อัปเดตล่าสุด 2020-04-14 12:02:03

ตอนที่ 11 บทที่ 12 ถ้าใจคิดว่าเป็นเดต มันก็คือเดต

“เพดานห้องมันสีขาวขนาดนี้เลยเหรอ”

เจเจพึมพำ เธอนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ ทั้งคืน จนเห็นแสงจากภายนอกลอดผ่านมูลี่เข้ามา สายตาของเธอล้าจากการนอนไม่พอและเอาแต่จ้องเพดาน ความตื่นเต้นที่จะได้เจอสก็อตโลดแล่นไปทั่วร่าง อยากให้ถึงเวลานัดโดยเร็ว

หญิงสาวลุกจากเตียงไปเปิดตู้เสื้อผ้า เธอทำแบบนี้มาตั้งแต่สองสามวันก่อน เพื่อจะหาชุดสวย ๆ ออกไปเจออีกฝ่าย

“แค่ออกไปหาอะไรกินที่ตลาดเอง”

เสียงถอนหายใจดังขึ้น

จะเลือกชุดที่นาน ๆ ทีใส่ก็เกรงว่าจะดูดีเกินไปสำหรับการเดินเที่ยวใกล้บ้าน จะใส่ชุดตามปกติก็ดูธรรมดาเกินไปสำหรับการเดต

“ไม่ใช่เดตสักหน่อย” เธอบอกตัวเอง ทว่าหัวใจกลับเต้นรัวเป็นกลอง หญิงสาวตั้งสติแล้วเลื่อนดูชุดไปเรื่อย ๆ “เราต้องไม่ทำอะไรให้มันดูจงใจเกินไปสิ ทำตัวตามปกติเข้าไว้!

เจเจได้บทสรุปด้วยการแต่งตัวเหมือนไปทำงานตามปกติ แต่ใช้เวลาไปกับการบรรจงแต่งหน้ามากกว่าทุกครั้ง เธอใช้ลิปสติกโทนสีนู้ดชมพูจากแบรนด์ของเกาหลีที่แพร์ได้มาเป็นสินค้าตัวอย่างแต่ไม่สามารถใช้สีนี้ได้ หญิงสาวมองหน้าตัวเองในกระจก เพียงแค่เปลี่ยนสีลิปสติก ใบหน้าก็ดูเปลี่ยนไป เธอพยักหน้าให้ตัวเองด้วยความพึงพอใจ

“ดูเป็นธรรมชาติมาก ๆ” เจเจเน้นย้ำกับตัวเอง ไม่นึกไม่ฝันว่าจะมีวันที่เธอลงทุนแต่งตัวแต่งหน้าทั้งที่ไม่ได้ไปเจอแมทธิว “นี่เป็นก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่เลยนะเจเจ”

นาฬิกาในห้องนอนบอกเวลาสิบนาฬิกา หญิงสาวถึงกับทิ้งตัวนั่งลงบนเตียง จากที่นี่ไปเซ็นเตอร์ใช้เวลาเดินไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ เจเจนั่งจ้องนาฬิการาวกับจะทำให้มันเดินเร็วขึ้นเสียอย่างนั้น

เธอมาถึงสถานที่นัดหมายก่อนเวลานัดสิบนาที ทางเดินเต็มไปด้วยผู้คนออกมาจับจ่ายใช้สอย เสียงดนตรีจังหวะคึกคักดังแว่วมาจากทางด้านตลาดคนเดิน ชายหนุ่มหญิงสาวเดินถือแก้วเบียร์มาคนละแก้ว พูดคุยกันด้วยความสนุกสนาน

วันนี้ไม่มีแดด ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าหม่น สายลมหนาวเหน็บพัดผ่านมาเป็นระยะ ๆ ต้นไม้บางต้นเหลือแต่กิ่งก้าน ขณะที่บางต้นยังคงใบไม้สีเหลืองส้มไว้ได้อยู่ เจเจซุกมือทั้งสองในกระเป๋าเสื้อดาวน์มีฮู้ดสีแดง สายตาสอดส่องไปทางซ้ายที ขวาที จนเห็นสก็อตเดินมาทางเดียวกันกับทางบ้านของเธอ เขาไม่ใช่ผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา แต่นั่นเป็นเพราะเจเจเอาแมทธิวเป็นเกณฑ์ เขาเป็นผู้ชายที่มีส่วนสูงเกินค่าเฉลี่ย เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ดูโดดเด่นขึ้นมา เขาชอบเดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ ทว่าแผ่นหลังตั้งตรง ท่วงท่าการเดินมีความทะมัดทะแมง สง่า ผ่าเผย ที่อาจเกิดมาจากการทำงาน

ตอนที่ใบหน้าของเขาเงยขึ้นมาเจอสายตาของเจเจ หญิงสาวถึงกับใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เธอโบกมือให้เขาแทนการทักทาย สก็อตพยักหน้า เร่งฝีเท้ามาหาเธอ

“รอนานหรือเปล่า”

“ไม่ค่ะ ฉันมาก่อนเวลาเอง สบายดีไหมคะ”

“สบายดีครับ คุณล่ะ”

“วิเศษไปเลยค่ะ” เธอฉีกยิ้มกว้าง “ไปกันเถอะค่ะ หวังว่าคุณจะหิวแล้วนะคะ แต่ละเดือนจะมีร้านค้าหมุนเวียนกันมา แต่หลัก ๆ ก็มีร้านเบอร์เกอร์ ร้านเบเกอรี แล้วก็ร้านไข่สกอตช์ ของดีมาก ๆ เลยค่ะ”

พวกเขาเดินมาถึงถนนที่ใช้จัดเป็นตลาดวันเสาร์สิ้นเดือน เป็นถนนเส้นที่ตรงมาจากทางออกของมหาวิทยาลัยทีวิลล์และเลี้ยวไปทางร้านเบเกอร์ สตรีท บริเวณหัวมุมถนนมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนประจำจุดเพื่อปิดทางเดินของรถ เสียงเพลงดังมาจากนักดนตรีที่กำลังร้องสดให้บรรดาผู้คนที่กำลังสัญจรไปมา นักดื่มเบียร์ทั้งหลายต่างก็จับจองโต๊ะกลมทรงสูง บูธอาหารเริ่มมีแถวยาว

“คนเยอะเหมือนกันนะ” สก็อตทักขึ้น

“ใช่ค่ะ ทั้งคนในเมืองและละแวกใกล้เคียงก็จะมาที่นี่กัน มันไม่ใหญ่เท่าไรแต่ก็เป็นสถานที่สังสรรค์ที่ดีแห่งหนึ่ง ปกติฉันจะลงมาซื้อของกลับขึ้นไปกินในห้องน่ะค่ะ แต่ตรงนั้นจะมีโต๊ะนั่งด้วย” เธอรีบเสริม “เจออะไรน่ากินไหมคะ”

“มีอะไรแนะนำหรือเปล่า”

เจเจเดินมองร้านค้าจากสองข้างทาง พอเห็นธงชาติเกาหลีใต้อันเล็ก ๆ ติดอยู่หน้าบูธที่มีคิวยาวพอสมควร เธอรีบอ่านชื่อร้านเพื่อความมั่นใจทันที แล้วรีบเขย่าแขนสก็อตให้กันไปดู

“ร้านนั้นค่ะ โคเรียน ฟอร์ ยู เจ้าของร้านเป็นคนเกาหลี ไม่มีร้านประจำแต่จะออกบูธตามงานต่าง ๆ ฉันรู้จักตอนเขาไปตั้งบูธในมหาลัย กิมจิของเขาอร่อยมาก แล้วฉันก็ชอบคิมบับของเขามาก”

เจเจมองหน้าสก็อต สก็อตมองหน้าเธอ ความร้อนพุ่งแตะใบหน้าอย่างรวดเร็ว หญิงสาวรีบปล่อยมือจากแขนของเขา

“คุณเคยกินอาหารเกาหลีไหมคะ” เจเจถามต่อเพื่อแก้เขิน

“ยังไม่เคยเลย แต่น่าลองอยู่นะ โดยเฉพาะอันนั้น” สก็อตมองไปยังอาหารที่คนขายกำลังตักใส่กล่อง

“นั่นจับแชค่ะ เป็นผัดวุ้นเส้นของเกาหลี มันจะหนึบ ๆ กรุบ ๆ ดี”

“แล้วอันนั้นล่ะ”

เจเจชะเง้อคอมองจากแถว

“นั่นแหละค่ะ คิมบับ เอาข้าวกับไส้ต่าง ๆ มาห่อด้วยสาหร่าย”

“ผมเอาอันนั้น”

“ได้เลยค่ะ” เธอตอบ “แล้วเดี๋ยวเราไปซื้อไข่สกอตช์ตรงนั้นกันแล้วค่อยไปหาที่นั่ง”

“คุณรู้ได้ไงว่าผมอยากกินไข่สกอตช์”

เจเจอมยิ้ม

“ตอนฉันพูดถึงไข่สกอตช์ คุณแอบยิ้มแล้วก็ตาโตขึ้นนิดนึง” คราวนี้สก็อตมีสีหน้าตกตะลึง หญิงสาวหน้าแดงเพราะเอาแต่จ้องหน้าเขานานเกินไป

“คุณช่างสังเกตดีจริง”

เธอโล่งอกที่อีกฝ่ายเข้าใจผิด

“นิดหน่อยค่ะ จะว่าไปตรงนี้คิวยาว คุณไปร้านนั้นแล้วหาที่นั่งก่อนเลยก็ได้นะคะ ว่าแต่คุณมีเงินสดใช่ไหม”

สก็อตรีบล้วงประเป๋ากางเกงทันที พอเจอธนบัตรใบละสิบปอนด์หนึ่งใบก็โล่งอก เจเจเห็นอย่างนั้นก็อมยิ้มขบขัน

“เกือบแล้ว” สก็อตเก็บเงินใส่กระเป๋ากางเกงตามเดิม “ร้านอยู่ทางนั้นใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ เลยร้านขายชูโรสไป”

หญิงสาวมองอีกฝ่ายเดินเลี้ยวตรงทางแยก ก่อนจะถอนหายใจออกมารวดเดียวหมดปอด ทั้งที่เตรียมใจมาเสียดิบดีแต่ก็ยังตื่นเต้นจนได้ เมื่อครู่พวกเขาต้องยืนชิดกันกว่าปกติเพราะคนในแถวมีจำนวนมาก เจเจสัมผัสได้ถึงไอร้อนและกลิ่นหอมจากตัวสก็อต ทำเอาหัวใจปั่นป่วนต้องชวนคุยแก้ความเขิน

“เอาคิมบับกับเกี๊ยวซ่าอย่างละหนึ่งค่ะ”

หลังซื้ออาหารเสร็จ หญิงสาวก็เดินหาสก็อตในซอยข้างร้านเบเกอร์ สตรีท และพบอีกฝ่ายนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ด้านหลัง

“รอนานไหมคะ”

“ไม่เลย ผมเพิ่งจะนั่ง ผมว่าจะซื้อน้ำแต่ไม่รู้ว่าคุณอยากดื่มอะไร”

“ร้านชูโรสมีโกโก้ร้อนขายด้วย ดื่มโกโก้กันไหมคะ”

“ดีครับ งั้นเดี๋ยวผม...”

“ฉันไปเองค่ะ” เจเจอาสา แล้วเดินข้ามไปบูธตรงหน้าซึ่งเป็นจังหวะที่คิวหมดไปแล้วพอดี

เธอเดินกลับมาพร้อมโกโก้ร้อนสองแก้ว มาร์ชแมลโลว์หลากสีสันอันเล็ก ๆ ลอยอยู่บนเครื่องดื่มส่งกลิ่นหอมชวนชิม

“ไม่รู้มาก่อนเลยว่ามีอะไรแบบนี้ด้วย” สก็อตพูดขึ้น “ทั้งที่ผมก็ทำงานอยู่ในเซ็นเตอร์”

“ถ้าอยากมาอีกบอกได้เลยนะคะ” บางครั้งเจเจก็อยากตีปากตัวเอง

สก็อตส่งยิ้ม

“ในนี้มีอะไรบ้างเหรอ”

“มีข้าว หมู แตงกวา แคร์รอต ไข่เจียว แล้วก็ผักโขม โรยด้วยงา ลองสิคะ”

เจเจรอดูปฏิกิริยาของฝ่ายตรงข้ามด้วยใจจดจ่อ แต่เขากลับมีปัญหากับการใช้ตะเกียบ หญิงสาวใช้เวลาสองวินาทีในการตัดสินใจคีบคิมบับป้อนสก็อต

“ขอบคุณครับ”

หัวใจของเธอเต้นรัวตอนเขาอ้าปากรับคิมบับ ไม่รู้แล้วว่าตัวเองกำลังตื่นเต้นกับเรื่องไหนกันแน่

“อร่อย” เห็นสก็อตพยักหน้า เจเจก็สบายใจ “คุณใช้ตะเกียบเป็นได้ยังไง”

“ฉันชอบกินอาหารญี่ปุ่นกับอาหารเกาหลีค่ะ เลยได้ฝึกใช้บ่อย ๆ” เธอคีบคิมบับใส่ปากตัวเองแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ พอเห็นสก็อตพยายามจับตะเกียบ เธอก็อาสาสอน “จับแบบนี้ค่ะ จริง ๆ มันไม่ควรไขว้กัน แต่ถ้าไม่ถนัดก็ไขว้ได้ค่ะ” 

เธอจับนิ้วชี้กับนิ้วกลางของสก็อตให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง มองดูเขาคีบเกี๊ยวซ่าด้วยความทุลักทุเล หญิงสาวถือวิสาสะป้อนเขาอีกครั้ง

“เป็นไงคะ”

สก็อตพยักหน้าอีกครั้ง คราวนี้ใบหน้าของเขาแดงกว่าเดิมจนเห็นได้ชัด เจเจทำเป็นดื่มโกโก้ร้อน

ไม่เนียนเลยนะเจเจ

“ผมมีเป้าหมายละ ต้องฝึกจับตะเกียบให้ได้” เจเจหัวเราะก่อนจะพยักหน้า เขาพูดต่อ “อันนี้ไข่สกอตช์มีแบบธรรมดากับแบบมีชีส”

สก็อตใช้ตะเกียบแบ่งไข่สกอตช์ออกเป็นสองซีก

“แบบชีสน่ากินจัง”

“ผมก็คิดว่าคุณน่าจะชอบ”

เจเจเริ่มรู้สึกร้อนขึ้นมากะทันหัน ใครจะไปคิดว่าตัวเองจะมีวันแบบนี้กับเขาได้ รสชาติอาหารยิ่งอร่อยกว่าครั้งไหน ๆ

“จริงสิ ตารางทำงานเดือนหน้าของคุณออกหรือยังคะ”

อีกฝ่ายถึงกับสำลัก ถึงจะยังไม่ถนัดแต่สก็อตสามารถคีบอาหารเองได้

“ผมว่าจะถามอยู่เหมือนกัน” เขาพูดหลังได้ดื่มโกโก้ร้อนไป “เดือนหน้าผมหยุดวันพุธ คุณล่ะ”

“เหมือนกันค่ะ!” เจเจร้องขึ้น

สก็อตยิ้ม

“ผมเข้าแต่กะเช้า ถือว่าได้เลิกงานตามปกติเสียที แต่ก็จะเลิกงานไม่ทันตลาดวันเสาร์สิ้นเดือนนะ”

“จริงด้วยสิ แต่อย่างน้อยก็หยุดวันเดียวกันนะคะ”

จู่ ๆ พวกเขาก็เงียบไปพร้อมกัน ต่างฝ่ายต่างก็นั่งกินอาหารท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะครึกครื้น

“เจสซี่”

เจ้าตัวหันไปทางต้นเสียงก็เห็นนีลเดินมาพร้อมกับมีนา หญิงสาวโบกมือให้อีกฝ่าย หันไปทักแฟนสาวของเพื่อนร่วมงาน ขณะที่นีลกับสก็อตก็แลกเปลี่ยนการทักทายกันแต่ไม่ได้หยุดคุย นีลเดินเลยไปแล้วก็จริงแต่ก็หันมาชี้นิ้วไปทางสก็อตที่นั่งหันหลังให้ แล้วชูนิ้วโป้งขึ้นพร้อมขยิบตาข้างหนึ่ง ใบหน้าของเจเจร้อนผ่าวแต่ไม่อาจตอบโต้อะไรได้

“มีอะไรหรือเปล่าครับ” สก็อตหันหลังไปมอง ตอนนั้นนีลก็หันกลับไปทางมีนาแล้ว

“เปล่าค่ะ” หญิงสาวต่อว่าเพื่อนร่วมงานในใจ ไว้ค่อยจัดการตอนทำงานคืนนี้

“เจเจ”

“คะ” เธอสะดุ้งเล็กน้อย

“ผมดูงานประดับไฟอารามที่วิทบีมา มันมีถึงพุธหน้าเอง”

“เอ๊ะ” เจเจรีบหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาหาข้อมูล “จริงด้วย เริ่มแล้วนี่นา ไม่ได้ไปอีกแน่เลย ช่วงเรียนนี่แหละเป็นช่วงเที่ยวที่ดีที่สุด”

“เดือนนี้ผมยังหยุดวันอังคาร”

“ฉันเลิกงานสี่โมง แต่ว่ารอบรถไฟ...” หญิงสาวเข้าแอปพลิเคชันสำหรับซื้อตั๋วรถไฟ

“เที่ยวสุดท้ายออกห้าโมงห้าสิบหกนาทีถึงโน่นหนึ่งทุ่มยี่สิบห้า” สก็อตอ่านจอสมาร์ทโฟนของตน

“วันถัดไปฉันทำงานเจ็ดโมง”

“อา...วันถัดไปผมก็ทำงานเจ็ดโมง”

เจเจถอนหายใจ ถึงงานจะมีถึงสามทุ่ม แต่พวกเขาไปถึงเวลานั้นก็อยู่ได้แค่ชั่วโมงนิด ๆ แถมไม่มีรถไฟกลับ ต้องเรียกแท็กซี่เอา แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว อย่างไรก็ตามพอได้เห็นปฏิกิริยาแบบเดียวกันจากสก็อต หัวใจของเธอก็พองโต

“ขอบคุณนะคะ” เธอพูด “เดือนหน้าเราหยุดวันเดียวกัน ค่อยนั่งรถไฟไปหาอะไรกินที่วิทบีก็ได้ค่ะ”

“ระหว่างหาข้อมูลผมไปเจอร้านฟิชแอนด์ชิปส์มา”

“แม็กกี้คาเฟ่”

ทั้งคู่พูดชื่อขึ้นมาพร้อมกัน

“คุณรู้จักเหรอ”

“ค่ะ ฉันมีโอกาสไปกินครั้งนึงแต่ไม่ได้นั่งร้านนะคะ มานั่งกินริมทะเลก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ แต่ฉันเห็นเมนูหลายอย่างน่ากินมาก แต่ต้องนั่งในร้านเท่านั้น ถ้าเราไปถึงเร็วก็จะไม่ต้องต่อคิวยาว”

“ผมไปอ่านรีวิวมา เห็นว่าช่วงเที่ยงแถวยาวมาก”

“ใช่เลยค่ะ ตอนฉันกับเพื่อน ๆ กินเสร็จแล้วเดินผ่านร้านมาอีกที เห็นแถวแล้วท้อเลยค่ะ ไว้เราไปที่นี่กันไหมคะ”

สก็อตเว้นจังหวะไป ทำเอาเจเจใจเสีย

“คุยมาขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่ไปคงกะไรอยู่”

เจเจปรบมือด้วยความดีใจก่อนจะชะงักแล้วหยิบโกโก้ขึ้นดื่ม พลางต่อว่าความกระตือรือร้นเกิดเหตุของตัวเองในใจ

“ผมยังไม่เคยไปวิทบีมาก่อน” สก็อตพูดต่อ “ถือเป็นโอกาสดีเลย”

“คุณอยู่ที่นี่มาสองปี ได้ไปเที่ยวที่ไหนในโซนนี้บ้างคะเนี่ย”

“ผมเคยขึ้นไปซันเดอร์แลนด์กับนิวคาสเซิลนะ”

“ยอร์กกับลีดส์ล่ะคะ” พอเห็นสก็อตส่ายศีรษะ เธอก็ร้องขึ้น “ไม่ได้แล้ว ไว้ต้องพาไปคริสต์มาส มาร์เก็ตที่ยอร์กซะแล้ว”

สก็อตหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ ทำเอาหญิงสาวนั่งมองด้วยความสงสัย

“ดูเหมือนพวกเราจะวางแผนเที่ยวกับกินเก่งนะ”

คนฟังหน้าแดงก่อนจะรีบแก้ตัว

“ก็ฉันไม่ค่อยได้ไปกับเพื่อนแล้วนี่คะ อีกอย่างคุณเองก็มาอยู่ทางเหนือแล้ว ฉันก็รู้สึกว่าเป็นหน้าที่ของฉันที่จะต้องพาเที่ยว”

รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของสก็อต ทำเอาเจเจยินดีทำทุกอย่างให้เขา

ใจเย็นสิเจเจ!

เธอบอกตัวเองพลางลงมือเก็บกล่องอาหารและถุงกระดาษเตรียมนำไปทิ้ง

“รู้ไหมว่ามันขาดอะไรไป” สก็อตถามขึ้น

“รู้ค่ะ ๆ” เจเจตอบด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น เธอถึงกับยกมือขึ้นเหมือนตอนตอบคำถามคุณครูด้วยซ้ำ “ไอศกรีมโคนใช่ไหมล่ะคะ”

“เก่งมาก” หัวใจที่สงบลงได้เมื่อครู่ พลันเต้นระรัวอีกครั้งเมื่อได้ยินคำชมจากเขา อีกฝ่ายพูดต่อ “นึกว่าจะมีขายเสียอีก”

“ฉันจำไม่ได้ว่าเคยเห็นไหม เราไปซื้อไอศกรีมในร้านสะดวกซื้อแทนไปก่อนไหมคะ ไว้ไปวิทบีได้กินแน่ค่ะ”

สก็อตพยักหน้า เขาหยิบกล่องอาหารและถุงกระดาษไปจากมือเธอ แล้วเดินไปทิ้งที่ถังขยะใกล้ ๆ

ทั้งคู่เดินผ่านบูธบิสกิตทำเองที่มีไส้หลากหลาย ผ่านร้านขนมปังที่มีสโคนหลายแบบให้เลือก แต่เป้าหมายของพวกเขานั้นชัดเจน ร้านสะดวกซื้อที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างไปไม่กี่นาที

“ถึงอากาศเย็นยังไงก็ยังอยากกินไอศกรีมอยู่ดีเนอะ” เจเจพูดขึ้น นึกไม่ถึงว่าพวกเขาเข้ากันได้ด้วยเรื่องของกิน

“คุณเข้าไปก่อนนะ” สก็อตพูดขึ้น ในมือของเขาถือโทรศัพท์คงจะมีสายเรียกเข้า

“ได้ค่ะ แต่ข้างในอุ่นกว่านะคะ” เธอหยอกก่อนจะเดินเข้าไปในร้าน

สก็อตก้มมองเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่ได้อยู่ในบันทึกรายชื่อ เขาเกรงว่าจะเป็นเบอร์ของตำรวจคนใดคนหนึ่งเลยเลือกที่จะรับสาย ถ้าเป็นพวกโทรศัพท์หลอกลวงก็ค่อยตัดสายทิ้ง

“ครับ สก็อต เทอร์เนอร์ครับ”

“เธอให้ตำรวจตามหาฉันเหรอ”

ชายหนุ่มยืนนิ่งคล้ายมีตะกั่วถ่วงไว้ที่ขา วินาทีนั้นเหมือนตัวเองหยุดหายใจ

“เชอร์ริล”

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น