อัปเดตล่าสุด 2018-08-03 12:52:12

ตอนที่ 19 ชู้รักที่มิได้มีเพียงสอง!


       ไอ้เดชหัวเราะร่วนเมื่อได้เล่าความจริงที่คุณมาลัยไม่รู้ให้อีกฝ่ายรู้ ในวันที่ทำอันใดมิได้แม้แต่กระทั่งขยับปาก!
       “คืนนั้นกระผมมิได้หวังว่าคุณมาลัยจักตกบันไดซ้ำรอยของคุณหลวงวิศาลหรอกขอรับ กระผมแค่อยากแค่ให้คุณมาลัยกลัว อันที่จริงกระผมมีแผนจักหลอกผีคุณมาลัยอีกมากมาย แต่น่าเสียดายนะขอรับที่คงหาได้ต้องหลอกผีคุณมาลัยอีกไม่ เพราะกระผมคิดว่าเจ้ากรรมนายเวรของคุณมาลัยคงอยากจักเอาตัวคุณมาลัยไปเสียเต็มประดา จึงดลบันดาลให้คุณมาลัยลื่นตกบันไดกลายเป็นอย่างที่คุณหลวงวิศาลเป็น กระผมคิดว่ามิแน่เจ้ากรรมนายเวรผู้นั้นอาจจักเป็นดวงวิญญาณของคุณหลวงวิศาลก็ได้นะขอรับ ที่ได้รู้หลังจากสิ้นใจว่าเมียเอกสุดที่รักหาได้จงรักภักดีรักเดียวใจเดียวไม่ แต่กลับลดตัวต่ำมาสมสู่กับบ่าวในเรือนอย่างกระผม!”

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 

       ไอ้เดชนัดแนะกับไอ้ก่ำและอีอวนมาก่อนแล้ว...
       และเสียงเคาะประตูห้องนั้น...คือฝีมือของไอ้ก่ำ!
       ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก
       “ข้าถามว่าใคร ? หากเอ็งมิตอบ ข้าจักปลุกเดชออกไปลงหวายเสียให้หลังขาด” คุณมาลัยแสร้งทำเสียงดุดันทั้งที่หวาดหวั่นใจเสียเหลือเกิน 
       ไอ้เดชที่แอบซ่อนดอกงิ้วไว้แล้ว อาศัยจังหวะที่ประตูห้องดังในครั้งแรกรีบยัดดอกงิ้วเข้าปากของตน ก่อนจะแสร้งทำเหมือนคนตายเพื่อทำให้คุณมาลัยทวีความตื่นกลัวมากขึ้นกว่าเดิม!
คุณมาลัยรีบเดินไปที่เตียงนอนแล้วปลุกผู้เป็นสามีด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทา 
       “เดช...ตื่น มีผู้ใดมาเคาะประตูเรือนก็มิรู้ เดช...เดช!” คุณมาลัยเร่งเสียงพลางเขย่าตัวของชายหนุ่ม ทว่าไอ้เดชกลับนอนนิ่งราวกับคนตาย ขณะที่เสียงเคาะประตูดังขึ้นจนแทบจะเรียกว่ารัวเป็นกองรบ คุณมาลัยจับร่างของไอ้เดชให้พลิกหันมาทางตน สิ่งที่พบคือร่างของไอ้เดชนอนแข็งทื่อ ดวงตาเบิกโพลงราวกับตกใจกับอะไรสักอย่าง ปากบิดเบี้ยวมีดอกงิ้วเสียบอยู่ในปากเป็นช่อ คุณมาลัยกรีดร้องถอยกรูดจนตกจากเตียง แล้ววิ่งตรงไปที่ประตูห้อง เสียงเคาะประตูเงียบไปแล้ว เจ้าหล่อนจึงรีบเปิดประตูห้องออก 
       คุณมาลัยพบเพียงความเงียบสงัดในยามราตรี แสงตะเกียงที่เคยจุดให้ความสว่างบนเรือนกลับดับมืดไปจนหมด มีเพียงแสงจันทร์เท่านั้นที่พอจะทำให้เห็นทางเดินไม่ให้ล้มลุกคลุกคลานไปเสียก่อน เธอร้องเรียกหาคนช่วย พลันนึกขึ้นได้ว่าที่ห้องของตาเมืองนั้นมีอีอวนนอนเฝ้าลูกชายอยู่ จึงรีบวิ่งไปที่ห้องของตาเมือง ผลักประตูเข้าไปพลางร้องเรียกอีอวน หวังจะขอความช่วยเหลือ แต่สิ่งที่พบกลับไม่ใช่อีอวนอย่างที่สมควรจะเป็น แต่กลายเป็นร่างของผีอีรำเพยกำลังนั่งก้มหน้าไกวเปลให้ลูกรักพลางครวญเพลงโหยหวน
       “โอละเห่ นอนเถิดนอนนะลูกแม่
       จักเฝ้าฟูมฟักดูแลมิห่างหาย
       แม้ชีพดับชีวาลับมลาย
       ถึงตัวตายแม่จักมากล่อมลูกเอย”
       “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด...!!!”
       คุณมาลัยแผดเสียงร้อง วิ่งล้มลุกคลุกคลานไปยังหน้าเรือน กำลังจะลงจากเรือนไปเรียกพวกบ่าวให้มาช่วยตน ทว่าด้วยความเร่งรีบและหวาดกลัว ส่งผลให้เจ้าของเรือนล้มลงหัวฟาดกับขั้นบันได แล้วกลิ้งหลุนๆ ตกไปทางด้านล่าง...ทุกอย่างดับวูบ!
       ไอ้เดช ไอ้ก่ำ และอีอวนซึ่งห่มชุดที่เคยเป็นของคุณรำเพยรีบวิ่งออกมาดู เมื่อเห็นว่าคุณมาลัยนอนไม่ได้สติอยู่ตรงตีนบันไดเรือน อีอวนก็แทบจะร่ำไห้ด้วยไม่คิดว่าเรื่องจะจบลงเช่นนี้ ผิดกับไอ้เดชที่แอบยิ้มที่เรื่องทุกอย่างจบลงง่ายกว่าที่คิด ได้แต่หวังว่าอาการของคุณมาลัยจะเป็นแบบที่คุณหลวงวิศาลเป็น
       ซึ่งก็เป็นจริงดั่งคำอธิษฐาน!
       คุณมาลัยมีอาการเดียวกับผู้เป็นสามี ดูจะแย่ยิ่งกว่าตรงที่ไม่สามารถแม้แต่จะส่งเสียงอู้อี้ได้เลยด้วยซ้ำ!

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

       “โถ...ทูนหัวของกระผม มิน่าจักต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้เลยขอรับ แต่เป็นเช่นนี้ก็ดีเหมือนกันนะขอรับ กระผมจักได้เล่าเรื่องราวมากมายที่คุณมาลัยยังมิรู้ ขอกระผมคิดสักประเดี๋ยวนะขอรับ...อ้อ คุณมาลัยอาจมิเคยรู้ว่ากระผมมิได้เป็นของคุณมาลัยแต่เพียงผู้เดียวหรอกนะขอรับ ก่อนที่คุณมาลัยจักมาเป็นชู้กับกระผม กระผมเป็นชู้กับคุณรำเพยมาก่อนนานแล้วขอรับ” 
ไอ้เดชเล่าอย่างภาคภูมิใจ ขณะที่คุณมาลัยลืมตานิ่งอย่างจำนนต่อโชคชะตา น้ำใสๆ ไหลจากตาสองข้างอย่างเจ็บแค้น ได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจ โง่นัก...กูมันโง่นัก!
       “คุณมาลัยคงหาได้อยากฟังเสียกระมังขอรับว่ากระผมได้เสียกับคุณรำเพยได้อย่างไร เพราะเอาเข้าจริงแล้วก็มิต่างจากคืนที่คุณมาลัยยอมให้ผมเชยชมร่างกายของคุณมาลัยดอกขอรับ ความต้องการของสตรีนั้นยามที่ใคร่อยากก็ช่างน่ากลัวเหมือนกองไฟที่ร้อนแรงพร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่อยู่ใกล้ กระผมเองก็คงเปรียบเหมือนใบไม้แห้งที่หาได้มีค่าอันใด หากเปลวไฟต้องการแผดเผามีหรือจักปลิดปลิวหนีไปไหนเสียได้ ในยามที่คุณหลวงวิศาลออกไปว่าราชการหลายวัน คุณรำเพยก็จักแอบลงมาจากเรือนในยามวิกาลแล้วตรงไปหากระผมที่เรือนทาส แต่แล้วคืนหนึ่งคุณรำเพยนึกสนุก นัดแนะกระผมให้มาสมสู่กันใต้ต้นงิ้ว ใครเล่าจักรู้ว่าคุณหลวงวิศาลจักกลับมาในคืนนั้น...”

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

       “ตามข้ามาทางนี้” เสียงของคุณรำเพยกระซิบกระซาบพลางดึงมือของไอ้เดชให้เดินตามตนลัดมาทางหลังเรือนใหญ่ออกมาโผล่ตรงต้นงิ้ว บ่าวชั้นต่ำจึงร้องถามด้วยความแปลกใจนัก
       “คุณรำเพยขอรับ จักพาบ่าวไปที่ใดขอรับ ประเดี๋ยวใครเห็นเข้า คุณรำเพยจักดูมิงามนะขอรับ” ไอ้เดชถามด้วยความเป็นห่วงพลางหันซ้ายแลขวาว่าไม่มีผู้ใดอยู่บริเวณนั้น คุณรำเพยหัวเราะระริกแล้วตรงเข้าประชิดร่างชู้บ่าว มืออันเรียวงามลูบไล้แผงอกของชายหนุ่มตรงหน้าพลางส่งเสียงยั่วเย้า
       “นี่เอ็งกลัวด้วยหรือไอ้เดช หาใช่ครั้งแรกของเอ็งกับข้าไม่ เพียงแต่ครานี้ข้ามิอยากไปที่เรือนของเอ็งแล้ว ทั้งคับแคบ ทั้งอึดอัด ข้าอยากสัมผัสสายลม ต้นหญ้า...และกายของเอ็งที่นี่...ที่ตรงนี้!” ไม่รออีกฝ่ายรุกเร้า คุณรำเพยเป็นฝ่ายระดมจุมพิตที่ใบหน้าของไอ้เดชเสียก่อน ไอ้เดชเองเป็นเพียงบ่าว หากคนเป็นนายต้องการสิ่งใดก็มิอาจปฏิเสธ มืออันหยาบกร้านของบ่าวลูบไล้ไปบนเนื้อนวลของผู้เป็นนาย สไบสีจำปาหลุดลุ่ยเผยให้เห็นปทุมถันอันงามงดจนไอ้เดชอดใจไม่อยู่ มือข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นไปสัมผัสบัวงามที่ชูดอกยั่วเย้าจนเกินจะหักห้ามแรงใคร่ได้
       บัวชูดอก  ออกช่อ  พะนอแนบ
       กายอิงแอบ  แนบสนิท  แสนชิดใกล้
       อยากเด็ดบัว  มาดมดอม  หอมสมใจ
       จมน้ำตาย  มิเสียดาย  เพียงได้ชม

       ในขณะที่คุณรำเพยกับไอ้เดชกำลังสมสู่กันอย่างออกรสนั้น เสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
       เสียงที่เหมือนเสียงของเพชฌฆาต!
       “อีรำเพย! ไอ้เดช!”
       “คุณหลวง!”
       “คุณหลวง!”
       นายบนเรือนกับบ่าวชั้นต่ำแยกออกจากกันทันควัน คุณรำเพยรีบคว้าผ้าสไบของตนขึ้นมาห่มร่าง รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเสียเต็มประดาเมื่อคุณหลวงวิศาลกลับจากว่าราชการทางหัวเมืองในยามมืดค่ำผิดเวลาอย่างที่เคยเป็น และได้พบว่าเมียสุดที่รักนั้นหาได้จงรักภักดีกับตนไม่ หากแต่คบชู้สู่ชายแอบนัดมาได้เสียอย่างไม่อายฟ้าอายดินอยู่ใต้ต้นงิ้ว เธอจะทำอย่างไรดีเล่า มีหวังต้องโดนหวายเสียจนหลังแทบขาด อาจรุนแรงถึงขั้นเฉดหัวออกจากเรือนกลับไปทางเหนือและตัดขาดผัวเมียเสียก็เป็นไปได้
       “มึง...พวกมึงสองคนมิพ้นมือกูคืนนี้เป็นแน่!” คุณหลวงวิศาลขึ้นเสียงด้วยความโกรธาก่อนจะเดินขึ้นไปบนเรือน คุณรำเพยร้อนรนเกาะแขนไอ้เดชแล้วร้องบอก
       “คุณหลวงมิเอาเอ็งกับข้าไว้แน่ เราหนีกันเถิดไอ้เดช หนีไปเพลานี้คงทัน” คุณรำเพยละล่ำละลักบอกด้วยความกลัว อยากจะร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออก มันสับสนเสียจนเรียงลำดับความรู้สึกของตัวเองไม่ได้เอาเสียแล้ว
       “หนีไปที่ใดเล่าขอรับคุณรำเพย ต่อให้คุณรำเพยกับบ่าวหนีไปแห่งหนไหน คุณหลวงก็คงจักตามจนพบเจอเป็นแน่” ไอ้เดชบอกตามความเป็นจริง ยิ่งคุณรำเพยได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งกลัวลนลานจนไอ้เดชต้องเรียกสติของหญิงชู้ไว้ “คุณรำเพยใจเย็นก่อนนะขอรับ ประเดี๋ยวคุณรำเพยขึ้นไปทางบันไดหลังเรือนแล้วกลับเข้าไปในห้องเสีย ทางด้านคุณหลวงบ่าวจักจัดการเองขอรับ”
       “เอ็งจักจัดการเช่นไรเล่า ข้าว่าคุณหลวงคงขึ้นไปเอาปืนในห้องทำงานเป็นแน่แท้ เอ็งมิกลัวถูกยิงตายหรืออย่างไร” คุณรำเพยเอ่ยถามเสียงสั่น สายตายังมองตรงไปยังบันไดเรือน กลัวว่าคุณหลวงวิศาลจะลงมาแล้วสังหารเธอกับบ่าวชู้
       “เชื่อบ่าวนะขอรับ คุณรำเพยทำตามที่บ่าวบอก คุณหลวงวิศาลจักมิมีทางสังหารบ่าวกับคุณรำเพยได้” ไอ้เดชบอกให้คุณรำเพยมั่นใจ แม้ผู้เป็นนายจะไม่รู้ว่าไอ้เดชจะจัดการเช่นไร แต่ก็ยอมวิ่งไปทางด้านหลังเรือนแล้วขึ้นบันไดไปบนเรือน มองเห็นคุณหลวงวิศาลถือกระบอกปืนเดินปึงปังออกจากห้องทำงาน ตรงไปยังบันไดหน้าเรือน จังหวะนั้นนั่นเอง คุณรำเพยรีบวิ่งไปเปิดประตูห้องของตนแล้วจัดการขัดประตูไว้ด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำ แอบเอาหูแนบเพื่อฟังว่าเกิดเหตุอันใดขึ้นแต่ก็ได้ยินไม่ถนัด ก่อนที่จะได้ยินเสียงปึงปังคล้ายมีผู้ใดตกบันได
       “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด...!!!”
       “อีอิ่ม! เกิดกระไรขึ้น ? อีอิ่ม...อีอิ่ม!” คุณมาลัยตะโกนถามออกไปในความมืด ยินเสียงวิ่งตึงตังของบ่าวคนสนิทที่ล้มลุกคลุกคลานมายังห้องของผู้เป็นนายก่อนจะละล่ำละลักบอก
       “คุณมาลัยเจ้าคะ คุณมาลัย...”
       “มีกระไร เอ็งร้องโวยวายทำไมเล่า มีใครเป็นกระไรหรือ ?” คุณมาลัยถามอย่างร้อนใจ
       “คุณหลวงเจ้าค่ะ คุณหลวงตกบันได!”
       “คุณหลวง!” คุณมาลัยเบิกตาโพลง รีบวิ่งข้ามธรณีประตูตรงไปยังบันไดขึ้นเรือน สิ่งที่พบคือร่างของคุณหลวงวิศาล ผู้เป็นสามีนอนอยู่ที่ตีนบันไดอย่างไร้สติ คนเป็นเมียรีบวิ่งลงไปประคองร่างของคุณหลวงวิศาลแล้วร้องตะโกนลั่นเรือน
       “ช่วยด้วย! ใครอยู่แถวนี้ช่วยคุณหลวงที อีอิ่ม...อีอิ่ม เอ็งให้ไอ้ก่ำพายเรือไปตามหมอมาเร็ว!” คุณมาลัยเอ่ยปากสั่งบ่าวคนสนิทที่ยืนตัวแข็งอยู่บนบันไดเรือน อีกฝ่ายรีบพยักหน้ารับ หันซ้ายหันขวาอย่างไม่รู้จะไปทางใดในเวลานี้
       “เจ้าค่ะๆ คุณมาลัย” ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็รีบวิ่งไปทางเรือนทาสแล้วร้องแรกแหกกระเชอจนดังลั่น ขณะที่คุณมาลัยเขย่าตัวคุณหลวงวิศาลแล้วพยายามร้องเรียกสติ แต่อีกฝ่ายยังแน่นิ่งราวกับคนตาย!
       “คุณหลวง...คุณหลวงเจ้าคะ คุณหลวงอย่าเป็นกระไรนะเจ้าคะ อีกประเดี๋ยวหมอก็จักมาแล้ว”
       เมื่อได้ความว่าคุณหลวงวิศาลตกบันไดเรือน แรกทีเดียวคุณรำเพยก็ตกใจมิใช่น้อย แต่ครั้นเมื่อคิดอีกครา...นั่นอาจเป็นฝีมือไอ้เดชที่ต้องการปิดปากเรื่องที่คุณหลวงวิศาลรู้เรื่องตนคบชู้กับบ่าวชั้นต่ำ เจ้าหล่อนแสยะยิ้ม อันที่จริงเธอก็ไม่ได้รักใคร่คุณหลวงวิศาลสักเท่าใดหรอก แต่ที่ผู้ใหญ่ยกให้ก็ด้วยหวังทรัพย์สินเงินทองที่มีมากมาย และถ้าหากจำกัดคุณหลวงวิศาลไปได้ ตัวปัญหาก็จะเหลือเพียงคุณพี่มาลัยซึ่งคงกำจัดได้ไม่ยากนัก 
       คุณรำเพยแสร้งไม่รู้เรื่องแล้วเปิดประตูห้องออกมา
       “โอ๊ย...มีกระไรกันเล่าเจ้าคะคุณพี่มาลัย ดึกดื่นป่านนี้ เหตุใดต้องร้องเสียงดังลั่นเรือนด้วย” เสียงของคุณรำเพยเอ่ยถาม เมียรองเดินกระพือพัดมาอย่างหงุดหงิด ครั้นเมื่อเห็นว่าร่างของสามีนอนอยู่ที่ตีนบันไดก็เข่าอ่อนจนแทบทรุดลงพื้น ก่อนจะรีบตั้งสติแล้ววิ่งลงไปแย่งประคองร่างของคุณหลวงวิศาล ทำราวกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของชายผู้นั้นแต่เพียงผู้เดียว “คุณพี่มาลัย เกิดกระไรขึ้นเจ้าคะ เหตุใดคุณหลวงจึงตกบันไดเรือนได้ ?”
       พลันสายตาของคุณมาลัยเหลือบไปเห็นเท้าของภรรยารองเปื้อนไปด้วยดินโคลนทั้งที่เดินลงมาจากเรือน ความผิดปกติเอ่ยร้องทักเมียเอกทันที แต่กระนั้นหากกระโตกกระตากโดยไม่มีหลักฐานอื่นใดก็หาใช่สิ่งที่ควรทำให้ข้าทาสมันนินทาเอาได้ 
       “หล่อนรู้ได้อย่างไรว่าคุณหลวงตกบันไดเรือน”
       “เอ๊ะ...คุณพี่มาลัย ก็เห็นอยู่ว่าคุณหลวงนอนอยู่ที่ตีนบันได ก็ต้องตกบันไดเรือนสิเจ้าคะ” คุณรำเพยมองภรรยาเอกอย่างไม่พอใจในคำถาม
       “อย่าให้ฉันรู้ว่าที่คุณหลวงตกบันไดเรือนมีเงื่อนงำอย่างอื่น หากฉันรู้ว่าไอ้อีตัวไหนทำคุณหลวง ฉันจักมิยอมให้มันเหยียบเรือนได้อีกเป็นแน่” สายตาที่คุณมาลัยมองคุณรำเพยนั้นเต็มไปด้วยความแคลงใจ ในขณะที่อีกฝ่ายหลบตาแล้วร่ำไห้อย่างน่าเวทนา ซึ่งดูก็รู้ว่า...ตอแหล!
       “โธ่...คุณหลวงเจ้าคะ กลับมาจากว่าราชการดึกดื่นคงก้าวพลาดตกบันไดเรือนเสียกระมัง คุณหลวงอย่าเพิ่งเป็นกระไรไปนะเจ้าคะ ถ้าคุณหลวงเป็นกระไรไป อิฉันกับลูกจักอยู่อย่างไรเล่า”
       ละครฉากใหญ่ของคุณรำเพยจึงเริ่มขึ้น...

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

       “และการตายของคุณหลวงวิศาล ก็หาได้เป็นการตายแบบธรรมชาติไม่ กระผมกับคุณรำเพยร่วมมือกันสังหารคุณหลวงวิศาลในคืนนั้น คืนที่คุณมาลัยกับอีอิ่มถูกวางยา”
       ไอ้เดชยิ้มแล้วเริ่มเล่าบทสังหารเจ้าของเรือน!

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

       คุณรำเพยนอนอิงแอบแนบอกไอ้เดชด้วยสีหน้าครุ่นคิด จนฝ่ายชายต้องเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย
       “คุณรำเพยมีกระไรมิสบายใจหรือขอรับ หากมีกระไรให้บ่าวรับใช้ขอให้บอกเถิดครับ บ่าวยอมรับใช้ถวายชีวิต” ทาสหนุ่มจุมพิตเบาๆ บนศีรษะของหญิงสาวที่นอนแนบอกด้วยความพิศวาส
       คุณรำเพยหันไปเงยหน้ามองชู้บ่าว ก่อนจะถอนหายใจยาวๆ อย่างคิดไม่ตก
       “ข้ากลัว...กลัวว่าถ้าวันหนึ่งคุณหลวงหายป่วย แล้วเรื่องที่ข้ากับเอ็งเป็นชู้กันจักนำภัยมาสู่เราทั้งคู่ เมื่อกลางวันข้าแอบได้ยินคุณพี่มาลัยถามคุณหลวงว่าข้าเกี่ยวข้องกับการที่คุณหลวงตกบันไดหรือไม่ ดีที่ข้าเข้าไปขัดจังหวะเสียก่อน มิเช่นนั้นคุณหลวงอาจจักบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นคืนนั้นก็เป็นไปได้” น้ำเสียงคนเล่าไม่สู้ดีนัก นึกจิตนาการว่าถ้าความจริงปรากฏชีวิตของตนจะเป็นเช่นไร
       “แต่คุณหลวงท่านขยับมิได้ พูดก็ได้แต่เพียงอ้อแอ้มิใช่หรือขอรับคุณรำเพย เหตุใดจึงต้องกังวลนักเล่า” ไอ้เดชย่นคิ้ว มองไม่เห็นสิ่งที่หญิงชู้ต้องกังวล
       “ข้าก็มิรู้เหมือนกัน เพียงแต่ข้ารู้สึกว่าคุณพี่มาลัยกับคุณหลวงวิศาลคงหาทางสื่อกันได้มิว่าทางใดก็ทางหนึ่ง ที่สำคัญเพลานี้คุณพี่มาลัยขึ้นเป็นใหญ่บนเรือน หากรู้เรื่องข้ากับเอ็ง ข้าคงถูกเฉดหัวออกจากเรือน ส่วนเอ็งเป็นทาสในเรือนเบี้ย คงถูกเฆี่ยนปางตายเป็นแน่” คุณรำเพยกังวลไปก่อนเรื่องราวจะเกิด แต่ก็ดีกว่าไม่คิดหาทางหนีทีไล่ไว้เลยไม่ใช่หรือ
ไอ้เดชนิ่งคิด ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายบนใบหน้า
       “คุณรำเพยหาได้ต้องเป็นกังวลไม่ขอรับ ใครที่เป็นพิษเป็นภัย เราก็กำจัดเสีย ตัดไฟต้องตัดแต่ต้นลม คุณรำเพยว่าเช่นนั้นไหมขอรับ”
       “นี่เอ็งหมายความว่าเอ็งจักฆ่าคุณพี่มาลัยหรือ?” คุณรำเพยลุกผึงขึ้นจากอกแกร่งของไอ้เดชแล้วเอ่ยถามด้วยความตกใจไม่น้อย แม้คุณรำเพยจะเกลียดชังคุณมาลัยสักแค่ไหน แต่ก็มิเคยคิดจะสังหารให้สิ้นใจ ไอ้เดชได้ยินเช่นนั้นก็ส่ายหน้า
       “เปล่าขอรับ การฆ่าคุณมาลัยเป็นเรื่องยากและน่าสงสัย หากถูกจับได้ทั้งบ่าวและคุณรำเพยคงถูกทางการลงโทษหนักนัก สู้เราฆ่าคนที่อยู่ก็เหมือนตายดีกว่าไหมล่ะขอรับ”
       ไอ้เดชทำหน้าเจ้าเล่ห์ คุณรำเพยนิ่งคิด ก่อนจะพยักหน้าแล้วยิ้ม รู้ทันทีว่าไอ้เดชหมายถึงผู้ใด
       คุณหลวงวิศาล!
 
       และแล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึง...
       อีอิ่มที่นอนหลับไม่เป็นท่าอยู่ตรงหน้าห้องของคุณหลวงวิศาลนั้นแน่นิ่งไม่ต่างจากคนตาย คุณรำเพยเดินตรงดิ่งไปที่ร่างของบ่าว ใช้เท้าเขี่ยอีอิ่มเบาๆ แล้วร้องเรียก
       “อีอิ่ม...อีอิ่ม ตื่นสิ เอ็งได้ยินข้าหรือไม่ อีอิ่ม” คุณรำเพยใช้แรงเขี่ยอีอิ่มอีกสองสามครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายหลับสนิทเป็นแน่แท้ ก่อนจะหันมองไปที่ประตูห้อง เคาะเบาๆ เพื่อเรียกคนที่อยู่ข้างใน
       “คุณพี่มาลัยเจ้าขา นอนหลับหรือยังเล่าเจ้าคะ อิฉันจักขอเข้าไปปรนนิบัติคุณหลวงเสียหน่อยเจ้าค่ะ”
       ไม่มีเสียงตอบนอกจากความเงียบ คุณรำเพยแน่ใจแล้วว่าคุณมาลัยก็คงสลบเหมือดไม่ต่างจากอีอิ่มที่นอนอยู่หน้าห้อง เจ้าหล่อนจึงเดินไปที่หน้าระเบียง ผิวปากเบาๆ เป็นสัญญาณแล้วเดินกลับเข้าไปนอนในห้องของตนอย่างสบายใจ
       รุ่งเช้าเธอคงได้ข่าวดี...ที่รอคอย!

       เสียงผิวปากเป็นเสียงสัญญาณเรียกไอ้เดชที่รออยู่แล้วทางใต้ถุนเรือน ชายหนุ่มกับคุณรำเพยนัดแนะกันสังหารคุณหลวงวิศาล เพราะหากคุณมาลัยหาวิธีสื่อสารกับคุณหลวงวิศาลได้ และรู้ว่าการที่คุณหลวงวิศาลตกบันไดนั้นไม่ใช่อุบัติเหตุ หากแต่เป็นความตั้งใจของไอ้เดชชายชู้ของคุณรำเพยแล้วละก็ ต้องเกิดเรื่องขึ้นในเรือนเป็นแน่แท้ ดังนั้นการตัดไฟเสียแต่ต้นลมคือทางที่ดีที่สุด
       ยาจีนที่คุณรำเพยไปซื้อมาจากพ่อค้าชาวจีนในตลาดถูกนำมาใช้วางยาคนบนเรือนในคืนนั้น เมื่อยาออกฤทธิ์ คุณรำเพยจึงผิวปากเป็นสัญญาณให้ไอ้เดชเริ่มทำสิ่งที่นัดแนะกันไว้ ไอ้เดชไม่รอช้า หยิบบันไดขึ้นมาพาดที่หน้าต่างในตำแหน่งห้องของคุณหลวงวิศาล มองซ้ายขวาให้แน่ใจแล้วปีนขึ้นไปที่บานหน้าต่างอย่างรวดเร็ว ครั้นถึงหน้าต่าง ไอ้เดชใช้สายตาสอดส่องว่าปลอดภัยดีแล้วจึงรีบกระโดดเข้าไปในห้อง แลเห็นคุณมาลัยนอนฟุบหลับอยู่ข้างเตียงของคุณหลวงวิศาล ลองใช้มือเขย่าร่างของคุณมาลัยเบาๆ แล้วร้องเรียก หากคุณมาลัยไม่ได้สลบ เขาก็มีเหตุผลอ้างว่าปีนขึ้นมาหาคุณมาลัยเพราะความคิดถึง แต่หากคุณมาลัยสลบจริง เขาจะได้สังหารคุณหลวงวิศาลเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราว
       แล้วคุณมาลัยก็สลบตามฤทธิ์ยาของคุณรำเพย...
       ไอ้เดชมองร่างของคุณหลวงวิศาลที่นอนนิ่ง คนที่กำลังจะตายรู้สึกว่ามีใครปีนขึ้นมาบนเตียงพร้อมคร่อมร่างของตนอยู่ มันเป็นความรู้สึกที่สัญชาตญาณบอก หาใช่ความรู้สึกจากร่างกายไม่ คุณหลวงวิศาลจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมอง เมื่อเห็นว่าเป็นไอ้เดช ดวงตาทั้งสองจึงเกลือกกลิ้งไปมาด้วยความกลัว พยายามหันไปมองคุณมาลัยเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่อีกฝ่ายนอนนิ่งราวกับคนไม่มีลมหายใจ ขณะที่ไอ้เดชยกมือขึ้นไหว้แล้วพูดขึ้นกับคุณหลวงวิศาลเบาๆ
       “อโหสิกรรมให้บ่าวด้วยขอรับ บ่าวจำเป็นจริงๆ” พูดจบไอ้เดชก็ใช้หมอนที่วางไว้บนเตียงนอนกดเข้าที่ใบหน้าของคุณหลวงวิศาล...มันเป็นการตายที่ไม่มีการดิ้นทุรนทุราย เป็นการตายที่ทรมานในความสงบ เป็นการตายที่คนตายไม่มีโอกาสแม้แต่จะร้องขอชีวิต!
       หมอนใบนั้นถูกยกออก ภาพของคุณหลวงวิศาลเบิกตาโพลงเป็นสัญญาณบอกว่าเขาได้จากไปอย่างไม่สงบแล้ว ไอ้เดชจัดวางหมอนใบนั้นไว้ในตำแหน่งเดิม เช็ดรอยเท้าที่เปื้อนดินของตัวเองจนไม่ทิ้งร่องรอย ก่อนจะรีบปีนบันไดลงไปจากทางหน้าต่าง ทิ้งให้คุณมาลัยนอนเฝ้าศพสามีอยู่ทั้งคืน โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ เธอจะไม่ได้สัมผัสลมหายใจของคุณหลวงวิศาลอีกแล้ว!

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น