อัปเดตล่าสุด 2020-04-21 12:28:11

ตอนที่ 12 บทที่ 13 ยกประโยชน์ให้จำเลย

“คุณอยู่ที่ไหน”

“เธอไม่ต้องตามหาฉัน ฉันเป็นคนตามหาเธอเอง”

ปลายสายตัดไปทันที

“เชอร์ริล เชอร์ริล!” ชายหนุ่มสบถ แล้วโทรศัพท์กลับไปที่เบอร์นั้นทันที ทว่าเธอบล็อกสายเรียกเข้าจากเขาไปเรียบร้อย

เจเจยังอยู่ในร้านสะดวกซื้อ เธอมองเขาด้วยความสงสัย สก็อตยิ้มตอบแล้วชูสมาร์ทโฟนให้เธอเห็นว่ายังอยู่ในสาย

ชายหนุ่มเดินหลบจากหน้าประตูอัตโนมัติของร้านค้าแล้วโทรศัพท์ไปที่สถานีตำรวจมิดเดิลสโบรห์

“ผมต้องการคุยกับสารวัตรสืบสวนสอบสวนคีน”

“ขออภัยด้วยครับ วันนี้สารวัตรไม่ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ มีอะไรฝากไว้ไหมครับ”

“แล้วจ่าสืบสวนฮักซ์ลีย์ล่ะ”

“ขออภัยครับ ถ้าคุณมีเหตุฉุกเฉิน เรามีเจ้าหน้าที่...”

“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ” สก็อตตัดสาย เขาอยากได้ความคืบหน้าจากเจ้าหน้าที่สองคนนั้นมากกว่าฝากเรื่องไว้ที่คนอื่น

เชอร์ริลรู้เรื่องของตำรวจก็เป็นไปได้ว่าพวกเขาพยายามติดต่อเธอแล้ว สก็อตบีบสมาร์ทโฟนในมือแน่น เขายังไม่ได้ถามเลยว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับคดีของเขาไหม ปฏิกิริยาของเธอก็ยากที่จะบอกได้ เธออาจโมโหที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรแต่โดนลากมายุ่งเกี่ยว หรืออาจร้อนตัวจนต้องเป็นฝ่ายติดต่อมา

“เธอไม่ต้องตามหาฉัน ฉันเป็นคนตามหาเธอเอง”

สก็อตเงยหน้ามองรอบตัว สังเกตคนจากฝั่งตรงข้าม คนที่เดินผ่านไปมาแต่ก็ไร้วี่แววของเชอร์ริล ผู้หญิงคนนั้นต้องการอะไรจากเขากันแน่

“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ฉันเห็นคุณยังไม่เดินเข้าไปเลยซื้ออันนี้มาให้” เจเจยื่นไอศกรีมแท่งรสช็อกโกแลตมาให้ เป็นแบบเดียวกันกับที่เธอกำลังแกะกิน

“เปล่าครับ ขอบคุณครับ” เขาล้วงหยิบเหรียญส่งให้เธอเป็นค่าไอศกรีม

เจเจส่ายหน้า

“ไว้คราวหน้าเลี้ยงกาแฟฉันก็ได้ค่ะ” เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากยิ้มแล้วเก็บเหรียญตามเดิม หญิงสาวถามต่อ “ว่าแต่ที่บ้านเป็นยังไงบ้างคะ มีอะไรน่าสงสัยเกิดขึ้นอีกหรือเปล่า”

สก็อตไม่รู้ว่าตำรวจแชร์ข้อมูลมากน้อยเพียงใด แต่จากคำถามของเธอก็เป็นไปได้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ทราบอะไรเลย ดังนั้นมันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเล่ารายละเอียดให้เธอฟัง

“ไม่มีครับ ทุกอย่างปกติดี” เขาตอบ “ยังไงก็ขอบคุณที่ช่วยนะครับ”

เจเจระบายยิ้ม

สก็อตอยากดื่มด่ำไปกับบรรยากาศดี ๆ แบบนี้ ทว่าสายเรียกเข้าจากเชอร์ริลได้พรากรอยยิ้มจริงใจไปจากใบหน้าของเขา ชายหนุ่มไม่อยากทำลายความรู้สึกดี ๆ ที่เกิดขึ้นในเวลานี้

“ผมคงต้องกลับก่อน” ให้ตายเถอะเขากำลังหนี

“ค่ะ ได้ค่ะ คุณต้องกลับไปนอนนี่เนอะ ขอบคุณที่มาเป็นเพื่อนนะคะ”

“ขอบคุณที่ชวนผมมานะครับ ผมเดินไปส่ง”

“ไม่เป็นไรค่ะ” เจเจโบกไม้โบกมือปฏิเสธ “ฉันว่าจะแวะซื้อของหน่อย ไว้เจอกันใหม่นะคะ”

“ครับ ไว้เจอกัน”

พวกเขาทิ้งไม้ไอศกรีมในถังขยะหน้าร้านสะดวกซื้อก่อนจะแยกย้ายกันไปคนละทาง

 

“ฉันว่าเขามีเรื่องอะไรบางอย่างปิดบังอยู่” เจเจพูดขึ้นระหว่างนั่งรถไปปฏิบัติหน้าที่กับนีล เขาไม่ได้ออกความเห็นใด ๆ หญิงสาวจึงพูดต่อ “ตอนพูดเรื่องวันหยุดตรงกัน เขาก็กระตือรือร้นดี แถมยังไปดูข้อมูลงานที่วิทบีให้อีก”

คู่สนทนายังเงียบ เธอก็เลยยังไม่หยุดตั้งคำถาม

“สายเรียกเขานั่นมาจากใครกันนะ เขาดูแปลกไปทันทีที่รับสาย” ในที่สุดเจเจก็หันมองเพื่อนร่วมงาน “คุณไม่ออกความเห็นหน่อยเหรอ”

“จะให้พูดอะไรล่ะ”

“ไม่รู้เหมือนกัน” เธอถอนหายใจ ทำไมต้องเก็บท่าทีของสก็อตมาคิดมากก็ไม่รู้

“ถ้าเขาอยากเล่า เดี๋ยวเขาก็เล่าเองแหละ ไม่ต้องไปเร่งหรอก”

“แต่เขาอาจจะคิดว่าฉันไม่อยากรับฟังปัญหาหรือเปล่า อย่างคนไม่สนิทกัน เขาก็จะไม่เล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟังใช่ไหมล่ะคะ โอ้...หรือว่าเรายังไม่ได้สนิทกัน”

“แล้วเราสนิทกันเหรอ” คู่สนทนาหยอก

“เฮ้” เจเจมองค้อน

บทสนทนาของพวกเขาต้องจบลงแต่เพียงเท่านั้นเมื่อทั้งคู่มาถึงสถานที่เกิดเหตุ รถซีดานสองคันอยู่ในสภาพยับเยิน คันหนึ่งอยู่ในเลนตัวเอง อีกคันมากจากเลนตรงข้าม สถานที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากสถานบันเทิงไม่กี่นาที หน่วยแพทย์ฉุกเฉินนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง

นีลกับเจเจมาช่วยกันบันทึกสภาพที่เกิดเหตุก่อนจะเคลื่อนย้ายรถไปที่อื่น

ตัวรถยนต์ทั้งสองคันยุบจนผิดรูปผิดร่าง หญิงสาวพยายามไม่นึกถึงสภาพคนขับแล้วมีสมาธิกับการถ่ายภาพจากมุมใกล้และมุมไกล

“ตกดึก ถนนโล่ง คนก็ใช้ความเร็วเพิ่มขึ้น”

“เขาดื่มมาหรือเปล่านะ” เจเจตั้งคำถาม

“ก็เป็นไปได้ แต่มันมีรอยยางรถยนต์ตรงนั้นด้วย” นีลส่องไฟฉายไปทางเลนตรงข้าม “เหมือนหักหลบอะไรสักอย่าง”

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นด้านบน เพื่อมองหากล้องวงจรปิด

“ตรงนี้มันใต้สะพานรางรถไฟพอดี ไม่มีกล้องวงจรปิดแฮะ”

พวกเขาถ่ายภาพที่เกิดเหตุไปด้วย พยายามตั้งข้อสันนิษฐานไปด้วย เพื่อให้ได้คำตอบว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้อย่างไร หรือมีอะไรมากกว่าที่พวกเขาเห็น

เจเจสำรวจรอยยางรถยนต์ที่เกิดขึ้น และสอดคล้องกับสิ่งที่นีลได้สันนิษฐานไว้ คนขับเหมือนหักหลบอะไรสักอย่าง แล้วข้ามเลนไปชนรถยนต์อีกคัน 

เมื่อทั้งสองปฏิบัติหน้าที่เสร็จ ตำรวจก็รับช่วงทำงานต่อ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเดินทางกลับสถานีตำรวจ เจเจใช้ช่วงเวลาที่นั่งอยู่ในรถเขียนบันทึก

“เขาอาจจะรู้สึกว่ามันไม่เท่ก็ได้" จู่ ๆ นีลก็พูดขึ้น

“หืม คนขับรถเหรอคะ”

“ไม่ใช่สิ สก็อตของเธอต่างหาก”

เจเจอยากตีตัวเองที่ใจเต้นตึกตักเพียงเพราะอีกฝ่ายใช้คำว่า สก็อตของเธอ

“ไม่เท่ยังไงเหรอคะ”

นีลถอนหายใจ

“ผู้ชายเขาก็ต้องอยากดูเท่ ดูพึ่งพาได้เวลาอยู่กับผู้หญิงที่ชอบ พอมีอะไรก็ไม่ค่อยเล่าหรอก”

“ฉันว่าเขาน่ารักดี”

“อย่าไปพูดแบบนั้นกับเขาเชียว” นีลทำเสียงจริงจัง

“น่ารักเป็นคำชมนี่” เจเจพึมพำ

“นึกไม่ถึงเลยว่าเจสซี่จะมีความรัก ผู้ชายบนหน้าจอโทรศัพท์คงโดนทิ้งไปแล้วมั้งเนี่ย”

“แมทธิวไม่เกี่ยวสักหน่อย” เธอรีบแย้ง อีกฝ่ายหัวเราะขบขัน “แล้วฉันควรทำยังไงเหรอคะ”

“เธอทำอะไรไม่ได้หรอก” นีลพูดตรงจนเธอใจหาย “พวกเธอเพิ่งรู้จักกันเอง มันต้องใช้เวลาถึงจะเข้าใจกันและกัน ว่าอีกฝ่ายเป็นยังไง ต้องการอะไร แล้วก็จะจับจุดได้เองว่าต้องทำตัวยังไง หรือวางตัวยังไงในสถานการณ์ต่าง ๆ”

หญิงสาวพยักหน้าพลางครุ่นคิด

“ว่าแต่เธอคิดมากไปเองหรือเปล่า บางทีผู้หญิงก็คิดมากไปเอง บางทีอาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้”

“ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะค่ะ”

“เรื่องกล้องวงจรปิดในบ้านของเขาเป็นยังไงบ้างล่ะ”

“คิงส์ลีย์ส่งเรื่องให้สารวัตรสืบสวนแล้วค่ะ เขาตามไปถึงร้านรับซื้อของมือสอง แต่ฉันไม่รู้ว่าตำรวจตามสืบไปถึงตัวเจ้าของคนใหม่แล้วหรือยัง แต่ถามสก็อตเขาก็บอกว่าทุกอย่างปกติดี”

“ถ้าเขาพูดแบบนั้น สิ่งที่เธอจะทำได้ก็คือรับฟัง ต่อให้ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่าแต่เธอควรเลือกที่จะเชื่อใจ”

เจเจพยักหน้าอีกครั้ง ก่อนจะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

“ช่วงแก้ปัญหาหัวใจกับนีล เคอร์รี” 

“หยุดเลย”

หญิงสาวหัวเราะแล้วปิดไฟในรถ เธอหันมองความมืดจากข้างทาง เลือกที่จะเชื่อในด้านดี

 

“ขอโทษที่ทำให้รอ” จ่าสืบสวนฮักซ์ลีย์ยื่นมือมาทักทายสก็อตที่มารอในสถานีตำรวจ

“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่อยากฝากเรื่องไว้กับคนอื่น เลยรอเจอพวกคุณดีกว่า”

สัปดาห์ที่แล้วเขามาที่สถานีตำรวจแห่งนี้ สัปดาห์นี้เขาก็ต้องกลับมาอีกครั้ง เพียงแต่คราวนี้ไม่ต้องอยู่ในห้องสอบปากคำน่าอึดอัดนั่น

พวกเขาเดินขึ้นไปนั่งยังห้องรับรองที่ชั้นลอย จ่าฮักซ์ลีย์ซื้อกาแฟจากตู้กดมาให้สก็อต

“ขอบคุณครับ”

“เกิดอะไรขึ้นคะ”

“เชอร์ริลโทรมาหาผม”

“ตั้งแต่เมื่อไรคะ”

“สองวันก่อน เอ่อ วันเสาร์ครับ” เขาตอบ “เธอไม่ได้ใช้เบอร์ที่ผมมี เธอใช้เบอร์นี้”

ชายหนุ่มส่งกระดาษใบเล็กให้เธอ เธอก้มมองแล้วพยักหน้า

“ขอบคุณค่ะ เราจะตรวจสอบดู”

“คุณไปเจอเธอแล้วอย่างนั้นเหรอ” สก็อตไม่อาจปกปิดความร้อนรนในน้ำเสียง

“เราฝากข้อความเสียงตอนโทรศัพท์ไปตามเบอร์ที่คุณให้มา แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ” จ่าสืบสวนตอบ “เราตรวจสอบประวัติของเธอผ่านฐานข้อมูลแต่ไม่มีอะไรน่าสงสัย ฉันติดต่อไปที่กรมตำรวจนอร์ฟอล์กเพื่อสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องที่ชายหาด รวมทั้งกรมตำรวจแคมบริดจ์เชอร์ แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับมา ฉันเข้าใจว่าคุณหงุดหงิดกับความล่าช้า แต่เรากำลังพยายามอย่างเต็มที่”

การทำงานในสายบริการส่งผลให้เขาเข้าใจทั้งฝ่ายปฏิบัติหน้าที่และฝ่ายรอ ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อาจห้ามความร้อนรนในใจได้

“เธอคุยอะไรกับคุณบ้าง” เธอถามต่อ

“ไม่มากครับ เธอตัดสายไปก่อนที่ผมจะได้ถามอะไร เธอดูไม่พอใจที่ผมให้ตำรวจตามหาเธอ”

“ไม่พอใจเพราะเธอโดนจับได้ว่าทำผิดเหรอ”

ชายหนุ่มส่ายศีรษะ

“ผมก็ไม่แน่ใจ ตอนนี้ผมคงตอบไม่ได้แล้วว่าตัวเองเข้าใจเธอดี มันเหมือนผมไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน”

จ่าฮักซ์ลีย์ฉีกกระดาษหนึ่งแผ่นจากสมุดบันทึกสีดำแบบพกพา แล้วเขียนอะไรบางอย่างลงไป

“นี่เป็นเบอร์ที่คุณจะติดต่อเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง ถ้าเชอร์ริลติดต่อมาอีก รีบแจ้งเราทันที”

“เฉพาะในเวลางาน”

“ถ้าฉันหรือสารวัตรไม่อยู่ คุณแจ้งเจ้าหน้าที่ที่รับสายได้เลย พวกเขาจะติดต่อเราเอง ฉันขอโทษที่ให้เบอร์ส่วนตัวไม่ได้”

“ไม่เป็นไรครับ เท่านี้ก็ดีแล้ว” สก็อตตอบ

“ฉันรู้ว่าคุณคงได้ยินประโยคแบบนี้บ่อย แต่พยายามอย่าคิดมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น อย่าให้เธอมาทำลายชีวิตประจำวันของคุณ ทางเราพยายามอย่างเต็มที่เพื่อหาตัวร้ายมาให้ได้ ไม่ว่าจะใช่เชอร์ริลหรือไม่ก็ตาม อดทนกับพวกเราหน่อยนะ สก็อต”

เธอเดินออกมาส่งเขาที่หน้าสถานีตำรวจ พวกเขาจับมือลา ชายหนุ่มเดินกลับบ้านท่ามกลางสายฝนโปรยปรายในยามเช้า จังหวะการก้าวเดินของเพื่อนร่วมทางไวขึ้น ผิดกับเขาที่เดินทอดน่องไปเรื่อย ๆ ตำรวจยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเชอร์ริลอยู่ที่ไหน สิ่งเดียวที่เขามั่นใจได้ในตอนนี้ คือเธอไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาลจิตเวชแล้ว

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ สก็อตก็เตรียมเข้านอน เสียงข้อความเข้าดังขึ้นมาครั้งหนึ่ง ชายหนุ่มรู้ทันทีว่ามาจากเจเรมี่

“แข่งรถกันไหมพี่”

ถ้าเป็นทุกทีเขาคงตอบตกลง แต่วันนี้เขาเพลียเกินกว่าจะถ่างตาต่อไหว พอได้เล่าให้ตำรวจฟัง มันก็ช่วยให้สบายใจขึ้นบ้าง ความง่วงเลยถาโถมไวกว่าปกติ

“คราวหน้านะ ง่วง นี่ตื่นมาเล่นแต่เช้าเลยเหรอ” พอตอบกลับไปไม่ถึงนาที เจเรมี่ก็โทรศัพท์เข้ามา “อะไร”

“พี่จะนอน ผมเลยโทรแทนไง” ปลายสายตอบเสียงใส “เดือนหน้ายังนอนผิดเวลาอีกไหม”

“ไม่แล้ว เดือนหน้าอยู่เช้า”

“โห แล้วผมจะได้เล่นเกมกับพี่ไหมเนี่ย”

“ห่วงแค่นี้”

“ห่วงแค่นี้แหละ” เจเรมี่ตอบกลับทันที “แต่พี่นอนตอนนี้ได้แสดงว่าไม่มีเรื่องเครียดแล้ว”

ที่เขากับเจเรมี่ยังคงเป็นเพื่อนกันมาได้จนถึงทุกวันนี้ น่าจะมีสาเหตุมาจากการที่อีกฝ่ายเข้าใจเขาได้โดยไม่ต้องอธิบายให้มากความ

“เขาจับคนร้ายได้แล้วสินะ” อีกฝ่ายถามต่อ

“ยังหรอก ยังไม่รู้อะไรไปมากกว่าเดิม” เขาบอก “สองวันก่อน เชอร์ริลโทรมา”

“โทรมาสารภาพผิดเหรอ”

“เปล่า โมโหที่ฉันให้ตำรวจตามหาเขา”

“สรุปว่าเธอทำจริง”

“ยังตอบไม่ได้”

“พี่พูดเหมือนยังปกป้องเขาอยู่เลย”

สก็อตได้ยินอย่างนั้นถึงกับชะงัก

“ฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวอะไรด้วยแล้ว” พอปลายสายเงียบไป เขาเลยกะว่าจะไปนอน ทว่าเจเรมี่ก็ถามขึ้นมาเสียก่อน

“พี่ยังมีเบอร์ของเชอร์ริลไหม”

“เอาไปทำไม”

“จะลองโทรดู”

“อย่านะ เจเรมี่ ปล่อยให้ตำรวจจัดการ”

“ทุกวันนี้พี่ยังเป็นฝ่ายตั้งรับนี่ ถ้าพี่ไม่ตอบโต้อีกฝ่ายก็ไม่หยุดหรอก” อีกฝ่ายใช้น้ำเสียงจริงจัง

“ตำรวจกำลังพยายามอย่างเต็มที่ พวกเขาจะจับคนร้ายได้ ฉันต้องอดทนรอ”

“พี่เชื่อตำรวจเหรอ”

“มีทางเลือกด้วยเหรอ ฉันพยายามไม่นึกถึงเชอร์ริล พยายามใช้ชีวิตให้เป็นปกติ สองวันก่อนฉันไปข้างนอกกับเจเจ เรามีช่วงเวลาดี ๆ ต่อกัน แต่สายเรียกเข้าครั้งเดียวจากเชอร์ริลก็ทำลายทุกอย่างลง เหมือนกับเธอไม่อยากให้ฉันมีความสุข”

“ผมถึงอยากให้พี่ลงมือทำอะไรสักอย่างไร ถ้าพี่ไม่ทำ เดี๋ยวผมจัดการเอง”

ถ้ามันง่ายแบบนั้นก็ดีสิ

“เชอร์ริลเคยบุกไปที่บ้านพ่อแม่ของฉันเลยนะ แล้วถ้าคนร้ายที่เข้ามาในบ้านฉันที่นี่เป็นเธอจริง ใครจะรู้ว่าเธอจะทำอะไรได้อีก”

“อ๋อออ พี่เป็นห่วงผมนี่เอง” เจเรมี่แสร้งทำเสียงสูง

“ฉันง่วงแล้ว ไปนอนได้ยัง”

“อ้าว เปลี่ยนเรื่อง พี่ไปนอนเถอะ แต่ผมพูดจริงนะ” ฟังดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายยังไม่ยอมจบเรื่องง่าย ๆ “ถ้าตำรวจทำงานช้านัก พี่ก็ต้องลงมือเอง”

“ปกติเขาต้องห้ามไม่ให้ทำอะไรหุนหันกันไม่ใช่เหรอ”

 “อย่างพี่ต้องผลักดันให้ทำอะไรห่าม ๆ บ้าง”

คนฟังถึงกับหัวเราะ

“เอาน่า ฉันดูแลตัวเองได้ นายเอาตัวให้รอดก่อนเถอะ งานพิเศษก็ทำ เรียนก็ต้องเรียน แล้วยังติดเกมอีก แก่ตัวไปสุขภาพแย่แล้วจะหาว่าไม่เตือน”

“ครับ แดดดี้”

สก็อตถึงกับลูบแขนตัวเอง ในที่สุดอีกฝ่ายก็ยอมวางสายและปล่อยเขาไปนอน ชายหนุ่มแหงนหน้ามองเพดานห้อง

อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเหมือนตอนที่คบกับเชอร์ริลช่วงนั้น เขาควรให้เวลาตำรวจได้สืบหาความจริงอีกสักหน่อย 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น