อัปเดตล่าสุด 2020-05-06 16:10:56

ตอนที่ 1 ข้างใคร?

    

ข้างใคร?

     ภายในโซนโรงหนังตอนนี้เงียบสงัดราวกับป่าช้า...ผมไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิด หากไม่นับพนักงานที่เดินออกมาจากห้องน้ำ บริเวณนี้ก็มีแค่ผมกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งก้มหน้างุดอยู่บนโซฟาสุดทางเดิน ไม่เคลื่อนไหวแม้แต่ปลายนิ้วจนผมคิดว่าอีกฝ่ายอาจหลับไปเรียบร้อยแล้ว

     นาฬิกาข้อมือบอกเวลาสี่ทุ่มห้าสิบแปดนาที...ยังพอมีเวลา ผมวางกล่องป๊อปคอร์นไว้บนโต๊ะสีดำใกล้ๆ แล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ ขนทั่วร่างลุกชันเพราะอากาศที่หยาวยะเยือกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

     หลังทำธุระส่วนตัวเสร็จ ก็พบว่าเป็นเวลาห้าทุ่มพอดี ผมหยิบกล่องป๊อปคอร์นมาถือก่อนจะเดินเข้าไปในโรงหนัง เลือกที่นั่งที่ระบุไว้บนตั๋ว...ซึ่งก็คือที่นั่งด้านบนสุด เยื้องมาทางซ้ายเล็กน้อย ขณะเดียวกัน ชายหนุ่มชุดดำเมื่อครู่ก็ค่อยๆ เดินเข้ามาแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ด้านขวาของผม นับเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน การมาดูหนังรอบดึกที่สุดแต่กลับต้องมานั่งข้างคนที่ไม่รู้จัก...ผมไม่ชอบความรู้สึกนี้เลยสักนิด ทำไมชายคนนี้ต้องมานั่งข้างผมทั้งที่เก้าอี้โรงหนังมีคนจับจองไว้ไม่ถึงสิบคน? ความหวังที่จะได้ดูหนังอย่างสงบและเป็นส่วนตัวถูกทำลายลงจนหมดสิ้น

     ใช่...ผมมาดูหนังในรอบห้าทุ่มของคืนวันศุกร์เป็นกิจวัตร มันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย หลังจากทำงานหลังขดหลังแข็งมาตลอดห้าวัน แอร์เย็นๆ ที่นั่งนุ่มๆ รวมถึงหนังสนุกๆ สักเรื่องทำให้จิตใจที่เหนื่อยล้าได้พักผ่อน แน่นอนว่าต้องเป็นการพักที่ไม่มีคนอื่นมากวนใจ ไม่ว่าจะมานั่งข้างๆ หรือด้วยวิธีใดก็ตาม ผมเกลียดชะมัดเวลามีคนกรีดร้อง หัวเราะหรือเคี้ยวป๊อปคอร์นเสียงดังอยู่ข้างๆ หู หวังว่าผู้ชายคนนี้จะไม่มีพฤติกรรมดังกล่าว คิดแล้วก็น่าลุกไปนั่งที่อื่น ติดตรงที่ไม่รู้ว่าเก้าอี้ตัวไหนมีคนจับจองไว้แล้วบ้าง

     ผู้ชายคนนั้นนั่งนิ่ง จ้องเขม็งไปยังหน้าจอที่ฉายตัวอย่างหนังรัก-โรแมนติกเรื่องหนึ่ง ในบรรยากาศที่เกือบจะมืดสนิท...ผมมองไม่เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย รู้เพียงว่าเป็นผู้ชายผมสั้นและใส่เสื้อยืดสีดำล้วน แว่นกันแดดเหน็บอยู่ตรงปกเสื้อ เห็นแล้วก็อดคิดไม่ได้ มาดูหนังในโรงมืดๆ แบบนี้จะพกแว่นกันแดดมาทำไม?!

     ตัวอย่างหนังเปลี่ยนไป จากหนังรัก-โรแมนติกกลายเป็นหนังผี ผมไม่มีปัญหากับมัน เพราะเป็นคนชอบหนังผีและไม่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติเป็นทุนเดิม ทว่าเด็กสาวในชุดนักศึกษาคนหนึ่งที่เดินมานั่งบนเก้าอี้ขวาสุด...ถัดลงไปสามแถวดูจะไม่คิดเช่นนั้น เธอกรีดร้องแล้วรีบใช้สองมือปิดตาด้วยความตื่นกลัว ชานหนุ่มข้างผมหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นท่าทางของเด็กสาว หัวเราะเสียงดังจนผู้ถูกล้อหันกลับมามอง

     ผมกลัวว่าทั้งสองจะทะเลาะกัน แต่ก็ไม่ ฝ่ายหญิงหันกลับไปมองหน้าจอที่เปลี่ยนไปฉายโฆษณาเครื่องดื่ม เป็นจังหวะเดียวกับที่ชายหญิงคู่หนึ่งเดินจูงมือกันเข้ามาในโรงหนัง นั่งลงบนเก้าอี้แถวหน้าสุดพร้อมคุยกันจนเกิดเสียงดังน่ารำคาญหู ผมอยากจะขว้างถังป๊อปคอร์นใส่หัวของทั้งคู่เป็นการสั่งสอนมารยาท แต่ก็ไม่สามารถทำได้

     ถัดจากชายหญิงกวนประสาท ก็มีหญิงสาวในชุดสีดำสนิทเดินเข้ามา ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ด้านซ้ายของผม เท่ากับว่าตอนนี้ผมถูกขนาบข้างด้วยคนแปลกหน้าในชุดสีดำถึงสองคน! อะไรจะซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดนี้!!

     ผมถอนหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด นึกในใจว่าไม่น่าเลือกที่นั่งตรงนี้ตั้งแต่แรก ป๊อปคอร์นรสคาราเมลของโปรดถูกหยิบขึ้นมาใส่ปากพร้อมเคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยความหวังว่ารสหวานของมันจะทำให้อารมณ์หงุดหงิดทุเลาลง...แต่ก็ไม่

     ก่อนที่ข้าวโพดคั่วจะถูกกินจนหมด เสียงเพลงคุ้นหูก็ดังขึ้น เรียกทุกคนในโรงให้ยืนตรงอย่างพร้อมเพรียง ชายหนุ่มและหญิงสาวข้างๆ ลุกขึ้นยืนก่อนใครเพื่อน เสื้อผ้าสีดำสนิทกลืนไปกับบรรยากาศในโรงหนัง แว่นกันแดดของฝ่ายชายสะท้อนแสงจากจอภาพจนเกิดประกายระยับ ผมหยิบป๊อปคอร์นอีกชิ้นเข้าปากแล้วลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ สังเกตว่ามีชายหัวล้านอีกคนหนึ่งจับจองที่นั่งด้านซ้าย...ถัดจากผมลงไปสองแถว เท่ากับว่าในโรงหนังแห่งนี้มีคนอยู่เพียงเจ็ดคน (นับว่ามากทีเดียวสำหรับหนังรอบห้าทุ่ม)...ผม ชายหนุ่มและหญิงสาวที่ขนาบข้าง เด็กสาวผู้หวาดกลัวตัวอย่างหนังผี ชายหัวล้าน และคู่ชายหญิงกวนประสาทที่แม้แต่ตอนนี้ก็ยังพูดคุยกันเสียงดังอย่างไม่มีความเกรงใจ คิดในแง่ดีคือพวกเขาไม่ได้มานั่งข้างผม ไม่เช่นนั้นถังป๊อปคอร์นในมือคงได้ไปอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่เป็นแน่

     หลังจากทุกคนนั่งลงเรียบร้อยแล้ว โลโก้ค่ายภาพยนตร์ชื่อดังก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ หนังกำลังจะเริ่มฉาย และดูเหมือนชายหญิงแถวหน้าจะสำเหนียกถึงความไร้มารยาทของตน เสียงพูดคุยเริ่มเงียบหาย แทนที่ด้วยเสียงดนตรีประกอบที่ฟังดูก็รู้ว่าต้องเป็นหนังแนวมืดหม่นและหดหู่เป็นแน่

     หลังจากนั้น สมาธิของผมก็จดจ่ออยู่กับสิ่งเดียว นั่นคือเนื้อเรื่องของหนังดราม่าเสียดสีสังคมที่ทั้งเข้มข้นและหม่นหมอง แว่วเสียงสะอึกสะอื้นของเด็กสาวมาจากเก้าอี้ถัดลงไปห้าแถว หนังเรื่องนี้จัดอยู่ในโทนมืด ทำให้บรรยากาศภายในโรงอึมครึมราวกับมีหมอกสีดำฟุ้งกระจาย...ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้นอกจากจอภาพยนตร์

     ผมกินป๊อปคอร์นจนหมด ก่อนจะเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้อย่างเต็มที่ เบื้องหน้า...หนังตัดฉากจากกลางคืนเป็นกลางวัน ส่งผลให้ทั่วบริเวณสว่างขึ้นเล็กน้อย ถึงกระนั้น ก็เพียงพอที่ผมจะมองเห็น ใครบางคน ที่นั่งอยู่ทางด้านขวา...

     ...ชายหัวล้านที่นั่งอยู่ถัดลงไปสามแถว

     ครั้นเหลือบไปมองเก้าอี้ที่อีกฝ่ายเคยนั่ง ก็พบว่ามันว่างเปล่า มิหนำซ้ำชายหนุ่มชุดดำที่นั่งอยู่ข้างผมเมื่อครู่ยังย้ายไปนั่งข้างเด็กสาวที่กำลังร้องไห้อีกด้วย มันเป็นไปได้ยังไงกัน?...ตั้งแต่หนังเริ่มฉาย ผมมั่นใจว่าไม่มีใครลุกออกจากที่นั่ง ยิ่งเป็นคนข้างๆ ยิ่งน่าแปลก...ผมไม่รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวหรือเสียงกุกกักอันเป็นปกติของการที่คนคนหนึ่งจะลุกขึ้นแล้วสลับที่กับอีกคน เมื่อหันไปมองทางซ้าย ก็พบว่าหญิงสาวชุดดำยังคงนั่งอยู่ที่เดิม

     ...ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ ทั่วบริเวณก็กลับมามืดสนิทอีกครั้ง เนื้อเรื่องในภาพยนตร์เริ่มมาถึงจุดเข้มข้น ทว่าสมาธิของผมกลับไม่สามารถจดจ่อกับมันได้อีกต่อไป บางอย่าง บอกกับผมว่ากำลังมีสิ่ง ผิดปกติ เกิดขึ้น...เป็นความรู้สึกที่ผุดขึ้นมาตามสัญชาตญาณ และดูเหมือนโชคชะตาจะกลั่นแกล้ง...พอถึงฉากที่แสงสว่างกลับมาอีกครั้ง ผมก็พบว่าหญิงสาวข้างกายไม่ได้นั่งอยู่ที่เดิมอีกต่อไป!

     ทว่า ผู้ที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมคือเด็กสาวนักศึกษาที่กำลังสัปหงก! คราบน้ำตายังคงปรากฏอยู่บนใบหน้า...ท่ามกลางแสงสลัวจากหน้าจอ ผมมองเห็นนิ้วข้างหนึ่งของเธอกระตุกถี่อย่างช้าๆ ก่อนจะแน่นิ่งไปในที่สุด

     ...แล้วหญิงสาวชุดดำคนนั้นอยู่ไหน? ผมได้รับคำตอบในอีกอึดใจต่อมา เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นหญิงสาวคนนั้นนั่งอยู่ข้างคู่รักชายหญิงตรงแถวหน้าสุด เธอนั่งอยู่ข้างๆ ฝ่ายชายที่กำลังทำท่ากระหนุงกระหนิงกับคนรัก

     ...ไร้ซึ่งวี่แววของชายหนุ่มในชุดสีดำสนิท

     หน้าจอมืดลงอีกครั้ง คราวนี้ผมได้ยินเสียงหายใจฟืดฟาดของนักศึกษาและชายหัวล้านที่ดังออกมาอย่างพร้อมเพรียง คล้ายกับคนใกล้ตายที่พยายามไขว่คว้าอากาศเฮือกสุดท้ายเข้าปอด กลิ่นของความผิดปกติเริ่มเด่นชัด...ขนทั่วร่างลุกชันอย่างไม่ทราบสาเหตุ บางทีอาจเป็นเพราะเครื่องปรับอากาศที่เย็นผิดปกติก็เป็นได้

     ตอนนี้ตัวละครเอกในภาพยนตร์กำลังส่องไฟฉายหาของที่ตกอยู่บนพื้น ภายในห้องที่มืดสนิทและเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ จังหวะที่เขาหันไฟฉายเข้าใส่กล้อง ส่งผลให้เกิดความสว่างออกมาเพียงชั่ววินาที นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ผมเห็นภาพนั้น...

     ภาพของหญิงสาวชุดดำที่กำลังโอบคอชายหนุ่มข้างกายพร้อมเขย่าอย่างแรง โดยที่หญิงสาวซึ่งน่าจะเป็นแฟนของเขายังคงนั่งดูหนังราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น...หากเธอไม่ได้หลับก็คงเป็นเพราะความรู้สึกช้า ไม่มีทางที่คนเราจะไม่รู้สึกเมื่อมีมือปริศนามาโอบคอของคนข้างตัวแล้วเขย่าไปมาราวกับกำลังคลุ้มคลั่งแบบนี้! ถัดมาอีกหนึ่งแถว...ชายหนุ่มในชุดสีดำสนิทที่นั่งข้างผมเมื่อครู่ก็ค่อยๆ นั่งลงบนเก้าอี้

     ทุกอย่างช่างสับสน...สับสนจนผมไม่รู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ทางที่ดีควรหนีออกจากโรงก่อนจะตกเป็นเหยื่อของพวกโรคจิตจะดีกว่า ใช่...ผมหมายถึงชายหญิงชุดดำคู่นั้นนั่นแหละ! ดูจากปฏิกริยาลับๆ ล่อๆ ก็รู้ทันทีว่าไม่น่าไว้ใจ คิดได้ดังนั้น จึงค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ตั้งใจจะเดินออกไปให้เร็วที่สุด ทว่าหน้าจอกลับสว่างขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับมือของ ใครบางคน ที่พุ่งมาคว้าแขน...

     ...มันคือชายหนุ่มชุดดำคนนั้น! ใบหน้าราบเรียบแปรเปลี่ยนเป็นแสยะยิ้ม ด้านหลังของเขาคือผู้ชายอีกคนที่นอนหลับสนิทอยู่บนเก้าอี้ ผมเห็นดังนั้นจึงก้าวถอยหลัง...มือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วกำปากกาหมึกซึมแน่น หากอีกฝ่ายพุ่งเข้ามาก็พร้อมจะแทงได้ทุกเมื่อ

     ทว่า ทันใดนั้นเอง หญิงสาวชุดดำก็โผล่ออกมาจากความมืดแล้วคว้าปากกาด้ามนั้นไปโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว! ริมฝีปากแดงฉานตัดกับสีชุดเหยียดออกเป็นรอยยิ้ม ผมดำยาวส่วนหนึ่งห้อยปกปิดใบหน้าจนมีสภาพคล้ายผีร้ายในภาพยนตร์สยองขวัญ เธอเดินเข้ามาช้าๆ ก่อนจะผลักผมให้นั่งลงบนเก้าอี้ เคียงข้างร่างของชายหัวล้านและนักศึกษาสาวที่หลับไม่ได้สติ ดวงตาปรากฏประกายแรงกล้า...เป็นดวงตาที่ทำให้ผมเย็นวาบไปจนถึงกระดูก! แม้จะอยู่ท่ามกลางแสงสลัว แต่ผมก็สามารถมองเห็นรอยยิ้มอันบิดเบี้ยวของเธอได้อย่างชัดเจน!

     “วุฒิ...” เสียงแหบแห้งดังขึ้นจากในหัวของผม พร้อมกับสติทั้งหมดที่ดับวูบอย่างฉับพลัน ข้าแลบลิ้นเลียริมฝีปาก ก่อนจะหันไปมองหญิงสาวชุดดำที่ยืนอยู่ข้างๆ

     “ได้เวลาแล้วค่ะ นายท่าน เหยื่อวันนี้มีทั้งหมดห้าคน ขอแนะนำว่าเด็กสาวข้างๆ น่าจะมีเลือดที่หอมมันที่สุด” อีกฝ่ายพูดพร้อมก้มหัวลงเล็กน้อย ราวกับเป็นการแสดงความเคารพ ข้าเห็นดังนั้นจึงเหลือบไปมองนาฬิกาข้อมือ รอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก

     “ทุกอย่างเรียบร้อยเหมือนเดิมใช่มั้ย?”

     “เรียบร้อยแล้วค่ะ นายท่าน ตอนนี้พวกเราสามารถดื่มด่ำกับมื้ออาหารได้อย่างเต็มที่แน่นอนค่ะ”

     ข้าหัวเราะในลำคอพลางแลบลิ้นเลียปากอีกครั้งด้วยความหิวกระหาย...คิดไม่ผิดที่เลือกหญิงสาวและชายหนุ่มคนนี้มาเป็นลูกมือสำหรับการจัดเตรียมอาหารค่ำในทุกคืนวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันที่พลังอำนาจจะฟื้นคืนเต็มที่ ความหิวกระหายที่ถูกเก็บกักมาหนึ่งอาทิตย์เริ่มสำแดงฤทธิ์อีกครั้ง

     ข้าถือกำเนิดขึ้นเมื่อวุฒิถูก เผ่าพันธุ์ ของข้ากัดเมื่อหนึ่งปีก่อน เขาไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าปีศาจกระหายเลือดได้ซุกซ่อนอยู่ในร่างของเขาตั้งแต่วันนั้น และจะสามารถเผยตัวออกมาได้ในเวลาเที่ยงคืนถึงเช้ามืด...ในตอนนั้น วุฒิจะไม่รู้สึกตัว แต่ข้าก็ไม่สามารถออกไปหาอาหารกินได้ตามอำเภอใจ เผ่าพันธุ์ของเราอยู่ในยุคที่ต้องหลบซ่อน คอยแฝงตัวหาอาหารและขยายพันธุ์อย่างลับๆ วุฒิมีกิจวัตรคือการดูหนังทุกห้าทุ่มของวันศุกร์...ข้าจึงใช้โอกาสนั้นจ้างแวมไพร์สองตนนี้มาช่วยอำนวยความสะดวก

     หลังจากนี้ภาระทั้งหมดก็จะตกเป็นของข้า...ภาระที่ต้องสร้างภาพความทรงจำหลอกๆ ขึ้นในหัวของวุฒิ ให้เขาคิดว่าตนเองดูหนังจนจบและเดินออกจากโรงเหมือนคนปกติทั่วไป

     ชายในชุดดำผายมือไปยังร่างทั้งสี่ที่นั่งเรียงรายขนาบข้าง ก่อนที่เขาและหญิสาวจะอ้าปากพร้อมแสยะยิ้ม เผยให้เห็นเขี้ยวคมกริบสีมันวาว...พวกเขาจะรอให้ข้ากินเสร็จแล้วค่อยลงมือจัดการ

     ข้าพยักหน้า ก่อนจะอ้าปากกว้างจนเผยให้เห็นเขี้ยวคู่หนึ่งที่เพิ่งโผล่ขึ้นมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน กลิ่นเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของเหยื่อทั้งสี่กระตุ้นต่อมความกระหายให้ทำงาน พวกเขาจะไม่ตายหรอก...แค่จะตื่นขึ้นมาโดยมี เผ่าพันธุ์ของข้า แอบแฝงอยู่ในร่างก็เท่านั้น!

     ข้าประทับเขี้ยวลงบนลำคอขาวเนียนของนักสึกษาสาว ก่อนจะทำในสิ่งที่ปรารถนามาตลอดหนึ่งอาทิตย์

     เห็นทีคงต้องไปบอกแวมไพร์ตนอื่นๆ เสียแล้ว การดื่มเลือดภายในโรงหนังเย็นๆ เก้าอี้นุ่มๆ และภาพยนตร์สนุกๆ นั้นช่างมีความสุขต่างจากการดื่มเลือดในสถานการณ์ปกติเป็นไหนๆ!

-จบ-

Next : ฃวดคาวในคืนหนาว


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น