อัปเดตล่าสุด 2018-08-03 12:51:41

ตอนที่ 17 คนตาย...ที่ไม่ได้ตาย...และไม่เกี่ยวกับคนตาย!

 

       “คุณมาลัยเจ้าคะ บ่าวเองเจ้าค่ะ อีอิ่มไงเล่าเจ้าคะ”
       เสียงของอีอิ่มดังแว่วอยู่ในหูข้างหนึ่ง คุณมาลัยหันมองเป็นร่างของบ่าวคนสนิทคุกเข่าอยู่ข้างเตียง ดวงตาสองข้างเบิกโพลง ปากอ้ากว้างเต็มไปด้วยดอกงิ้ว ที่หูอีกข้างหนึ่งนั้นได้ยินเสียงหัวเราะอันแหลมสูงของอีรำเพยที่ดังขึ้นราวกับกำลังเย้ยหยันในชะตากรรมของเมียเอก
       “เป็นเช่นไรเล่าอีมาลัย มึงต้องทรมานกว่าที่กูเป็น!”
       คุณมาลัยตื่นตระหนกที่สุดในชีวิต เห็นร่างของอีรำเพยที่เปื้อนไปด้วยดินโคลนยืนอยู่ข้างเตียง ลูกตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยหนอนชอนไชยั้วเยี้ยชวนอาเจียนเสียเต็มประดา ครั้นเมื่อหันหนีมามองตรงหน้าตน ภาพของคุณหลวงวิศาลกำลังยืนเหยียบที่หน้าอกของเจ้าหล่อนก็เด่นชัด ใบหน้าของคุณหลวงวิศาลจ้องมองมาที่ศรีภรรยาอย่างโกรธแค้น คอบิดเบี้ยวจากการตกบันไดในครานั้น
       “มึงคบชู้! อีมาลัย...มึงสมควรตาย!”
       “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด...!!!”
       คุณมาลัยแผดเสียงร้อง แต่ช่างน่าแปลกเสียเหลือเกินที่ไม่มีเสียงออกมาจากปาก ร่างกายเหมือนถูกของแข็งทับจนขยับไม่ได้แม้กระทั่งปลายนิ้ว พยายามจะอ้าปากขึ้นเพื่อพูดแต่ไม่สามารถทำได้ ที่ทำได้ก็มีเพียงแค่ขยับเปลือกตาให้ค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างช้าๆ สิ่งที่พบคือร่างของหมอที่ยืนส่ายหน้าอย่างหมดหวังตรงหน้าของไอ้เดช...ไอ้เดชที่คุณมาลัยเห็นว่าตายไปแล้วเมื่อคืน!
       “อาการเดียวกับคุณหลวงวิศาลเลยขอรับคุณเดช คงยากที่จักรักษา แต่กระผมจักจัดยาไว้ให้ต้ม ให้คุณมาลัยกินวันละสามเพลานะขอรับแล้ว คุณเดชอย่าเพิ่งหมดหวังนะขอรับ บางคนก็หายได้ด้วยการกินยา กระผมหวังว่าคุณมาลัยจักหายในเร็ววัน หากมีอาการอันใดผิดปกติ ให้บ่าวพายเรือไปตามกระผมได้ทุกเมื่อนะขอรับคุณเดช” หมอประจำตัวคุณหลวงวิศาลบอก ไอ้เดชทำหน้าเศร้าแล้วร่ำไห้ ถลามาที่ข้างเตียงของคุณมาลัยพลางจับมือของหญิงสาวขึ้นมากุมไว้
       คุณมาลัยทำได้แค่เพียงมอง พูดไม่ได้ ไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกจับมืออยู่!
       “บาปกรรมอันใดเล่าทำให้คุณมาลัยของกระผมต้องเป็นเช่นนี้ แต่คุณมาลัยมิต้องเป็นห่วงนะขอรับ กระผมจักทำทุกวิถีทางให้คุณมาลัยหายดีเช่นเดิม” ไอ้เดชบอกแล้วปาดน้ำตา ก่อนจะหันไปหาข้าทาสที่มารอฟังข่าวคุณมาลัยกันเต็มเรือน
       “ทุกคนเชื่อข้า ข้าจักทำให้คุณมาลัยหายกลับมาดูแลพวกเอ็งได้เช่นเดิม แต่ในช่วงที่คุณมาลัยเจ็บป่วยอยู่นั้น ข้าจักเป็นคนดูแลทุกข์สุขของพวกเอ็งเอง ใครมีอันใดต้องการความช่วยเหลือหรือประสงค์สิ่งใดให้มาบอกข้า บัดนี้ข้าเป็นใหญ่ที่สุดในเรือน มีใครข้องใจอันใดหรือไม่ ?” เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ ซึ่งก็ไม่มีใครกล้าปฏิเสธในการสถาปนาตนของไอ้เดชขึ้นมาเป็นใหญ่บนเรือน “ถ้าเช่นนั้น...ไอ้ก่ำ เอ็งพายเรือไปส่งคุณหมอเสีย ส่วนไอ้อีคนอื่นๆ ก็ลงไปจากเรือนไปทำหน้าที่ตามเดิม” 
       สิ้นเสียงสั่งของไอ้เดช ข้าทาสต่างก็พากันแยกย้ายลงไปจากเรือนของคุณหลวงวิศาล เมื่อทางสะดวกแล้ว ไอ้เดชจึงเดินไปปิดประตูห้องแล้วจ้องมองคุณมาลัยก่อนจะยิ้มกริ่ม...เป็นรอยยิ้มที่คุณมาลัยไม่เคยเห็นมาก่อน!
       “คุณมาลัยเชื่อเรื่องผีสางด้วยหรือขอรับ” พูดจบไอ้เดชก็หัวเราะลั่น แล้วนั่งลงข้างๆ คุณมาลัยที่ขยับร่างกายไม่ได้ มีเพียงดวงตาที่กลิ้งกลอกไปมาเท่านั้นที่แสดงว่ายังมีชีวิต! “กระผมก็เชื่อขอรับเรื่องผีสางเทวดา แต่สิ่งที่คุณมาลัยพบเจอมาทั้งหมดนั้นหาได้เกิดจากผีสางไม่ มันเกิดจากกระผมเองขอรับ...อย่ามองกระผมเช่นนั้นสิขอรับ มิว่าทาสที่ใดก็คงอยากจักเป็นอิสระ ได้มีเงินทองมากมายเหมือนนายที่เคยกดขี่ข่มเหงตนมาก่อน กระผมก็เป็นหนึ่งในนั้นขอรับ โชคดีเสียเหลือเกินที่มีสะพานมาให้ทาสอย่างกระผมได้ก้าวข้ามผ่านความทุกข์ทรมานมาสู่ความสะดวกสบาย แต่กระนั้นคนที่มิเคยมี ให้เท่าไหร่ก็ยากที่จักพอขอรับ แม้คุณมาลัยจักยกกระผมขึ้นเป็นผัวอย่างออกหน้าออกตา แต่นั่นยังมิใช่สิ่งที่กระผมต้องการ กระผมต้องการทุกสิ่งที่อยู่บนเรือนนี้ เงินทุกอัฐทุกเฟื้องกระผมจักต้องเอามาเป็นของตน ให้สมกับสิ่งที่คุณหลวงวิศาล คุณมาลัย และอีอิ่มเคยทำไว้กับพ่อของกระผม!” 
       ไอ้เดชกำมือแน่น ดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยความแค้น ภาพในวันนั้นยังติดตาจนกระทั่งวันนี้!

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . 

       “ทางนี้เจ้าค่ะ ไอ้แดงมันอยู่ทางนี้” เสียงของอีอิ่มดังก่อนที่ตัวจะมาถึงลานด้านหน้าเรือนทาสเสียด้วยซ้ำ คุณหลวงวิศาลเดินถือหวายด้ามเพรียวมาด้วยความฉุนเฉียวอย่างเป็นที่สุด โดยมีคุณมาลัยตามมาด้วยหลังจากอีอิ่มแจ้นไปรายงานว่า ไอ้แดง แอบสูบฝิ่นภายในเขตเรือนของคุณหลวงวิศาลจนเมามาย ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณหลวงวิศาลสั่งนักสั่งหนาว่าถ้าใครมาสูบฝิ่นหรือกัญชาแล้วถูกจับได้จะถูกลงโทษจนถึงที่สุด
       “ไอ้แดง เอ็งกล้าดีอย่างไรฝ่าฝืนคำสั่งข้า!” คุณหลวงหยุดนิ่ง มองร่างของไอ้แดงที่กำลังเมายาจนได้ที่ พวกบ่าวต่างพากันหมอบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว กลัวว่าคุณหลวงวิศาลจะฆ่าไอ้แดงตายไปเสีย แม้ตามกฎของทางการจะห้ามมิให้นายทาสฆ่าทาสจนตาย แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วต่อให้คุณหลวงวิศาลฆ่าไอ้แดงตายก็คงมิมีบ่าวคนใดกล้าไปแจ้งทางการแน่แท้ บุญคุณของคุณหลวงวิศาลมีท่วมหัวนัก หนึ่งชีวิตของทาสชั้นต่ำตายไปก็เพียงแค่ฝัง หาได้มีค่าเท่าแม้ปลายก้อยของผู้เป็นนาย หากจะให้เลือกกันจริงๆ บ่าวคงเลือกที่จะปกป้องคุณหลวงวิศาลมากกว่าจะช่วยเหลือไอ้แดงให้มีชีวิตอยู่
       มีชีวิตเหมือนกัน...แต่หาได้มีค่าเท่ากันไม่
       ลูกชายของไอ้แดงชื่อ ‘ไอ้เดช’ ถลาเข้ามาประณมมือตรงหน้าของคุณหลวงวิศาล ร้องขอชีวิตผู้ให้กำเนิดของตนอย่างน่าเวทนา
       “คุณท่านขอรับ ได้โปรดเมตตาพ่อของบ่าวด้วยเถิด บ่าวสัญญาว่าจักดูแลพ่อของบ่าวมิให้แอบนำฝิ่นมาสูบอีก อย่าทำกระไรพ่อของบ่าวเลย บ่าวขอร้อง...บ่าวขอร้องขอรับ” ไอ้เดชก้มลงกราบแทบเท้าของนายทาส คุณหลวงวิศาลสะบัดเท้าออกแล้วตะคอกใส่ลูกชายของไอ้แดงด้วยน้ำเสียงอันดุดัน
       “ถอยไปไอ้เดช ครานี้เห็นทีข้าต้องสั่งสอนพ่อของเอ็งให้หลาบจำ ข้าเคยสั่งสอนข้าทาสทุกผู้ทุกนามว่าฝิ่นหาใช่สิ่งที่ดีไม่ หากผู้ใดคิดสูบฝิ่นจักติดจนเลิกมิได้ แล้วพอเลิกมิได้ก็จักต้องเสียอัฐไปซื้อฝิ่นมาสูบ หากสูบหนักเข้าแล้วเกิดอาการกำเริบคลุ้มคลั่งทำร้ายผู้อื่นจักเป็นเช่นไรเล่า” คุณหลวงวิศาลบอกเสียงแข็ง ก่อนจะหันไปสั่งไอ้ก่ำบ่าวคนสนิท “ไอ้ก่ำ จับไอ้แดงมัดไว้กับเสา ข้าจักเฆี่ยนมันให้หลาบจำด้วยตัวของข้าเอง!”
       “ขอรับคุณท่าน” ไอ้ก่ำรับคำแล้วหันไปพยักหน้ากับบ่าวอีกสองคนให้มาช่วยกันยกร่างของไอ้แดงที่เมามายไม่ได้สติขึ้นไปมัดไว้กับเสากลางลานหน้าเรือนทาส ไอ้เดชพยายามกราบกรานผู้เป็นนายขอให้เมตตาพ่อของตนด้วย แต่คุณหลวงวิศาลไม่สนใจ ชายหนุ่มหันไปเห็นคุณมาลัยยืนอยู่กับอีอิ่มทางด้านหลังจึงรีบคลานไปกราบแล้วอ้อนวอน ด้วยหวังว่าหากคุณมาลัยช่วยพูด คุณหลวงวิศาลอาจจะลดโทษไม่เฆี่ยนจนปางตายไปเสีย
       "คุณมาลัยขอรับ เมตตาพ่อของบ่าวด้วยขอรับ ช่วยบอกคุณท่านให้ยั้งมือยามที่ลงหวายมิให้พ่อของบ่าวเจ็บหนักปางตายด้วยเถิดขอรับ คุณมาลัย เมตตาบ่าวด้วย...เมตตาบ่าวด้วย” ด้วยความไม่ทันคิดทำให้ไอ้เดชเผลอเอื้อมมือไปแตะที่ข้อเท้าของคุณมาลัย เมียนายสะดุ้งเฮือกจะสะบัดออก แต่ไอ้เดชยังเกาะไว้แน่นอย่างขอความปรานี อีอิ่มเห็นเช่นนั้นจึงถีบเข้าที่หน้าผากของไอ้เดชจนล้มคว่ำแล้วชี้หน้าด่า
       “เอ็งนี่มันบังอาจนักนะไอ้เดช กล้าดีอย่างไรมาแตะเนื้อต้องตัวคุณมาลัยของข้า เอ็งออกไปเสียให้ไกล มิเช่นนั้นข้าจักตะโกนบอกคุณหลวงว่าเอ็งบังอาจมาแตะเนื้อต้องตัวเมียของนาย” อีอิ่มถลึงตาใส่ทาสชั้นต่ำที่จนตรอกหมดหนทางช่วยพ่อของตน
       ไอ้เดชได้ยินเช่นนั้นก็ถอยกรูดด้วยความกลัว แล้ววิ่งกลับไปยังลานหน้าเรือนทาส จะเข้าไปอ้อนวอนขอให้คุณหลวงวิศาลเมตตา แต่ไอ้ก่ำกลับจับตัวไว้ไม่ให้เข้าไป เขาจึงทำได้เพียงเห็นพ่อของตนถูกคุณหลวงวิศาลเฆี่ยนไม่ยั้งอย่างไร้ซึ่งความปรานี เสียงหวายยามที่หวดลงบนเนื้อเสียงดังเปรี๊ยะ...เปรี๊ยะ จนทำให้บ่าวในเรือนพากันสะดุ้งเฮือกไปตามๆ กัน ปกติคุณหลวงวิศาลหาใช่คนใจไม้ไส้ระกำ นอกเสียจากคนที่ทำผิดกฎของเรือนจำต้องลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่าง ข้าทาสคนอื่นจะได้ไม่ทำตาม
       หากหวายไม่หัก...หลังของไอ้แดงคงขาดลงเสียตรงนั้น
       คุณหลวงวิศาลทิ้งหวายที่เหลือครึ่งหนึ่งลงพื้นอย่างหัวเสีย เหงื่อไหลทั่วร่างจากอากาศที่ร้อนอบอ้าวและความโกรธ เจ้าของเรือนตะโกนสั่งบ่าวทุกคนที่ก้มหน้างุดไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงในเวลานั้น
       “พวกเอ็งดูไว้ ไอ้อีคนไหนบังอาจสูบฝิ่นกัญชาในเขตเรือนของข้าจักโดนเฆี่ยนเยี่ยงนี้ ไอ้ก่ำ...จับไอ้แดงไปขังไว้ในคุกมืด อดข้าวอดน้ำมันสามวันสามคืน ใครบังอาจหยิบยื่นแม้แต่น้ำเพียงหยด ข้าจักจับมาลงหวายแล้วเอาไปขังรวมกับไอ้แดงมัน!” คุณหลวงวิศาลหันมามองไอ้เดชที่ร่ำไห้เมื่อเห็นสภาพพ่อของตน ก่อนจะเดินกระแทกเท้าเลี่ยงไปอีกทาง โดยมีคุณมาลัยกับอีอิ่มรีบเดินตามไปติดๆ 
       ไอ้เดชมองตาม...กูจะจำความโหดร้ายของพวกมึงไว้ หากมีโอกาสคราใด กูจักต้องแก้แค้นพวกมึงเสียให้ได้!

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

       “หลังจากนั้นพ่อของกระผมก็สิ้นใจตายในคุก...คุณมาลัยคงมิได้สนใจใช่ไหมขอรับ ทาสชั้นต่ำคนหนึ่งที่ต่อให้มีลมหายใจหรือมิมีลมหายใจก็หาได้มีความหมายอันใดไม่ แต่สำหรับกระผมแล้ว นอกจากพ่อที่เหลือเพียงผู้เดียว กระผมก็มิมีใครอีกแล้ว แม่ของกระผมก็ป่วยไข้ตายไปตั้งแต่กระผมยังเล็ก แล้วคุณมาลัยรู้ความจริงหรือไม่ขอรับว่าคนที่นำฝิ่นมาขายให้พวกทาสหาใช่คนอื่นคนไกล มันคือไอ้ก่ำ คนสนิทของคุณหลวงวิศาลนั่นไงขอรับ แต่เนื่องด้วยมันเป็นคนโปรด กระผมนำเรื่องนี้ไปบอกใคร ใครก็หาได้เชื่อในสิ่งที่กระผมพูด กระผมหัวเดียวกระเทียมลีบ มิอาจขอความช่วยเหลือจากผู้ใดได้ และนั่นทำให้กระผมเก็บความเจ็บช้ำที่ทวีเป็นความเคียดแค้น รอเพลาที่จักทำลายทุกคนที่เคยทำลายชีวิตพ่อกระผมและตัวกระผมเอง กระผมจักเริ่มเล่าเรื่องไหนให้คุณมาลัยฟังก่อนดีขอรับ” ไอ้เดชทำท่าครุ่นคิดแล้วเดินไปมาภายในห้องนอนของคุณมาลัย แลเห็นต้นงิ้วที่กำลังออกดอกสีแดงสะพรั่งแล้วนึกออก “…ต้นงิ้ว” 
       ไอ้เดชยิ้มแล้วเข้าเรื่อง
       “คุณมาลัยเชื่อหรือขอรับว่าดวงวิญญาณของคุณรำเพยมีอยู่จริง...เปล่าเลยขอรับ คนที่คุณมาลัยเห็นหาใช่ผีสางไม่ หากแต่มันเป็นคน มันคืออีอวน คนที่กระผมบังคับให้มันทำตามที่กระผมต้องการ”

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

       ประตูเรือนทาสที่ห้องของไอ้ก่ำกับอีอวนถูกเปิดออกกลางดึก บ่าวคู่รักทั้งสองสะดุ้งขึ้นแทบจะพร้อมกัน ไอ้ก่ำลุกขึ้นและทำท่าจะเอื้อมมือไปคว้ามีดพร้าที่เสียบไว้กับฝาเรือนขึ้นมาสู้กับผู้บุกรุก แต่ครั้นเห็นว่าเป็นไอ้เดชก็ถึงกับชะงัก มีดพร้าในมือลดลงทันทีเมื่อปืนกระบอกโตที่เคยเป็นของคุณหลวงวิศาลเล็งตรงมายังทั้งคู่เพื่อขู่ขวัญ
       “คุณเดช!”
       “ใช่...ข้าเอง” ไอ้เดชหัวเราะในลำคอ 
       “คุณเดชต้องการอันใดขอรับ เหตุใดจึงเข้ามาในเรือนดึกๆ ดื่นๆ และถือปืนมาทำไมขอรับ ?” ไอ้ก่ำเอ่ยถามด้วยความสงสัย
       “พวกเอ็งเป็นทาสของข้า ข้าต้องขอด้วยหรือหากจักเข้ามาเหยียบที่นี่ ที่ข้ามาหาเอ็งเพลานี้ เพราะข้าต้องการ...อีอวน” ความต้องการของนายคนใหม่ทำเอาไอ้ก่ำกับอีอวนเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ฝ่ายหญิงรีบโอบกอดชายคนรักไว้แล้วร้อง
       “ไม่นะจ๊ะพี่ก่ำ ฉันมิไปกับไอ้เดชนะจ๊ะ”
       “อีอวน...มึงเรียกกูว่ากระไรนะ!” ไอ้เดชแผดเสียงใส่พลางยกกระบอกปืนหันไปทางหญิงสาว ไอ้ก่ำรีบยกมือไหว้ขอโทษแทนเมียรักทันที
       “คุณเดชอย่าถืออีอวนมันเลยขอรับ อีอวนมันหาได้รู้จักที่ต่ำที่สูง อีอวน...กราบขออภัยคุณเดชเสีย” ไอ้ก่ำจ้องเมียตาเขียว อีอวนจำใจต้องก้มลงกราบคนที่เคยมีศักดิ์เป็นทาสเหมือนกันอย่างไม่เต็มใจนัก ในใจยังหวั่นกลัวว่าไอ้เดชจะทำอย่างที่พูดเมื่อครู่ ไม่ยอม...เธอจะไม่ยอม!
       “บ่าวกราบขออภัยเจ้าค่ะคุณเดช”
       “คุณเดชขอรับ อีอวนมันหาใช่คนสวยงามไม่ คุณเดชอย่าอยากได้มันไปเลยขอรับ คุณเดชออยากให้บ่าวทำกระไร บ่าวจักทำให้ทุกอย่างเลยขอรับ ขออย่างเดียวอย่าทำกระไรอีอวนมัน คุณเดชอยากได้อีบ่าวคนไหน บ่าวจักลากตัวมาให้ขอรับ บ่าวกราบขอความเมตตาจากคุณเดชด้วยขอรับ อย่าทำกระไรอีอวนมันเลย อีอวนมันคือเมียของบ่าว หาใช่สาวบริสุทธิ์ไม่ คุณเดชคงมิอยากได้ผู้หญิงที่มีราคีทำเมียหรอกขอรับ” ไอ้ก่ำพยายามโน้มน้าวขณะที่อีกฝ่ายหัวเราะร่วนอย่างชอบใจที่เห็นว่าไอ้ก่ำเองก็กลัวอยู่ไม่น้อย...กลัวเมียของตนจะต้องตกเป็นของเขา ซึ่งไอ้เดชถูกใจยิ่งนัก 
       ยิ่งหวงยิ่งอยากได้...ยิ่งไม่ให้...ยิ่งจะเอา!
       “เอ็งคงรักอีอวนมากสินะไอ้ก่ำ” นายคนใหม่เอ่ยถามพลางใช้สายตามองอีอวนที่ก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสบตาไอ้เดช
       “เมียใคร ใครก็รักขอรับ” ไอ้ก่ำบอกตามจริง มันหันไปมองเมียรักที่นั่งหมอบอยู่กับพื้นเรือนตัวสั่นด้วยความกลัว ไอ้เดชไม่พูดอะไร หากแต่เดินไปกระชากแขนของอีอวนมา หญิงสาวร้องลั่นแต่ก็ต้องหยุดชะงักทันทีที่ปืนจ่อเข้าที่หัวของอีอวน
       “มึงหุบปากบัดเดี๋ยวนี้นะอีอวน มึงก็เห็นมิใช่หรือตอนที่คุณรำเพยยิงอีอิ่มจนนอนเจ็บไปหลายวัน นั่นแค่โดนไหล่ แต่หากปืนของคุณท่านกระบอกนี้ยิงเข้าที่หัวของมึง มึงคงมิมีโอกาสได้เจ็บปวดเสียกระมัง เพราะมึงคงขาดใจตายไปเสียก่อน!” ดูท่าไอ้เดชจะเอาจริง ไอ้ก่ำรีบประณมมือร้องขอชีวิตเมียรัก
       “คุณเดชขอรับ ใจเย็นๆ ก่อนนะขอรับ อย่าทำกระไรอีอวนมันเลย บ่าวขอความเมตตา”
       “เมตตาหรือไอ้ก่ำ มึงจำมิได้หรืออย่างไร ตอนที่พ่อกูถูกเฆี่ยนปางตายแล้วเอาไปขังไว้ที่คุกใต้ดิน กูขอมึงแอบเอาข้าวเอาน้ำเอายาไปให้พ่อของกู มึงยังมิเคยมีเมตตาให้สักน้อย จนกระทั่งพ่อกูเจ็บตายคาคุกโดยที่ต้นเหตุมาจากมึง ฝิ่นที่มึงแอบเอามาขายให้บ่าวในเรือนสูบแลกกับเบี้ยกับอัฐที่มึงเอาไปสุขสำราญ พอเกิดเหตุมึงกลับผลักเศษสวะทำเป็นมิรู้มิเห็น วันนี้นี่เล่า กูจักเอาคืนมึง ให้มึงรู้สึกว่าการเสียของรักเป็นเช่นไร แต่มึงมิต้องกลัวดอก กูจักมิฆ่าอีอวนมัน แต่กูแค่จักทำให้มึงรู้สึก ได้รู้ ได้เห็น ว่าการเห็นคนที่รักกำลังเจ็บปวดปางตายอยู่ตรงหน้าแต่มิอาจช่วยอันใดได้ มันรู้สึกเช่นไร!” 
       ไอ้เดชบอกพลางผลักร่างของอีอวนลงบนพื้น หันกระบอกปืนไปทางไอ้ก่ำ อีกฝ่ายถอยกรูดไปติดฝาเรือนอย่างมิอาจสู้ได้ ไอ้เดชยิ้ม ปลดอาภรณ์เบื้องล่างออกแล้วตรงดิ่งเข้าไปขืนใจอีอวนโดยที่กระบอกปืนในมือนั้นยังคงกำไว้แน่นอย่างพร้อมที่จะลั่นไกหากไอ้ก่ำเข้ามาใกล้หรืออีอวนส่งเสียงร้อง
       เปล่าเลย...เขาไม่พิศวาสอีอวนแต่อย่างใด
       หากอยากระบายความใคร่ เนื้อนวลหอมน้ำอบของคุณมาลัยยังรอไอ้เดชอยู่เสมอ หากแต่การได้ขืนใจอีอวนต่อหน้าไอ้ก่ำนั้น เป็นการทำเพื่อความสาแก่ใจต่างหาก เขาอยากให้มันรู้สึกเจ็บปวดที่เห็นคนรักกำลังเจ็บปวดแต่ตัวเองช่วยอะไรไม่ได้ เหมือนตอนที่พ่อเขาตาย เขาเห็น เขารับรู้...แต่ไม่อาจช่วยเหลืออันใดได้ ไม่อาจป้อนข้าวสักคำ ป้อนน้ำสักหยด จนหมดลมหายใจสุดท้ายของพ่อ!
       ไม่นานนักไอ้เดชก็สำเร็จความใคร่ โดยมีไอ้ก่ำผัวของอีอวนนั่งโกรธตัวสั่นอยู่ทางมุมห้อง เมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายขืนใจเมียของตนเสร็จสิ้นก็ตรงดิ่งเข้าไปโอบกอดอีอวนที่ร่ำไห้ไว้
       “นี่เป็นแค่การสั่งสอนเท่านั้น บัดนี้ข้าเป็นใหญ่บนเรือน และในอนาคตข้าจักกลายเป็นเจ้าของเรือนแห่งนี้ หากพวกเอ็งสองคนอยากมีชีวิตที่สุขสบาย ข้ามีงานให้เอ็งช่วย...แต่จักเรียกว่าขอร้องก็คงมิได้ เรียกว่าข้าบังคับพวกเอ็งสองคนเสียดีกว่า เพราะหากเอ็งสองคนมิทำตามที่ข้าสั่ง บางทีพวกเอ็งอาจจักหายไปจากเรือนเสียเฉยๆ โดยมิมีผู้ใดตามหาเจอแบบคุณรำเพยก็เป็นได้” ไอ้เดชหัวเราะหึหึในลำคอ ไอ้ก่ำได้ยินเช่นนั้นก็ทำหน้าฉงน ไม่เข้าใจในสิ่งที่นายคนใหม่บอก
       “คุณเดชหมายความว่ากระไรขอรับ ?”
       “ก็หมายความว่า ที่คุณรำเพยหายไปจากเรือน หาได้หนีความผิดอย่างที่คุณมาลัยประกาศไม่ หากแต่ข้านี่แหละที่เป็นคนสังหารคุณรำเพยแล้วฝังไว้ที่ใต้ต้นงิ้วข้างเรือน!”
       สิ่งที่ไอ้เดชบอกทำเอาไอ้ก่ำกับอีอวนเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น ความกลัวก็เข้ามาเกาะกินหัวใจ ไม่อาจจะหนีไปไหนและปฏิเสธคำสั่งของไอ้เดชได้ จำต้องยอมทำตามที่นายคนใหม่สั่ง นั่นคือ...ให้อีอวนปลอมตัวเป็นผีคุณรำเพย!
 
       ไอ้เดชรู้ดีว่าคุณมาลัยมักจะออกมาตากลมยามดึกดื่นในคืนที่อากาศร้อนอบอ้าว ชายหนุ่มแอบเข้าไปในห้องของคุณรำเพยแล้วหยิบสไบกับผ้านุ่งที่อยู่ในกำปั่นออกมาให้อีอวนสวมใส่ โดยกำชับว่าให้ไปรอที่ใต้ต้นงิ้วเพราะเชื่อว่าสักคืนหนึ่งคุณมาลัยต้องออกจากห้องเป็นแน่ ช่วงนี้อากาศร้อนทุกคืน แม้บางคืนคุณมาลัยจะหลับสนิทแต่เขาก็ให้อีอวนมาดักรอกับไอ้ก่ำอยู่เสมอ ต้องใช้เวลากว่าสี่คืนกว่าคุณมาลัยจะออกจากห้องกลางดึก 
       แล้วคืนนั้น...การรอคอยก็สิ้นสุด
       คุณมาลัยนอนหันซ้ายหันขวาอยู่นานสองนานก่อนจะลุกขึ้นนั่ง หันมองร่างของไอ้เดชที่หลับสนิทอย่างไม่รู้ร้อน อาจเพราะเคยเป็นบ่าวมาก่อน ไม่ว่าจะร้อนจะหนาวถึงอย่างไรก็นอนหลับสบาย แต่คืนนี้มันร้อนเสียจนไม่มีแม้แต่ลมโชยให้ยอดไม้ไหว คุณมาลัยเปิดประตูห้องเดินออกมารับลมที่ชานเรือน ภายนอกเงียบเชียบไม่ได้ยินแม้แต่เสียงหรีดหริ่งเรไรอย่างที่เคยได้ยิน เจ้าหล่อนหยิบพัดขึ้นมากระพือลมให้คลายร้อน เดินตรงไปริมระเบียงเพื่อทอดอารมณ์ให้ผ่อนคลาย หวังว่าอีกสักประเดี๋ยวเมื่อรู้สึกเย็นกายและใจขึ้นคงกลับเข้าไปนอนหลับพักผ่อนต่อ
       ไอ้เดชลืมตาโพลง รีบลุกขึ้นจากที่นอน ชะโงกหน้าออกไปนอกหน้าต่างแล้วผิวปากอย่างที่นัดแนะกันไว้ ไอ้ก่ำกับอีอวนซึ่งนั่งหลบอยู่ในมุมมืดรู้หน้าที่ทันที อีอวนออกไปยืนที่ใต้ติ้วงิ้ว หญิงสาวก้มหน้าแม้จะเชื่อว่าเมื่อมองลงมาจากบนเรือนในคืนที่มืดเช่นนี้คงไม่เห็นใบหน้าของเธอดอก แต่กันไว้ก็ดีเสียกว่า เธอกลัวว่าคุณมาลัยจะจำหน้าของเธอได้ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยจึงเริ่มส่งเสียงครวญคร่ำ
       “ฮือ...ฮือ...ฮือ...ฮือ” 
       เสียงร่ำไห้ดังแว่วมาจากทิศใดทิศหนึ่งจนเจ้าของเรือนสะดุ้งเฮือก แรกทีเดียวคิดว่าเป็นเสียงร้องของตาเมืองที่ดังมาจากอีกห้อง ทว่าเมื่อฟังอย่างพินิจพิจารณาแล้ว เสียงที่ว่าหาใช่เสียงเด็กร้องไม่ หากแต่เป็นเสียงสตรีกำลังร่ำไห้
       ใครกันมาครวญครางในยามวิกาลเช่นนี้หนอ ?
       “ใครกันเล่ามาร่ำไห้แถวนี้ ออกมาประเดี๋ยวนี้นะ” คุณมาลัยตะโกนถามแล้วชะโงกหน้าออกไปนอกระเบียงเรือนเพื่อหาที่มาของเสียง 
       และแล้วคุณมาลัยก็พบกับที่มาของเสียงครวญคร่ำที่ว่า...มันดังมาจากใต้ต้นงิ้ว...ต้นงิ้วที่ฝังอีรำเพยไว้!
       คุณมาลัยถึงกับผงะ เดินถอยกรูดออกจากที่ตรงนั้น เสียงที่เคยครวญคร่ำกลับกลายเป็นเสียงหัวเราะแหลมสูง ร่างของหญิงสาวใต้ต้นงิ้วค่อยๆ เดินออกจากมุมมืด คุณมาลัยเบิกตาโพลงแล้วหวีดร้อง
       “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด...!!!”
       บานประตูห้องเปิดออกโดยพลัน ไอ้เดชรีบวิ่งออกมาแล้วกวาดตามองหาภรรยา เมื่อเห็นว่าคุณมาลัยล้มลงนั่งอยู่กับพื้นเรือน มือทั้งสองข้างปิดหน้าราวกับไม่อยากรับรู้อันใดก็ปรี่เข้าโอบร่างของอีกฝ่าย คุณมาลัยสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจจนไอ้เดชต้องเรียก
       “คุณมาลัยขอรับ กระผมเอง” ไอ้เดชรีบบอก เขาถูกสั่งให้แทนตนว่า ‘กระผม’ แทน ‘บ่าว’ ที่เคยใช้ เพราะตอนนี้ไอ้เดชพ้นสภาพความเป็นทาสแล้ว
       เมื่อคุณมาลัยรู้ว่าเป็นไอ้เดชก็ลดมือที่ปิดหน้าลง ก่อนจะโผเข้ากอดร่างของสามีไว้พลางละล่ำละลักพูดไม่เป็นภาษาจนไอ้เดชต้องลูบหน้าลูบหลังให้ใจเย็นลงก่อน
       “คุณมาลัยใจเย็นก่อนขอรับ กระผมอยู่ที่นี่แล้ว หาได้มีใครจักทำร้ายคุณมาลัยไม่” ชายหนุ่มปลอบใจ
       ไอ้เดชยิ้ม...แผนขั้นแรกสำเร็จ!

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

       ไอ้เดชกลับมานั่งข้างเตียงของคุณมาลัยที่ดวงตาเบิกโพลงอย่างเจ็บแค้น น้ำใสๆ ไหลลงบนหมอนสีขาวสะอาด ผัวทาสเช็ดน้ำตาให้แล้วพูดต่อ
       “อย่าเพิ่งร่ำไห้ขอรับคุณมาลัย ยังมีเรื่องราวอีกมากมายคุณมาลัยมิรู้ หลังจากนั้นกระผมคิดว่าจักให้อีอวนหลอกผีคุณมาลัยอีกสักครา แต่กระผมแอบได้ยินคุณมาลัยคุยกับอีอิ่มในห้อง พลันนั้นกระผมคิดได้ว่า ถ้าให้อีอิ่มเห็นผีคุณรำเพยอีกสักคน คุณมาลัยน่าจักเชื่อสนิทใจมากกว่าเดิม คืนนั้นกระผมจึงแสร้งอยากจักดื่มชาจีน ซึ่งถ้าจักดื่มอีอิ่มต้องเดินผ่านต้นงิ้วต้นนั้นไปชงชาที่เรือนครัวมาให้ กระผมจึงนัดแนะกับไอ้ก่ำและอีอวนไว้แล้ว ทั้งสองคนจึงไปแอบตามสุมทุมพุ่มไม้ รอเพลาที่อีอิ่มกลับมาจากเรือนครัวแล้วจัดการหลอกผีคุณรำเพย”

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ..

       “ฮือ...ฮือ...ฮือ”
       เสียงคร่ำครวญของใครบางคนทำเอาเท้าของอีอิ่มที่กำลังก้าวฉับๆ หยุดลงโดยพลัน สายตามองรอบกายหาที่มาของเสียงนั้น มือที่ถือกาน้ำชาสั่นจนฝากาน้ำชากระทบกับตัวกาดังแกรกๆ อยู่ๆ ดอกงิ้วก็ปลิวมาหล่นตรงหน้าของบ่าวรับใช้คุณมาลัย อีอิ่มก้มลงมองแล้วสะดุ้งเฮือก ขาสองข้างแข็งจนแทบจะก้าวต่อไปไม่ไหว หางตาเห็นสไบสีจำปาปลิวไสวไปมา มันอยู่ตรงนั้น...ใต้ต้นงิ้ว
       ต้นงิ้วที่คุณมาลัยเห็นผีคุณรำเพยเมื่อคืน!
       ไม่รู้ผีห่าซาตานตนใดบังคับให้อีอิ่มหันไปมองให้เต็มตา แม้ว่าแสงสว่างจะมีไม่มากนัก แต่อีอิ่มกลับเห็นร่างของคุณรำเพยยืนก้มหน้านิ่งอยู่ที่ใต้ต้นไม้ แล้วชี้ไปที่ใต้ต้นงิ้วพลางส่งเสียงต่ำๆ
        “กูอยู่ในนี้อีอิ่ม...กูถูกฝังอยู่ในนี้!”
       ไม่พูดเปล่า ร่างของผีคุณรำเพยค่อยๆ ทรุดตัวลงกับพื้น แล้วใช้สองมือค่อยๆ หยิบก้อนดินบริเวณนั้นราวกับต้องการจะหาร่างตัวเองเพื่อยืนยันกับอีอิ่มว่าเธอถูกฝังอยู่ตรงนั้นจริงๆ โชคร้ายที่อีอิ่มไม่อยู่รอที่จะเห็น มือที่ถือกาน้ำชาปล่อยลงพื้นแตกดังเพล้ง ก่อนจะแหกปากร้องลั่นวิ่งไปทางด้านหน้าเรือน
       “ผี...ผีหลอก! กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด…!!!”
       เมื่อเห็นว่าอีอิ่มร้องโวยวายขึ้นไปบนเรือนแล้ว ไอ้ก่ำกับอีอวนก็รีบวิ่งฝ่าความมืดกลับไปที่เรือนทันที!

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น