางเกง ก่อนจะปลดทุกข์ด้านหลังรูปปั้นอย่างสบายอารมรณ์ พลันสายตาเหลือบไปเห็นแผ่นหินที่ถูกสลักเอาไว้ว่าตรงส่วนฐานว่า ทหารและวีรชนผู้กล้า...ความคิดคะนองพลันผุดขึ้นในหัว เขายิ้มหยันพลางส่ายหัวกับความไร้สาระของมัน ก่อนจะไม่รอช้า บังคับของเหลวจากร่างให้พุ่งรดป้ายสลักนั้น! บังเกิดสายลมเย็นยะเยือกที่โชยพัดออกมาจากป่า ประหนึ่งกำลังนำทางให้ บางสิ่ง เคลื่อนออกมาจากแมกไม้ และตรงมาที่เด็กหนุ่มอย่างหมายเอาชีวิต! ไรอันจามออกมา อาจเพราะอากาศที่เย็นลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เด็กหนุ่มรูดซิปกางเกงก่อนจะเดินจากไปพร้อมเสียงหัวเราะ ตอนนั้นเอง อาการเจ็บแสบก็แล่นเข้าสู่สมอง ครั้นก้มลงมอง ก็พบว่าเเขนของตนไปเกี่ยวเข้ากับเถาวัลย์ที่ห้อยลงมาจากรูปปั้น มันเป็นเถาวัลย์ที่เต็มไปด้วยขน...ทั้งยังมีสีแดง แตกต่างจากเถาวัลย์อื่นๆ ที่เขาเคยเห็น

     สวบ...เสียงเหยียบใบไม้แห้งดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง ไรอันหันไปและพบร่างตะคุ่มร่างหนึ่งกำลังเดินออกมาจากหลังต้นไม้ มันคือร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เปลือยเปล่า เจ้าของผิวหนังฉีกขาดเน่าเละ เลือดไหลชโลมร่างจนมีสีแดงคล้ำคล้ายเถาวัลย์ปริศนานั่นเอง!!

     “เฮ้ย!!” ผู้ตื่นกลัวอุทาน ครั้นลืมตาขึ้น ก็พบว่าร่างสยองได้หายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตาฝาดงั้นหรือ?...นั่นคือข้อสรุปที่ดีที่สุด ไรอันส่ายหัวให้กับความคิดฟุ้งซ่าน ก่อนจะรีบกลับเข้าแถวอย่างเร่งรีบ หารู้ไม่ว่าด้านหลัง ดวงตาของทหารทุกนายบนรูปปั้นได้เรืองแสงสีแดงออกมาเล็กน้อย ราวกับกำลังสลักภาพใบหน้าของเขาไว้ในส่วนลึกของความทรงจำ

 

     ตอนเย็นของวันเดียวกัน ไรอันกลับมาถึงค่ายในสภาพสะบักสะบอม ผลจากการไต่เชือก ปีนกำแพงสูง รวมถึงวิ่งจากฐานหนึ่งไปยังอีกฐานหนึ่งกลางป่าที่ร้อนระอุทำให้แขนและขาเมื่อยล้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เส้นเลือดในหัวเต้นตุบๆ ราวกับจะระเบิด มิหนำซ้ำ แขนข้างที่สัมผัสเถาวัลย์ปริศนายังปรากฏผื่นแดงขึ้นมาอีกด้วย เด็กหนุ่มคงไม่ติดใจอะไรนักหากผื่นนั้นไม่แถมมาด้วยอาการคัน...คันจากเหงื่อไคลยังไม่พอ ต้องมาคันเพราะพิษของเถาวัลย์อีก!...ค่ายฝึกนรก!!

     ครูฝึกออกมาประกาศว่าทุกคนจะได้อาบน้ำหลังกินข้าว มันเป็นสิ่งเดียวที่เด็กหนุ่มปรารถนา...แม้จะเป็นน้ำที่สกปรก ไร้คุณภาพและเต็มไปด้วยตะกอน แต่ก็คงดีกว่าการมีเศษดินเศษทรายเกาะอยู่ตามตัวเป็นไหนๆ

     ฟ้าเริ่มมืดแล้วตอนที่ไรอันกินข้าวเสร็จ เขาล้างถาดแล้วรีบตรงมาที่เต็นท์ มือทั้งสองข้างเกาแขนของตนไปตลอดทาง เด็กหนุ่มหยิบขันกับขวดสบู่ พร้อมถอดชุดฝึก ตามด้วยเสื้อยืดชั้นในออก เผยเห็นร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่า ผิวหนังที่อกเกิดอาการคันเมื่อสัมผัสกับมวลอากาศเย็นยะเยือก เด็กหนุ่มเกามันอย่างแรงจนเลือดไหลซิบ อารามหงุดหงิด ทำให้ไรอันเดินกระแทกเท้าออกไปจากบริเวณนั้น ตรงไปยังห้องน้ำด้วยจิตใจที่ขุ่นมัวยิ่งขึ้น

     การอาบน้ำช่วยให้สบายตัวขึ้นก็จริง แต่นั่นก็ไม่อาจขจัดความคันลงได้ กลางดึกคืนนั้น ขณะที่เพื่อนร่วมเต็นท์หลับสนิทไปเป็นที่เรียบร้อย เสียงเดียวที่ดังขึ้นท่ามกลางเสียงหริ่งเรไร คือเสียงเกาดัง แกรก...กราก... ของเด็กหนุ่ม เลือดไหลซึม ก่อนจะหยดลงบนพื้นทราย...ซึมหายไปราวกับถูกดื่มด่ำด้วย บางสิ่ง ที่มองไม่เห็น!

 

     รุ่งเช้า ไรอันตื่นขึ้นมาพร้อมอาการเจ็บแสบบนผิวหนัง...ทั่วร่างของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลอันเกิดจากการเกา โลหิตไหลซึมออกมาจนเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าเป็นด่างดวง ถึงกระนั้น ก็ไม่มีเวลามาสนใจ เพราะครูฝึกสั่งให้รวมพลตั้งแต่ตีห้าครึ่ง หากไปไม่ทันก็อาจโดนลงโทษด้วยการวิดพื้นหรือแทงปลาไหลสามสิบครั้ง!

     การฝึกในวันที่สองคือฝึกรูปกระบวนการรบ ฐานฝึกอยู่ห่างจากค่างพักแรมหลายกิโลเมตร ไรอันล้วงเข้าไปในเสื้อพร้อมเกาแกรกกรากไปตลอดทาง กระทั่งสายตาปะทะเข้ากับรูปปั้นรูปเดิมอีกครั้ง ดวงตาของทหารทั้งหมด จ้องเขม็งมาที่เขาอย่างว่างเปล่า ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุด คงเป็นร่างของเด็กหนุ่มปริศนาที่นั่งกอดเข่าอยู่ไม่ไกลนัก! ผิวแดงเถือกสะท้อนแสงอาทิตย์จนเกิดภาพอันน่าขนลุกขนพอง! ไรอันเบิกตาโพลง ก่อนจะส่ายหัวอย่างแรงราวกับเชื่อว่าภาพที่เห็นไม่เป็นความจริง...ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้น ทันทีที่เงยหน้าขึ้น ภาพตรงหน้าก็คือพื้นดินที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งวี่แววของร่างสยองเมื่อครู่...

 

     การฝึกในวันที่สองล่วงเลยไปจนถึงหัวค่ำ การฝึกบุคคลทำการรบตอนกลางคืนนั้นน่าเบื่อกว่าที่คิด...สิ่งที่นักศึกษาต้องทำคือนั่งฟังคำบรรยายเรื่องการคำนวณระยะห่างจากเสียงปืน การดูดาว การเดินป่า และอีกร้อยแปดพันเก้าที่ไม่ได้เข้าไปในหัวของไรอันเลยแม้แต่น้อย กลางป่ากลางเขายามที่ตะวันลับฟ้ามืดสนิทราวกับหลับตา สิ่งที่เด็กหนุ่มทำคือนั่งสัปหงก เพราะถึงอย่างไรก็ไม่มีครูฝึกคนใดมองเห็น

     เสร็จจากการบรรยายคือการปฏิบัติ นักศึกษาที่ถูกแบ่งเป็นหมวดย่อยๆ เกาะกลุ่มกันเดินไปตามถนนที่สองข้างทางถูกขนาบด้วยป่า การฝึกเริ่มขึ้นทันทีที่สิ้นคำสั่งของครูฝึก ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความหวาดระแวง แม้ทุกคนจะถูกสั่งให้เงียบ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจนได้...

     ...นั่นคือเสียงเกาของเด็กหนุ่ม ไรอันกัดฟัน ขณะล้วงมือเข้าไปในเสื้อและกางเกง เกาผิวหนังทุกตารางนิ้วบนเรือนร่าง อาการคันทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด คล้ายกับมีฝีเท้าของมดนับพันไต่ยั้วเยี้ยไปตามตัว คันแม้กระทั่งในปาก...คันแม้กระทั่งลูกตา! ยิ่งเกาก็ยิ่งแสบ...แต่ยิ่งไม่เกาก็ยิ่งคัน! เคาะห์ดีที่การฝึกหมอบคลานในความมืดกินเวลาไม่มากนัก นักศึกษาอนุญาติให้เดินกลับค่ายพักแรมตามปกติ ถึงกระนั้น ก็เป็นการเดินในความมืด ซึ่งมีเพียงหัวหน้าหมวด หัวหน้ากองร้อยและหัวหน้ากองพันเท่านั้นที่มีสิทธิ์ใช้ไฟฉาย เสียงพูดคุยของเพื่อนต่างโรงเรียนดังระงมไปทั่ว มีเพียงไรอันที่ไม่สุงสิงกับใคร จิตใจทั้งหมดภาวนาให้กลับถึงค่ายเร็วๆ การอาบน้ำกลายเป็นสิ่งที่เด็กหนุ่มปรารถนามากกว่าการกลับบ้านไปนอนในเตียงนุ่มๆ เสียอีก

     สายลมปริศนาโชยพัดมาจากที่ไหนสักแห่ง ส่งผลให้ขนทั่วร่างลุกชันอย่างไม่อาจควบคุม ไรอันสอดส่องสายตาไปในความมืด อาการคันทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น จนกระทั่งทุกอย่างดำเนินมาถึงขีดสุด! เด็กหนุ่มนึกอยากจะควักลูกตาออกมาเกา เพราะตอนนี้ ดวงตาทั้งสองข้างก็เริ่มคันคะเยอและเจ็บแสบ ไม่ไหว!...เขาทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!!

     มีดโกนที่เก็บไว้ในเป้ถูกหยิบออกมาอย่างช้าๆ ไรอันถอดเสื้ออกแล้วโยนลงบนพื้น ก่อนจะใช้ส่วนแหลมของมีดกรีดลงบนร่างกายของตนเอง อาการคันคล้ายกับยาหลอนประสาทที่ทำให้ความนึกคิดดับสูญ สิ่งเดียวที่ต้องการคือหายจากอาการที่เป็นอยู่! โลหิตไหลอาบชโลมร่าง ท่ามกลางเสียงหอบหายใจของผู้บาดเจ็บ ไรอันกลั้นใจ ขณะใช้มีดโกนถูไถไปบนใบหน้า สลับกับการใช้เล็บครูดลงบนผิวหนังอย่างแรง หูแว่วได้ยินเสียงหัวเราะของ ใครบางคน ดังขึ้นที่ข้างหู...มีดโกนถูกเสียบเข้าที่เบ้าตา พร้อมกับเล็บมือทั้งสองที่ปลิ้นเอาลูกตาออก! ไรอันเกามันจนพื้นผิวส่วนอกหลุดร่อน จากนั้น...ไม่! เป็นไปไม่ได้ ดวงตาที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวเหลือบไปเห็นรูปปั้นรูปนั้น มันตั้งอยู่ตรงทางขึ้นภูเขาไม่ใช่หรือ?

     “ฮิ...ฮิ...ฮิ...” เสียงหัวเราะดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่โชยมาปะทะจมูก ไรอันหันไปมอง พลันสบตาเข้ากับใบหน้าเน่าเฟะที่ปราศจากผิวหนัง! ริมฝีปากแดงฉานเหยียดออกเป็นรอยยิ้มที่มองเห็นได้แม้จะอยู่ท่ามกลางความมืด มีดเล่มใหญ่ในมือของร่างสยองถูกส่งให้เด็กหนุ่ม ไรอันไม่มีทางเลือก อาการคันทวีความรุนแรงถึงขีดสุด...เขารับมันมาแล้วกรีดผิวหนังของตนเองออกทีละชิ้นๆ โลหิตไหลชโลม พร้อมกับจิตใจของเด็กหนุ่มที่ดับวูบไปอย่างรวดเร็ว

     คัน...คัน!!

 

     “มึงว่ามั้ย ไอ้นั่นซวยเป็นบ้าเลยว่ะ ทั้งโรงเรียนมาแค่คนเดียว แถมยังหายสาบสูญไปแบบนี้” เด็กหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้นพลางตักข้าวเข้าปาก เงยหน้ามองเพื่อนอีกคนที่ยักไหล่เล็กน้อย

     “กูนึกแล้วว่าแม่งต้องมีคนหลง นี่ยังหาไม่เจอเลยใช่มั้ยเนี่ย?” เด็กหนุ่มอีกคนตอบกลับ พลางนึกถึงสถานการณ์คับขัน เมื่อนักศึกษาเดินทางกลับมาถึงค่ายพักแรมไม่ครบจำนวน ครูฝึกตามหาเท่าไหร่ก็ไม่พบ สำหรับเขา การฝึกทหารแบบนี้ นอกจากจะไร้สาระแล้วยังทำให้เด็กวัยรุ่นมากมายต้องเดือดร้อนอีกด้วย

     “เออ แล้วมีครูฝึกได้ยินพวกเราพูดเมื่อวันก่อนหรือไงวะ? เห็นแม่งมองเราแปลกๆ มึงจำได้มั้ยที่เราเดินด่าครูฝึกกันไปมา แถมกูยังบอกด้วยว่า แม่งเป็นพ่อกูหรือไงวะ ไอ้ศาลห่าเหวอะไรนั่นก็อีก จะให้กูยกมือไหว้หาแม่มึงเหรอ?!’

     “อ่อๆ นึกออกแล้ว” ผู้เป็นเพื่อนพยักหน้า พร้อมตักต้มเลือดหมูเข้าปาก ตอนนั้นเอง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง...เถาวัลย์สีแดงเส้นหนึ่งม้วนขดอยู่ในจานของเขา มันคงตกลงไปตอนทำอาหารเป็นแน่

     “ถุย! นี่เถาวัลย์อะไรวะ?! ทำอาหารชุ่ยฉิบหาย!!” เด็กหนุ่มสบถแล้วใช้นิ้วคีบมันออกจากจาน ตอนนั้นเอง ร่างของเด็กหนุ่มที่เปลือยเปล่า ผิวสีแดงราวกับถูกมีดกรีดหนังออกไปจนหมดก็ปรากฏขึ้นที่ด้านข้าง ไม่เพียงเท่านั้น...ดวงตาของร่างสยองนั่นยังหายไปข้างหนึ่งอีกด้วย!

     “เชี่ย!” ผู้ตื่นกลัวสะดุ้ง ครั้นหันไปมองอีกที กลับไม่พบสิ่งใดนอกจากความว่างเปล่า เด็กหนุ่มเห็นดังนั้นจึงส่ายหัวให้กับความคิดฟุ้งซ่าน แล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวต่ออีกครั้ง

     ว่าแต่...ทำไมเขาถึงรู้สึกคันๆ นะ? เมื่อวานยังไม่เป็นเลยนี่นา

-จบ-

Next : ฅนหัวขาดเเห่งปราสาทกลางไพร

................................................................................................................

     การฝึกทหารในเรื่องสั้น คืน-คลั่ง-คัน เกิดขึ้นในสถานที่ซึ่งไม่มีอยู่จริง และได้รับแรงบันดาลใจมาจากการไปฝึกภาคสนามของนศท.(รด.) ชั้นปีสอง ที่เขาชนไก่ ซึ่งเป็นประสบการณ์ตรงของผู้เขียน รายละเอียดในการฝึกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน การเข้าฐาน กระบวนการรบตอนกลางคืน และข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ล้วนเป็นเรื่องจริง มีเพียงตำนานเกี่ยวกับเถาไม้และอาถรรพ์ในเรื่อง รวมถึงรูปปั้นทหารที่เกิดจากจินตนาการของผู้เขียน บทบรรยายเกี่ยวกับความคิดและการพูดจาของตัวละครทุกตัวคือสิ่งที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการอ่าน และช่วยแสดงให้เห็นว่าบุคคลที่ทำเรื่องแบบนั้นจะมีจุดจบเช่นใด หาได้มีเจตนาลบหลู่ไม่

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น