อัปเดตล่าสุด 2020-05-12 12:00:04

ตอนที่ 15 บทที่ 16 เพื่อนใหม่

            “เสร็จจากงานมหกรรมก็ไม่ต้องเข้าที่ทำงานแล้วนะ ถือว่าทำกะเช้าไปเลย”

            เจเจตาลุกวาวกับข้อความจากเฮเซลล์ นอกจากจะได้เลิกงานเร็วแล้ว ยังจะได้เจอสก็อตอีก หญิงสาวแทบอดใจรอดูปฏิกิริยาของผู้ชายคนนั้นไม่ไหว

            โรงแรมเอสห่างจากบ้านของเธอไม่กี่นาที แถมยังไม่ต้องข้ามถนนไปไหนอีกด้วย แค่เดินเข้าเซ็นเตอร์ก็ถึงแล้ว

            “ใจเย็นไว้” เธอบอกตัวเอง พลางสูดลมหายใจเข้าออกยาว ๆ เพื่อสงบความตื่นเต้นที่ไล่ลามมาจนถึงปลายนิ้วมือ เพียงแค่เลี้ยวซ้ายข้างหน้า ก็จะถึงจุดหมายปลายทาง

            ป้ายโรงแรมตั้งเด่นชัดอยู่เบื้องหน้า ทั้งประตูและหน้าต่างเป็นกระจกแบบทึบ จากด้านนอกมองเข้าไปได้ไม่ชัดเท่าไรนัก หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอด กระชับสายกระเป๋าสะพายของตัวเอง ก่อนจะเดินก้าวผ่านประตูเลื่อนอัตโนมัติเข้าไป

            ภายในโรงแรมสว่างไสวด้วยไฟสีส้ม ทางซ้ายเป็นส่วนของห้องอาหารที่มีแขกกำลังนั่งรับประทานอาหารเช้า ทางขวาคือเคาน์เตอร์ของแผนกต้อนรับ สก็อตยืนมองมาตรงทางเข้าโรงแรม ประสานสายตากับเจเจเข้าอย่างจัง เสียงหัวใจเต้นก้องหู ขณะที่สองเท้าก้าวเดินต่อโดยอัตโนมัติ

            “สวัสดีครับ มหกรรมจัดหางาน ห้องไดมอนด์ ชั้น 1 บันไดอยู่ทางขวามือของคุณผู้หญิงนะครับ” สก็อตทักอย่างเป็นทางการจนเจเจไม่กล้าคุยด้วย เธอได้แต่ส่งยิ้มพร้อมผงกศีรษะให้ แล้วเดินไปตามทางที่เขาบอก

            นั่นสินะ เขาทำงานอยู่จะมาทักทายเป็นกันเองได้ยังไง

            เจเจหอบเอาความผิดหวังเล็ก ๆ ก้าวขึ้นบันไดไปยังชั้นหนึ่ง ก่อนจะเลี้ยวไปตามป้ายบอกทาง สู่ห้องจัดงานขนาดกลาง เจ้าหน้าที่จากบริษัทหรือหน่วยงานต่าง ๆ เริ่มจัดบูธในพื้นที่ของตัวเอง มีป้ายประชาสัมพันธ์ มีแผ่นพับ ใบปลิวแจก บางบูธหรูหน่อยมีมอนิเตอร์ฉายคลิปแนะนำสถานที่ทำงาน ลำดับของบูธเรียงตามตัวอักษร กรมตำรวจคลีฟแลนด์เลยอยู่ต้น ๆ

            “สวัสดีค่ะ เจสซี่ เจนกินส์จากหน่วยพิสูจน์หลักฐานค่ะ”

            “พาเมล่า หว่องจากฝ่ายบุคคลค่ะ” พวกเขาจับมือทักทายกัน “เจสซี่จบจากทีวิลล์ด้วยใช่ไหม ดีเลย จะได้ให้คำแนะนำได้”

            เจเจขานรับแล้วนั่งลงข้างอีกฝ่าย หยิบแผ่นพับของกรมตำรวจมานั่งอ่านเพื่อรอเวลาเริ่มงาน นอกจากจะให้คนได้รู้จักการทำงานและขอบเขตการทำงานของกรมตำรวจคลีฟแลนด์แล้ว ยังแนะนำอาชีพต่าง ๆ ในกรมตำรวจที่ไม่ได้มีแค่เจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น หญิงสาวรู้สึกเก้อเขินที่เนื้อหาบางอย่างในแผ่นพับเป็นสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน เธอจดจ่อกับรูปและเนื้อหา กระทั่งได้ยินเสียงพูดคุยของนักศึกษาที่เข้ามาดูงาน 

บรรยากาศแบบนี้ชวนให้นึกถึงการเรียนปีสุดท้ายในมหาวิทยาลัย เธอมุ่งมั่นกับเส้นทางการทำงานของตัวเอง ตระเวนกรอกใบสมัครออนไลน์ในโซนยอร์กเชอร์ตอนเหนือ ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็มีโอกาสมาเดินงานเช่นนี้กับเพื่อน ดูตำแหน่งว่างในบริษัทต่าง ๆ อ่านความเป็นมาจากแผ่นพับ คุยเรื่องการทำงาน เรื่องสวัสดิการ มันเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน

            เธอโชคดีที่ได้รับการตอบรับจากที่นี่ เพื่อนร่วมรุ่นบางคนยังหางานอยู่ก็มี บางคนก็เรียนต่อ บางคนก็เปลี่ยนสายงานไปเลย อะไร ๆ ก็ไม่แน่นอน

            ที่มุมห้องมีโต๊ะบริการชา กาแฟให้แก่เจ้าหน้าที่และผู้มาร่วมงาน ติดกันเป็นโต๊ะลงทะเบียนสำหรับนักศึกษาได้มาลงชื่อเข้าร่วมงาน

            “ดื่มชาหรือกาแฟไหมคะ เดี๋ยวฉันไปชงให้”

            “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันดื่มมาแล้ว ตามสบายเลย”

            เจเจเดินไปยังโต๊ะบริการเครื่องดื่มเพื่อชงชา ระหว่างนั้นก็หันไปคุยกับหนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่โต๊ะลงทะเบียนที่อยู่หอเดียวกัน

            “ไง ไมเคิล”

            “อ้าว เจเจ มาอยู่บูธของตำรวจเหรอ”

            “ใช่ แล้วนี่ตอนเช้าไม่วิ่งแล้วเหรอ ไม่ค่อยเห็นเลย” ปกติแล้วถ้าวันไหนเจเจเข้ากะเช้า จะเจอผู้ชายคนนี้ตรงบันได เตรียมออกไปวิ่งยามเช้าเสมอ ไม่ว่าจะช่วงหน้าร้อนหรือหน้าหนาวก็ตาม

            “ไม่ไหว เจอฝนบ่อยเลยไปวิ่งในยิมแทน นี่อยู่จนเลิกงานเลยหรือเปล่า”

            “ใช่แล้ว วันนี้ทำงานที่นี่เลย หวัดดีค่า” เจเจหันไปทักเจ้าหน้าที่ที่นั่งข้างไมเคิล เธอทักกลับอย่างสงวนท่าที่

            “นี่โรส เรียนสังคมสงเคราะห์ปี 2” ไมเคิลช่วยแนะนำ “เจเจจบพิสูจน์หลักฐานจากม.เรานี่แหละ”

            “นี่มีคาบว่างเหรอ ถึงได้มาช่วยน่ะ”

            “ทำงานกับสโมสรนักศึกษาเลยมาเป็นอาสาสมัครด้วยเลย ที่รู้จักกันเพราะแบบนี้แหละ” ไมเคิลยิ้มแป้นชี้นิ้วไปทางตัวเองกับโรสสลับกัน เจเจเข้าใจความหมายได้ทันที

            “มิน่า เดี๋ยวนี้ในหอชวนไปไหนไม่ค่อยไปด้วย” เธอหยอก “ไปละ ไว้เจอกัน”

            เจเจโบกมือแล้วหยิบแก้วชากลับไปที่โต๊ะของตัวเอง เห็นพาเมล่ากำลังให้คำแนะนำกับผู้ชายสองคนที่ยืนฟังด้วยความสนอกสนใจ พวกเขาสอบถามถึงเวลางาน รายได้ ถามถึงการฝึกอบรมที่จะช่วยให้มีโอกาสเข้าทำงานกับกรมตำรวจ หญิงสาวอดชื่นชมความกระตือรือร้นของพวกเขาไม่ได้

            เธอรู้สึกดีที่คนให้ความสนใจกับงานนี้มากกว่าที่คิด และไม่ใช่แค่นักศึกษาของทีวิลล์เท่านั้น ยังมีคนนอกที่เข้ามาสอบถาม มาพูดคุยด้วย

            “เผลอแป๊บเดียวบ่ายโมงแล้ว” พาเมล่าทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ หลังจากยืนทักทายพูดคุยกับผู้เข้างานเป็นชั่วโมง ๆ ติดต่อกัน “ไม่นึกว่าคนจะสนใจเยอะนะเนี่ย”

            “นั่นสิคะ ฉันนึกว่าบูธเราจะเป็นบูธโล่งเสียแล้ว”

            “พวกเขาดูสนใจงานของเธอเยอะเลยนะ”

            “แต่เขายังไม่มีแพลนรับคนเพิ่มเนี่ยสิคะ” เจเจกระซิบก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงปกติ “แทนที่ฉันจะแนะนำที่ทำงาน ดันแนะนำคอร์สเรียนของมหาวิทยาลัยไปเสียได้”

            พาเมล่าหัวเราะ

            “ไปหาอะไรกินก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวเราค่อยสลับกันไป”

            “ได้ค่ะ เดี๋ยวจะรีบมานะคะ”

            “จ้า ไม่ต้องรีบ”

            เจเจเดินลงบันไดมาที่ชั้น พอผลักประตูออกไปก็ชะลอฝีเท้าลง เพราะใกล้ถึงเคาน์เตอร์แผนกต้อนรับ หญิงสาวกระชับสายกระเป๋า ตั้งใจว่าจะไม่หันไปมอง

            “คุณผู้หญิงครับ” หางตาของเธอเห็นสก็อตมองมา เธอทำเป็นไม่สนใจ “เจเจ”

            แค่ได้ยินเขาเรียกชื่อ เธอก็ใจอ่อนแล้ว หญิงสาวทำใจแข็ง ไม่ยอมหยุดเดิน กระทั่งมีมือมาจับที่แขนของเธอ

            “เจเจ” ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว ถ้าหันไปตอนนี้เขาต้องเห็นความดีใจบนใบหน้าของเธอแน่ “ผมซื้อมาให้”

            สก็อตยื่นถุงกระดาษมาตรงหน้า เจเจรับโดยที่ยังไม่ได้มองหน้าเขา ด้านในมีน้ำอัดลมหนึ่งกระป๋องกับแซนด์วิชหนึ่งห่อ

            “ขอบคุณค่ะ” เธอขานรับเสียงแผ่ว งอนเขาได้ไม่ถึงนาทีก็หายแล้ว หัวใจบอบบางเสียเหลือเกิน

            “เลิกงานแล้วต้องกลับสถานีไหม”

            “ไม่ต้องค่ะ เสร็จจากที่นี่ก็กลับบ้านได้เลย”

            “รอผมสักชั่วโมงได้หรือเปล่า ไว้ไปหาอะไรกินกัน”

            “ค่ะ”

            สายตาของเธอ เอาแต่มองป้ายชื่อของเขาโดยไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตา เจเจรับรู้ได้ถึงสายตาของเขาที่จ้องมาทางเธอ สัมผัสได้ถึงไอร้อนจากร่างกายของอีกฝ่าย

            “คุณนั่งกินตรงนั้นได้นะ ผมกลับไปทำงานก่อน” สก็อตชี้ไปทางห้องอาหารที่ไม่ค่อยมีแขกนั่ง ผิดกับตอนเช้าลิบลับ

            “ค่ะ ขอบคุณนะคะ”

            พอเขาหันกลับไป เจเจถึงได้กล้ามอง แผ่นหลังของเขาช่างสง่างาม ทั้งยังดึงดูดให้อยากสัมผัส เธอรีบสลัดความคิดไร้สาระทิ้ง แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร เธอเลือกนั่งหันหน้าเข้าโรงแรม เพื่อที่จะได้มองเห็นสก็อตตอนทำงานได้ แต่อีกฝ่ายก็มองเธอได้เช่นกันและนั่นทำเอาเธอระมัดระวังกับกินมากกว่าปกติ

            ทำอย่างกับไม่เคยนั่งกินอาหารด้วยกัน

            เจเจไม่เข้าใจตัวเองเลยจริง ๆ หญิงสาวพยายามไม่สนใจพนักงานต้อนรับใจดีคนนั้นเพื่อจะได้ไปเปลี่ยนกะกับพาเมล่าโดยเร็ว

            ชายหญิงคู่หนึ่งลากกระเป๋าเดินทางไปที่เคาน์เตอร์ที่สก็อตประจำอยู่ ถึงจะไม่ได้ยินว่าคุยอะไรกัน แต่ก็มีเสียงหัวเราะดังมาจากทั้งฝั่งแขกและตัวสก็อตเอง เจเจหวนนึกถึงวันแรกที่พวกเขาเจอกัน ที่หน้าบ้านของสก็อตในวันนั้น อีกฝ่ายก็หัวเราะแบบนี้กับนายตำรวจโอลิเวอร์

            มองอะไรอยู่ได้ เจเจ รีบกินเข้าสิ!

            ตอนกัดแซนด์วิช เจเจก็อดยิ้มไม่ได้ สก็อตอุตส่าห์เดินไปซื้ออาหารกลางวันให้เธอ ยิ่งคิดว่าอีกฝ่ายต้องยืนรอหน้าเคาน์เตอร์กระทั่งเธอลงมา ก็ยิ่งดีใจ 

            “ขอบใจมากนะ” แขกผู้ชายคนนั้นหันไปลาสก็อต ก่อนจะเดินออกจากโรงแรมไปพร้อมแขกผู้หญิง

            สิบห้านาทีที่เจเจนั่งกินอาหารด้านล่าง ก็ได้เห็นสก็อตคุยกับแขกและเพื่อนร่วมงาน เห็นความจริงจังของเขาตอนปฏิบัติหน้าที่ หัวคิ้วของเขาพุ่งเข้าหากันตอนคุยกับเพื่อนร่วมงาน สายตาก้มมองจอคอมพิวเตอร์ แต่ครู่เดียวก็เห็นเขาถอนหายใจ และเพื่อนร่วมงานก็ยิ้มร่ากล่าวขอบคุณเขายกใหญ่

            ถ้าเป็นไปได้ หญิงสาวก็อยากนั่งอยู่ตรงนี้ไปกระทั่งถึงเวลาเลิกงานของเขา

            ก่อนจะกลับขึ้นไปที่ห้องจัดงาน เจเจก็เดินไปหาสก็อตที่หน้าเคาน์เตอร์ พอเข้าไปใกล้ ๆ เธอก็สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของลูกกระเดือกตอนที่อีกฝ่ายกลืนน้ำลาย มือของเขายกขึ้นลูบท้ายทอย ท่าทางผิดกับตอนต้อนรับแขกลิบลับ

            “มีอะไรหรือเปล่าครับ”

            “เจอกันตอนเย็นนะคะ” เจเจตอบกลับเสียงใส

            “ครับ”

            “ใครน่ะ” เพื่อนร่วมงานของสก็อตถามขึ้น ตอนที่เจเจเดินผ่านเคาน์เตอร์ไปแล้ว หญิงสาวอยากรอฟังคำตอบ แต่เสียงโทรศัพท์ตั้งโต๊ะก็ดังขึ้นมาเสียก่อน สก็อตรีบรับสายทันที หญิงสาวเลยขึ้นบันไดกลับห้องจัดงาน

เจเจถอนหายใจ อีกฝ่ายอาจจะอึดอัดก็ได้หากต้องตอบคำถามนั้น

“ขอโทษที่ทำให้รอนะคะ” หญิงสาวบอกพาเมล่า

“ไม่มีปัญหา ฝากต่อด้วยนะ”

“ค่ะ”

ระหว่างที่พาเมล่าไปกินอาหารกลางวัน ภายในงานก็มีคนเดินดูบางตา เจเจใช้เวลาช่วงนั้นนั่งเล่นมือถือ ปกติแล้วถ้าเจอเหตุการณ์เหมือนตอนอยู่ด้านล่าง เธอคงมาตั้งสเตตัสพูดถึงไปแล้ว แต่นี่เธอกับสก็อตเป็นเพื่อนกันอยู่ พิมพ์อะไรลงไปเขาย่อมเห็นแน่นอน หญิงสาวอยากหาเพื่อนคุยแต่ก็พบว่าไม่มีใครรู้เรื่องของสก็อตตั้งแต่ต้นจนจบ...ยกเว้นนีล

“ขืนเล่าอะไรไปมีหวังโดนล้อมากกว่า” เธอปัดตัวเลือกนั้นทิ้งทันที “หืม ข้อความ”

เจเจเปิดกล่องข้อความจากนีล ในใจกังวลว่าจะเป็นเรื่องงาน

“อย่าลืมเขียนรายงาน...” แค่ขึ้นต้นมาเจเจก็ใจหายแล้ว ก่อนหน้านี้เธอมีงานค้างอะไรไว้อย่างนั้นเหรอ “เรื่องสก็อต เทอร์เนอร์ จำนวน 1500 คำ”

“บ้าจริง!” เธอร้องขึ้น ก่อนรีบเอามือปิดปาก โชคดีที่ไม่มีใครสนใจ หญิงสาวทำเป็นไม่สนใจข้อความจากเพื่อนร่วมงาน

หลังพาเมล่ากลับมาจากช่วงพัก พวกเธอก็นั่งคุยกันเองบ้าง คุยกับนักศึกษาบ้าง กระทั่งถึงเวลาเลิกงาน

“วันนี้ขอบคุณมากนะ” พาเมล่าพูดขึ้นระหว่างที่ช่วยกันเก็บบูธ “เลิกแล้วไปหาอะไรกินกันไหม”

“ขอโทษด้วยนะคะ พอดีมีนัดแล้ว”

“ไม่เป็นไร ถ้ามีโอกาสไปที่ HQ ก็แวะไปหาได้นะ”

“ค่า ขอบคุณนะคะ” พวกเธอแลกนามบัตรกัน

เจเจช่วยอีกฝ่ายขนของไปที่รถในอาคารจอดรถของห้างอัลเบิร์ต ก่อนจะกล่าวลากัน ตอนนั้นเป็นเวลาอีกสิบนาทีจะสี่โมงเย็น เธอกำลังจะได้ไปเดตกับสก็อตอีกครั้ง

แม้จะเป็นการคิดว่าเดตฝ่ายเดียวก็ตาม แต่หญิงสาวก็มีสิทธิ์ฝัน

สมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้นมาหนึ่งครั้ง เธอรีบหยิบขึ้นมาดู

“ขอโทษนะครับ ผมมีธุระด่วน ไว้คราวหน้านะครับ ขอโทษด้วยจริง ๆ”

คนอ่านข้อความยืนนิ่ง เกจวัดความสุขลดฮวบจนติดลบ หญิงสาวถอนหายใจแล้วพิมพ์ข้อความตอบกลับ

“ไม่เป็นไรค่ะ เจอกันคราวหน้านะคะ”

เมื่อเป็นแบบนี้ เจเจเลยไม่ได้กลับเข้าไปในโรงแรมแล้วเดินหาของกินในห้างฯ แทน เขาไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าธุระคืออะไร

“คงเป็นเรื่องสำคัญสินะ” เธอถอนหายใจอีกครั้ง หยิบอาหารสำเร็จรูปไปชำระเงินแล้วเดินกลับแฟลต

ฝนโปรยลงมาตอนที่เจเจออกจากห้างฯ วันก่อนพยากรณ์อากาศยังบอกอยู่เลยว่าวันศุกร์จะไม่มีฝน ท่าทางจะไม่มีอะไรแน่นอนจริง ๆ หญิงสาวตากฝนกลับบ้าน ที่หน้าทางเข้าอาคารมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังหอบหิ้วเครื่องนอนพะรุงพะรัง เจเจรีบวิ่งไปจับประตูให้เปิดค้างไว้ทันที

“ขอบคุณมากค่ะ” เธอคนนั้นกล่าว

“เพิ่งย้ายมาเหรอคะ” เจเจปิดประตูตามหลัง ด้านนอกเริ่มมีลมแรงแล้ว

“ใช่ค่ะ แอชลีย์ค่ะ แอชลีย์ ธอมป์สัน ฉันอยู่ห้องเบอร์ 14” เธอยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว เรือนผมสีบลอนด์ของเธอยาวสลวย ผิวสีน้ำผึ้งของเธอเปล่งปลั่ง เป็นผู้หญิงสวย น่าจับตามอง

“เจเจค่ะ ห้องฉันอยู่ตรงนั้นเอง ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”

“ทางนี้ก็เช่นกันค่ะ ดีจัง นึกว่าจะไม่เจอใครแล้ว โอกาสเดินสวนเพื่อนร่วมแฟลตมันยากจริง ๆ”

เจเจหัวเราะ

“ส่วนมากเป็นนักศึกษากันค่ะ จะมีวัยทำงานไม่กี่คนเอง แอชลีย์มาเรียนหรือทำงานเหรอคะ”

ถ้าให้เดาจากใบหน้า อีกฝ่ายคงอายุมากกว่าเจเจเล็กน้อย

“ยังดู ๆ อยู่เลย” เธอยิ้มแห้ง

“ขอโทษนะคะที่ถาม”

“ไม่เลย ไม่เป็นไร ฉันไปก่อนนะ ยังต้องจัดของอีกเยอะเลย”

“ค่ะ มีอะไรก็มาเคาะเรียกได้เลยนะ”

แอชลีย์ยิ้มอีกครั้งก่อนจะหอบหิ้วเครื่องนอนขึ้นบันไดไปชั้นบน อีกฝ่ายน่าจะอยู่ห้องใกล้กับแพร์ ถึงจะน่าแปลกใจที่มีคนย้ายเข้ามาช่วงนี้ กระนั้นการได้เพื่อนใหม่ย่อมเป็นเรื่องดี

“ลืมขอแอคเคาน์ไว้เลย” เธอร้องขึ้น คราวหน้าเธอต้องขอแอคเคาน์ไว้จะได้ชวนเข้าแชทกลุ่ม

หญิงสาวส่ายหน้าให้ตัวเองแล้วไขประตูกลับเข้าห้องพัก


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น