อัปเดตล่าสุด 2020-06-25 09:16:47

ตอนที่ 9 บทของราชินีพระจันทร์ (The High Priestess)

รักเอยรักแอบเร้น                        ภายใน

รักที่ยากอดใจ                             เปี่ยมท้น

รักปกปิดด้วยไซร้                         ผิดประ เพณี

รักเปี่ยมกฤษณาล้น                      ท่วมแท้อันตราย

 

รักเอยรักปิดไว้                            สังคม

รักที่ใช้อารมณ์                             ผิดแท้

รักเมาดุจโคลนตม                       ศีลขาด กามา

รักเยี่ยงนี้ควรแก้                          กลับให้ไหวทัน


 

บทของราชินีพระจันทร์* (The High Priestess)

 

            แสงจันทร์ข้างแรมทำให้บรรยากาศรัตติกาลแห่งป่าพงไพรยิ่งเปี่ยมไปด้วยความลี้ลับ รัตติกาลอันดำมืดยังน่าพรั่นพรึงน้อยยิ่งกว่าราตรีที่มีเพียงจันทร์เสี้ยวส่องแสง หากจะเปรียบจิตใจมนุษย์ก็คงพิจารณาได้ว่า คนที่ชั่วร้ายหากเห็นได้ชัดจากภายนอกนั้น ยังน่ากลัวน้อยกว่าคนที่พยายามซ่อนเร้นจิตใจดำมืดไว้ภายใต้หน้ากากแห่งแสงนวล

               อุปมาราวกับดวงจันทร์ที่พยายามกระทำตนให้ราวกับสุกสกาวด้วยแสงสว่าง หากแต่ที่จริงแล้ว ดวงจันทร์นั้นไม่ได้ส่องแสงจากภายในของตนเอง!

กระนั้นในโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว ดวงจันทร์ที่ทอแสงยามท้องฟ้าราตรี ก็ประหนึ่งเพื่อเป็นการบอกเวลาแก่เหล่าสรรพสัตว์ว่าถึงเวลาที่พวกมันจะต้องออกหากินตามปกติวิสัย บัดนี้ป่าพนาไพรอันสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติกำลังร้องระงมด้วยเสนาะสำเนียงของสัตว์กลางคืน กระนั้นเสียงแห่งพงทึบพลันเงียบงันเป็นครั้งคราวยามจังหวะที่ปรากฏรถยนต์แล่นผ่านในถนนเปลี่ยวที่ตัดผ่านระหว่างภูเขา

ธเรษตรีในชุดไปรเวทลืมตาตื่นจากนิทรารมณ์ เด็กสาวบิดกายด้วยความเมื่อยขบจากการคุดคู้นอนที่เบาะหลังรถ สาวน้อยผงกศีรษะขึ้นมองด้านนอกกระจกหน้าต่าง เธอเห็นวิวป่าเขามืดครึ้มกำลังวิ่งผ่านพ้นไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว

               “ตื่นแล้วเหรอฝน” เสียงพูดจากชายผู้นั่งหลังพวงมาลัย นัยน์ตาของเขามองเธอผ่านทางกระจกมองหลัง ส่วนมือนั้นจับพวงมาลัยรถอย่างมั่นคง

               “นอนต่อก็ได้นะจ๊ะ ยังอีกไกลกว่าจะถึง” เสียงนุ่มนวลฟังแล้วอบอุ่นจากหญิงวัยกลางคนที่นั่งข้างคนขับ ดวงหน้าของผู้พูดหันมามองเด็กสาวด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ธเรษตรีนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าคนทั้งคู่เป็นใคร

               รู้เพียงว่าใบหน้าของบุคคลทั้งสองช่างอบอุ่นและคุ้นเคย?

               ...ถึงตรงนี้ความจำเหมือนจะขาด ๆ หาย ๆ ราวกับแผ่นฟิล์มภาพยนตร์ที่หลุดลอก...

               ตูม! เอี๊ยดดดดดด!

               รู้สึกตัวอีกทีด้วยกัมปนาทดังสนั่น ตามด้วยเสียงล้อรถทั้งสี่ที่ไถลไปกับพื้นถนนอย่างไม่อาจควบคุมทิศทางได้

               ...

               ...

               ธเรษตรีลืมตาขึ้นอีกครั้งพร้อมความปวดร้าวที่แล่นไปทั่วร่าง รอบกายของเธอมีเพียงดงไม้หนาทึบ บรรยากาศเงียบงันบอกให้รู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าตอนนี้เป็นเวลาที่ดึกสงัด...มันเป็นรัตติกาลกลางป่าดิบที่น่าสะพรึงขวัญ

               เด็กสาวกวาดสายตาด้วยความหวาดระแวง ในใจนึกถึงชายหญิงสองคนที่นั่งอยู่ตอนหน้าของรถยนต์ ไม่รู้ว่าพวกเขาจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร

               “ว้าย!” เด็กสาวสะดุ้งสุดตัวเมื่อมองเห็นสองร่างที่ยืนอยู่เบื้องหน้าไม่ห่าง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนลึกลับทั้งคู่ปรากฏกายตรงหน้าตั้งแต่เมื่อไร

               “สะ...สวัสดีค่ะ” ธเรษตรีลองส่งเสียงทักร่างลึกลับ ร่างทีเธอไม่แน่ใจว่าเป็นชายหรือหญิงด้วยเพราะทั้งคู่สวมใส่เสื้อผ้าที่คลุมยาวจรดพื้น ส่วนด้านบนศีรษะก็สวมใส่ด้วยฮู้ดคลุม เธอเห็นว่าคนหนึ่งสวมใส่ชุดสีขาว ส่วนอีกคนใส่ชุดสีดำ

               “..............” ไม่มีคำตอบจากอาคันตุกะยามวิกาล

               “ขอโทษนะคะ ที่นี่ที่ไหน?” เด็กสาวไม่ละความพยายาม

               “การที่เจ้าสามารถฝันเห็นเหตุการณ์ใน ‘คืนนั้น’ ได้...นั่นหมายความถึงความทรงจำที่เริ่มหวนคืน” น้ำเสียงคล้ายชายชราดังมาจากคนชุดขาว

               “เหตุการณ์ในคืนนั้น?” ธเรษตรีทวนคำ

               “ความทรงจำที่เริ่มปรากฏ...นั่นหมายถึงเวลาแห่งชะตากรรมกำลังเข้าใกล้...มันคือเวลาแห่งการตัดสิน” คราวนี้เสียงจากคนชุดดำ ให้ตายเถอะ! เด็กสาวแน่ใจว่าสำเนียงของสองคนที่อยู่เบื้องหน้านั้นเหมือนกันอย่างแยกไม่ออก!

               “ตัดสิน? ตัดสินอะไรคะ?” ธเรษตรีสับสนมากขึ้นเมื่อได้ฟังคำพูดที่แปลกประหลาดและไม่สามารถจับใจความ เวลานี้คนแปลกหน้าทั้งสองกำลังเดินห่างออกไป ในขณะที่ร่างของเธอกลับหนักอึ้งจนไม่สามารถขยับเขยื้อน

               “เดี๋ยว! เดี๋ยวก่อนค่ะ! ” เด็กสาวตะโกนลั่น

               “เดี๋ยวค่ะ! ความทรงจำในคืนนั้น?...คุณหมายถึงอะไร?” ธเรษตรีเอื้อมมือออกไปจนสุด

               “เดี๋ยว!”  มือทั้งสองไขว่คว้ากลางอากาศ ในขณะที่ดวงตามองเห็นเพดานของห้อง

               ธเรษตรีรีบผุดลุกขึ้นนั่งทันที เธออยู่บนเตียง และเตียงก็อยู่ในห้องนอน

            ฝัน?  

               นักพยากรณ์ผู้รังสรรค์บททำนายแห่งไพ่ทาโรต์พบว่าตัวเองกำลังอยู่บนเตียง แสงผีตากผ้าอ้อมสีชมพูที่ประทับบนเมฆบ่งบอกเวลาเย็นย่ำที่ต้องรีบเตรียมตัวออกไปทำงานพิเศษ อันที่จริงวันนี้ธเรษตรีไม่อยากออกไปทำงานด้วยรู้สึกอ่อนเพลีย เด็กสาวอ่อนล้าถึงขนาดที่กลับจากโรงเรียนแล้วเผลอไผลหลับไปทั้งชุดนักเรียนแถมยังฝันแปลก ๆ อีกต่างหาก

               อย่างไรก็ตามนักทำนายสาวก็ตัดสินใจอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ด้วยสังหรณ์ใจว่าวันนี้อาจจะได้เจอลูกค้าที่เข้ารับการทำนาย

               …

              

               …

               ที่แยกประตูน้ำอันเป็นที่ตั้งของร้านทำนาย บัดนี้เบื้องหน้าธเรษตรีปรากฏสาวสวยผมยาวเงางามคนหนึ่ง เธอสวยถึงขนาดที่เห็นในคราแรก ยังหลงนึกว่าเป็นดาราหรือไม่ก็นางแบบเสียอีก

               “แล้วจะต้องทำอย่างไรบ้างล่ะจ๊ะ” เสียงหวานจากพี่สาวคนสวยทำเอานักพยากรณ์ตื่นจากภวังค์ความคิด

               “ขอโทษค่ะ คิดอะไรเพลินไปนิดหนึ่ง” ธเรษตรีอ้อมแอ้มขอโทษ เด็กสาวมัวตกตะลึงในความงามจนลืมอธิบายขั้นตอนให้ลูกค้าทราบ

               “พี่ต้องเล่าเรื่องที่อยากทำนาย จากนั้นให้ใช้มือซ้ายเลือกไพ่ใบหนึ่งจากกองไพ่ทาโรต์ทั้งหมดนี่ค่ะ” นักทำนายหมายถึงสำรับไพ่ที่บัดนี้อยู่ในมือเพื่อเตรียมพร้อมที่จะสลับ

               คราวนี้แขกผู้มาเยือนเงียบไปอึดใจ คลับคล้ายกำลังตัดสินใจที่จะรับการพยากรณ์ด้วยวิธีและเงื่อนไขแปลก ๆ นี้ดีหรือไม่

               “เอ...เอายังไงดี” หญิงงามเหลียวมองรอบกายก่อนตัดสินใจ

               “เอาก็เอา...ว่าแต่อย่าไปเล่าให้ใครฟังนะจ๊ะ พี่อาย” ลูกค้าเอียงคอเข้ากระซิบใกล้ ๆ แม่หมอเจ้าของร้าน กิริยาท่าทางเช่นนี้หากธเรษตรีเป็นผู้ชายก็คงอดหวั่นไหวไม่ได้

               “คือว่า...เริ่มยังไงดีล่ะ” หญิงสาวพยายามหาจุดเริ่มเรื่อง

               “พี่เป็นพนักงานฝ่ายต้อนรับอยู่ที่โรงแรม...” สาวสวยหุ่นนางแบบบอกชื่อโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพมหานคร

               “แล้วตอนนี้ผู้จัดการของโรงแรมเข้ามาจีบพี่น่ะ แต่พี่ไม่แน่ใจว่าจะทำยังไงดี…อันที่จริงพี่ก็ชอบเขาเหมือนกัน แต่ก็ยังอดกังวลไม่ได้ พี่เลยต้องมาขอคำปรึกษาจากน้องนักทำนายนี่แหละจ้ะ” ลูกค้าเล่าเรื่องที่ต้องการรู้รวดเดียวจบ

               “หึ...หึ...” เสียงหัวเราะในลำคอของนักพยากรณ์

               “แน่ะ! อย่าหัวเราะสิคะ ไม่ดีเลยนะ” ประชาสัมพันธ์โรงแรมต่อว่าเมื่อเห็นคู่สนทนาหัวเราะเรื่องที่เธอพึ่งเล่าจบไป

               “จริงหรือคะ ว่านี่คือปัญหาของคุณ?” นักทำนายเงยหน้ามองลูกค้า น้ำเสียงฟังแล้วเย็นเยือกไปถึงขั้วหัวใจ แต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่า นั่นก็คือนัยน์ตาของเด็กสาวผู้เป็นหมอดูนั้น

               เป็นดวงตาที่ไร้แวว! ราวกับเป็นแววตาของผู้ปราศจากชีวิต!?

               “ชะ...ชะ...ใช่สิคะ นี่ก็เล่าหมดแล้ว ทำนายมาเลยดีกว่า!” พนักงานต้อนรับโรงแรมเขยิบเก้าอี้ถอยห่างด้วยรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึง น้ำเสียงและแววตาของนักทำนายเบื้องหน้าก่อให้เกิดบรรยากาศแปลก ๆ ที่ดำดิ่งเข้าสู่ก้นบึ้งของจิตใจ!

               ให้ตายเถอะ! ราวกับว่าเธอกำลังถูกเด็กสาวตรงหน้าอ่านใจ!?

               “หึ...หึ...เอาอย่างนั้นก็ได้ เชิญเลือกหนึ่งใบ”  นักทำนายแห่งไพ่ทาโรต์ผายมือลงที่โต๊ะเป็นการส่งความหมายให้ผู้รับทำนายเลือกไพ่หนึ่งใบจากทั้งสำรับที่บัดนี้ถูกคลี่กระจายคว่ำหน้าอยู่กลางโต๊ะ

               หญิงสาวผู้มีใบหน้าและผิวพรรณงดงามไร้ที่ติเอื้อมมือไปข้างหน้า เป้าหมายอยู่ที่ไพ่หนึ่งใบจากทั้งสำรับ มือซ้ายสั่นเทาเล็กน้อยด้วยอารมณ์ตื่นเต้น

               ไพ่ถูกหยิบออกมา หญิงงามรีบพลิกดูรูปด้านหน้าด้วยความใคร่รู้

               มันเป็นรูปของหญิงสาวในชุดคลับคล้ายนักบวช นวลหน้างดงามผุดผ่อง ร่างบางสวยนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่บุด้วยทองคำอร่าม ด้านข้างถูกขนาบด้วยเสาสูงสองต้น ด้านหนึ่งสีขาว...และอีกด้านเป็นสีดำ

               อักษรใต้ภาพถูกจารึกบรรยายไว้

               The High Priestess…ไพ่ราชินีพระจันทร์*

 

               “แปลว่าอย่างไรคะน้อง...ไพ่ดีใช่ไหม?” หญิงสาวถาม เธอไม่คุ้นเคยกับไพ่ยิปซี

               เป็นอีกครั้งที่ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของนักพยากรณ์

               “ไม่ว่าปัญหาเรื่องความรักที่แท้จริงของคุณจะเป็นเช่นไร...” เสียงทุ้มต่ำเริ่มอธิบายผลของการทำนาย

               “ไพ่ใบนี้แสดงให้เห็นว่าตัวคุณเป็นคนที่มีเสน่ห์...หึ หึ! มีมากเสียด้วยสิ” ประโยคแรกทำเอาแก้มของหญิงสาวแทบปริ

               “แต่...” ทว่าคำต่อมาเล่นเอารอยยิ้มเมื่อครู่เหือดแห้งอย่างรวดเร็ว

               “แต่ความรักของคุณกลับเป็นความรักที่ต้องปกปิด หลบ ๆ ซ่อน ๆ

               “อะ...อะไรกัน? ทำไมพี่จะคบใครต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ด้วยล่ะ” สาวงามเถียง

               “เรื่องนั้นคุณเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าทำไมต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ...”

               “ความลับไม่มีในโลก!...ไพ่ใบนี้แสดงถึงการรักคนมีเจ้าของ! เลิกเสียเถอะ! มันทั้งบาป ทั้งอันตราย!”

               “หมายความว่ายังไง? มาหาว่าคนอื่นเป็นเมียน้อย อย่างนี้ใช้ไม่ได้!” คนโดนทำนายลุกพรวดจากเก้าอี้ ท่าทางโกรธจัด ทว่าสุ้มเสียงกลับเบาหวิวคล้ายระแวงไม่ให้ใครได้ยิน

               “ไพ่ทาโรต์ไม่เคยโกหก” เป็นคำอธิบายจากนักทำนาย

               “ทุเรศ!” หญิงสาวคว้ากระเป๋าถือพร้อมกับเดินลงส้นจากไปอย่างรวดเร็ว เธอไม่ยอมจ่ายเงินค่าทำนาย ไม่แม้กระทั่งหันหลังกลับไปมองเด็กสาวนักพยากรณ์อีก

              

               …

               …

               เครื่องปรับอากาศที่ตั้งอุณหภูมิไว้เย็นฉ่ำมิอาจทุเลาความเร่าร้อนในกายของชายหญิงที่กำลังกอดกระหวัดราวกับกลืนผสานเป็นร่างเดียวกัน ยิ่งผ่านไปแต่ละวินาทีความร้อนระอุก็ยิ่งเพิ่มขึ้น...เพิ่มขึ้น...เพิ่มขึ้น จนกระทั่งถึงจุดที่ไม่อาจทานทนไหว  

               หลังจากพายุร้อนแรงพัดผ่านไป หญิงสาวหุ่นนางแบบที่นอนคลอเคลียบนหน้าอกของฝ่ายชายเอ่ยทำลายความเงียบ

               “คุณเอกคะ เมื่อไรเราจะได้อยู่กันอย่างเปิดเผยซะที” สาวหน้าคมผมยาวถามชายหนุ่ม ‘เอกภพ’ ผู้นอนเคียงข้าง

               “อืม...แล้วผมจะลองหาทางดูนะ” ชายหนุ่ม ผู้จัดการโรงแรมระดับห้าดาวตอบพลางใช้จมูกหอมเบา ๆ ที่เส้นผมยาวสลวย

               “จริง ๆ นะ คุณเอกอย่าหลอกให้สาดีใจนะคะ” สา...หรือชื่อจริงก็คือ ‘สุนิสา’ พนักงานแผนกต้อนรับของโรงแรมเดียวกันกล่าวอย่างดีใจพร้อมกอดกระชับชายหนุ่มแนบแน่นขึ้นอีก อันที่จริงด้วยความสะสวยระดับดาราของหญิงสาวทำให้มีผู้ชายมากมายเข้ามารุมจีบ แต่กระนั้นไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเทียบเท่าคุณเอกภพที่นอนอยู่ข้างกาย

               ความแตกต่างที่เอกภพไม่เหมือนคนอื่น

               ก็คือ รวย!

               ใช่! เอกภพผู้นี้รวยล้นฟ้า และแม้ตอนนี้จะเป็นเพียงผู้จัดการ แต่ในอนาคต ด้วยเส้นสายที่แข็งแรงน่าจะทำให้เขาสามารถไต่เต้าขึ้นสู่ระดับผู้บริหารได้โดยไม่ยาก สาวสวยอย่างสุนิสาจึงคิดว่าต้องเป็นคุณเอกภพเท่านั้นที่เหมาะสมจะเป็นคู่ชีวิตของเธอ

               อะไร ๆ ก็ราบรื่นไปหมด อีกทั้งชายหนุ่มเองก็หลงเธอจนหัวปักหัวปำ

               ติดแต่เพียงว่า

               เอกภพมีเมียแล้ว!

 

               “สาเป็นอะไรไป คิดอะไรอยู่?” ชายหนุ่มถามเมื่อสังเกตว่าคู่นอนนิ่งเงียบไป

               “เปล่าหรอกค่ะ สากำลังคิดว่าถ้าเราได้อยู่ด้วยกันทุกวันอย่างเปิดเผย จะมีความสุขขนาดไหน”

               “ใจเย็น ๆ นะสา เดี๋ยวผมจะลองคิดหาทางดู” ผู้จัดการโรงแรมให้คำมั่น ทว่ากลับหลบสายตาด้วยไม่มั่นใจว่าสิ่งที่พูดนั้นจะสามารถทำได้จริง

               “จริง ๆ นะคะ”  สาวหน้าใสแต่หัวใจขุ่นมัวจุมพิตที่คางของผู้จัดการหนุ่มก่อนที่จะผล็อยหลับไปในอ้อมกอดนั้น

 

               …วันต่อมา ที่โรงแรมหรูห้าดาวใจกลางกรุง...

               “คุณสุนิสาครับ ผมมีเรื่องจะคุยด้วย” ผู้จัดการโรงแรมเตร่เข้ามาที่บริเวณเคาน์เตอร์ต้อนรับเมื่อเห็นว่ายังไม่มีลูกค้าเข้ามารับบริการ

               “คะ? ผู้จัดการ” พนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์รับคำก่อนจะเดินแยกตัวออกห่างจากกลุ่มเพื่อน ตัวเธอและผู้จัดการจำต้องแสร้งทำเป็นไม่สนิทชิดเชื้อ ทั้งนี้เนื่องจากเอกภพยังไม่ได้หย่าขาดจากภรรยา การคบหากับหญิงอื่นจะทำให้เป็นที่ครหา ทั้งอาจส่งผลทำให้ภาพลักษณ์ของเขาติดลบและมีปัญหาในการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารโรงแรม

               “สา...เมื่อวานผมลองคุยกับพิมพ์แล้วนะ” ชายหนุ่มหมายถึง ‘พิมพ์ฤดี’ ผู้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย   

               “แล้วผลเป็นยังไงคะ” ดวงตาของหญิงสาวลุกวาวขณะรอฟังคำตอบ

               “พิมพ์เขาไม่ยอม โวยวายไม่เปิดโอกาสให้ผมพูดเลย”

               “อะไรกันคะ?  คุณเอกไม่เด็ดขาดน่ะสิ ถ้าคุณตั้งใจยืนยันมากกว่านี้ล่ะก็ ยังไงเสียคุณพิมพ์เขาก็ต้องยอมล่ะ” สุนิสาเริ่มมีอารมณ์หงุดหงิด ใบหน้าสวยหวานแปรเปลี่ยนเป็นถมึงทึง

               “แต่ผมก็พอมีวิธีนะ” ชายหนุ่มหยุดนิดหนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจพูดออกมา

               “วิธีอะไรคะ?” สาวสวยถามด้วยความฉงน

               “แต่วิธีนี้ผมต้องได้รับความร่วมมือจากสาด้วย” เอกภพสบตาคู่สนทนา เขากล่าวจริงจังด้วยน้ำเสียงกระซิบ

               “คะ?”

               “ผมมีคลิปวีดีโอที่พิมพ์เล่นการพนันที่บ่อนเถื่อน สาต้องโทรไปแบล็กเมล์เพื่อแลกกับเงินก้อนใหญ่”  

“แต่หลังจากนั้นคลิปที่ว่าก็จะถูกเผยแพร่อยู่ดี และนั่นจะเป็นข้ออ้างในการฟ้องหย่าของผม” นั่นคือแผนการของชายโฉด

               “มันจะได้ผลหรือคะ” หญิงชั่วยังไม่วายสงสัย

               “แน่นอน และเมื่อสำเร็จ ผมก็จะได้แบ่งสินสมรส หึ...หึ...รับรองรวยเละล่ะทีนี้” นั่นคือเป้าหมายของแผนร้าย และด้วยประโยคนี้ จึงทำให้สุนิสารับรู้ว่าทรัพย์สมบัติที่เอกภพมีอยู่นั้น ส่วนมากน่าจะเป็นของคุณพิมพ์ฤดี แต่ช่างปะไร! ขอให้เธอได้มีเงินใช้ก็พอแล้ว

               “จะปลอดภัยหรือคะ?” สาวสวยประชาสัมพันธ์โรงแรมไม่วายกังวลใจ

               “รับรอง เชื่อผมเถอะ”

               “งั้นก็ได้ค่ะ คุณเอกว่ายังไงสาก็เอาอย่างนั้น” ในที่สุดเธอจึงตัดสินใจที่จะดำเนินการตามแผนที่ชู้รักเสนอ

               …

               …

               ตรู๊ดดดดดด...ตรู๊ดดดดดด...

            สัญญาณเสียงโทรศัพท์ดังยาว บัดนี้สุนิสาผู้รับบทเมียน้อยกำลังยืนโทรศัพท์อยู่บริเวณลานจอดรถของโรงแรม แม้หญิงสาวจะเหงื่อแตกด้วยความตื่นเต้น แต่กระนั้นเธอก็พยายามควบคุมสติเพื่อดำเนินการตามแผน

               “สวัสดีค่ะ พิมพ์ฤดีพูดค่ะ” เป็นเสียงรับสาย และเป็นปลายทางที่ไม่ผิดฝาผิดตัว

               “คุณพิมพ์หรือคะ?” สุนิสาเริ่ม เธอพยายามบังคับเสียงไม่ให้อีกฝ่ายจับได้ถึงกระแสสั่นไหว

               “ค่ะ ใครพูดคะนั่น?”

               “ดิฉันเป็นใครไม่สำคัญหรอกค่ะ สำคัญแต่ว่าดิฉันรู้ความลับของตัวคุณ” สุนิสาเริ่มบทสนทนาที่เธอกับชู้รักช่วยกันประดิดประดอยสร้าง

               “ความลับ? เธอเป็นใคร?” ปลายสายถามกลับ น้ำเสียงกระด้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

               “แหม...อย่าทำเสียงแข็งสิคะ ใครจะรู้ล่ะคะว่าผู้ดีไฮโซ มีสกุลรุนชาติอย่างคุณพิมพ์จะติดการพนันงอมแงม” สาวงามทั้งยั่วยุ ทั้งปูทางเข้าเรื่องที่ตนต้องการ

               “แกพูดอะไรไม่รู้เรื่อง” พิมพ์ฤดีโต้กลับ สุนิสารับรู้ความร้อนรนของอีกฝ่าย จากนี้เธอจะค่อย ๆ ตะล่อมหลอกล่อยายให้ได้ตามแผน

               “ดิฉันมีคลิปวิดีโอค่ะ ถ่ายได้ชัดเจนมาก ที่บ่อนเถื่อนน่ะค่ะ แหม...ไม่น่าเชื่อนะคะว่าคุณพิมพ์เล่นไพ่เก่งแทบทุกอย่าง”

               เงียบไปราวสามถึงสี่วินาที

               “ใครถ่ายคลิปมาให้แก” เสียงเครียดจากปลายสาย

               สุนิสาลอบระบายลมหายใจ มาถึงขั้นนี้แล้วแปลว่าการขู่กรรโชกของเธอได้ผล เงินก้อนแรกจากการแบล็กเมล์จะเป็นค่าใช้จ่ายของทนายสำหรับการยื่นฟ้องหย่า

               “หนึ่งล้านบาทขาดตัวค่ะ สำหรับค่าปิดปาก” หญิงสาวไม่ตอบคำถามแต่ยื่นข้อเสนอออกไป

               “จะบ้าเหรอ คลิปมีจริงหรือเปล่าก็ยังไม่รู้?” เสียงพิมพ์ฤดีตวาดกลับเมื่อได้ยินตัวเลขราคา

               หญิงสาวประชาสัมพันธ์โรงแรมหัวเราะในลำคอโดยจงใจให้คู่สายได้ยิน

               “คุณพิมพ์ลองเปิดอีเมล์ดูสิคะ ดิฉันเพิ่งส่งไปเมื่อสักครู่ ป่านนี้คงถึงแล้วกระมัง”

               เงียบเสียงไปชั่วครู่ สุนิสาแว่วเสียงกดแป้นคอมพิวเตอร์ทั้งเร็วและรัว

               “แก...แก...”

               “หนึ่งล้านบาทค่ะ แล้วดิฉันจะติดต่อไปใหม่ อ้อ! อย่าปิดโทรศัพท์มือถือนะคะ ไม่อย่างนั้น คลิปนี้จะเผยแพร่ไปทั่วทุกเว็บไซต์แน่ ๆ ค่ะ บ๊าย บายนะคะ” สิ้นประโยค สุนิสาไม่รอคำตอบ เธอรีบวางสายก่อนที่พิมพ์ฤดีเมียหลวงจะทันต่อปากต่อคำ

               ...

               ...

               “สา เมื่อวันก่อนเยี่ยมไปเลย” เอกภพ ผู้จัดการหนุ่มลอบเข้ามาคุยกับสุนิสาทันทีที่สบโอกาส

               “คุณพิมพ์ฤดีว่ายังไงบ้างคะ” หญิงสาวถาม การแบล็กเมล์คนนี่มันตื่นเต้นดีจริง ๆ

               “หัวฟัดหัวเหวี่ยง! เข้าแผนเราล่ะ” ชายหนุ่มบอกด้วยเสียงกระซิบ

               “ขั้นต่อไป สาต้องหมั่นโทรไปบ่อย ๆ กดดันเข้าไว้ สักอาทิตย์หรือสองอาทิตย์ข้างหน้าค่อยนัดให้มาจ่ายเงิน” เอกภพย้ำแผนการ

               คราวนี้สุนิสามีใบหน้ากังวล

               “ทำไมต้องนัดมาเจอกันด้วยล่ะคะ? สากลัวโดนคุณพิมพ์ทำร้าย”

               ชายหนุ่มผู้จัดการหัวเราะก่อนที่จะอธิบายแผนการให้เมียน้อยฟัง

               “ไม่ต้องกลัวนะ ถึงตอนนั้นผมจะไปกับพิมพ์เขาด้วย...แต่ไปเพื่อปกป้องสานะ รับรองว่าพิมพ์ไม่มีทางทำร้ายสาได้ ทีนี้ตอนที่ส่งมอบเงิน ผมจะใช้กล้องกระดุมสำหรับแอบถ่ายบันทึกเอาไว้ และนี่แหละคือหลักฐานแบล็กเมล์ที่ใช้ในชั้นศาลสำหรับการฟ้องหย่า”

               “ส่วนใบหน้าสาที่อาจจะถ่ายติดมาด้วย ผมจะใช้กราฟฟิกเซ็นเซอร์บังเอาไว้ ไม่ต้องเป็นห่วง”  

               สุนิสาถึงบางอ้อ เธอโล่งอกพร้อม ๆ กับความภูมิใจที่หลงรักชายหนุ่มผู้ทั้งหล่อ ทั้งฉลาด ทั้งมีอนาคต ที่สำคัญกำลังจะรวยจากสินสมรส

               “ทำตามแผนเลยนะที่รัก เรื่องอื่นเดี๋ยวผมจัดการเอง” ผู้จัดการหนุ่มกำชับก่อนที่จะรีบเดินออกมา ด้วยเพราะหากคุยนานเกินไปอาจมีใครบังเอิญมาพบเห็น

 

               สองสัปดาห์ผ่านไป และแล้วก็ถึงวันแห่งการชี้ชะตา

               สุนิสาอยู่ในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง แน่นอนว่าไม่ใช่โรงแรมหรูที่เธอทำงาน มันเป็นเพียงห้องเล็ก ๆ ในโรงแรมระดับสองดาวครึ่ง หญิงสาวซ่อนเครื่องบันทึกเสียงไว้ใต้เตียงพร้อม ๆ กับทำจมูกฟุดฟิดด้วยเหม็นกลิ่นอับในห้องที่ปิดทึบ

สาวงามเดินไปที่โต๊ะหัวเตียง เธอเปิดลิ้นชักออกก่อนที่จะวางสองสิ่งลงในนั้น หนึ่งคือแฮนดี้ไดร์ฟที่บันทึกไฟล์คลิปวิดีโอตัวปัญหา อีกหนึ่งเป็นวัตถุสีดำมะเมื่อมติดกระบอกเก็บเสียง สุนิสาปิดลิ้นชักเบา ๆ ในใจหวังลึก ๆ ว่าคงไม่ต้องใช้มัน

‘สาเอาปืนไปด้วย เผื่อมีเหตุฉุกเฉินที่ผมช่วยไม่ทัน’ เป็นคำพูดของเอกภพผู้เป็นชู้รัก แม้ใจจะหวาดหวั่นเหตุไม่คาดฝัน แต่เมื่อเสี่ยงลงมือมาจนถึงขั้นนี้แล้วก็ไม่อาจถอนตัวได้ อีกทั้งมูลค่าสินสมรสที่จะได้ส่วนแบ่งจากยัยผู้หญิงไฮโซนั่น คุณเอกภพคำนวณคร่าว ๆ ว่าอาจมากถึงสิบล้านบาท!

ก๊อก ๆๆ

เสียงเคาะประตูสามครั้ง สุนิสาเหลือบมองนาฬิกาจึงรู้ว่าถึงเวลาที่นัดหมายไว้

“เชิญเข้ามาเลยค่ะ” คนสวยใจทรามร้องบอกออกไป เธอปิดประตูไว้แต่ไม่ได้ล็อก และนี่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่หญิงสาวเลือกโรงแรมธรรมดาที่ประตูไม่มีระบบออโต้ล็อก ด้วยเพราะเธอไม่อยากลุกไปเปิดประตูซึ่งจะทำให้ต้องห่างจากปืนที่เก็บไว้ที่ลิ้นชัก

บานประตูเปิดออกกว้าง สุนิสาใจเต้นรัวไม่เป็นส่ำ ร่างที่ปรากฏคือคุณพิมพ์ฤดี และเมื่อมองเลยไปด้านหลังก็พบคุณเอกภพก้าวตามเข้ามา หญิงสาวใจชื้นเมื่อเห็นชู้รักลอบขยิบตาให้เธอ

เป็นไปตามแผน!

“เธอสินะ คนที่ถ่ายคลิปวิดีโอ” ประโยคแรกแทนการทักทายของเมียหลวง

สุนิสาไม่ตอบ หญิงสาวตกลงกับเอกภพไว้แล้วว่าจะไม่เจรจาความใด ๆ นอกจากแผนที่วางไว้

“เงินล่ะคะ? จากนั้นคลิปที่คุณเล่นการพนันที่บ่อนเถื่อนก็จะถูกปกปิดไปตลอดกาล” สุนิสาพูดเสียงดังฟังชัด จุดประสงค์ก็เพื่อให้กล้องกระดุมแอบถ่ายของเอกภพกับเครื่องบันทึกเสียงที่ซ่อนอยู่ใต้เตียงสามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

พิมพ์ฤดีขยับตัวด้วยความอึดอัดเมื่อฝ่ายตรงข้ามพูดเรื่องที่เธอไปเล่นการพนันที่บ่อนเถื่อน สุนิสาเห็นกระเป๋าถือใบเขื่องในมือเมียหลวง ในนั้นคงมีธนบัตรใบละพันเป็นฟ่อน

“แล้วชั้นจะรู้ได้ยังไง ว่าแกจะไม่ก็อปปี้ไฟล์เอาไว้แบล็กเมล์อีก” เป็นคำถามที่เธอกับเอกภพคาดการณ์ไว้แล้ว

“ดิฉันรับรองว่าจะหายไปจากชีวิตคุณ แต่ดิฉันคงไม่มีอะไรที่สามารถรับประกันเป็นหลักฐาน...หรือว่าคุณพิมพ์ฤดีจะเอาใบเสร็จด้วย?” สุนิสาจงใจเอ่ยชื่อ ‘พิมพ์ฤดี’ ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ของการบันทึกเสียงเพื่อแบล็กเมล์ รวมถึงใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาล

“อี...อีเลว! ไหนล่ะไฟล์ที่ว่า เงินหนึ่งล้านน่ะอยู่ในกระเป๋านี่แล้ว” คำผรุสวาทของเมียหลวงเกือบทำให้เมียเก็บอย่างสุนิสาหัวเราะก๊ากออกมา

“เดี๋ยวจะหยิบมาให้นะคะ รับรองว่าไม่มีก็อปปี้ที่ไหนอีก” หญิงสาวใจทรามกระหยิ่มย่อง ลอบมองเลยไปด้านหลังก็เห็นเอกภพกำลังยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปาก แผนการกำลังไปได้สวย เครื่องบันทึกภาพและเสียงก็ไม่น่ามีอะไรติดขัด

สำเร็จ! หนึ่งล้านบาท เงินก้อนแรกกำลังจะมา...และแน่นอนว่าหลังจากนี้จะเป็นเงินก้อนที่ใหญ่มากกว่าส่วนแรก

สุนิสาเดินไปยังโต๊ะที่ใส่แฮนดี้ไดร์ฟเอาไว้ และแม้ว่าจะเป็นไดร์ฟที่บรรจุคลิปวิดีโอที่พิมพ์ฤดีเล่นการพนันอยู่จริง แต่แน่นอนในเรื่องที่ว่ามันถูกก็อปปี้เอาไว้อีกเพียบ!

ลิ้นชักถูกเปิดออก สุนิสาลอบถอนใจเมื่อเห็นปืนติดที่เก็บเสียง โชคดีที่ไม่ต้องใช้มันในการเจรจาต่อรอง

“ระวัง! ปืน!” เป็นเสียงร้องเตือนจากชู้รัก เธอรีบหันกลับไปอย่างรวดเร็ว

ทว่า...ช้าเกินการ

มัจจุราชสีเงินวาววับอยู่ในมือของพิมพ์ฤดี ปลายกระบอกถูกติดตั้งด้วยอุปกรณ์เก็บเสียงเช่นเดียวกับปืนของเธอ สุนิสาเหงื่อแตกพลั่กพลางมองไปทางเอกภพที่สัญญาว่าจะคอยปกป้อง ทว่าบัดนี้ผู้จัดการหนุ่มได้ถอยไปแอบอยู่ตรงประตูห้อง

สุนิสารีบหันกลับไปยังโต๊ะหัวเตียงอีกครั้ง ทางรอดคือการหยิบปืนในลิ้นชักเพื่อเป็นเครื่องต่อรองชีวิต

ฟุ่บ!

เสียงกระสุนจากปลายกระบอก เพียงแต่กัมปนาทของมันถูกปกปิดไว้ด้วยที่เก็บเสียง

ไม่ถึงหนึ่งในสิบวินาทีต่อจากนั้น สุนิสาผงะหงายด้วยแรงปะทะ โลหิตสีแดงเข้มกระฉูดออกมาจากหน้าอกข้างซ้าย

[ ไม่น่า...ไม่น่าเลย... ] เป็นความคิดของสมองที่กำลังจะขาดเลือดจากหัวใจที่สามารถส่งไปหล่อเลี้ยง

สุนิสากำลังซวนเซที่จะล้มลง ไม่มีกำลังแม้จะเปล่งเสียงเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่าสัมปชัญญะที่พร่าเบลอกลับกระหวัดไปถึงกระแสเสียงของนักทำนายชุดดำ

 

‘ไพ่ใบนี้แสดงถึงการรักคนมีเจ้าของ! เลิกเสียเถอะ! มันทั้งบาป ทั้งอันตราย!’

สุนิสาเพิ่งรู้ตัว เธอน่าจะรับฟังคำเตือนในตอนนั้น ทว่าสายเกินกว่าที่จะแก้ไข...สำนึกสุดท้ายกำลังหลุดลอยจากร่าง ขณะที่บรรยากาศรอบกายดำมืดลงทุกขณะ ภาพสุดท้ายที่หลงเหลือในมโนจิตอันริบหรี่

 

ภาพไพ่ยิปซีใบที่เธอเลือกเองกับมือ

ไพ่ราชินีพระจันทร์  (The High Priestess)!

 

              

 

* ไพ่ The High Priestess นั้นมีการแปลชื่อไว้หลายแบบ อาทิ ไพ่นักบวชหญิง ไพ่สังฆราชินี แต่ผู้เขียนหยิบยกคำแปลของ อ.ธีรภาพ ธีรศรีศุภร ที่แปลไว้ว่า ‘ราชินีพระจันทร์’ ด้วยมีความหมายที่ไพเราะและเข้ากับบทแห่งจันทรา (The Moon) อันเป็นมุมมองกลับด้านของเรื่องราวบทนี้      

 

** ติดตาม ภาคเฉลยอันเป็นมุมมองกลับด้านของเรื่องนี้ ได้ใน บทแห่งจันทรา (The Moon)


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น