อัปเดตล่าสุด 2020-04-07 12:08:06

ตอนที่ 10 บทที่ 11 อดใจไม่ไหว

            “เป็นอะไรหรือเปล่า”

            เบธานีเข้างานกะคัฟเวอร์ซึ่งเป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างกะเช้ากับกะบ่าย เธอนั่งลงข้างสก็อตที่กำลังกินแซนด์วิชเป็นมื้อเที่ยงในออฟฟิศแผนกต้อนรับ

            “เปล่านี่” เขาตอบ

            “เห็นเหม่อ ๆ ถ้าไม่สบายก็ควรลาพักนะ”

            “ไม่มีอะไรหรอก ขอบคุณที่เป็นห่วง ยังไงวันนี้ผมก็เลิกงานแล้ว”

            เธอพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไปที่เคาน์เตอร์แผนกต้อนรับ

            “เอ้า! ตารางเดือนใหม่ออกมาแล้วนะ” เมแกนเดินออกจากห้องทำงานเพื่อมาติดประกาศที่บอร์ด

            ชายหนุ่มลุกไปดูตารางงานของตัวเองทันที เขาไม่ได้ขอลาหยุดในเดือนหน้าและพบว่าวันหยุดเปลี่ยนมาเป็นวันพุธ แถมยังย้ายมาอยู่กะเช้าทั้งหมดอีกด้วย ข้อดีคือตกดึกเขาจะมีเวลาเล่นเกม ข้อเสียคือต้องตื่นเช้าทุกวัน สก็อตอดคิดไม่ได้ว่าเจเจจะได้หยุดวันไหนในเดือนหน้า เธอเองก็ทำงานเป็นกะเหมือนเขา

            เขาหยิบสมาร์ทโฟนออกมา ยืนลังเลอยู่หน้าบอร์ดว่าจะส่งข้อความถามดีไหม สุดท้ายก็เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงตามเดิม ตั้งแต่นัดดื่มในร้านเบเกอร์ สตรีทในวันนั้น สก็อตก็ไม่ได้ติดต่อกับเธออีก 

            ท้องฟ้ายามบ่ายครึ้มฟ้าครึ้มฝนแถมด้วยลมหนาวที่ทำเอาขนลุกชัน สก็อตกลับเข้าบ้านพร้อมของสดเต็มเป้ หลังจากเก็บของในตู้เย็นแล้วก็ขึ้นห้อง พร้อมทิ้งตัวนอนลงบนเตียง

            เว็บเพจที่ติดตามอยู่อัปเดตข่าวสารท้องถิ่น ถึงการตั้งข้อหากับคนร้ายในคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นช่วงกลางดึกของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แม้จะไม่ได้ระบุรายละเอียดมากนักแต่ก็ทำให้สก็อตตั้งข้อสงสัยได้ว่าคดีนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เจเจดูไม่สดชื่นในวันนั้นหรือเปล่า ตั้งแต่ได้รู้จักกับเจเจ เขามักนึกถึงเธอเสมอหลังได้อ่านข่าวประเภทนี้ เธอดูตื่นเต้นเวลาพูดถึงงานตัวเอง แต่การต้องเข้าไปในสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมย่อมส่งผลกระทบกับเธอไม่มากก็น้อย

            สก็อตทำในสิ่งที่ตัวเองคาดไม่ถึงว่าจะทำมาก่อน นั่นคือการดูหน้าโปรไฟล์ของเจเจหลังจากที่พวกเขาได้เป็นเพื่อนกันแล้ว เธอไม่ค่อยพูดถึงเรื่องงานเท่าไรนัก ข้อความล่าสุดเป็นภาพจากเมื่อสองสัปดาห์ก่อนที่เธอไปกินอาหารกับเพื่อน รอยยิ้มของเธอน่ารัก ดวงตาสีน้ำตาลของเธอสุกสกาวและโดดเด่น พอได้เห็น ชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะต้องยิ้มออกมา

            ข้อความต่อมาเป็นการแชร์ข่าวของดาราที่เธอชอบโดยมีอิโมจิรูปตาเป็นหัวใจเป็นตัวแทนคำพูดและความรู้สึกของเธอ ถัดมาเป็นรูปถ่ายของนิตยสารดาราหนึ่งเล่ม บนปกมีชื่อดาราที่เธอชอบ

            “ซื้อมาเพื่อพบว่ามีรูปแมทธิวหนึ่งรูปนี่แหละความรัก!”

            สก็อตหลุดขำ พลางเลื่อนอ่านข้อความที่สลับไปมาระหว่างภาพถ่ายของเธอกับเพื่อน และข่าวของแมทธิว

            “ซินนามอนโรลของฉันทำไมตาสวยแบบนี้ ตอนนี้ย้อมผมดำแล้ว ขอให้ได้รางวัลนะะะ ป.ล. สูทสีนี้สวยมากกกก เข้ามากกกก”

            “ชอบขนาดนั้นเลยเหรอ” เขาพึมพำขณะอ่านคำบรรยายของเจเจถึงรูปแมทธิวในงานประกาศรางวัล ที่น่าแปลกใจคือเขาสามารถนึกใบหน้าและน้ำเสียงตื่นเต้นของเธอออกเพียงแค่อ่านข้อความเหล่านั้น “หรือจะลองดูซีรีส์เรื่องนี้ดี”

            ชายหนุ่มนำชื่อเรื่องไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมแล้วลองดูตัวอย่าง ก่อนจะใช้เวลาช่วงบ่ายนั่งดูซีรีส์เรื่องนั้นที่แสดงนำโดยแมทธิว

 

            เจเจเอนหลัง ยืดตัวบิดขี้เกียจหลังเคลียร์งานเอกสารเสร็จ ภายในห้องมีเธอกับรอรี่ส่วนคนอื่นยังไม่กลับจากการออกนอกสถานที่

            “รอรี่ ฉันจะลงไปซื้อกาแฟ คุณจะเอาอะไรไหม”

            “กาแฟจากตู้กดอีกแล้วเหรอ”

            “ค่ะ ร้านที่ชอบปิดตัวไปแล้ว ก็ต้องทำใจดื่มกาแฟจากตู้กดไปก่อน”

            “ตามสบาย”

            ก่อนที่หญิงสาวจะลงไปชั้น เธอก็แวะไปยังแผนกตรวจพิสูจน์หลักฐานทางดิจิทัล เพื่อสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับกล้องที่ซ่อนในห้องนอนของสก็อต

            “วันนี้วันหยุดของรัสเซลล์น่ะ” เจ้าหน้าที่หญิงในห้องบอก เจเจถึงกับคอตก “แต่เห็นว่าเขาส่งรายงานขั้นต้นให้สายสืบผู้รับผิดชอบคดีไปแล้วนะ แต่ถ้ารายละเอียดลึกกว่านั้นคงต้องถามเจ้าตัวอีกที ช่วงนี้พวกเราวุ่นอยู่กับคดีของฟิชเชอร์น่ะ”

            “คอมพิวเตอร์พกพาที่นีลนำมามีอะไรใช้เป็นหลักฐานได้บ้างไหมคะ”

            “เป็นหลักฐานแวดล้อมล่ะนะ มันแสดงให้เห็นว่าเขาค้นหาอะไรทางอินเตอร์เน็ตบ้างหลังก่อเหตุ”

            “นำไปใช้ในชั้นศาลได้ไหมคะ”

            “นั่นเป็นหน้าที่ของตำรวจว่าจะนำข้อมูลหลักฐานที่ได้ไปใช้อย่างไร”

            เจเจพยักหน้ารับ

            “ขอบคุณนะคะ”

            หญิงสาวกล่าวลาก่อนจะเดินลงไปซื้อกาแฟจากตู้กดที่ชั้นล่าง แม้ใจเธออยากให้คนร้ายได้รับผิดเร็ว ๆ แต่ทุกอย่างมีขั้นตอนของมัน เดือนหน้า พวกเขาถึงจะได้รู้ว่าคดีนี้จะไปถึงชั้นศาลหรือไม่ ทุกอย่างอยู่ที่หลักฐานว่าจะมัดตัวคนร้ายได้เพียงใด ถ้าเขาสารภาพผิดต่อข้อกล่าวหา ทุกอย่างก็จะจบลงด้วยดี แต่ถ้าเขาปฏิเสธ คดีก็จะลากยาวไปเป็นเดือน ๆ และการตัดสินก็จะขึ้นอยู่กับคณะลูกขุน

            เจเจส่ายศีรษะ เธอไม่ควรตีตนไปก่อนไข้

            “อ้าว เจสซี่ กาแฟตู้กดอีกแล้วเหรอ” นีลเดินกลับเข้ามาในสถานีตำรวจพร้อมกระเป๋าอุปกรณ์ในมือ หญิงสาวไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนต้องทักเธอเรื่องกาแฟจากตู้กดด้วย

            “มันก็ไม่ได้แย่นี่คะ” เจเจแย้ง แม้รสชาติจะไม่เหมือนกาแฟตามคาเฟ่ก็ตาม

            “แล้ววันนี้เป็นไงบ้าง อยู่แต่ในห้องเหรอ”

            ทั้งคู่ก้าวเท้ายาว ๆ ไปทางบันไดเพื่อกลับห้องทำงาน

            “เงียบสงบเหมือนได้พักจากสองวันก่อนเลยค่ะ เลยได้เคลียร์เอกสารค้างคา” เธอตอบ

            “นาน ๆ ทีมีแบบนี้ก็ต้องกอบโกยโอกาสให้เต็มที่” นีลกล่าว “ว่าแต่เสาร์นี้มีตลาดสิ้นเดือนนี่ ไปกันไหม”

            “ชวนฉันเนี่ยนะ ยังไงคุณก็ไปกับมีนาอยู่แล้ว” 

            “ก็เจอกันทีไรเห็นเดินคนเดียวตลอด”

            “เพื่อนที่หอก็เดินแต่แค่เดินกันคนละเวลา”

            “อาฮะ”

            เธอจับน้ำเสียงหยอกล้อจากเขาได้ แต่เลือกที่จะไม่สนใจแล้วดื่มกาแฟในมือ กลิ่นหอมของกาแฟเรียกรอยยิ้มให้ผุดขึ้นบนใบหน้าของเธอ

            “ถ้าอยากให้คนเดินเป็นเพื่อนก็มาด้วยกันได้นะ” นีลทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินตรงไปห้องเก็บอุปกรณ์

            เจเจขานรับแล้วเลี้ยวเข้าห้องทำงาน ตลอดสองสามเดือนที่ผ่านมา เจเจต้องเดินตลาดสิ้นเดือนคนเดียวเพราะเวลาว่างไม่ตรงกับเพื่อนร่วมหอ การเดินคนเดียวไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่หญิงสาวก็ยอมรับว่าถ้ามีคนไปด้วยจะทำให้รู้สึกสนุกมากขึ้น

            “ชวนเขาไปดีไหมนะ”

            เจเจนึกถึงสก็อตขึ้นมา ในเมื่ออีกฝ่ายยังไม่เคยเดินตลาดวันเสาร์สิ้นเดือน ก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะชวนเขาไป

            ว่าแต่เขาจะว่าอะไรไหมนะ วันก่อนเพิ่งบอกเขาไปเองว่าจะรอ

            เธอหยิบสมาร์ทโฟนออกจากกระเป๋ากางเกง เห็นตัวเลขการแจ้งเตือนบนแอปพลิเคชันแล้วรู้สึกขัดตาจนต้องเข้าไปดูเพื่อให้ตัวเองหายไป

            ชื่อของสก็อตขึ้นยาวเป็นพรืดเมื่อเขากดถูกใจให้กับข้อความต่าง ๆ ของเธอ

            “นี่เขา...” เจเจอุทานก่อนดูว่าผู้ชายคนนั้นอ่านอะไรไปบ้าง

ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวเมื่อเห็นว่าเขากดถูกใจให้กระทั่งพวกข้อความที่เธอหวีดแมทธิว หญิงสาวอยากจะมุดแผนดินหนี แล้วนี่เธอจะยังกล้าไปชวนเขาเดินตลาดด้วยกันอีกเหรอ

“เขาจะมากดไลก์รัว ๆ ทำไมกัน”

เจเจถึงกับต้องวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ จ้องมองอุปกรณ์สื่อสารเครื่องนั้นเหมือนเป็นสิ่งแปลกปลอม มือที่ยื่นไปหาแก้วกาแฟสั่นเทิ้ม เธอต้องใช้สองมือประคองแก้วเพื่อยกจิบ หัวใจที่เต้นรัวก็ค่อย ๆ กลับสู่สภาวะปกติ

“เขาส่องโปรไฟล์เรา” หญิงสาวเลื่อนเก้าอี้เข้าใกล้โต๊ะเพื่อมองจอสมาร์ทโฟน “นี่เขาไล่ย้อนไปเป็นเดือนเลยนะเนี่ย ดีนะไม่ได้โพสต์อะไรเกี่ยวกับเขาในนี้”

เจเจทั้งตื่นเต้น ทั้งตกใจ ยิ่งกว่าตอนที่แมทธิวจำเธอได้เสียอีก

“ยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่อะไรน่ะ มีข่าวดีเหรอ”

เดซี่ทักขึ้น เธอเพิ่งกลับจากการทำงานนอกพื้นที่

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรหรอกค่ะ แต่ก็น่าจะถือว่าเป็นเรื่องดี” หญิงสาวไม่ได้เล่าเรื่องของสก็อตให้เพื่อนร่วมงานฟัง จึงไม่อยากเจาะจงรายละเอียด

“เอาเถอะ เห็นเธอยิ้มแย้มแบบนี้ก็ดีแล้ว”

ได้ยินแบบนั้น เจเจก็เข้าใจได้ว่าคดีของฟิชเชอร์คงทำให้คนรอบข้างเป็นห่วงสภาพจิตใจของเธอ มันต่างจากตอนที่เพื่อนร่วมงานของเธอทำงานลิบลับ พวกเขาไม่ได้แสดงออกให้เห็นเลยว่ารู้สึกอย่างไรกับสภาพที่เกิดเหตุที่ได้รับผิดชอบ หญิงสาวให้คำมั่นกับตัวเองว่าจะต้องใส่ใจเพื่อนร่วมงานมากกว่านี้ การที่พวกเขาไม่แสดงออกไม่ได้แปลว่าพวกเขาไม่รู้สึกสะเทือนใจกับคดี

“ขอบคุณค่ะ”

เดซี่ยิ้มรับแล้วเดินต่อไปยังโต๊ะของตัวเองเพื่อทำงาน

เสียงอีเมลเข้าดังขึ้นจากคอมพิวเตอร์บนโต๊ะ เรียกความสนใจของหญิงสาวออกจากสมาร์ทโฟน

“ตารางเดือนหน้า”

เมื่อเจเจเจอชื่อตัวเองบนตาราง เธอก็มองหาวันหยุดในทันที

“วันพุธเหรอ ทำไมไม่เป็นวันศุกร์นะจะได้ดูหนังตอนเข้าโรง” หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะดูตารางของนีลด้วย อาจเพราะพวกเขาทำงานรอบเดียวกันตั้งแต่เธอเริ่มงาน

“อยู่ด้วยกันอีกแล้วนะ เจสซี่” เสียงของนีลลอยมาจากโต๊ะทำงานของเขา

“ค่า” เธอขานรับด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายที่สุดในชีวิต แม้จะดีใจที่ยังได้ทำงานรอบเดียวกันกับเขาอยู่ก็ตาม

เจเจคว้าสมาร์ทโฟนมานั่งพิมพ์ข้อความหาสก็อต เพื่อถามวันหยุดของเขา แต่ก่อนจะกดส่ง เธอก็ลบทุกอย่างทิ้งไป

“บ้าหรือเปล่า จะตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น” หญิงสาวต่อว่าตัวเองก่อนจะพิมพ์ข้อความไปใหม่ “เอาไว้ค่อยถามตอนเจอหน้ากันก็ได้”

 

“วันเสาร์นี้มีตลาด สนใจไปด้วยกันไหมคะ”

สก็อตเห็นข้อความขึ้นมาบนจอสมาร์ทโฟนตอนกำลังนอนดูซีรีส์ ชายหนุ่มกดพักชั่วคราวเพื่อไปอ่านข้อความอีกครั้ง

            ตอนนั้นเขาน่าจะเป็นฝ่ายชวนเจเจ ในเมื่อตัวเองก็อยากทำความรู้จักเธอมากกว่านี้ เขาไม่ควรต้องกลัวกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ ชายหนุ่มนึกอิจฉาความกล้าของเธอ

            “ไปครับ” เขาตอบกลับ และรอคอยปฏิกิริยาตอบรับจากเธอ

            สติ๊กเกอร์รูปกระต่ายสองตัวปรบมือรัว ๆ ปรากฏขึ้นมาในกล่องข้อความ ชายหนุ่มเห็นก็อมยิ้มเพราะมันช่างเข้ากับเธอ

            เขาพิมพ์ข้อความเพิ่ม เพื่อบอกเธอว่ากำลังดูซีรีส์ที่แมทธิวเล่น แต่พอจะกดส่งเขาก็เปลี่ยนใจ เขาอยากเก็บเรื่องพวกนี้ไปคุยกับเธอโดยตรงมากกว่า ชายหนุ่มแทบรอให้ถึงวันเสาร์ไม่ไหว แม้ว่าวันนั้นเขาต้องเขากะดึกและควรนอนตอนกลางวัน แต่ถ้ามีโอกาสได้ใช้เวลากับเธอ จะอดนอนนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร

            11 โมงเป็นไงคะ” เจเจส่งข้อความเพิ่ม

            11 โมงดีเลยครับ”

            ผ่านไปห้านาทีก็ยังไม่มีข้อความใด ๆ เพิ่มเติมมาจากอีกฝ่าย สก็อตเลยกลับเปลี่ยนไปหน้าจอแอปพลิเคชันสตรีมหนังเพื่อดูซีรีส์ต่อ

            “วันนั้นคุณเข้างานกี่โมงเหรอคะ”

            “ผมเข้ากะดึก ห้าทุ่มถึงเจ็ดโมงเช้า คุณล่ะ” ทันทีที่เห็นข้อความปรากฏขึ้น เขาก็รีบตอบกลับ

            “หกโมงเย็นถึงห้าทุ่มค่ะ

            “ดึกแบบนั้นกลับบ้านยังไงเหรอ คุณอยู่สถานีคิงส์โร้ดใช่ไหม ใช้เวลาเดินทางกี่นาที”

            “คุณรู้ด้วยว่าฉันอยู่คิงส์โร้ด เอ๊ะ หรือฉันเคยบอก? แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ นีลมาส่ง ไม่ถึงห้านาทีก็ถึง นีลเป็นซีเนียร์ที่ทำงาน เขาไปตรวจบ้านคุณกับฉัน”

            ใบหน้าของสก็อตร้อนผ่าวตอนเธอทักเรื่องที่ทำงาน

            “ฉันสงสัย” เจเจส่งข้อความมาแค่นั้นแล้วหายไปนาน ดวงตาของชายหนุ่มแทบติดจอระหว่างรอข้อความเพิ่มเติม

            “สงสัยอะไรน่ะ” ชายหนุ่มพึมพำ มันจะดีกว่านี้ถ้าเธอพิมพ์มาทีเดียว

            “ตอนคุณเข้ากะดึกมีแอบนอนหรือเปล่าคะ”

            สก็อตถึงกับถอนหายใจรวดเดียวหมดปอด นี่เขานึกว่าเธอจะถามเรื่องอะไรกันนะ ถึงต้องกังวลแบบนี้

            “คุณต้องแจ้งผมก่อนสิว่า คำตอบของผมอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง”

            “ฮ่าฮ่าฮ่า”

เพียงแค่อ่าน เขาก็จินตนาการถึงเสียงหัวเราะสดใสของเธอได้

“ฉันไม่ใช่ตำรวจสักหน่อย แต่คุณรู้สิทธิตัวเองดีนะคะ”

“ครับ ผมเป็นพลเมืองที่ดี” ใช่ที่ไหนล่ะ เป็นเพราะเคยเล่นเกมต่างหาก

“ยังไงก็ เจอกันวันเสาร์ 11 โมงนะคะ”

“ครับ” สก็อตนึกได้ว่าพวกเขาไม่ได้นัดสถานที่ ถ้าเขาไปรอหน้าบ้านเธอเลยจะเป็นอะไรหรือเปล่า หรือควรเจอกันที่คาเฟ่ใกล้บ้านเธอแทน

ขณะที่กำลังลังเล ข้อความจากเจเจก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง

“ลืมเลย เจอกันที่ลานตรงเซ็นเตอร์ดีไหมคะ”

ไปรับที่หน้าบ้านอาจจะยังเร็วเกินไหม ชายหนุ่มส่ายศีรษะให้ตัวเอง

“ตกลงครับ”

“ไว้เจอกันนะคะ”

ข้อความพวกนี้เป็นเพียงตัวอักษรที่ไม่มีเสียงแท้ ๆ แต่สก็อตกลับได้ยินเสียงของเจเจอย่างชัดเจน เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ เห็นดวงตาสีน้ำตาลที่เปล่งประกายความตื่นเต้นออกมา ความสดใสของเธอทำให้หัวใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ เพียงแค่ส่งข้อความโต้ตอบกันครึ่งชั่วโมงก็เหมือนเติมความสุขให้เขาได้เป็นปี ๆ มันทำให้เขาอดนึกไม่ได้ว่า ถ้ามีโอกาสได้ใช้เวลาร่วมกันกับเธอมากกว่านี้ จะส่งผลกับเขาอย่างไร

“เจอกันครับ”

            สก็อตคลี่ยิ้มเมื่อเห็นว่าเธอได้อ่านข้อความ


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น