อัปเดตล่าสุด 2020-10-22 09:04:23

ตอนที่ 25 บทแห่งการตัดสิน (Judgement) : เรื่องราวของนักทำนาย ตอนต้น : Blood From The Past

เมฆหมอกรวมแผ่นฟ้า                  นภา

เปิดส่องแสงสุริยา                        แห่งเทพ

แตรทองบอกเวลา                        ตัดสิน กงกรรม

ดีชั่วไม่ละเว้น                             แก่ผู้มัวเมา

 

จัดจ์เมนท์ใบสุดท้าย                    ทาโรต์ ทำนาย

ทางแพร่งแยกเสี่ยงทาย                แบ่งข้าง

ชีวิตปลิดวางวาย                         พินาศ ตามกรรม

หรือจักทำลายล้าง                        โลกหมด ความเลว


 

บทแห่งการตัดสิน (Judgement) : เรื่องราวของนักทำนาย

ตอนต้น : Blood From The Past

 

               ในความฝันอันสามารถเห็นอดีตชาติ...

รอบกายของฉันเต็มไปด้วยหมอกสีขาวนวล ส่วนบนท้องฟ้า ถึงแม้ไม่มีดวงตะวันหากกลับสว่างไสวได้อย่างน่าประหลาดนัก แม้จะน่าพรั่นพรึงด้วยไม่ควรมีสถานที่เช่นนี้ในโลกแห่งความจริง ทว่าฉันก็ไม่ได้ตื่นตระหนกด้วยเพราะรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก

               และบัดนี้ สองคนที่อยู่ตรงหน้า ฉันก็รู้จักเป็นอย่างดี

               ชายชราชุดดำขาวคู่นั้น…ผู้เปรียบเสมือนฝาแฝดซึ่งกันและกัน แตกต่างกันก็เพียงสีของชุดที่สวมใส่

               “โนอาห์...เจ้าจงตัดสินใจ” น้ำเสียงจากชายชุดดำ

               “ห้วงเวลาแห่งธาราสวรรค์กำลังงวดใกล้ ดังนั้นจำเป็นจะต้องเลือกเสียบัดนี้” คราวนี้เป็นชายชุดขาวที่พูด สุ้มสำเนียงของทั้งสองไม่แตกต่างกันแม้สักน้อย

               ฉันลังเล ถึงจะมีคำตอบที่เตรียมไว้ล่วงหน้า ฉันกำลังจะตัดสินชะตากรรมด้วยความสามารถสัมผัสจิตใจผู้อื่น รวมถึงจากประสบการณ์ตรงที่เคยได้รับ

               คำตอบที่เตรียมไว้จึงมีเพียงหนึ่งเดียว

               “ฉันเลือก…” เว้นจังหวะนิดหนึ่งด้วยน้ำเสียงเกิดเหือดหายไปดื้อ ๆ

               “เลือกความพินาศให้แก่มนุษย์ผู้มีใจโฉดชั่ว!” และนั่นคือคำตอบ

               ...ตั้งแต่เด็ก ฉันที่ชื่อโนอาห์รับรู้อยู่เสมอว่า การที่ฉันเกิดมานั้นก็เพราะมี ‘หน้าที่’ บางอย่างที่ต้องกระทำ บางทีมนุษย์ทุกคนก็ต้องมีหน้าที่ของตนกระมัง...ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น หนึ่งในมนุษย์ทั่ว ๆ ไป

               จากนั้น เมื่อเติบใหญ่ฉันจึงรู้ว่าตัวเองมีความสามารถบางอย่างที่แฝงเร้นอยู่ บางคราวฉันสามารถมองเห็นอนาคตใกล้ ๆ

รวมถึงสามารถล่วงรู้จิตใจคน

ผู้คนที่รู้เรื่องของฉันส่วนมากแสดงอาการรังเกียจ มีบ้างที่มีคนเรียกว่าความสามารถนี้ว่า ‘พรสวรรค์’ แต่คนพวกนั้นกลับเป็นเพียงเหลือบริ้นที่คอยจ้องเกาะหากินความสามารถอันพิศวงเท่านั้นเอง

ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงย้ายบ้าน ย้ายที่อยู่ โชคดีที่บุพการีไม่รังเกียจที่จะติดตามฉันมาด้วย และเมื่อมาถึงหมู่บ้านแห่งใหม่ ฉันจึงปิดบังความสามารถอันน่ารังเกียจนี้เสีย

               ทว่า...แม้จะปิดบังไม่ให้ใครรู้ หากแต่ความสามารถมิได้ถูกปิดกั้นไปด้วย ฉันยังมองเห็นอนาคต ฉันยังสามารถล่วงรู้จิตใจของผู้คน

               แม้ไม่อยากเห็น…แม้ไม่อยากได้ยิน…แม้ไม่อยากรับรู้

               แต่พรสวรรค์ต้องสาปก็ยังทำงานอย่างเที่ยงตรง!

               หลายครั้งหลายหนที่อยากปลิดชีวิตตนเอง ทว่าบางอย่างในตัวกลับห้ามไว้…บางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกว่ายังมี ‘หน้าที่’ ที่ต้องกระทำ

               ‘หน้าที่’ อันเวียนวนประดุจกงล้อแห่งโชคชะตาที่มิอาจหลีกพ้น  

               จนกระทั่งวันหนึ่ง วันที่ได้พบกับสองชายชราในชุดคลุม ฉันจึงได้รู้ว่าชะตากรรมนั้นได้ถูกขีดเส้นให้เดินไว้ล่วงหน้าแล้ว

               มันคือช่วงเวลาแห่งการตัดสินใจ

               การตัดสินพิพากษามนุษย์!…ชายชราชุดขาวดำกล่าวว่านี่มิใช่ครั้งแรกที่ฉันต้องทำหน้าที่นี้ หากแต่เป็นวงล้อชะตากรรมที่วนเวียนมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

               ยามใดที่ผู้คนไร้ซึ่งจิตแห่งความดี ยามใดที่เพลิงมารเข้าเกาะกุมหัวใจเหล่ามนุษย์

               ยามนั้นฉันจะถือกำเนิดขึ้นเพื่อพิพากษา…และพรสวรรค์อภิญญาที่ติดตัวก็เป็นเครื่องมือที่มีไว้เพื่อการตัดสินใจ

               และในครานี้...ฉันที่ชื่อโนอาห์ก็ตัดสินใจเด็ดขาดไปแล้ว

               ยามใดที่แผ่นไม้ในมือประกอบเป็นเรือยักษ์ได้สำเร็จ ยามนั้นคือเวลาแห่งพิรุณหยาดแรกที่จะตกสู่พื้นผิวโลก

               หากแต่ใครเลยจะรู้ว่ามันจะเป็นหยดแรกจากทั้งหมดที่มากมายนับแสนล้าน

              

               ฉันกัดฟันทำหูทวนลมจากเสียงค่อนแคะดูถูกของหมู่ชาวบ้าน ฉันอุตส่าห์เตือนพวกเขาถึงน้ำท่วมครั้งใหญ่ แต่หามีคนเชื่อไม่ สิ่งที่ตอบแทนความหวังดีกลับกลายเป็นการเสียดสีดูถูก! ตอนนี้เองที่ฉันมั่นใจว่าสิ่งที่ตัดสินลงไปเป็นความถูกต้อง

               ในที่สุดเรือขนาดยักษ์ก็เสร็จสมบูรณ์ท่ามกลางท้องฟ้าที่มืดครึ้ม สัตว์ทุกชนิดที่ฉันเพียรหามาได้อย่างละคู่ถูกต้อนขึ้นบนเรือ รวมถึงครอบครัวและเหล่าผู้คนที่ฉันรักและนับถือ แม้กระทั่งตอนนี้หมู่ชาวบ้านก็ยังเหยียดหยามหัวเราะเยาะฉันอยู่เช่นเดิม

               ช่างเถอะ! อีกไม่กี่อึดใจพวกนั้นก็จะรู้สึก

               ฉันรีบปีนขึ้นไปบนเรือเมื่อสัมผัสได้ถึงหยาดแห่งพระพิรุณ

              

               …

               ฉันเกือบจะล้มกลิ้งไปตามจังหวะของเกลียวคลื่น ใบหน้าชุ่มโชกไปด้วยน้ำฝนที่กระหน่ำหนัก แต่กระนั้นฉันก็ยังพยายามวิ่งไปช่วยญาติอายุน้อยที่บังเอิญพลัดจนเกือบตกลงในน้ำ เคราะห์ดีที่เขายังสามารถคว้าปมเชือกที่โยนลงไปได้

               ฉันวิ่งไปที่กาบเรือเพื่อพยายามช่วยดึงเด็กน้อยให้พ้นจากพญามัจจุราช ทว่าเมื่อไปถึงฉันก็หมดเรี่ยวแรงจนต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของญาติคนอื่น ๆ ที่จะช่วยดึงเด็กขึ้นจากสายน้ำ

               ฉันหมดแรงด้วยเพราะภาพในคลองจักษุที่อยู่ตรงหน้า!

               สายน้ำที่เชี่ยวกรากและหมุนวน มันกำลังดูดกลืนสรรพสิ่งที่อยู่ด้านล่าง หลายชีวิตพยายามตะเกียกตะกายแหวกว่ายมายังเรือใหญ่

               …แต่หามีชีวิตไหนที่สามารถว่ายมาถึงได้แม้สักคน!

               และเมื่อมองออกไปทุกทิศทาง เนินสูงที่มีต้นไม้ใหญ่และยังไม่จมน้ำ บนกิ่งก้านมีหลายชีวิตที่เกาะเกี่ยวเพื่อหนีความตาย

               ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำหนัก ฉันเห็น...ทั้งที่ไม่ควรเห็น ฉันได้ยิน...ทั้งที่ไม่ควรได้ยิน

               ทั้งยังสามารถรับรู้จิตใจของพวกเขาด้วยพรสวรรค์ต้องสาป

               ฉันขอโทษ…ฉันขอโทษ…ฉันขอโทษ

              

               …

               แรมเดือนที่เรือยักษ์ลอยล่องไป ฉันพยายามไม่ก้มลงมองพื้นน้ำเบื้องล่าง ด้วยเพราะแทบทุกแห่งเต็มไปด้วยร่างไร้ชีวิตที่ลอยขึ้นอืด จนกระทั่งระดับน้ำที่ค่อย ๆ ลดลงในเวลาต่อมา

               ในที่สุดเท้าทั้งสองข้างก็สัมผัสพื้นผิวดินอีกครั้ง มันลื่นเพราะเต็มไปด้วยตะไคร่เขียว ญาติของฉันอุทานด้วยความประหลาดใจ ค่าที่ว่าเรือใหญ่ได้ลอยวนตามกระแสน้ำแต่สุดท้ายกลับลอยมายังหมู่บ้านเดิมอันเป็นจุดต่อเรือ

               เพียงแต่สภาพหมู่บ้านไม่เหลือเค้าเดิมแม้สักน้อย

               ไม่มีเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ไม่มีตลาด ไม่มีผู้คน…มีเพียงเสียงเพรียกจากความตายเท่านั้น

               ฉันและคนที่เหลือรอดช่วยกันเผาและทำลายศพที่เน่าเปื่อยทิ้ง จากนั้นจึงช่วยกันกำจัดตะไคร่น้ำบางส่วน เมื่อน้ำแห้ง ดินดีเมื่อไร เมล็ดพันธุ์ที่เตรียมสะสมก็จะงอกงามขึ้นอีกครั้ง และนั่นรวมถึงการขยายพันธุ์สัตว์ที่รอดชีวิตอย่างละคู่อีกด้วย

               ฉันดีใจเพราะได้คัดสรรคนที่รอดไว้ ทั้งหมดล้วนแต่เป็นคนดี เช่นนี้...นับแต่นี้ไป ชะตากรรมที่ฉันต้องถือกำเนิดเพื่อการพิพากษาคงไม่มีอีก

ทว่า…ฉันลืมเสียสนิท!? ลืมไปว่ากงล้อแห่งชะตากรรมนี้ ได้บรรจบครบรอบมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง มากต่อมากครา ทั้งยังลืมเสียสิ้นว่าท่ามกลางแสงสว่างสีขาวเจิดจ้าจักต้องมีเงาดำซ่อนเร้นอยู่ด้วยเสมอ เสมือนชายชราฝาแฝดลึกลับคู่นั้น…คนหนึ่งขาว คนหนึ่งดำ

               ในหัวใจของมนุษย์ที่ฉันเลือก พวกเขาล้วนแต่เป็นคนดี ทว่าฉันลืมไปว่าลึก ๆ แล้วพวกเขาอาจมีเงามืดที่กอปรเจืออยู่ เพียงแต่เขาเหล่านั้นมีคุณธรรมที่สามารถกำจัดมันให้หายจากหัวใจได้

               ทว่า วันเวลาที่ผันผ่าน เมื่อมนุษย์เพิ่มขยายมากจำนวน เมล็ดพันธุ์แห่งความมืดจักเจริญเติบโตขึ้นอีกครั้ง การแก่งแย่งชิงดี ความอิจฉาริษยา หลอกลวงโกหก การไม่เชื่อใจคนอื่น ฯลฯ…ในที่สุดเงาดำก็จะกลับมา และเมื่อไรที่สีดำแห่งความเลวร้ายทำให้จิตใจผู้คนตกต่ำลงจนถึงขีดสุด

               กงล้อแห่งชะตากรรมก็จะเริ่มต้นหมุน

            เวลาที่ฉันต้องตื่นเพื่อการพิพากษาก็จะบรรจบครบรอบอีกครา

               …

               …

               …

               ฉันลืมตาขึ้นอีกครั้งในกาลปัจจุบัน บัดนี้ฉันคือเด็กสาวที่มีนามว่า ‘ธเรษตรี’ ฉันจำครั้งที่มารดาบอกความหมายของชื่อแปลก ๆ นี้ได้

               ‘ชื่อของลูกแปลว่า ‘โลกหรือแผ่นดิน’ ที่แม่ตั้งให้อย่างนี้ก็เพราะแม่อยากให้ลูกฝนโตขึ้นเป็นคนดี เสียสละและทำประโยชน์ให้แก่โลก แก่แผ่นดินของพวกเรา’

               ‘ฝนก็คือน้ำฝน...น้ำฝนที่ตกลงจากฟ้าช่วยบรรเทาความรุ่มร้อนและก่อให้เกิดความเย็นชุ่มฉ่ำ แม่หวังใจว่าลูกจะเป็นได้ดั่งน้ำฝนอันชื่นใจ ทำให้คนรอบข้างคลายพ้นทุกข์โศกกังวล’ ประโยคถัดมาที่แม่เล่าก็คือความหมายของชื่อเล่น

               แต่แม่เองก็ไม่รู้ถึงความลับที่ฉันมี...นับตั้งแต่เติบโต ฉันรับรู้ว่าตัวเองมีอะไรบางอย่างที่แตกต่างจากเด็กคนอื่น

               ฉันรับรู้เสมอว่าตัวเองมี ‘หน้าที่’ ซึ่งเมื่อครั้งเยาว์อาจยังไม่ทราบและเข้าใจ อีกทั้งฉันมีสิ่งแปลกประหลาดในสายตาคนอื่น

               พรสวรรค์ที่พรั่นพรึง...หรือที่คุณตาคุณยายเรียกว่า ‘อภิญญา’

               สมัยเด็กฉันสามารถรับรู้อนาคตได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะหากมีเครื่องมือเพื่อเป็นสื่อ บางทีก็ใช้ไพ่ป๊อก บางครั้งก็ใช้การดูลายมือ บางคราวอาจใช้เพียงแค่โยนหัวก้อย

               แต่ที่สามารถทำนายได้แม่นยำที่สุด…ก็คือไพ่ทาโรต์!

               ด้วยเหตุนี้ ในวัยเด็กฉันจึงสนุกสนานด้วยการตั้งตนเป็นแม่หมอเทพธิดาพยากรณ์ แน่นอนว่าแม่นขนาดที่มีเด็กวัยเดียวกันปวารณาตัวเป็นลูกศิษย์เลยทีเดียว และทุกครั้งที่ฉันกลับไปบ้านนอกเพื่อเยี่ยมคุณตาคุณยาย บรรดาลิงทโมนเพื่อนเก่าก็จะเข้าคิวรอดูหมอกันเป็นแถว

               รวมถึงวันนั้น…วันที่พ่อกับแม่จะพาฉันไปต่างจังหวัดอันเป็นบ้านของตายาย ฉันจะได้พบเพื่อนเก่าที่เฝ้ารอ เพื่อนทั้งหลายคงชะเง้อมองหารถของฉันที่จะเดินทางไป

               ทว่ารถยนต์ของครอบครัวเล็ก ๆ ที่แสนจะอบอุ่นกลับไปไม่ถึง

               หากแต่พังพินาศอยู่ริมถนนกลางป่าเขา!

               หากว่ามันเกิดจากอุบัติเหตุจริง ๆ คงพอทำใจ...แต่นี่ไม่ใช่!

               ผีห่าซาตานในร่างมนุษย์! มันทั้งสามคือคนวางแผน นอกจากไม่ยอมช่วยเหลือแล้วยังกลับเข้ามายื้อแย่งทรัพย์ตามแผนการที่จงใจสร้าง

               ฉันจึงรับรู้ว่า มนุษย์ชั่วช้าพวกนี้ไม่สมควรที่จะอยู่รอดต่อไป!

               …หากแต่ส่วนลึกของจิตใจยังคงสับสน

               มนุษย์นั้นเลวมากจนสมควรที่จะทำลายให้หมดสิ้นหรอกหรือ? หากแม้ล้างจนสิ้นเผ่าพันธุ์ เหลือรอดไว้เพียงแต่ผู้ซึ่งมีจิตใจดีงาม เช่นนั้นจะรับประกันได้อย่างไรว่าเมล็ดพันธุ์แห่งความชั่วร้ายจะไม่ย่างกรายอีกในภายภาคหน้า…หรือบางทีการทำลายมนุษย์จนสิ้นอาจมิใช่หนทางที่ถูกต้อง

               เช่นนั้นจะมีทางออกอื่นอีกหรือ?

               ตัวฉันเองก็รับรู้ถึงความเสื่อมของสังคม วันเวลาที่หมุนเดินหน้า โลกที่เจริญทางวัตถุ ทว่าในส่วนของจิตใจคนกลับไม่เจริญเท่าเทียมกัน

               หนำซ้ำยังถดถอยลงเรื่อย ๆ

               ฉันรับรู้ด้วยการได้ยินเสียงแห่งจิตใจ ซึ่งแท้จริงแล้วแม้ไม่มีพรสวรรค์อภิญญา เพียงแค่ใช้การพินิจด้วยตาเนื้อก็คงแลเห็นความเสื่อมได้ หลายต่อหลายครั้งที่ฉันเห็นเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ที่ขึ้นรถประจำทาง เขาเหล่านั้นต้องยืนผจญแรงเหวี่ยงกระชากขณะที่บรรดาผู้ชายนั่งเฉยหรือไม่ก็แกล้งทำเป็นหลับ

               บางครั้งฉันเห็นคนชราที่ถูกทอดทิ้ง…ผู้เฒ่าผู้แก่ต้องเก็บของเก่ากิน ทั้งที่มีญาติเพียงพอที่จะประคับประคองเจือจุน

               หลายครั้งที่ได้ยินเสียงแห่งจิตใจของสัตว์มนุษย์ มันทำให้ฉันอยากจบชีวิตพวกมันในทันที ความโลภ ความโกรธ ความหลง ความใคร่ และอีกมากมายที่ไม่อาจสาธยายไหว เช่นนี้หรือที่ควรจะปล่อยมนุษย์กิเลสหนาพวกนี้ให้อยู่รอดต่อไป

               ฉันจะกำจัดพวกมันให้หมด!…แต่…แต่นั่นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดจริง ๆ หรือ?

               ยังมีมนุษย์อีกมากที่ประกอบความดีเป็นที่ตั้ง ยังมีอีกหลายคนที่พร้อมจะกลับตัว และมีอีกมากมายที่ฝึกตนบ่มนิสัยให้แกร่งกล้าพร้อมที่จะต่อต้านกิเลสชั่ว

               ฉันกำลังสับสน

ยังมีเวลาอีกเล็กน้อยก่อนการตัดสินใจ…ระหว่างการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่โฉดชั่ว อีกทั้งฉันเองก็จะได้ชีวิตของตัวเองและของพ่อแม่คืนกลับมา 

               ชีวิตบริสุทธิ์ที่ไม่ควรจบสิ้นด้วยน้ำมือของเดนมนุษย์

               หรืออีกทางเลือกหนึ่ง…ปล่อยให้มนุษย์พวกนั้นรอด หากแต่ตัวฉันเองก็คงต้องสูญสลายไป ฉันเคยเห็นในความฝัน ฝันที่เห็นร่างตัวเองแตกร้าวออกเป็นเสี่ยง ๆ

               ทว่าตามรอยแตกนั้นกลับไม่มีเลือดไหลออกมาแม้สักหยด

               มีเพียงควันดำและเถ้าถ่านเท่านั้นที่พวยพุ่ง!?

               เวลากระชั้นเข้าใกล้…ฉันคงต้องตัดสินใจในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

               ...

               ...

               ...

               โทรทัศน์จอยักษ์กลางสี่แยกประตูน้ำกำลังเสนอข่าวใหญ่ซึ่งนั่นคงไม่ต่างไปกับทีวีเครื่องอื่น ๆ ที่เปิดอยู่ทั่วทั้งกรุงเทพฯ หรืออาจเป็นทั่วประเทศและทั่วโลก

               เช่นเดียวกับจอรับภาพโทรทัศน์ในห้องของนักพยากรณ์ผู้กุมชะตากรรมเผ่าพันธุ์มนุษย์

               ธเรษตรีกำลังนั่งดูภาพข่าวที่นำเสนอเรื่องเดียวกันทุกช่อง เด็กสาวไม่ได้ไปทำงานที่ร้านทำนายไพ่พยากรณ์อีกแล้ว สาเหตุส่วนหนึ่งก็เพราะร้านเธอต้องพักกิจการหลังจากเกิดคดีจี้ตัวประกันเมื่อวันก่อน

               ธเรษตรีเองก็มีนัดต้องไปให้ปากคำ

               แต่ถึงไม่มีเรื่องที่ว่า ผู้คนก็คงไม่มีกะใจที่จะมาดูหมออีกแล้ว ด้วยจิตใจของทุกคนในตอนนี้ล้วนจดจ่ออยู่กับข่าวใหญ่ที่พาดหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับและทุกวัน

               ข่าวการปล่อยกระสวยอวกาศเพื่อทำลายดาวเคราะห์มฤตยู!

               อาจเป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวของมนุษยชาติและมันก็เป็นความหวังของธเรษตรีด้วย เด็กสาวอยากให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ

               เพื่อเธอจะได้ไม่ต้องแบกรับหน้าที่ ‘ตัดสิน’ ชะตากรรมของหมู่มวลมนุษย์

               นักพยากรณ์ยิ้มเศร้า ๆ แม้จะคาดหวังให้กระสวยอวกาศทำภารกิจได้สำเร็จ…แต่เธอก็รู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้

               มือซ้ายของเด็กสาวสุ่มเลือกไพ่ใบหนึ่งจากกองสำรับ ไพ่ใบนี้ธเรษตรีหยิบได้ทุกครั้งที่ทำนาย…ไม่ว่าจะลองสักกี่ครั้งกี่หน เฉพาะวันนี้ก็เกือบสิบสองสิบสามครั้งแล้ว

               หน้าไพ่เป็นรูปที่เขียนอย่างวิจิตรบรรจงงดงาม เป็นรูปเทวดาองค์หนึ่งที่ลอยอยู่บนฟ้า องค์เทพมีประกายปีกสีทองสยายงดงาม ในมือถือแตรทองคำจดจ่อเข้ากับริมฝีปาก ด้านล่างอันเป็นผืนแผ่นดินปรากฏมนุษย์มากมายที่ยืนชูมือแหงนหน้าคล้ายอ้อนวอนต่อเทพผู้สูงศักดิ์

               ชื่อของไพ่ทาโรต์ที่ถืออยู่ในมือ ‘Judgement…ไพ่แห่งการตัดสิน’!

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น