อัปเดตล่าสุด 2020-03-31 12:00:00

ตอนที่ 8 บทที่ 9 ถูกที่ผิดเวลา?

 

            ร้านเบเกอร์ สตรีทเป็นผับที่ตั้งอยู่บนถนนเบเกอร์ ห่างจากมหาวิทยาลัยทีวิลล์ห้านาที นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องเบียร์หลากหลายยี่ห้อให้เลือกแล้ว ยังมีพวกขนมอบและอาหารด้วย เป็นหนึ่งในจุดนัดพบสำหรับคอกีฬาเพราะมีโทรทัศน์จอใหญ่ให้ดู ลูกค้าส่วนมากมากันเป็นกลุ่ม บนโต๊ะเต็มไปด้วยแก้วเบียร์ เสียงพูดคุยดังเป็นระยะ

            เจเจเดินไปยังเคาน์เตอร์ขณะมองหาสก็อตไปด้วย

            “กินเนสแก้วนึงค่ะ” เธอสั่งพนักงานที่เคาน์เตอร์ก่อนหันไปเห็นสก็อตเดินเข้ามาในร้านพอดี หญิงสาวยกมือทักทาย

            เขายิ้มกลับ เดินตรงมาทางเธอ อีกฝ่ายสวมเสื้อฮู้ดแบบซิปหน้า เสื้อคอกลมพิมพ์ลายและกางเกงยีนส์ แค่ได้เห็นหน้าเขาก็ทำให้หัวใจของเธอพองโต

            “เป็นไง”

            “หวัดดีค่ะ”

            “กินเนสของคุณครับ”

            เจเจส่งเงินให้พนักงานก่อนหันกลับไปหาสก็อต

            “คุณอยากดื่มอะไรเหรอคะ วันนี้ฉันเลี้ยงเอง” เธอหุบยิ้มเมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวของเขา “สก็อต คุณไม่สบายหรือเปล่า”

            “เปล่า...ผม เดี๋ยวผมมา”

            อีกฝ่ายเดินไปยังห้องน้ำที่ด้านในของร้าน เจเจได้แต่ยืนงงด้วยความสงสัยแล้วหันไปสั่งเครื่องดื่มอีกแก้วกับพนักงาน

            เธอถือเครื่องดื่มสองแก้วจากเคาน์เตอร์ไปยังโต๊ะไม้รูปวงกลมริมหน้าต่างแล้วนั่งรอสก็อต เริ่มวิตกกังวลแล้วว่าการชวนเขาออกมาข้างนอกอาจไม่ใช่ความคิดที่ดี เธอแค่อยากหาเพื่อนคุย จะได้ไม่ต้องนึกถึงงานในวันนี้ แต่ลืมนึกไปว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่สะดวก แล้วตอบตกลงตามมารยาทเท่านั้น

            “งี่เง่าจังเลย เจเจ” หญิงสาวถอนหายใจให้ตัวเอง

 

            สก็อตบ้วนปาก ล้างหน้าล้างตาตัวเองอีกครั้ง ยามที่เงยหน้ามองกระจก ตาแดง ๆ ก็มองตอบกลับมา เบียร์โปรดของเขากลายเป็นของแสลงและเขาไม่ได้มีปฏิกิริยาแบบนี้มานานแล้ว ชายหนุ่มสันนิษฐานว่าการคุยกับตำรวจในวันนี้ไปสะกิดอะไรในอดีตเข้า

            เขาล้างหน้าอีกครั้ง บอกตัวเองให้ตั้งสติ ที่เขาออกมาข้างนอกก็เพื่อจะได้ไม่ต้องคิดอะไรเรื่อยเปื่อยตามลำพัง

            ยามที่เขาเดินกลับมาที่เคาน์เตอร์ เจเจก็ไม่อยู่ที่นั่นแล้ว อีกฝ่ายโบกมือให้จากโต๊ะริมหน้าต่างใกล้ประตูทางเข้าออก

            “ขอโทษด้วยนะครับ” ชายหนุ่มนั่งลงข้างเธอ จำนวนคนในร้านเยอะกว่าเมื่อครู่ ทำเอารู้สึกใกล้ชิดเธอเกินกว่าที่คาดไว้ เขาเห็นแก้วน้ำใบที่สองตรงหน้า

            “ฉันสั่งน้ำอัดลมให้ค่ะเห็นสีหน้าคุณไม่ค่อยดี จะสั่งเบียร์ก็ไม่แน่ใจว่าคุณดื่มอะไร แล้วก็ฉันสั่งพายเพิ่มไปด้วย คุณกินอะไรหรือยังคะ ฉันเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า”

            “งานเยอะเหรอครับ”

            “เอ่อ นิดหน่อยค่ะ” สีหน้าของเธอเปลี่ยนไป สายตาก้มมองโต๊ะด้วยความว่างเปล่า “คุณได้นอนหรือเปล่าคะ” เธอเปลี่ยนเรื่อง “คุณเข้ากะดึกไปเมื่อคืน”

            “ครับ” เขาโกหก แต่การตอบว่านอนไม่ค่อยหลับไม่น่าก่อให้เกิดประโยชน์อะไร

สก็อตจิบน้ำอัดลม ความเย็นและความซ่าไหลผ่านลำคอ สร้างความสดชื่นให้อย่างไม่น่าเชื่อ ตอนนั้นเองพนักงานก็นำพายเนื้อมาเสิร์ฟ หญิงสาวทำตาลุกวาว ริมฝีปากของเธอคลี่ยิ้มสดใส เธอหยิบยางมัดผมจากในกระเป๋าสะพายมารวบผมขึ้นเป็นหางม้า

“กินด้วยกันไหมคะ”

“ตามสบายครับ”

เจเจถือส้อมค้างไว้ก่อนหันมาทางสก็อต หัวใจของเขาเต้นรัวให้กับสายตาของเธอ

“มันรู้สึกแปลก ๆ ที่ฉันกินอยู่ฝ่ายเดียว”

ชายหนุ่มไม่คิดว่าตัวเองจะยังยิ้มออกมาได้

“ไม่ต้องห่วง ผมไม่มองคุณกินหรอก”

คำพูดของเขาส่งผลให้เธอหัวเราะออกมา เจเจดื่มเบียร์ในแก้วไปเกือบครึ่ง ตั้งแต่เหตุการณ์นั้นเขาก็เลิกแตะเบียร์ยี่ห้อนี้ไปเลย ช่วงแรก ๆ ที่เขาอยู่ใกล้คนที่ดื่มเบียร์ยี่ห้อนี้ เขาต้องปลีกตัวไปสำรอกทุกทีเหมือนอย่างเมื่อสักครู่ แต่ตอนนี้เขาไม่รู้สึกพะอืดพะอมแล้ว

ชายหนุ่มมองออกไปด้านนอกร้านเพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องรู้สึกกระอักกระอ่วน

            “คุณมาที่นี่บ่อยเหรอคะ”

            “เปล่าหรอก ผมไม่ค่อยได้มาผับแล้ว”

            “ฉันเคยมาที่นี่สองสามครั้งได้ สมัยเป็นนักศึกษา ฉันค้นพบความอร่อยของกินเนสจากที่นี่แหละค่ะ แต่อะไรที่แรงกว่านี้ก็ต้องขอผ่าน ว่าแต่คุณเคยมาตลาดวันเสาร์สิ้นเดือนของที่นี่ไหม เอ๊ะ คุณอยู่มาสองปีแล้วก็ต้องเคยมาสิ ขอโทษที่ถามอะไรแปลก ๆ ค่ะ”

            “จะแปลกไหมถ้าผมตอบว่าไม่เคยมา”

            “ไม่แปลกค่ะ ไม่เลย แต่คุณควรมาเดินนะ มีของกินอร่อย ๆ เพียบเลย ร้านนี้เองก็มักมีดนตรีสดมาแสดงแล้วคนก็มานั่งดื่มเบียร์สังสรรค์กัน”

            เจเจหยุดพูดไป สก็อตคิดอยู่ว่าควรชวนเธอดีไหม แค่ได้นั่งกับเธอมันก็ทำให้เขาสบายใจขึ้นมาก เขาคงโกหกตัวเองถ้าจะบอกว่านี่เป็นแค่การทำความรู้จักในฐานะเพื่อน แต่เขาพร้อมแล้วอย่างนั้นเหรอ เขาจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเรื่องแบบนั้นจะไม่เกิดขึ้นอีก  

            ฉันจะไปทุกที่ที่เธอไป

            ชายหนุ่มขนลุกชัน ตอนได้ยินประโยคนั้นจากเชอร์ริลครั้งแรก เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดคนหนึ่ง ไม่คิดเลยว่าตอนนี้มันจะทำให้เขาสะท้านวาบไปทั้งตัว

            “สก็อต ได้ยินฉันไหมคะ” เจเจยื่นหน้ามาใกล้ หัวคิ้วของเธอขมวดเข้าหากันด้วยความกังวล

            “ครับ อะไรนะครับ”

            “ฉันจะสั่งเครื่องดื่มเพิ่ม คุณจะสั่งด้วยไหมคะ”

            เขามองแก้วเปล่าของเจเจบนโต๊ะ และคำตอบที่ได้คือเขายังไม่พร้อมที่จะกลับไปดื่มเบียร์ยี่ห้อนี้

            “ไม่เป็นไรครับ ผมโอเค”

            สายตาของเจเจแสดงความเป็นห่วงเป็นใยก่อนจะลุกไปสั่งเครื่องดื่มที่เคาน์เตอร์ ชายหนุ่มจิบน้ำอัดลมครึ่งแก้วของตนต่อ ความซ่าแทบหายไปจนสิ้น

            เขาทำให้เธอรู้สึกแย่หรือเปล่านะ เขาไม่น่าตอบตกลงคำชวนของเธอเลย

            เขารู้ว่าเขาไม่ควรนึกถึงเชอร์ริล ไม่ควรเปรียบเทียบเธอกับเจเจ แต่การมีตัวตนของผู้หญิงคนนั้นมันฝังรากลึกในจิตใจของเขา มันทำให้เขาตั้งคำถาม ทำให้เขากลัว ถ้าเธอเป็นเหมือนกันล่ะ ถ้ารอยยิ้มพวกนั้นแฝงเจตนาบางอย่างที่เขามองไม่เห็นล่ะ

            ชายหนุ่มลูบใบหน้าของตัวเอง

            “สีหน้าคุณไม่ดีเลย เรากลับกันดีไหมคะ” เจเจเดินกลับมานั่งที่เดิม คราวนี้เธอถือแก้วน้ำเปล่ามาแทน

            “ขอโทษด้วยครับ”

            “ขอโทษอะไรล่ะคะ ฉันต่างหากที่ชวนมากะทันหัน”

            สก็อตมองหน้าเธอ การอยู่ต่อรั้งแต่จะสร้างความสับสนให้กับเขา ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นยืน

            “ผมควรกลับ ขอบคุณสำหรับเครื่องดื่ม”

            เขาไม่ได้หันกลับไปมองเธอ ไม่ได้ฟังเสียงเรียกชื่อด้วยความร้อนรน ชายหนุ่มรีบเดินออกจากร้าน สู่ลมหนาวยามค่ำคืนอันเงียบสงบ สองขาก้าวไปข้างหน้าด้วยความฉับไว ร้านค้าหลายร้านต่างปิดทำการไปแล้ว ทางเดินบางช่วงจึงมืดสนิท

            สก็อตชะลอฝีเท้าก่อนจะหยุดเดิน

            “บ้าเอ๊ย”

            เขาด่าตัวเองก่อนจะเดินย้อนกลับไปที่ร้านเบเกอร์ สตรีท เห็นผู้หญิงคนหนึ่งก้าวเท้าขึ้นรถแท็กซี่ไป ชายหนุ่มสบถใส่ตัวเอง

            “สก็อต เป็นอะไรไหม”

            “เจเจ” ชายหนุ่มหันกลับไปก็เห็นหญิงสาวเพิ่งเดินออกจากร้านมา เขาถึงกับถอนหายใจ “มันดึกแล้ว ผมควรไปส่งคุณที่บ้าน”

            ดวงตาสีน้ำตาลของเธอเป็นประกายวาบ ก่อนจะยิ้มออกมา

            “คุณไม่ต้องทำแบบนั้นก็ได้ ฉันอยู่ตรงเซ็นเตอร์เอง คุณต่างหากที่น่าเป็นห่วง ต้องไปอีกไกลเลย”

            “ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ถูก อย่างน้อยก็ให้ผมเดินไปส่งเถอะ”

            เจเจก้าวเท้าเข้ามาข้างหน้า แทรกแซงพื้นที่ส่วนตัวของเขา สายตาที่เธอใช้มองมา สร้างความอึดอัดให้เล็กน้อย

            “ฉันไม่เข้าใจ” เธอพูด “คุณแค่เป็นสุภาพบุรุษหรือว่ายังไง”

            “ผม...”

            “ฉันล้อคุณเล่นน่ะ” เจเจระบายยิ้ม “ไปกันเถอะค่ะ”

            ชายหนุ่มมองตาม เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอกลั้นหายใจ เขารีบเร่งฝีเท้าให้ทันเธอ บริเวณถนนหลักพอมีไฟข้างทางเป็นระยะ นาน ๆ ทีถึงจะมีรถยนต์แล่นผ่าน ทั้งคู่เดินทอดน่องไปตามทาง ต่างฝ่ายต่างก็อยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง

            “ปกติคุณทำอะไรช่วงวันฮาโลวีนเหรอ” เจเจชวนคุยขึ้นมา อาจเพราะพวกเขาเพิ่งเดินผ่านร้านขายของที่ตกแต่งต้อนรับเทศกาล

            “ปกติผมจะเข้ากะดึกเลยไม่ต้องซื้อขนมตุนไว้ แต่ปีนี้ผมทำกะเช้า”

            “ตอนเด็ก ๆ ฉันเฝ้ารอวันฮาโลวีนมาก เพราะนอกจากจะได้นอนดึกแล้ว ยังได้ขนมอีกต่างหาก

            “พอเป็นฝ่ายที่โดนเคาะประตูแล้ว มันก็ไม่สนุกเอาเสียเลย”

            เจเจหัวเราะอย่างเห็นด้วย เสียงหัวเราะของเธอช่างสดใสทำเอารอบข้างดูสว่างไสวขึ้นมา

ลมหนาวพัดพาเอากลิ่นกุหลาบจากกายเธอมาสู่ประสาทสัมผัสของเขา เส้นผมของเธอกระทบไหล่ของเขาอย่างบางเบา มันช่างผ่อนคลายและให้ความสบายใจ เขาสงสัยว่านั่นเป็นกลิ่นจากน้ำหอม ครีมอาบน้ำ หรือแชมพู ถึงจะไม่ได้รังเกียจกลิ่นกุหลาบ แต่สก็อตก็ไม่คิดมาก่อนว่าตัวเองจะชอบได้

“พอโตแล้วก็พบว่าอะไรที่เคยทำตอนเด็ก ๆ มันไร้สาระมาก แถมยังมีเรื่องน่าอายเต็มไปหมด” หญิงสาวส่ายศีรษะให้ตัวเอง สก็อตอดยิ้มออกมาไม่ได้ “ปีที่แล้วฉันกับเพื่อนตั้งใจจะไปฮาโลวีนที่วิทบีกัน แต่พอถึงเวลาก็ไม่มีใครไป”

“ปราสาทแดรกคูลา”

“ใช่ค่ะ”

ชายหนุ่มอยากชวนเธอไปทุกที่ที่เธออยากไป ทั้งตลาดวันเสาร์สิ้นเดือน ทั้งวิทบี ทั้งคอนเสิร์ต เขายินดีลางานเพื่อให้ได้ใช้เวลากับเธอ

ฉันจะไปทุกที่ที่เธอไป

ทำไมเขายังได้ยินเสียงของผู้หญิงคนนั้นอีก เพราะเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างนั้นเหรอ เพราะมีความเป็นไปได้ว่าผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่นี่อย่างนั้นเหรอ

สก็อตหันมองด้านหลังโดยอัตโนมัติ นอกจากพวกเขาแล้ว ก็มีกลุ่มวัยรุ่นเดินเลี้ยวไปทางหอพักของมหาวิทยาลัย

“มีอะไรเหรอคะ”

“เปล่าครับ” เขาสลัดความคิดที่ว่ามีคนเดินตามทิ้ง

ตำรวจได้ข้อมูลของเชอร์ริลไปแล้ว พวกเขาคงกำลังติดตามหาตัวเธออยู่ ชายหนุ่มจะไม่ด่วนสรุปไปเองเด็ดขาด แม้หลักฐานและการกระทำหลาย ๆ อย่างจะชี้ไปที่ผู้หญิงคนนั้นก็ตาม

            เจเจชะลอฝีเท้าลง สก็อตถึงได้รู้ว่าใกล้ถึงที่พักของเธอแล้ว ตอนกลางวันย่านนี้ค่อนข้างคึกคัก แต่ตกดึกก็เงียบสงัดจนวังเวง เขาคิดถูกที่เดินมาส่งเธอ

            “ถึงแล้วค่ะ” เจเจพูด พลางผายมือไปทางอาคารสีฟ้าอ่อน หน้าต่างแต่ละบานมีม่านปิดจนไม่อาจมองเห็นด้านใน เหนือประตูเข้าออกสีดำมีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่

            “ผมเคยมาดูห้องที่นี่ด้วย”

            “เอ๊ะ จริงเหรอคะ”

            “ใช่ แต่น้องสาวผมบอกว่าถ้าเธอมาพักด้วยจะไม่มีห้องส่วนตัวให้เธอ ผมเลยไปเช่าบ้านแทน”

            “เสียดายเลย ไม่งั้นเราคงเป็นแฟลตเมตกัน”

            “นั่นสิครับ”

            พวกเขาต่างก็เงียบไปพร้อมกัน

            เจเจกระชับสายกระเป๋าสะพายของตัวเองก่อนจะพูดขึ้น

            “ขอโทษที่ลากคุณออกมาข้างนอกนะคะ”

            ได้ยินอย่างนั้นเขาก็ได้แต่ยิ้มแห้ง

            “ขอโทษที่เป็นเพื่อนดื่มที่ไม่ดีเท่าไร”

            เจเจส่ายศีรษะ

            “ฉันว่าฉันรอได้” เธอพูด “จนกว่าคุณจะจัดการอะไรในหัวให้เรียบร้อย แล้วก็ จนกว่าคุณจะได้ขึ้นรถแท็กซี่กลับบ้าน”

            สก็อตลูบท้ายทอยตัวเอง

            “คุณไม่จำเป็นต้องรอ”

            “โอ้...ขอโทษด้วยนะคะ”

            “เปล่า ไม่ใช่อย่างนั้น ผมหมายถึงรถแท็กซี่ ผมเรียกรถแล้ว คุณเข้าไปข้างในเถอะ อากาศมันเย็น” เขาโชว์สมาร์ทโฟนให้เธอดูหน้าแอปแท็กซี่ อีกสองนาทีรถก็มาถึง

            เจเจยิ้มรับ แต่ยังคงยืนที่เดิม สก็อตเห็นความตั้งใจของเธอจึงไม่ได้พูดเรื่องนั้นอีก ชายหนุ่มยืนมองถนนโล่งเบื้องหน้า

            “คุณแน่ใจเหรอว่าอยากรอ”

            “ค่ะ เดี๋ยวรถก็มาแล้วนี่คะโอ้ ไม่ใช่เรื่องนั้น” ใบหน้าของเธอมีสีแดงระเรื่อแต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเพราะสภาพอากาศหรืออย่างอื่น “ฉันไม่ควรรอเหรอคะ”

            สก็อตอยากตอบคำถามนั้นได้เช่นกัน ช่วงเวลาที่อยู่กับเธอผ่านไปอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย เจเจไม่กดดันเขา ไม่ได้ต้อนเขาจนจนมุม เธอให้เขาหายใจได้อย่างอิสระ

            “คุณไม่ต้องห่วงฉันหรอกค่ะ ฉันเลือกที่จะรอ มันเป็นทางเลือกของฉัน ฉันเป็นเด็กสาวผู้รอคอยนะคะ ขอโทษค่ะ นั่นมุกวงใน” เจเจอมยิ้ม “ตอนนี้อาจยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม แต่ฉันอยากให้คุณรู้ว่า เมื่อไรที่คุณอยากระบายอะไรสักอย่างให้ใครสักคนฟัง ฉันยินดีเป็นใครสักคนที่ว่ารถของคุณมาแล้วค่ะ”

            สก็อตหันมองรถยนต์สีดำจอดเทียบฟุตปาธ

            มีอะไรมากมายที่เขาอยากให้เธอรู้ แต่อีกใจก็ไม่อยากให้เธอรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต คำพูดของเธอทำให้เขาได้แต่สมเพชตัวเอง

            “คราวหน้าผมจะเป็นคู่ดื่มที่ดีให้คุณ” เขาบอก

            “คุณเป็นคู่ดื่มที่ดีค่ะ” เจเจหัวเราะเบา ๆ

            “ดีกว่านี้” เขาตอบก่อนจะขึ้นรถแท็กซี่ไป เธอยืนส่งเขากระทั่งต่างฝ่ายต่างลับสายตาของกันและกัน

 

            หญิงสาวไขประตูเข้าไปในแฟลต หัวใจของเธอเต้นดังจนปวดหู เธอยืนพิงประตูโดยไม่กล้าขยับเขยื้อนไปไหน กลัวว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะเป็นเพียงความฝัน

            “มันมีอะไรบางอย่างระหว่างเราจริง ๆ ใช่ไหม” เธอพูดกับตัวเอง ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวและไม่ได้เป็นเพราะฮีตเตอร์ในแฟลตอย่างแน่นอน “ว่าแต่เขาเป็นอะไรมากหรือเปล่านะ เกี่ยวกับกล้องที่ซ่อนในห้องเขาหรือเปล่า พวกเขาเจออะไรอย่างนั้นเหรอ”

            เจเจตรวจสอบที่เกิดเหตุทั้งวันจนไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องอื่น เธอแทบจะลืมเรื่องกล้องในตุ๊กตาตัวนั้นไปเลยด้วยซ้ำ

            “ขนาดมีเรื่องกังวลใจ เขายังยอมออกมาหา” พอคิดอย่างนั้นแล้ว หัวใจของเธอก็เต้นรัวอีกครั้ง “ปลายทางของการรอคอยจะเป็นอะไรกันนะ”


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น