อัปเดตล่าสุด 2020-06-02 12:23:38

ตอนที่ 18 บทที่ 19 มื้อค่ำที่ไม่คาดฝัน

            “เชนรับสารภาพผิด ทำงานได้ดีมาก”

            เจเจอ่านข่าวดีจากข้อความของเฮเซลล์ก็ถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก

            “เฮเซลล์ว่าไงบ้าง เขารับสารภาพใช่ไหม” นีลถามจากหลังพวงมาลัย

            “ค่ะ รับสารภาพผิด ไม่นึกเลยว่าคำ ๆ เดียวจะส่งผลกระทบได้มากขนาดนี้”

            “ทำได้ดีมาก” นีลยื่นมือมาขอไฮไฟว์ หญิงสาวตีมือตอบทันที “แบบนี้ต้องฉลอง ฉันเลี้ยงเอง ไปร้านแถวเซ็นเตอร์ก็ได้ จะได้ไม่ไกลจากแฟลตของเธอ”

            “เลี้ยงนี่แค่เครื่องดื่มหรืออาหารด้วยคะ” เจเจหยอก

            “เธอเนี่ยนะ” อีกฝ่ายถึงกับส่ายหน้า “ตามสบายเลย ไหน ๆ ก็เป็นเคสที่เธออยากตรวจมานาน ถือว่าเริ่มต้นเคสแรกได้ดี”

            “พอนึกถึงสาเหตุที่ฉลองแล้วก็ไม่ใช่เรื่องดีเลย”

            “เราเรียกความยุติธรรมกลับสู่ครอบครัวของฟิชเชอร์ได้ เธอควรคิดแบบนี้”

            หญิงสาวมองเพื่อนร่วมงานก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ 

            เมื่อกลับถึงสถานีตำรวจ ทั้งคู่ก็แยกย้ายกันส่งหลักฐานไปยังห้องปฏิบัติการต่าง ๆ ก่อนจะกลับมานั่งเขียนบันทึกที่โต๊ะ ห้องทำงานเงียบเหงาทันทีที่ไม่มีรอรี่อยู่ เนื่องจากเป็นวันหยุดของเขา ส่วนเดซี่ยังไม่กลับจากสถานที่เกิดเหตุ

            “ร้านปิแอร์โอเคไหม มันอยู่ใกล้บ้านเธอดี” นีลตะโกนถามจากที่นั่งของตัวเอง

            “ตรงเซ็นเตอร์เหรอคะ ได้ค่ะ” พอตอบไปแล้วก็นึกได้ว่ามีสถานที่บางอย่างอยู่แถวนั้นด้วย “ร้านนั้นอยู่ติดกับ...”

            “โรงแรมเอส ใช่แล้ว”

            “นีล”

            “อะไร”

            หญิงสาวถอนหายใจให้กับท่าทางแสร้งใสซื่อของเขา

            อย่างน้อยเวลาเลิกงานของเขาก็เร็วกว่าเธอหนึ่งชั่วโมง พวกเขาไม่น่าเจอกัน อีกอย่างวันนี้สก็อตพาแม่ของเขาไปกินมื้อค่ำนอกบ้าน คงไม่ได้อยู่แถวนั้นแล้วตอนที่เธอกับนีลไปถึง ต่อให้อยากเห็นหน้าเขาทุกวัน แต่พอเจอกันจริง ๆ เธอก็ทำตัวไม่ถูก การบังเอิญเจอกันเป็นเรื่องคาดไม่ถึง เรื่องคาดไม่ถึงทำให้เธอไม่ทันได้ตั้งตัว พอไม่ทันได้ตั้งตัวเธอก็กลัวว่าตัวเองจะไม่อยู่ในสภาพน่ามอง

            เจเจหยิบตลับแป้งขึ้นมาส่องกระจก แค่ไปดื่มกับนีลไม่จำเป็นต้องเติมแป้งก็ได้

หญิงสาวออกจากที่ทำงานพร้อมอีกฝ่าย นีลขับรถมาจากสต็อกตันทุกวันเพื่อมาทำงาน ต้องเผชิญกับการจราจรช่วงเช้าและช่วงเย็น ทำเอาเธอรู้สึกโชคดีที่ทำงานไม่ไกลจากที่พัก

            พวกเขาจอดรถที่ลานจอดด้านหลังศาลแขวง แล้วเดินข้ามถนนไปยังร้านอาหาร ระหว่างทางก็ผ่านโรงแรมเอสด้วย เจเจอดไม่ได้ที่จะมองเข้าไปในโรงแรมแม้สก็อตจะไม่อยู่ที่นั่นแล้วก็ตาม

            สก็อตยืนอยู่หน้าภัตตาคารปิแอร์กับแม่ของเขาต่างหาก

            หญิงสาวถึงกับหยุดชะงัก

            “โอ้” นีลร้องขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปทัก “สก็อต ว่าไง โอ้ สวัสดีครับ”

            นีลหันไปแนะนำตัวกับแม่ของอีกฝ่าย

            “เธอที่เจอกันเมื่อวานใช่ไหม” แม่ของสก็อตทักขึ้น “พอรวบผมแล้วจำไม่ได้เลย”

            “สบายดีไหมคะ” เจเจทักกลับ ในใจต่อว่าตัวเองที่ไม่ยอมทำอะไรกับหน้ามันและสีลิปสติกที่จืดจางของตัวเอง

            “ร้านนี้น่าจะเหมาะกับพวกคู่รักสินะ”

            “เอ๊ะ ไม่...” เจเจกำลังแย้ง นีลก็ชิงพูดขึ้นก่อน

            “ขอโทษทีนะเจสซี่ ลืมไปว่าวันนี้มีนาจะทำลาซานญ่า ต้องรีบกลับไปกิน” นีลพูดจบก็หันไปทางสก็อต “ฝากเจสซี่ด้วยได้ไหมครับ วันนี้งานยุ่งจนเธอยังไม่ได้กินอะไรทั้งวันเลย”

            หญิงสาวอยากมุดหน้าหนีหายไปจากตรงนั้นเสียให้ได้ อีกฝ่ายช่างโกหกได้ไหลลื่นเสียเหลือเกิน

            “ครับ ได้” สก็อตขานรับก่อนจะบอกลานีลที่รีบเดินจากไป ไม่เปิดโอกาสให้เจเจได้ออกความเห็นสักคำ 

            หญิงสาวหันมองสก็อตกับคุณแม่ก่อนจะรีบขอโทษ

            “เดี๋ยวฉันกลับไปกินที่บ้านได้ค่ะ คุณเข้าไปกับคุณแม่เถอะ เอ๊ะ” ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว เมื่อสก็อตจับมือเธอแล้วพาเดินเข้าไปในร้านพร้อมกับแม่

            “สก็อต เทอร์เนอร์ครับ ขอเปลี่ยนเป็นสามที่นะครับ”

            “ได้ค่ะ เชิญด้านในเลยค่ะ” พนักงานต้อนรับเดินนำพวกเขาไปยังโต๊ะสำหรับสี่ที่นั่ง ก่อนจะเก็บป้ายจองออกจากโต๊ะสองที่นั่งข้างเคียงกัน

            สก็อตเลื่อนเก้าอี้ให้เจเจนั่ง พอเขาจะไปเลื่อนให้แม่ เธอก็โบกไม้โบกมือปฏิเสธ ยามที่เขานั่งลงข้างเจเจ หญิงสาวก็หายใจได้ไม่ทั่วท้อง ไออุ่นยังติดแน่นบนฝ่ามือแม้จะปล่อยมือกันแล้วก็ตาม

            “สักครู่จะมีพนักงานมารับออเดอร์นะคะ” พนักงานคนเดิมพูดขึ้น ก่อนเดินจากไป

            “สั่งแบบสามคอร์สเลยนะ มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง” แม่ของสก็อตยิ้มกว้าง

            “ขอโทษด้วยนะคะที่มารบกวน”

            “ไม่เลย ฉันดีใจต่างหาก กินอาหารกับสก็อตบ่อยแล้ว มีคนเพิ่มขึ้นจะได้เปลี่ยนบรรยากาศ”

            หญิงสาวหันมองสก็อตที่กำลังลูบท้ายทอยของตัวเอง สายตามองไปยังเมนูอาหารในมือ เธอทำอะไรไม่ถูกเลยหยิบเมนูขึ้นมาอ่านเหมือนกัน

            ชื่ออาหารเป็นภาษาฝรั่งเศสก็จริง แต่มีภาษาอังกฤษอธิบายอยู่ด้านล่าง ทว่าเจเจกลับไม่เข้าใจตัวอักษรตรงหน้าเลยแม้แต่คำเดียว ทุกอย่างดูเกินจริงเกินไปกับการที่เธอมานั่งรับประทานอาหารเย็นในร้านอาหารแบบนี้ แถมไม่ใช่แค่กับสก็อต แต่มีแม่ของเขาด้วยอีกต่างหาก

            “คุณเคยมาร้านนี้หรือเปล่า” สก็อตถามขึ้น

            “เอ๊ะ ยังไม่เคยค่ะ แค่เดินผ่านบ่อย คนเต็มร้านตลอดเลย” เจเจเริ่มตั้งสติได้ อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้พูดเร็วออกไป

            เมื่อพนักงานมารับออเดอร์ พวกเขาต่างก็สั่งเมนูเรียกน้ำย่อย อาหารจานหลัก และของหวานกันอย่างละชุด เครมบรูเล่ของที่นี่ขึ้นชื่อมาก เจเจจึงตั้งหน้าตั้งตารอของหวานเป็นพิเศษ

            “แล้วนี่รู้จักสก็อตได้ยังไงล่ะ” คนเป็นแม่ถามขึ้น

            “รู้จักตอนทำงานน่ะครับ” สก็อตแทรกขึ้น “เจเจเคยมาที่โรงแรม”

            เธอถึงกับมองหน้าเขา เพราะนั่นไม่ใช่การพบกันของพวกเขา สายตาที่สบตอบกลับมา เจือการขอโทษอยู่ข้างใน บางทีเขาอาจไม่อยากให้แม่เป็นห่วง เรื่องที่มีผู้บุกรุกเข้าไปในบ้าน แถมยังติดตั้งกล้องด้วย

            “เจเจเขาเป็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานนะแม่ เก่งด้วย”

            “โอ้โห”

            หญิงสาวเก้อเขินกับคำชมที่มาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว 

            “เธอเป็นคนโบโร่ด้วย แนะนำแม่เที่ยวได้ดีกว่าผมอีก จริงไหมครับ” รอยยิ้มของเขาทำเอาเธอเผลอพยักหน้าตอบ

            “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ” เจเจรีบแก้ “เออ...”

            “คริสติน่า” สก็อตแนะนำ เมื่อวานเขาไม่ได้บอกชื่อกับเธอ

            “คริสติน่าชอบเที่ยวแบบไหนเหรอคะ สวน พิพิธภัณฑ์ หรือว่าห้าง”

         “ฉันอยากรู้จักเมือง”

            “งั้นก็แนะนำพิพิธภัณฑ์ดอร์แมนใกล้สวนสาธารณะกับหอศิลป์มิดเดิลสโบรห์ค่ะ”

            “ที่ลูกบอกว่าจะพาไป” เธอหันไปถามสก็อต

            “ครับ ผมยังไม่ค่อยได้ไปไหนในเมืองเท่าไร ก็มีเจเจนี่แหละที่แนะนำ”

            ผู้ชายคนนี้เป็นใครกัน เขาเอาสก็อต เทอร์เนอร์ไปไว้ไหน!

         เจเจได้แต่คร่ำครวญในใจ ทำไมอีกฝ่ายถึงได้ชื่นชมเธอขนาดนี้ ยังดีที่ตอนนั้นบริกรยกเมนูเรียกน้ำย่อยมาเสิร์ฟ ทำให้พักการสนทนาไปได้บ้าง

หญิงสาวไม่เคยเกร็งกับการกินเท่านี้มาก่อน พอลอบมองสก็อตที่นั่งข้างกัน เขากลับมีท่าทีนิ่งเฉยไม่ต่างจากปกติ 

“วันหยุดของสก็อตไม่ตรงกับใครเท่าไร วันพุธนี้ถึงจะได้เดินดูเมืองจริง ๆ จัง ๆ เสียที” แม่ของสก็อตพูดขึ้น “วันหยุดของเธอเป็นวันไหนเหรอ เสาร์ อาทิตย์ทั่วไปหรือเปล่า”

“หยุดวันพุธค่ะ”

“อ้าว ดีเลย แบบนี้ก็ไปด้วยกันได้สิ ดีไหมสก็อต”

“พอดีวันพุธมีนัดแล้วน่ะค่ะ” เจเจตอบก่อนที่สก็อตจะได้พูดอะไร ตอบไปก่อนที่จะทันได้คิดให้ดีด้วยซ้ำ เธอไม่ได้มีนัดอะไรทั้งนั้น เธอแค่ตกใจกับคำชวน

“น่าเสียดายเลย”

หญิงสาวหันมองสก็อตที่เพียงแค่ส่งยิ้มบางให้

บริกรนำอาหารจานหลักของพวกเขามาเสิร์ฟ และเก็บจานอาหารเรียกน้ำย่อยกลับไป เจเจไม่เคยมากินอาหารที่นี่มาก่อน จึงไม่รู้ว่ารสชาติจะเป็นอย่างไร ทว่าแค่ได้เห็นหน้าตาและได้กลิ่นก็ทำให้ตั้งความหวังได้แล้ว

“กินเยอะ ๆ นะ ไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันเลยนี่” ได้ยินแม่ของสก็อตพูดแบบนั้น เจเจเลยไม่กล้าบอกความจริงที่ว่านีลแค่หาข้ออ้างเท่านั้น วันนี้พวกเขานั่งกินเบอร์เกอร์ของร้านแฟรนไชส์ใกล้สถานที่เกิดเหตุที่ไปตรวจ “ยังเด็กอยู่ก็ต้องกินเยอะ ๆ จะได้แข็งแรง”

“เด็กอะไรกันแม่ เจเจเป็นผู้ใหญ่แล้วนะครับ”

“เห็นแล้วก็อดนึกถึงฟอร์จูนไม่ได้ น่าจะอายุไล่เลี่ยกัน”

เจเจกับสก็อตมองหน้ากัน พวกเขาไม่เคยถามถึงอายุของกันและกันมาก่อน เจเจรู้แค่ว่าอีกฝ่ายอายุมากกว่า

“ฉันกำลังจะ 23 ค่ะ” เธอตอบคำถามที่เขาถามอยู่ในใจ 

“กำลังจะ” 

“ค่ะ” ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวโดยไม่ทราบสาเหตุ “ฉันเกิด 14 พฤศจิกายน”

“ก็จะถึงแล้วนี่” แม่ของสก็อตร้องขึ้น “ถือว่าฉันฉลองให้ล่วงหน้านะ”

“ขอบคุณค่ะ”

สก็อตทำหน้าครุ่นคิดจนแม่ของเขาต้องเตือนให้ตักอาหารเข้าปาก เขาถึงกับบ่นงึมงำออกมาว่าไม่ใช่เด็กเล็ก เจเจอดยิ้มให้กับความน่ารักของเขาไม่ได้ ในสายตาของคนเป็นพ่อแม่แล้ว ไม่ว่ายังไงลูกของตัวเองก็ยังเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ 

จบจากอาหารจานหลักก็ได้เวลาของหวาน ทั้งสามสั่งไว้ไม่เหมือนกัน เจเจสั่งเครมบรูเล่ สก็อตสั่งบราวนี่ช็อกโกแลต ส่วนแม่ของเขาสั่งโพเซ็ตเสาวรส

หญิงสาวตาโตเมื่อได้เห็นของหวานขึ้นชื่อประจำร้าน กลิ่นหอมเชิญชวนให้รับประทาน เธอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับครีมนุ่ม ๆ ด้านในผสานกับความกรุบกรอบของคาราเมลด้านบน

“ดูสิ ชอบกินของหวานเหมือนฟอร์จูนเลย”

“ชื่อน้องสาวผมเอง” สก็อตโน้มศีรษะลงมากระซิบใกล้ ๆ ทำเอาสติสตังของหญิงสาวกระเจิดกระเจิง เธอเผลอกัดช้อนเมื่อไม่รู้ว่าจะทำอะไรกับไออุ่นที่กระทบใบหูเมื่อครู่นี้

“เจเจทำอาหารเป็นหรือเปล่า” แม่ของสก็อตถามขึ้น

“ค่ะ ไม่ถึงกับทำเก่งแต่ก็พอทำได้ค่ะ”

“ถามทำไมน่ะแม่” สก็อตแทรกขึ้น น้ำเสียงของเขาขาดห้วนเล็กน้อยแสดงถึงความไม่พอใจ

“ก็แค่อยากรู้เฉย ๆ” คนเป็นว่า “เด็กสมัยนี้บางคนแค่ทอดไข่ยังทำไม่เป็นเลย เอะอะก็ใช้ไมโครเวฟ”

“ก็มันสะดวกนี่ครับ” 

“กินอาหารแช่แข็งมากมันไม่ดีนะ” คนเป็นแม่ทำเสียงดุ สก็อตเอาแต่ยิ้มแห้ง

“อาหารเป็นยังไงบ้างคะคริสติน่า ผ่านหรือเปล่า” เจเจเข้ามาเปลี่ยนเรื่อง

“ใช้ได้อยู่” เธอบอก ก่อนหันไปทางสก็อต “พรุ่งนี้มากินข้างนอกกันอีกดีไหม มีร้านไหนแนะนำไหมจ๊ะ”

ประโยคสุดท้ายเธอหันกลับมาทางเจเจ

“ได้ลองร้านมาเวนซี่หรือยังคะ ของขึ้นชื่อเลยนะคะ”

“มาเวนซี่เหรอ พรุ่งนี้พาแม่ไปด้วยนะสก็อต”

“คร้าบ ๆ” เขาตอบพลางยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่ม เจเจเผลอมองการเคลื่อนไหวของลูกกระเดือกของเขายามกลืนน้ำก็ถึงกับต้องรีบหันกลับมา ลำคอของเขาช่างดึงดูดสายตาจนน่าอันตราย ผู้ชายที่มีช่วงลำคอสวยงามแบบนั้นควรผิดกฎหมายด้วยซ้ำ

“แม่มากินอาหารดี ๆ แบบนี้ก็รู้สึกผิดขึ้นมาเชียว ป่านนี้พ่อเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้”

“แล้วแม่จะขึ้นมาเยี่ยมทำไมล่ะครับ ไว้ผมกลับบ้านไปหาก็ได้”

คนเป็นแม่ถึงกับมองค้อน

“ต้องรอคริสต์มาสเชียวกว่าจะได้เจอ ปีนี้จะกลับใช่ไหม” เพียงแค่เห็นสีหน้าของสก็อต เจเจก็ได้คำตอบ แม่ของเขาเองก็ทราบเช่นกัน “เห็นไหม ถ้ารอให้มาหาแล้วเมื่อไรจะได้เจอ หรือแม่ควรมาหาตอนช่วงปิดเทอมหน้าร้อนเหมือนฟอร์จูนดีนะ เจเจอยู่กับพ่อแม่หรือเปล่า”

“เปล่าค่ะ” หญิงสาวตกใจเล็กน้อยที่จู่ ๆ อีกฝ่ายเปลี่ยนเป้าหมายมาทางเธอ “แม่อยู่มิดเดิสโบรห์ก็จริงแต่ไม่ใช่ย่านนี้ค่ะ ส่วนคุณพ่ออยู่ลอนดอน”

“ไม่ค่อยได้เจอหน้าพ่อแม่เหมือนกันน่ะสิ คิดถึงแย่”

“ยังโทรคุยกันทุกวันน่ะค่ะ” เจเจนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ยังไม่ได้โทรหาแม่ กลับไปเธอคงต้องรีบโทรหา ถึงอีกฝ่ายจะไม่ได้โทรตามยามเธอลืมแล้วก็เถอะ หญิงสาวอยากให้การคุยโทรศัพท์กับแม่เป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวันที่สำคัญ

“ดูสิ เจเจยังโทรหาแม่ทุกวัน ลูกเนี่ย ถ้าไม่มีปัญหาคงไม่โทรมา”

“ใช่ที่ไหนกันครับ”

คำว่าปัญหาสร้างความสงสัยให้เจเจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะถามต่อ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ต่อหน้าแม่ของเขา

“เจเจ ขอบคุณมากนะที่มากินมื้อเย็นเป็นเพื่อน ไม่งั้นฉันคงเบื่อแย่”

“ไม่หรอกค่ะ ทางนี้ต่างหากที่ต้องขอบคุณ”

สก็อตเรียกคิดเงินและเป็นฝ่ายชำระค่าอาหารด้วยตัวเอง

“ผมจะให้แม่จ่ายได้ไง” เขาบอกตอนเธอท้วงขึ้น คนเป็นแม่ต้องยอมแพ้แต่โดยดี

“เดี๋ยวลูกเรียกแท็กซี่ให้แม่ แล้วเรียกรถอีกคันไปส่งเจเจเถอะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ แฟลตอยู่ใกล้แค่นี้เอง”

“งั้นเดินไปส่งเจเจด้วยนะ”

“คือ ไม่...” เจเจเงียบไปเมื่อสก็อตส่ายศีรษะให้เธอ

หลังส่งแม่ของสก็อตขึ้นรถแท็กซี่แล้ว ทั้งคู่ก็ออกเดินไปทางเซ็นเตอร์

“ขอโทษด้วยนะคะ เพราะนีลแท้ ๆ เลย”

“ไม่ใช่เรื่องที่ต้องขอโทษเลยนะครับ เพราะนีลนี่แหละ” หญิงสาวถึงกับพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ สก็อตพูดต่อ “เจเจ ที่ผมจับมือคุณเมื่อครู่นี้ ผมขอจับมือคุณอีกได้ไหม”

ใบหน้าของเขาแดงระเรื่อ สายตาของเขาแสดงความไม่มั่นใจ เจเจยิ้มไม่หุบกับความน่ารักของเขา หัวใจของเธอเต้นรัวยามที่จับมือของเขาแทนการตอบ สก็อตประสานนิ้วมือของพวกเขาไว้ด้วยกัน

“นั่นใช่ที่ ๆ เขาจะตั้งต้นคริสต์มาสหรือเปล่า” เขาชี้ไปทางรั้วไม้เตี้ยที่ล้อมเป็นสี่เหลี่ยมกลางจัตุรัสของเซ็นเตอร์

“ใช่ค่ะ ปกติต้นคริสต์มาสที่นี่ต้นใหญ่นะคะ มีปีที่แล้วนี่แหละ ต้นเล็กนิดเดียว”

“ที่นี่ก็มีตลาดคริสต์มาสใช่ไหม”

“ค่ะ จะว่าไปปีที่แล้วทุกอย่างดูเล็กไปหมด ขนาดของเล่นยังไม่มีเลย ทุกทีเขาจะตั้งพวกของเล่นไว้ตรงที่ว่างแถวศาลากลางน่ะค่ะ”

“ฝั่งตรงข้ามโรงแรม”

“ใช่เลยค่ะ ปกติฉันชอบไปตลาดคริสต์มาสที่นิวคาสเซิล ฉันมีเพื่อนที่เรียนที่บาธ เธอบอกว่าตลาดที่นั่นคนเบียดเสียดชนิดที่ว่าถ้าไม่ระวังก็หลงทิศได้เลยค่ะ”

“คนเยอะแบบนั้นคงไม่ไหว”

“จริงค่ะ เยอะเกินก็ไม่สู้”

หญิงสาวชอบบรรยากาศในตอนนี้ การได้จับมือของเขาเดินไปเรื่อย ๆ พูดคุยเรื่องทั่วไป ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคู่รัก 

“ถึงซะแล้ว” สก็อตพูดขึ้นเมื่อพวกเขามาถึงหน้าแฟลตของเจเจ

“ลองเดินไปเซ็นเตอร์ด้านนั้นไหมคะ เผื่อมีอะไรน่าสนใจ” 

อะไรน่าสนใจที่ว่าเป็นแค่ข้ออ้างให้ได้ใช้เวลากับเขามากขึ้นก็เท่านั้น สก็อตกับเจเจเดินรอบเซ็นเตอร์อีกครั้ง ด้วยฝีเท้าที่สั้นกว่าเดิม และบทสนทนาที่ยาวนานมากขึ้น พวกเขาหัวเราะ พวกเขาส่งยิ้ม พวกเขาเชื่อมถึงกันด้วยมือที่ประสานไว้อย่างแนบแน่น กระทั่งแฟลตของเจเจปรากฏอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง

“ฉันควรให้คุณรีบกลับบ้าน” เจเจพูดขึ้น “ขอบคุณที่มาส่งนะคะ”

“ขอบคุณที่ให้ผมเดินมาส่งคุณ เข้าบ้านดี ๆ นะ”

“สก็อต” เธอเรียกขึ้น “แบบนี้มันหมายความว่า คุณจัดการอะไรก็ตามที่ทำให้คุณไม่สบายใจไปแล้วใช่ไหมคะ”

หญิงสาวตื่นเต้นกับการรอฟังคำตอบจนเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่

“ผมไม่อยากให้อดีตมาทำลายอนาคตของผม” ดวงตาของเขามองตอบอย่างมุ่งมั่น จนแทบดูดกลืนลมหายใจของเธอไป “ผมไม่อยากให้สิ่งที่ผมเคยเผชิญมาเป็นอุปสรรคระหว่างเรา”

“ฉันไม่ต้องรอแล้วใช่ไหมคะ”

สก็อตก้าวขึ้นบันไดหน้าแฟลตเพื่อให้ได้ใกล้ชิดเธอมากขึ้น สายตาของพวกเขาไม่ได้ละจากกันแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว มันยิ่งใกล้กันมากขึ้นด้วยซ้ำ

“ไม่ต้องรอแล้วนะ ผมอยู่ตรงนี้แล้ว”

เจเจพิงศีรษะลงบนร่างกายของเขา สัมผัสได้ถึงไออุ่นที่เขามอบให้ ฝ่ายมือของสก็อตลูบเส้นผมของเธอด้วยความรักใคร่

“ขอบคุณค่ะ”

 

---------------------------------------------

สวัสดีค่า

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม เจ้าหน้าที่พิสูจน์รักนะคะ

วันนี้มาแจ้งข่าวว่าเดี๋ยวกลางเดือนมิถุนาจะเปิดจองรูปเล่มแล้วค่ะ สำหรับใครที่สนใจเก็บเงินรอกันได้เลยะนะคะ แบบเล่มจะได้หนังสือประมาณสิงหาคม ใครสั่งก็สามารถอ่านกันจนจบได้ก่อนเลยค่ะ แบบออนไลน์จะจบประมาณเดือนตุลาคมค่ะ

ตัวเล่มมีทั้งหมด 39 ตอนและ 1 ตอนพิเศษที่มีเฉพาะแบบเล่มกับอีบุ๊คนะคะ หนังสือจะประมาณ 400+ หน้า ราคารวมส่งราวๆ 500-520 บาทค่ะ แถมโปสการ์ดลายปกและเฉพาะรอบจองมีโฟโต้การ์ดรูปคู่น่ารักๆ พิเศษให้ด้วย รายละเอียดจะแจ้งอีกครั้งตอนเปิดจองนะคะ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่า

Aki_Kaze


 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น