อัปเดตล่าสุด 2018-08-03 12:51:56

ตอนที่ 18 หอกข้างแคร่...ไม่มีรักแท้ในสันดานคนชั่ว!

 

       หมอเที่ยงก็หาใช่หมอผีไม่ หากแต่เป็นชาวบ้านในตัวเมืองที่ไอ้เดชใช้อัฐจ้างมา!
       ทุกอย่างถูกนัดแนะกันมาหลังจากไอ้เดชใช้อีอวนหลอกผีคุณรำเพยได้สำเร็จ ข้อเสนอว่าจะไปตามหมอผีมาปราบนั้นก็หวังจะได้อัฐของคุณมาลัยที่พร้อมจะหยิบยื่นให้อย่างไม่เสียดาย ขอแค่เพียงกำจัดผีคุณรำเพยออกไปจากเรือนได้เป็นพอ เมื่อหักลบกับอัฐที่จะจ่ายให้หมอเที่ยง ซึ่งจริงๆ ก็คือ ไอ้เที่ยง นั้น ไอ้เดชมีอัฐเหลือมากมายไว้ใช้สุขสำราญตามอุรา แต่แค่นั้นไม่พอหรอก เขาไม่ได้อยากได้เพียงแค่เศษอัฐ แต่เขาอยากได้ทุกอย่างภายในเรือนของคุณหลวงวิศาลมาเป็นของตนแต่เพียงผู้เดียว!
       พิธีปราบผีคุณรำเพยนั้นถูกนัดแนะกันมาก่อนเรียบร้อย โชคดีเสียเหลือเกินที่วันนี้ลมฟ้าดูจะเป็นใจ มันช่วยทำให้บรรยากาศดูสมจริงยิ่งนัก ในขณะที่บ่าวทุกคนถูกสั่งให้เข้าห้องเสียตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดิน ไอ้ก่ำกับอีอวนก็ทำเช่นนั้น แต่แอบออกมาหลังจากที่ทุกคนเข้าห้องหับไปหมดแล้ว ก่อนจะพากันขึ้นไปบนเรือนทางบันไดด้านหลัง ไปยืนตรงหน้าต่างในจุดที่ไอ้เดชบอกไว้ ครั้นเมื่อได้สัญญาณเป็นเสียงสวดของไอ้เที่ยง ไอ้ก่ำก็ใช้ไม้ยันหน้าต่างออกราวกับมันเปิดได้เอง แล้วให้อีอวนในชุดของคุณรำเพยยืนโผล่ออกไปทางหน้าต่าง พยายามก้มหน้าไม่ให้คุณมาลัยจับผิดได้ ซึ่งในเวลานั้นความกลัวทำให้คุณมาลัยไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ซึ่งเป็นการดีนัก เพราะวูบหนึ่งที่ฝุ่นพัดเข้าไปในตาของอีอวน มันพยายามจะเงยหน้าขึ้นมาขยี้ตาจนเผยให้เห็นว่ามันเป็นบ่าวในเรือน หาได้เป็นผีคุณรำเพยไม่ แต่แล้วทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี คุณมาลัยเชื่อเสียสนิทใจว่าผีคุณรำเพยมีจริง และได้ถูกสะกดไว้ในดินปั้นรูปมนุษย์ที่เป็นเพียงแค่ดินเหนียวธรรมดาไม่มีผีสางตนใดถูกสะกดทั้งนั้น!
       “คุณมาลัยท่องตามกระผมนะครับ เมื่อท่องจบแล้วให้โยนดินปั้นไปให้ไกลที่สุด เพียงเท่านี้ทุกอย่างก็จักเสร็จสิ้น” หมอผีบอก คุณมาลัยพยักหน้ารับรู้
       “โอมโกโน มหาโกโน นโส มหาโส อภิโส จงถูกสะกดไว้ตราบกาลนาน”
       “โอมโกโน มหาโกโน นโส มหาโส อภิโส จงถูกสะกดไว้ตราบกาลนาน” คุณมาลัยท่องตามที่หมอเที่ยงเอ่ย ก่อนจะรีบโยนดินปั้นในมือออกไปยังแม่น้ำให้ไกลที่สุด...มันจมหายไปในความมืดท่ามกลางความโล่งใจของทุกคน
       “เรียบร้อยแล้วขอรับ ต่อไปนี้เรือนของคุณมาลัยจักกลับมาสงบสุขเช่นเดิม”
       “ขอบใจพ่อหมอมากนะที่ช่วยเรือนของฉันและคนในเรือนของฉัน” คุณมาลัยกล่าวขอบคุณหมอเที่ยง อีกฝ่ายพยักหน้าเล็กน้อย ฝ่ายภรรยาหันมามองหน้าไอ้เดชแล้วยิ้มอย่างเบาใจ แม้คืนนี้จะมืดมิดนัก ไร้ซึ่งแสงจากดวงดาวและเงาจันทร์ แต่คุณมาลัยกลับรู้สึกว่าโลกสว่างไสวเสียเหลือเกิน
       ไอ้เดชกับไอ้เที่ยงมองหน้าอย่างรู้กัน...

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

       “หลังจากนั้น กระผมกะว่าจักเว้นระยะสักพักให้คุณมาลัยสบายใจ แล้วค่อยปล่อยให้ผีคุณรำเพยออกมาอาละวาดต่อ แต่ดันมีพวกสาระแนสอดรู้เข้ามาวุ่นวาย สุดท้ายกระผมจึงจำเป็นต้องฆ่าปิดปากมันเสีย คนปากดีอย่างมันสมควรตายในสภาพเลวร้าย กระผมยังจำตอนที่มันวิ่งโร่ไปฟ้องคุณหลวงวิศาลว่าพ่อของกระผมเมาฝิ่นได้ชัด หากมันมิปากสว่าง พ่อของกระผมคงยังมีชีวิตอยู่...ถูกแล้วขอรับคุณมาลัย การตายของอีอิ่มหาใช่การตายที่เกิดจากฝีมือผีคุณรำเพยไม่ ในเมื่อผีคุณรำเพยมิมีจริง การตายของอีอิ่มจึงเป็นฝีมือของกระผมกับไอ้ก่ำ!” 
ไอ้เดชหัวเราะในลำคอราวกับไม่รู้สึกผิดบาปในสิ่งที่ทำลงไปเลยแม้แต่น้อย!

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

       ไอ้ก่ำกับอีอวนถูกไอ้เดชเรียกตัวมาพบที่มุมหนึ่งของเรือน...ที่ที่คิดว่าคงไม่มีผู้ใดเดินผ่านมาพบเจอเป็นแน่แท้ บ่าวรับใช้ทั้งสองคนคุกเข่าลงกับพื้น ในขณะที่ไอ้เดชมองซ้ายขวาให้แน่ใจ ก่อนส่งถุงอัฐให้กับผัวเมียคู่นั้นเป็นรางวัลที่หลอกผีคุณรำเพยกับคุณมาลัยได้สำเร็จ
       “นี่ข้าให้รางวัลพวกเอ็ง”
       “ขอบพระคุณขอรับคุณเดช” ไอ้ก่ำเป็นคนแบมือขึ้นรับถุงอัฐจากผู้เป็นนายที่หย่อนลงในมือของบ่าว ก่อนที่จะล้วงถุงอัฐอีกถุงออกมาแล้วเอ่ยปากสั่ง
       “ส่วนอัฐถุงนี้ เอ็งพายเรือเอาไปให้ไอ้เที่ยงที่หมู่บ้าน บอกว่าข้าเพิ่มอัฐให้มันอีกกึ่งหนึ่ง และอาจจักต้องเรียกใช้มันอีกในภายภาคหน้า” ไอ้เดชส่งถุงอัฐให้ไอ้ก่ำ อีกฝ่ายรับมาไว้แล้วพยักหน้ารับ
       “ได้ขอรับ บ่าวจักเอาอัฐไปให้ไอ้เที่ยงมัน แล้วบอกตามที่คุณเดชสั่งทุกอย่างเลยขอรับ เอ่อ...คุณเดชขอรับ แล้วบ่าวทั้งสองจักต้องทำอันใดต่อไปอีกหรือไม่ขอรับ บ่าวกลัวว่าคุณมาลัยหรือพวกบ่าวคนอื่นๆ จักจับได้ว่าบ่าวกับคุณเดชรวมหัวกันหลอกผีคุณรำเพยกับคุณมาลัย ถ้าคุณมาลัยรู้ความจริง บ่าวกับอีอวนตายแน่ขอรับ คุณเดชเองก็ต้องระวังตัวด้วยนะขอรับ” ไอ้ก่ำบอกอย่างเป็นห่วงในความปลอดภัยของตัวเองและผู้เป็นนาย ไอ้เดชได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มมุมปากอย่างหาได้กังวลใจแบบบ่าวเตือนไม่ มันมองหน้าไอ้ก่ำแล้วพูดขึ้น
       “พวกเอ็งมิต้องห่วงข้าดอก ข้าเตรียมการทุกอย่างไว้เป็นอย่างดี”
       อีกทางด้านหนึ่ง...อีอิ่มที่เข้าไปผลัดผ้าเตรียมตัวจะไปซื้อข้าวของตามที่คุณมาลัยสั่งนั้นก็เดินออกมาจากเรือนทาสของตน แต่ครั้นเห็นว่าไอ้เดชกำลังคุยกับไอ้ก่ำกับอีอวนก็นึกแปลกใจว่าเหตุใดจึงมาคุยกันลับๆ ล่อๆ ในที่ลับตาคนเช่นนี้ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นทำให้อีอิ่มแอบเดินย่องเข้าไปใกล้กับคนทั้งสามมากที่สุด ก่อนจะไปหยุดอยู่หลังพุ่มไม้เพื่อแอบฟังบทสนทนา
       “...ส่วนเรื่องที่ข้าจักให้พวกเอ็งทำคงต้องมีอีกหลายเพลา ข้าจักหลอกผีคุณรำเพยกับคุณมาลัยจนกว่าคุณมาลัยจักเป็นบ้าไปเสียนั่นเล่า ข้าบอกพวกเอ็งแล้วอย่างไร ข้าจักต้องได้ทุกอย่างมาเป็นของข้า ข้าคิดแผนการไว้แล้ว น่าจักอีกสักสองสามวัน คราวนี้เอาหนักกว่าครั้งที่จ้างไอ้เที่ยงมันมาหลอกเป็นหมอผี เอาให้คุณมาลัยจับไข้เลยยิ่งดี แล้วหลังจากนั้นข้าจักจัดการเอง หากคราวนี้สำเร็จ ข้าจักยกทรัพย์สินเงินทองให้พวกเอ็งสองคนไปตั้งตัว และให้พวกเอ็งพ้นจากความเป็นทาสออกไปใช้ชีวิตอิสระอย่างที่ต้องการ”
       “ขอบพระคุณขอรับคุณเดช” ไอ้ก่ำก้มลงกราบแล้วสะกิดให้อีอวนกราบตาม อีอวนนั้นไม่ได้เห็นดีเห็นงามกับสิ่งที่ถูกสั่งให้ทำ เธอยังจำคืนที่ไอ้เดชขืนใจเธอได้ดี แต่เมื่อไม่มีทางเลือกให้ได้ปฏิเสธหรือขัดคำสั่งของเจ้านาย จึงจำต้องก้มหน้าทำตามสิ่งที่ไอ้เดชต้องการ
       อีอิ่มได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ
       นี่มันเรื่องอันใดกัน ? ผีคุณรำเพยแท้ที่จริงแล้วเป็นฝีมือของไอ้เดช ไอ้ก่ำกับอีอวนหรอกหรือ ? ไอ้อีสารเลว! พวกมึงกล้าหลอกคุณมาลัยได้อย่างไรกัน เธอจะต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกกับคุณมาลัยก่อนที่จะสายเกินไป
       ด้วยความไม่ระวังทำให้อีอิ่มที่คิดจะวิ่งไปอีกทางนั้นสะดุดกับกิ่งไม้แห้งที่หักอยู่ตรงพื้นเสียงดังแกรก ไอ้เดชรีบหันมองยังที่มาของเสียงทันที ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเข้ม
       “ใครน่ะ ?”
       อีอิ่มรีบมุดตัวไปในกอต้นไม้ ใช้สองมือปิดปากราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงลมหายใจของตน
       “ไอ้ก่ำ เอ็งไปดูตรงนั้นสิ มีผู้ใดอยู่หรือไม่” ผู้เป็นนายเอ่ยปากสั่ง
       “ขอรับคุณเดช” ไอ้ก่ำลุกขึ้นจากพื้นแล้วเดินตรงดิ่งมายังกอไม้ที่อีอิ่มแอบอยู่ แหวกซ้ายขวาหาที่มาของเสียงที่ว่า แล้วเดินกลับไปบอกเจ้านายที่ยืนรอ “หาได้มีผู้ใดไม่ขอรับ อาจเป็นเสียงงูเงี้ยวเขี้ยวขอเลื้อยผ่านไปเสียกระมังขอรับ หลังเรือนทาสเช่นนี้หาได้มีใครจักเดินผ่านไม่”
       “ถ้าเช่นนั้นก็ดีแล้ว ช่วงนี้จักทำสิ่งใดต้องระวังตัวให้มาก พวกเอ็งสองคนจักไปทำสิ่งใดก็ไปทำเถิด ข้าบอกคุณมาลัยว่าจักมาดูความเรียบร้อยของเรือนทาสนานแล้ว หากกลับไปช้าเกรงว่าคุณมาลัยจักสงสัยเอา” ไอ้เดชบอก ไอ้ก่ำกับอีอวนจึงยกมือไหว้ก่อนจะพากันเดินออกไปอีกทางหนึ่ง
       เมื่ออีอิ่มเห็นว่าทางสะดวกแล้วจึงโผล่ขึ้นมาจากพุ่มไม้ แต่ยังไม่ทันจะได้วิ่งไปทางใด ร่างของมันก็ถูกไอ้ก่ำรวบจากทางด้านหลัง มือข้างหนึ่งปิดปากของอีอิ่มที่พยายามจะส่งเสียงร้องไว้ มืออีกข้างโอบร่างไม่ให้ดิ้นหนี ไอ้เดชที่หลบอยู่อีกทางเดินหัวเราะออกมาหยุดตรงหน้าของอีอิ่มแล้วพูดขึ้น
       “มึงนึกว่ากูโง่หรืออีอิ่ม กูนึกอยู่แล้วว่าต้องเป็นมึง จักจับก็ต้องจับให้ได้คาหนังคาเขา ไอ้ก่ำ...ปล่อยปากมันเสีย ข้าอยากรู้มันจักพูดว่ากระไร” 
       “จักดีหรือขอรับ ประเดี๋ยวมันร้องเอ็ดตะโรขึ้นมา บ่าวคนอื่นจักพากันแตกตื่นมาดูนะขอรับ” ไอ้ก่ำเอ่ยเตือน ไอ้เดชยิ้มเจ้าเล่ห์ ไม่ได้กลัวในสิ่งที่ไอ้ก่ำบอกสักนิด เพราะไอ้เดชรู้ว่าอีกไม่กี่เพลาอีอิ่มก็จะได้หมดลมหายใจจากโลกนี้ไปเป็นแน่!
       คนที่รู้ความลับที่ไม่ควรรู้...ก็ไม่สมควรอยู่ให้เป็นหอกข้างแคร่อีกต่อไป!
       ไอ้ก่ำทำตามที่นายสั่ง และทันทีที่มือหลุดจากปากของอีอิ่ม อีอิ่มก็ก่นด่าไอ้เดชทันทีด้วยความโกรธ
       “ไอ้เดช! มึงหลอกนายกู เลือดทาสชั้นต่ำของมึงถึงพยายามจักเผยอหน้าไปเป็นนายก็ยังคงเลือดชั่ววันยันค่ำ เสียแรงที่คุณมาลัยรักใคร่มึงนักหนาถึงขนาดยกให้มึงขึ้นเป็นผัวออกหน้าออกตาโดยหาได้สนคำนินทาไม่ แต่มึงกลับหักหลังนายกูเสียมิมีชิ้นดี กูจักไปบอกคุณมาลัยว่ามึง ไอ้ก่ำ อีอวน พวกมึงร่วมมือกันหลอกผีคุณรำเพยให้คุณมาลัยกลัว และจักหลอกให้กลัวจนสติฟั่นเฟือนไปเสีย เพื่อที่มึงจักได้ทุกอย่างในเรือนไปครอบครอง ไอ้สารเลว! ไอ้ชั่ว!” อีอิ่มพ่นน้ำลายใส่หน้าไอ้เดชอย่างเกลียดชัง ไอ้เดชยืนนิ่ง ก่อนจะค่อยๆ เช็ดน้ำลายของอีอิ่มออก แล้วตบฉาดเข้าที่หน้าบ่าวคนสนิทของคุณมาลัยอย่างแรงจนเลือดกบปาก
       “มึงคิดหรืออีอิ่มว่ากูจักปล่อยให้มึงเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณมาลัย!”
       “มึงหมายความว่ากระไร ช่วยด้ว...” โชคร้ายที่ยังอ้าปากไม่ทันจบประโยค ไอ้ก่ำก็รีบใช้มือปิดปากอีอิ่มไว้ได้ทัน แต่กระนั้นนางก็ดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการที่เหนี่ยวรั้งไว้ ทว่า       ไม่อาจสู้แรงของไอ้ก่ำได้
       “ไอ้ก่ำ...เอ็งเอาตัวอีอิ่มกลับไปที่เรือนของมัน ส่วนอีอวน...เอ็งไปเก็บดอกงิ้วมาให้ข้าสักสองกำมือ”
       “ดอกงิ้ว...คุณเดชจักเอาไปทำกระไรหรือเจ้าคะ ?” อีอวนถามอย่างแปลกใจ ไอ้เดชยิ้มแล้วพูดขึ้น
       “เอามาโยนความผิดให้ผี!”
 
       ร่างของอีอิ่มถูกไอ้ก่ำลากตัวมายังห้องของมันเอง คนเราเมื่อรู้ตัวว่าจะถึงที่ตายย่อมดิ้นทุรนทุรายจนสุดกำลัง อีอิ่มทั้งจิกทั้งตีจนร่างของไอ้ก่ำเต็มไปด้วยบาดแผล แต่บ่าวที่ถูกสั่งก็มิยอมปล่อยให้อีอิ่มหนีไปไหนได้ ไอ้เดชตามมาพร้อมกับเชือกเส้นโต มัดมือมัดเท้าของอีอิ่มไม่ให้ดิ้นรนแล้วฉีกเศษผ้าในห้องมัดปากของบ่าวคนสนิทคุณมาลัยก่อนจะโยนลงบนแคร่ กว่าจะปราบพยศของมันได้ก็เล่นเอาเหงื่อไหลไคลย้อย หากเป็นหญิงคนอื่นอาจหมดเรี่ยวแรงในการต่อสู้นานแล้ว แต่นี่เป็นอีอิ่ม ฤทธิ์มันร้ายเหลือ ยิ่งมันรู้ว่านายของตนกำลังตกอยู่ในอันตรายและตัวของมันกำลังจะตายแล้ว เรี่ยวแรงจึงทวีความรุนแรงมากขึ้นเสียจนชายสองคนต้องออกแรงเหนื่อยไม่ใช่น้อย
       “จักทำอย่างไรต่อขอรับคุณเดช ?” ไอ้ก่ำหอบเหนื่อยหลังจากปลุกปล้ำช่วยเจ้านายจับอีอิ่มมัด ไอ้เดชเองก็มีสภาพไม่ต่างกันนัก มันมองร่างของอีอิ่มที่แม้จะถูกพันธนาการแต่ก็พยายามดิ้นจนใกล้จะหมดแรง
       “เอ็งจักปล่อยให้มันเอาเรื่องที่ข้าทำไปบอกคุณมาลัยหรืออย่างไร ถ้าเป็นเช่นนั้นทั้งเอ็งและข้าโดนหวายจนหลังขาดแน่” แม้จะไม่พูดตรงๆ แต่สิ่งที่ไอ้เดชบอกก็ทำให้ไอ้ก่ำถึงกับกลืนน้ำลายดังเอื๊อก จริงอยู่...ไม่ใช่เขาไม่เคยเห็นคนตาย ไม่ใช่เขาไม่เคยเห็นศพ แต่ทุกศพนั้นล้วนตายเองจากการเจ็บป่วย จากการถูกลงโทษ หาได้เคยฆ่าใครไม่ จะให้เขามาฆ่าคนตายด้วยมือของตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
       “เอาถึงขั้นฆ่ากันเลยเชียวหรือขอรับ ลองเจรจากับมันดูก่อนไหมขอรับ เอาอีอิ่มมาอยู่กับพวกเรา บ่าวว่าการหลอกคุณมาลัยจักน่าเชื่อถือมากกว่าเดิมนะขอรับ ให้อัฐมันเสียหน่อย คนอย่างอีอิ่มมันก็ยอมแล้วขอรับ” ไอ้ก่ำพยายามไกล่เกลี่ย ไม่อยากให้มีคนตายภายในเรือนอีก ไอ้เดชนิ่งราวกับกำลังคิด ก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าของอีอิ่มที่จ้องมองไอ้เดชด้วยสายตาเกลียดชังอย่างเป็นที่สุด จากนั้นตัดสินใจดึงผ้าปิดปากอีอิ่มออกแล้วเอ่ยถาม
       “อีอิ่ม เอ็งได้ยินที่ไอ้ก่ำบอกแล้วใช่หรือไม่ เอ็งจักว่าอย่างไร เอ็งจักยอมตายหรือจักยอมร่วมมือกับพวกข้า ถ้าทุกอย่างสำเร็จ มิใช่แค่เอ็งจักได้เบี้ยได้อัฐมากมายเท่านั้น หากแต่เอ็งจักหลุดพ้นความเป็นทาสด้วย” ไอ้เดชเอาเรื่องเงินทองและความเป็นอิสระที่ทาสทุกคนต้องการเข้าล่อ
       แต่บางทีไอ้ก่ำอาจมองอีอิ่มผิด...
       “กูยอมตายดีกว่าทรยศคุณมาลัย ไอ้พวกชั่ว! หาได้รู้จักบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนไม่ พวกมึงตายก็ต้องตกนรกหมกไหม้มิได้ผุดมิได้เกิด กูขอสาปแช่งพวกมึง!” อีอิ่มก่นด่าอย่างรังเกียจเสียเต็มประดา ไอ้เดชตรงเข้าบีบคออีอิ่มด้วยความโกรธาโดยไม่ฟังเสียงร้องห้ามของไอ้ก่ำเลยแม้แต่น้อย
       “ปากดีนักนะมึงอีอิ่ม!”
       “คุณเดชขอรับ อย่าฆ่ามันเลยขอรับ คุณเดช...คุณเดชขอรับ!”
       ดูท่าจะสายไปเสียแล้ว เมื่อใบหน้าอีอิ่มเริ่มเปลี่ยนเป็นเขียวอมม่วงจากการขาดอากาศหายใจ ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพลงแทบถลนออกจากเบ้าก่อนจะแน่นิ่งไปในที่สุด ไอ้ก่ำเห็นเช่นนั้นก็เข่าอ่อนล้มลงพื้น
       “คุณเดช อีอิ่ม...อีอิ่มมันตายแล้วขอรับ!”
       ไอ้เดชหาได้สะทกสะท้านอันใดไม่ เขาปล่อยมือออกจากคอของอีอิ่ม หันมาหาไอ้ก่ำที่กลัวจนทำอะไรไม่ถูก แม้จะเคยเห็นคนตายมานักต่อนัก แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าจะคุ้นชินเอาเสียเลย
       “ไอ้ก่ำ...เอ็งแก้มัดมือมัดเท้ามันเสีย หากมีผู้ใดมาเจอศพอีอิ่มจักสงสัยเอาได้ว่าเป็นผีมือมนุษย์ ข้าจักแสร้งทำเหมือนอีอิ่มมันตายด้วยน้ำมือของผีคุณรำเพย ให้คุณมาลัยสติแตกมากขึ้นไปอีก” ไอ้เดชหัวเราะร่วน ยืนมองไอ้ก่ำลุกจากพื้นไปแก้เชือกมัดมือมัดเท้าของอีอิ่มออกตามคำสั่งของผู้เป็นนาย
       แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่ออีอิ่มที่แสร้งว่าสิ้นลมหายใจลุกผึงขึ้นจากแคร่ ตรงเข้าไปกัดที่แขนของไอ้เดชอย่างแรงจนไอ้เดชร้องลั่น ไอ้ก่ำที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกรีบตั้งสติ ก่อนจะตรงเข้าไปดึงตัวอีอิ่มออกโดยที่มันฝากรอยจารึกไว้ที่ต้นแขนของไอ้เดชเป็นรอยเขี้ยวลึก นายคนใหม่โมโหสุดขีด ต่อยเข้าที่ท้องน้อยของอีอิ่มตัวงอทรุดลงกับพื้น ไม่มีเสียงร้องอันใดออกจากปากคงเพราะจุกแน่นเสียเต็มประดา
       “อีอิ่ม...มึง!”
       ไอ้เดชกระชากร่างของอีอิ่มเข้ามาใกล้ ก่อนจะใช้สองมือง้างปากของมันทางด้านล่างและด้านบนออกแล้วกระชากสุดแรง เกิดเสียงดัง “กร็อบ” ของขากรรไกรที่หัก ริมฝีปากฉีกออกจากกันจนอ้ากว้าง เผยให้เห็นปากโสโครกของบ่าวชั้นต่ำ ดวงตาของอีอิ่มเบิกโพลงก่อนจะล้มลงบนแคร่ ครานี้ถ้าไม่ตายก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว!
       “ปากดีนัก มึงก็ต้องเจอเช่นนี้!”
       อีอวนที่หอบดอกงิ้วมาตามคำสั่งของผู้เป็นนายเปิดประตูห้องของอีอิ่มเข้ามา ทันทีที่เห็นสภาพศพของอีอิ่มก็ถึงกับมือไม้อ่อน ปล่อยดอกงิ้วร่วงกราวลงพื้น หน้าซีดจนแทบจะเป็นลมไปเสียให้ได้ ไอ้ก่ำรีบเข้าไปประคองเมียให้ยืนห่างออกไป สิ่งที่น่ากลัวกว่าศพของอีอิ่มคือไอ้เดชที่ไม่สะทกสะท้านอันใดกับสิ่งที่ทำแม้แต่น้อย ซ้ำยังเป็นห่วงแค่รอยเขี้ยวของอีอิ่มที่ฝากไว้ตรงต้นแขนของตน เมื่อเห็นว่าไม่หนักหนาจึงก้มลงหยิบดอกงิ้วที่อีอวนทำหล่นลงพื้นขึ้น มองอย่างใช้ความคิดว่าจะทำอย่างไรให้ดูเหมือนเป็นผีคุณรำเพยยังตามมาราวี ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างออก มันเดินไปที่ศพของอีอิ่มที่นอนปากฉีกอยู่บนแคร่ แล้วค่อยๆ บรรจงเสียบดอกงิ้วลงในปากคนตายทีละดอก...ทีละดอก ท่ามกลางความตื่นกลัวของสองผัวเมีย เมื่อเสียบดอกงิ้วได้งดงามจนสมใจจึงหันมาหาไอ้ก่ำกับอีอวนที่ยืนห่างออกไป
       “พวกเอ็งสองคนรีบไปจากที่นี่ อย่ามีพิรุธให้ผู้ใดเห็น หากข้าจักเรียกใช้ข้าจักตามหาพวกเอ็งเอง”
       “ขอรับคุณเดช” ไอ้ก่ำรับคำ ก่อนจะรีบจูงมือของอีอวนออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว อีกฝ่ายยังมองศพของอีอิ่มอย่างภาคภูมิใจในฝีมือของตน พลางเดินออกจากห้องของบ่าวคนสนิทคุณมาลัย ไม่ลืมที่จะก้มลงหยิบดอกงิ้วแล้วโรยเป็นทางราวกับว่าดวงวิญญาณของคุณรำเพยมาที่นี่ 
       ทั้งที่ทั้งหมดเป็นฝีมือของเขา...ฝีมือของไอ้เดช!

       “อีอิ่มนะอีอิ่ม หายหัวไปไหนของมัน อีนี่เห็นข้าโปรดแล้วได้ใจ ต้องขู่ว่าจักลงหวายเสียหน่อยกระมัง” คุณมาลัยเริ่มหัวเสีย มองไปทางบันไดหลังเรือนกลัวว่าไอ้เดชจะขึ้นเรือนมาก่อนสำรับของว่างจะตั้ง ยังไม่ทันขาดคำไอ้เดชก็เดินขึ้นมาบนเรือน เหงื่อไหลทั่วร่างเพราะอากาศที่ร้อนจัด
       “ที่เรือนทาสมิมีอันใดต้องจัดการขอรับ บ่าวไพร่ทำตามกฎที่คุณมาลัยสั่งอย่างเป็นระเบียบดีแล้ว อากาศร้อนเหลือเกินขอรับ กระผมขอน้ำดื่มสักหน่อยได้ไหมขอรับ” ไอ้เดชทิ้งตัวนั่งลงบนตั่ง ใช้ผ้าคาดเอวขึ้นมาซับเหงื่อแล้วมองหน้าคุณมาลัย
       “รอสักประเดี๋ยวนะเดช อีอิ่มมันยังมิกลับจากตลาด ยังมิมีผู้ใดนำสำรับน้ำดื่มมาตั้งให้ฉันเลย” คุณมาลัยบอกแล้วหันไปสั่งอีช้อยที่กำลังพับผ้าอยู่ทางด้านหนึ่งของเรือน “อีช้อย เอ็งลงไปยกสำรับบ่ายกับน้ำลอยดอกไม้มาตั้งบนเรือนแทนอีอิ่มที ขืนรอมันข้าว่าวันนี้คงมิได้กิน” คุณมาลัยบอกอย่างอารมณ์เสียเต็มที
       “เจ้าค่ะคุณมาลัย” อีช้อยรับคำ ก่อนจะละมือจากสิ่งที่ทำแล้วเดินก้มลงไปทางบันไดหน้าเรือน
       ไอ้เดชพยายามทำตนให้เป็นปกติไม่ให้มีพิรุธ มันดึงแขนเสื้อลงมาปิดรอยเขี้ยวที่อีอิ่มฝากไว้ไม่ให้คุณมาลัยเห็น ก่อนจะรีบทำเป็นปลอบใจเมียสุดที่รัก แล้วเปิดทางให้ใครสักคนไปหาอีอิ่มที่เรือนเพื่อที่จะเจอศพอีอิ่มที่มีดอกงิ้วโปรยปรายอยู่รอบๆ เพียงเท่านั้นการตายของอีอิ่มก็ดูน่าสงสัยว่าจะเป็นฝีมือของผีคุณรำเพยแล้ว
       “คุณมาลัยมิต้องเป็นกังวลไปขอรับ ประเดี๋ยวกระผมจักให้ไอ้ก่ำพายเรือไปดูที่ตลาด บางทีอีอิ่มอาจจักเที่ยวเพลินจนลืมเวลา หรือบางทีมันอาจจักกลับมาแล้วแต่แอบไปนอนหลับที่เรือนทาสก็เป็นได้ คุณมาลัยจำมิได้หรือขอรับ ที่คุณมาลัยเคยสั่งให้มันไปซื้อของที่ตลาด รอแล้วรอเล่ามันก็ยังมิกลับมาเสียที อีกสักประเดี๋ยวอีอิ่มก็วิ่งหน้าตื่นขึ้นมาบนเรือน บอกว่าแอบไปงีบหลับที่เรือนทาสจนเพลิน คราวนี้อาจจักเป็นเช่นนั้นก็ได้นะขอรับ“ ไอ้เดชพยายามปลอบใจให้คุณมาลัยคลายกังวล แล้วหันไปหาอีเฟื้องที่กำลังร้อยมาลัยอยู่ไม่ไกลจากที่นั่งนัก ก่อนจะเอ่ยปากสั่ง “อีเฟื้อง เอ็งลองลงไปดูที่เรือนทาสทีว่าอีอิ่มมันแอบไปนอนหลับหรือไม่ หากเจอมันก็รีบปลุกมาหาคุณมาลัยเสียโดยเร็ว มันจักรู้บ้างหรือไม่ว่าคุณมาลัยเป็นห่วงมันจนนั่งมิติดเสียแล้ว”
       “เจ้าค่ะคุณเดช” อีเฟื้องรับคำแล้วรีบลงไปจากเรือน 
       ไอ้เดชลุกขึ้นจากตั่งแล้วประคองร่างของคุณมาลัยที่อุ้มตาเมืองให้นั่งลงข้างๆ ขณะที่อีกฝ่ายสังหรณ์ใจพิกลว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นกับบ่าวคนสนิท
       ไอ้เดชยิ้ม...อยากเห็นสีหน้าคุณมาลัยตอนที่รู้ว่าอีอิ่มตายด้วยฝีมือของผีคุณรำเพยเสียจริง จะเป็นเช่นไรหนอ!

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น